หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1

8.2 / 10.0
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1 เมื่ออานนท์ต้องมาเกิดใหม่เป็นจางอี้หมิงในโลก fantasy เขาต้องเผชิญภารกิจเอาชีวิตรอดหลังครอบครัวถูกขับไล่ให้ไปอยู่บ้านนอกที่ยากจน การผจญภัยเพื่อสร้างรากฐานใหม่ใน adventure story นี้จึงเริ่มต้นขึ้น อ่านนิยายออนไลน์ฟรีแนวสู้ชีวิตที่เต็มไปด้วยการไขปริศนาและการเปลี่ยนแปลง
เรื่องย่อ บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
อ่านเพิ่มเติม

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1 ตอนที่ 1

ภายในกระท่อมปลายนาหลังเล็กที่บัดนี้ถูกจับจองให้เป็นบ้านของตระกูลจาง เสียงสะอื้นของหญิงสาวดังออกมาจากตัวบ้านไม่ขาดสาย นางกำลังร้องไห้กอดบุตรชายไว้แนบอก ร่างกายของเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนผอมแห้งจนแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก มีเพียงลมหายใจผะแผ่วเท่านั้นที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่ให้คนเป็นแม่ได้อุ่นใจ

เจ้าตัวน้อยนอนหลับใหลไม่ได้สติมาร่วมเดือนแล้ว การเดินทางจากเมืองหลวงมาหลัวถงเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ต้องผ่านแนวภูเขามากมาย เด็กชายที่ไม่มีภูมิต้านทานมากพอจึงป่วยหนักเป็นไข้ป่า

“หมิงเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว เจ้านอนขี้เซาเกินไปแล้วนะ” นางร้องเรียก “รีบตื่นมาเถิด แม่ปวดใจยิ่งนัก”

“หมิงเอ๋อร์ลูกแม่...” นางซุกหน้าลงแนบแก้มบุตรชาย อ้อนวอนเหล่าเทพเซียนให้ช่วยเหลือ

เสียงหวานปนเศร้าที่ร้องไห้เบา ๆ ดังชัดขึ้นมาในโสตประสาท เขาได้ยินเสียงเธอร้องเรียกใครสักคนอย่างอาวรณ์ น้ำเสียงนั้นห่วงหาเสียจนชวนให้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น อยากลืมตาขึ้นมามองดูเสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ยังฝืนลืมตาขึ้นมาไม่ได้

“น้องหญิง อย่าได้ร่ำไห้เช่นนี้ หมิงเอ๋อร์จะเสียใจเอานะ” เสียงทุ้มที่เอ่ยปลอบประโลมอย่างอ่อนโยนชวนให้อยากรู้มากกว่าเดิม

เสียงนี้มันคืออะไร...ใครมาเปิดทีวีเสียงดังรบกวนการนอนของเขากันนะ

“ท่านพี่ ข้าปวดใจยิ่งนัก หมิงเอ๋อร์นอนไม่ได้สติมาเกือบเดือนแล้วนะเจ้าคะ ข้าสงสารลูก”

“พี่รู้ พี่ก็เจ็บปวดมิต่างอันใดกับเจ้า” เสียงทุ้มปลอบใจ “เราออกไปข้างนอกกันเถอะ ให้หมิงเอ๋อร์ได้พักผ่อน”

เสียงขยับเขยื้อนตัวและเสียงเสียดสีของเนื้อผ้า บวกกับฝีเท้าที่ค่อย ๆ เบาลง จนในที่สุดก็เงียบสงบ ทำให้รู้ว่าชายหญิงทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้แล้ว เขาขมวดคิ้วอีกครั้ง คิดเอะใจว่าละครสมัยนี้ทำเสียงต่าง ๆ ได้สมจริงขนาดนี้เชียวหรือ เปลือกตาที่หนังอึ้งพยายามเปิดขึ้นและครั้งนี้มันสำเร็จ เขาลืมตาได้แล้ว

