
ท่านอ๋อนหนุนหลัง ไม่อภัย
ตอน 2
ม่านผ้าไหมขยับเล็กน้อย เสิ่นชิวฉือลืมตาขึ้นทันที สิ่งที่สายตามองเห็นคือม่านสีชมพูอมม่วงเหมือนกลีบบัว
ปลายจมูกมีกลิ่นอ่อน ๆ ของไม้หอมกฤษณา อ่อน ๆ จาง ๆ ไม่เหมือนกลิ่นยาขม ๆ ที่อบอวลทุกวันตอนป่วย
นางหันศีรษะช้า ๆ กระดูกหัวไหล่ขัดมีเสียงดังกรอบแกรบ ทันใดนั้นนางกลับเห็นเซี่ยหง สาวใช้คนสนิทที่ถูกโจรภูเขาฆ่าตายเพราะได้ช่วยนางเอาไว้!
นางลุกขึ้นนั่งตัวตรงทันที และมองไปที่เซี่ยหงด้วยความร้อนใจ
“บัดนี้เป็นปีใดแล้ว วันที่เท่าใดกัน?”
เมื่อเซี่ยหงเห็นนางมีสีหน้าจริงจัง จึงรีบตอบกลับ
“เรียนฮูหยิน ตอนนี้เป็นปีที่หนึ่งร้อยยี่สิบสามราชวงศ์ต้าอวิ๋น วันที่สิบ เดือนสามเจ้าค่ะ”
เสิ่นชิวฉือจำได้อย่างแม่นยำว่า นี่เป็นเดือนแรกหลังจากนางแต่งงานกับเซียวเฉิงอวี้!
เซียวเฉิงอวี้ในตอนนี้ยังไม่ใช่ท่านโหว ยังรู้จักกันในนามนายน้อยรองตระกูลเซียว
ท่านโหวในตอนนี้คือพ่อสามีของนาง เซียวจิ้นจง
เนื่องจากพ่อสามีเลือกข้างผิด สนับสนุนองค์ชายพระองค์อื่น เมื่อไม่นานจึงถูกฮ่องเต้พระองค์ใหม่ตรวจสอบยึดทรัพย์สิน
เสิ่นชิวฉือเปิดผ้าห่มออก แล้วสวมเสื้อผ้าไปพร้อมกับเอ่ยสั่งการ
“ไปเบิกเงินจากคลังมาห้าหมื่นตำลึง”
ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จะเกิดโรคระบาดขึ้นในเมืองจิงเมื่อถึงตอนนั้น ราคาของยาสมุนไพรและอาหารจะพุ่งสูงขึ้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
เมื่อชาติก่อน นางก็สัมผัสได้ถึงโอกาสทางการค้าในช่วงเริ่มต้นของโรคระบาด แต่กลับแจกจ่ายยาสมุนไพรและอาหารที่สะสมไว้อย่างยากลำบากออกไปในนามของตระกูลเซียว ทำให้ตระกูลเซียวได้รับชื่อเสียงที่ดี และทำให้ตระกูลเซียวได้มีโอกาสปรากฏตัวต่อหน้าหน้าฮ่องเต้พระองค์ใหม่อีกครั้ง
ตอนนี้นางไม่มีทางโง่ขนาดนั้นอีกแล้ว นางจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ในการวางแผนเพื่อตัวเอง
เซี่ยหงรีบตอบกลับทันทีว่า “เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้!”
เซี่ยหงเพิ่งจะออกไป เสิ่นชิวฉือก็เดินไปช้า ๆ แล้วหยุดลงที่ตรงกระจกทองสัมฤทธิ์
มองใบหน้าสวยสดมีเสน่ห์ของตัวเองในกระจก นางสาบานกับตัวเองในใจ
เซียวเฉิงอวี้! ข้าจะทำให้เจ้าชดใช้ทุกสิ่งที่ทำไว้ในชาติที่แล้ว!
ไม่นานนัก เซี่ยหงก็กลับมามือเปล่า และข้างหลังของนางก็มีชายร่างผอมวัยกลางคนไว้หนวดเคราแพะตามมาด้วย นั่นก็คือโจวเต๋อ ผู้ดูแลบัญชีประจำจวนโหว
“ท่านมาได้อย่างไร? ข้าจำได้ข้าไม่ได้เชิญท่านมา”
โจวเต๋อกระแอมเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
“ฮูหยินน้อยรอง ข้าน้อยได้รับคำสั่งให้มาสอนกฎระเบียบให้กับท่านขอรับ!”