ชายหนุ่มลองขยับตัวเล็กน้อย ทว่าเนื้อตัวกลับหนักอึ้งไปหมดราวกับว่าถูกลูกตุ้มเหล็กถ่วงแขนขาเอาไว้ ในหัวเต็มไปด้วยความสับสน เขาจำได้ว่าตนเองนั่งหาข้อมูลนิยายอยู่ในห้องและกำลังจัดส่งไฟล์ข้อมูลนั้นให้กับผู้ว่าจ้าง แต่พอกดส่งปุ๊บ ภาพทั้งหมดก็มืดดับไป

ที่นี่ไม่ใช่ห้องเช่าของเขาแน่นอน ถึงแม้ว่าห้องที่เขาใช้อาศัยจะไม่ได้หรูหรา ใหญ่โต แต่ก็ไม่ได้มีหลังคาที่มุงด้วยหญ้าแบบนี้

แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกัน...ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ อย่างสงสัย แต่แล้วดวงตาทั้งสองก็ต้องเบิกกว้างเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้ามันแตกต่างจากห้องเช่าลิบลับ

พุธโธ ธัมโม สังโฆ

ฝาห้องที่ควรจะเป็นผนังปูนกลับกลายเป็นหญ้าที่นำมาสานกันเหมือนในซีรีส์ย้อนยุค แถมทั้งบ้านก็ดูเหมือนจะไม่มีห้อง มันเป็นโถงโล่ง ๆ ไม่มีอะไรเลย เขาพยายามลุกขึ้นนั่งเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่กำลังเห็นอยู่นี้ไม่ใช่ความฝัน

“โอ้ย เจ็บโคตร”

เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อลองหยิกหลังมือตนเองดูเต็มแรง

“ไม่ได้ฝันแฮะ แต่ว่าเราอยู่ที่ไหนกันละเนี่ย”

ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเบา ๆ แต่ในขณะนั้นเอง ยังไม่ทันได้รับคำตอบจากใครเลยด้วยซ้ำ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของเด็กชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า จางอี้หมิง ก็ค่อย ๆ ฉายขึ้นมาในหัวเหมือนกำลังนั่งดูภาพยนตร์สักเรื่อง แต่มันคงจะเป็นหนังที่ถูกกดเพิ่มความเร็วสักยี่สิบเท่า เพราะความทรงจำมากมายตั้งแต่จำความได้จนถึงปัจจุบันพรั่งพรูเข้ามาจนสมองประมวลผลไม่ทัน เขาปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุมขมับ รู้สึกเหมือนสมองจะระเบิด จวนเจียนจะรับไม่ไหว

“อ๊า...ปวดหัว ปวด ปวด”

เขาส่งเสียงร้องดังก้อง พยายามหยุดความคิดของตัวเองและสลัดภาพพวกนั้นออกไป แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนกลับไม่มีผลอะไรเลย ได้แต่ทนกล้ำกลืนฝืนรับความเจ็บปวดนั้นจนแทบจะลงไปนอนดิ้นบนฟูกนอนอีกครั้ง ภาพสุดท้ายที่ปรากฎขึ้นมาเป็นตอนที่ครอบครัวของจางอี้หมิงกำลังหนีจากการปล้นของกลุ่มโจร

“ม่ายยยยย”

เขาร้องออกมาเมื่อภาพในหัวแสดงให้เห็นโจรคนหนึ่งกำลังเงื้อมมือขึ้น เตรียมฟาดดาบลงมาบนตัวเขา แต่บิดาก็มาดึงตัวเขาออกและช่วยให้รอดอย่างหวุดหวิด ทั้งสองคนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่สำนักคุ้มภัยซึ่งถูกจ้างมาคุ้มกันได้เข้ามาช่วยไว้ทัน ทำให้ครอบครัวของพวกเขาหนีจากกลุ่มโจรสำเร็จ

เพราะตกใจกลัวจนถึงขีดสุดและร่างกายที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจากการหมดสติ แถมยังต้องมารับรู้เรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อเพิ่มอีก มันทำให้เขารู้สึกอ่อนล้าเกินกว่าจะรับไหว สุดท้ายทุกอย่างก็ดับวูบไปอีกครั้ง

เมื่อเสียงร้องของเด็กชายที่นอนไม่ได้สติมาเกือบเดือนดังออกมา จางอี้เทาและหลี่อ้ายผู้เป็นพ่อแม่ รีบเดินเข้ามาดูอย่างมีความหวัง แม้แต่ท่านย่าอย่างหูไป๋หงยังเดินตามมาด้วย

“ท่านพี่ ข้าได้ยินเสียงหมิงเอ๋อร์ แต่เหตุใดเขาถึงหลับไปอีกแล้ว”

“น้องหญิง พี่ก็ได้ยินเสียงลูกร้องเช่นกัน เจ้าไม่ได้หูฝาดไปคนเดียวแน่”

“แม่ก็ได้ยินเหมือนกัน” หูไป๋หงกล่าวสมทบ นางหันไปมองลูกชายและพูดต่อ “อี้เทา เจ้าไปตามท่านหมอผิงมาดู หมิงเอ๋อร์ที”

“ขอรับท่านแม่ รอข้าสักครู่” จางอี้เทาเอ่ยรับคำ เขาเตรียมตัวผละจากไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงเมื่อภรรยาเอ่ยเรียกไว้

“ท่านพี่ ท่านยังไม่ค่อยหายดี ท่านอยู่ที่นี่เถอะเจ้าค่ะ ข้าจะไปตามท่านหมอผิงเอง” หลี่อ้ายเอ่ยคัดค้านสามีและรีบเดินออกไปทันที

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ หมอเพียงหนึ่งเดียวของหมู่บ้านหลัวถงก็ถือล่วมยาเดินเข้ามาในบ้าน หมอผิงตรวจชีพจรเป็นอย่างแรกก่อนจะตรวจร่างกาย เมื่อดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว สีหน้าก็คลายกังวล

“อี้เทา เจ้าสบายใจได้” ท่านหมอแย้มรอยยิ้ม “อาหมิงไม่เป็นอันใดแล้ว พักผ่อนอีกสักหน่อยคงฟื้นขึ้นมา ต้มยาให้กินสักสองสามเทียบก็วิ่งปร๋อได้แล้ว”

“จริงหรือเจ้าคะท่านหมอ ท่านไม่ได้โกหกข้านะเจ้าคะ” หลี่อ้ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดีใจ นางยิ้มกว้าง น้ำตาแห่งความยินดีคลอเต็มดวงตาสวย

“ข้าเป็นหมอมากี่สิบปี ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไมเล่า สะใภ้จาง”

“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ข้าดีใจยิ่งนัก” หลี่อ้ายเอ่ยและผงกศีรษะขึ้นลงด้วยความขอบคุณ

“น้องหญิง เจ้าสบายใจได้แล้วนะ ท่านหมอผิงยืนยันแล้ว พี่ว่าพวกเราออกไปรอข้างนอกให้หมิงเอ๋อร์ได้พักผ่อนก่อนเถอะ”

จางอี้เทาปลอบประโลมใจภรรยาด้วยเสียงที่ไม่ดังมากนัก เขากลัวว่าจะไปรบกวนการพักผ่อนของบุตรชายเข้า

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หูไป๋หงจึงจ่ายค่ารักษาให้กับท่านหมอผิง นางกล่าวขอบคุณอีกเล็กน้อย เมื่อท่านหมอเดินจากไป หญิงชราจึงก้มมองถุงที่ว่างเปล่าในมือ เงินก้อนนั้นคือเงินก้อนสุดท้ายของตระกูลจาง การเดินทางไกลและวิกฤตรอบด้านทำให้เงินที่มีร่อยหรอลงไปทุกทีจนในที่สุดก็ไม่มีเหลือ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่สนใจ

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตของหลานชายอีกแล้ว

อ่านต่อ

สารบัญ บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ตรวนเสน่หา
8.3
ตระกูลพัฒนาธรสกุลของนายแพทย์เมธีถูกจองจำด้วยความผิดบาปที่มีต่อครอบครัวศรีสมบูรณ์ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อหมอเขมินท์ผู้เป็นลูกชายกลับสร้างบ่วงเสน่หาใหม่ขึ้นมาผูกมัดตัวเองไว้จนยากจะถอนตัว แม้หม้ายสาวอย่างปรียาจะกุมความได้เปรียบและใช้มัสยาลูกชายของเธอเป็นเบี้ยในเกมอำนาจนี้ แต่ตัวมัสยากลับไม่ต้องการเหนี่ยวรั้งเขาไว้ด้วยความแค้น ในเมื่อเขาไร้ใจ การจองจำนี้จึงมีแต่ความเจ็บปวดที่ไร้ทางออกสำหรับทุกฝ่าย
หน้าปกนวนิยาย ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)
8.2
ชีวิตใหม่ของดาราสาวในร่างคุณหนูสามตระกูลเว่ยเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งภารกิจหาเลี้ยงชีพที่แสนหนักหน่วง การรับมือกับคนริษยาที่จ้องทำลาย และวีรกรรมสุดแสบของน้องชายตัวดีที่คอยสร้างปัญหาให้ตามแก้ไม่เว้นวัน ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ยอดบัณฑิตแห่งต้าซานยังตามรุกจีบหวังพิชิตใจนางอีกด้วย แม้เส้นทางการเป็นเว่ยหย่งฮวาจะเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่นางก็พร้อมจะฝ่าฟันทุกวิกฤตเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้ขจรขจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน
หน้าปกนวนิยาย อสูรร้อนซ่อนรัก
9.1
สำหรับเธอแล้วเขาคืออสูรร้ายอันตรายที่ไม่ควรเข้าใกล้ ทว่ายิ่งพยายามถอยห่าง เขากลับยิ่งรุกไล่ตามติดประหนึ่งนักล่าที่จ้องตะครุบเหยื่อโอชะ และจะไม่มีวันหยุดจนกว่าจะได้ครอบครองสมใจ เมื่อเผชิญแรงกดดันและสถานการณ์บีบคั้นที่เลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวจึงจำต้องยอมทอดกายเป็นของเล่นชั่วคราวให้เขาเชยชม แต่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่แผดเผา ความผูกพันลึกซึ้งกลับเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งคู่โดยไม่ทันตั้งตัวในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี
7.9
หวังฟางเซียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอและจ้าวเทียนอี้คนรักถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคัมภีร์อมตะเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ทว่าอำนาจลี้ลับของคัมภีร์กลับนำพาดวงวิญญาณเธอย้อนสู่อดีตชาติในร่างพระสนมเอกจางลี่เซียนแห่งราชวงศ์ถัง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและการชิงดีชิงเด่น เธอต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและสงครามอำนาจเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในครั้งก่อนและปกป้องชายคนรักไม่ให้ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย จุมพิตร้ายพ่อหม้ายป้ายดำ
7.9
รพิชาต้องรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงจำเป็นเพื่อปราบพยศ ‘ฟราน’ ลูกชายวัยห้าขวบสุดแสบของ ‘ฟาอิน’ มาเฟียพ่อหม้ายผู้เย็นชาที่ปิดตายหัวใจจากรักครั้งเก่า แม้เธอจะพยายามทำหน้าที่อย่างดี แต่กลับต้องเผชิญกับคำดูถูกและท่าทีขับไสไล่ส่งจากเขา ทว่ายิ่งรพิชาพยายามหนีห่าง เสน่ห์อันร้ายกาจของเขากลับยิ่งดึงดูดและตามติดเธอไม่ลดละ จนหัวใจของเธอเริ่มสั่นคลอนในบ่วงสิเน่หาที่ยากจะต้านทาน แม้จะรู้ดีว่าเขาทั้งใจร้ายและอันตรายต่อความรู้สึกเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย สามี 1
8.2
เมื่อความปรารถนาเดียวในใจคือการได้พบเจอกับรักแท้อันบริสุทธิ์ ชายหนุ่มผู้มีพันธะเป็นคุณพ่อลูกติดจึงต้องเผชิญกับคำถามสำคัญในชีวิตว่า สถานะพ่วงท้ายของเขานั้นเป็นอุปสรรคต่อความรักหรือไม่ เขาเพียงคาดหวังจะพบใครสักคนที่พร้อมจะเปิดใจยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกันโดยไร้อคติ ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยการตัดสิน เขาจะสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าการเป็นพ่อคนไม่ใช่ความผิด และหัวใจของเขาก็สมควรได้รับความรักที่จริงใจไม่ต่างจากใครอื่น
ตอน
อ่านเลย
แชร์