“เงินห้าหมื่นตำลึงเป็นเงินจำนวนมหาศาล ท่านในฐานะฮูหยินที่แต่งเข้ามาใหม่ ไม่มีสิทธิ์เบิกเงินจำนวนนี้ จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากฮูหยินผู้เฒ่าก่อนถึงจะเบิกได้ขอรับ”
เสิ่นชิวฉือนั่งบนเก้าอี้ ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ กวาดมองผู้ดูแลบัญชีด้วยสายตาเย็นชา
“ช่างน่าขันสิ้นดี! “ข้าเบิกสินเดิมของข้าเอง ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้อื่นตั้งแต่เมื่อใดกัน!”
“ท่านลองคำนวณให้ดี ๆ ว่าตอนนี้เงินในคลังของจวนโหวมีสินเดิมของข้าอยู่เท่าใด! แล้วทรัพย์สินของจวนโหวเองนั้นมีอยู่เท่าใดกัน!”
ก็แค่สตรีนางหนึ่ง สินเดิมจะมีเท่าใดกันเชียว!
ผู้ดูแลบัญชีรีบเปิดดูสมุดบัญชีอย่างหงุดหงิด
“คำนวณก็ได้”
แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังให้เกียรติเขา นางฮูหยินน้อยผู้นี้ช่างไม่เห็นหัวผู้อื่นเสียเลย
วันนี้เขาจะสั่งสอนนางฮูหยินน้อยผู้นี้สักหน่อย ลดทอนความเย่อหยิ่งของนางลงเสียบ้าง
มุมปากของเสิ่นชิวฉือมีรอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นเล็กน้อย และมองไปที่เซี่ยหง
“ไปเอารายการบัญชีสินเดิมของข้ามา ให้ท่านผู้ดูแลบัญชีดูเสียหน่อยว่า ในจวนนี้มีเงินจำนวนเท่าใดที่เป็นของข้า และมีจำนวนเท่าใดที่เป็นของตระกูลเซียว”
โจวเต๋อรับรายการสินเดิมมาอย่างไม่เต็มใจนัก จากนั้นก็หยิบลูกคิดและสมุดบัญชีออกมาจากหน้าอกแล้วเริ่มคำนวณ
เมื่อไม่นานมานี้จวนโหวเพิ่งถูกยึดทรัพย์สิน จะยังมีเงินได้อย่างไรกัน
ยิ่งคำนวณสีหน้าของเขาก็ยิ่งซีดลง และเหงื่อเย็น ๆ ก็ยิ่งผุดขึ้นบนหน้าผากมากขึ้นเรื่อย ๆ
เสิ่นชิวฉือลุกขึ้น เดินไปตรงหน้าเขาช้า ๆ แล้วก้มหน้ามอง
“ตอนนี้บัญชีของจวนโหวไม่เหลืออะไร ของกิน ของใช้ ต่างก็อาศัยใช้เงินของข้าทั้งหมด! แม้แต่เงินเดือนของท่านก็มาจากข้า!”
“ถ้าอยากอยู่ในจวนโหวต่อ ก็เชื่อคำสั่งของข้า”
โจวเต๋อผู้นี้เป็นคนมีไหวพริบมาก เมื่อชาติก่อนนางก็ใช้เพียงกลอุบายเล็กน้อย ก็สามารถทำให้โจวเต๋อเชื่อฟังแต่โดยดี
ชาตินี้นางก็ไม่ได้ออกแรงอะไรมาก โจวเต๋อก็ก้มคำนับไม่หยุดทันที
“ข้าน้อยรับทราบแล้วขอรับ!”
“นับจากวันนี้เป็นต้นไป ข้าน้อยจะเชื่อฟังคำสั่งของฮูหยิน ไม่มีทางทรยศเด็ดขาดขอรับ!”
โจวเต๋อรีบถอยออกไป ไม่นานก็ให้คนส่งตั๋วเงินห้าหมื่นตำลึงมาที่เรือนของเสิ่นชิวฉือ
ชาตินี้กับชาติที่แล้วเวลาล่วงเลยไปนานมาก เสิ่นชิวฉือเองก็จำไม่ได้ชัดเจนว่าสินเดิมของตัวเองมีอะไรบ้าง จึงเริ่มเปิดดูรายการสินเดิมของตัวเอง
พบว่าทุกเจ็ดวันเซียวเฉิงอวี้จะเบิกหนึ่งร้อยตำลึงจากสินเดิมของนาง แล้วออกไปจากเรือน
เมื่อชาติก่อนนางก็เคยเห็นรายการใช้จ่ายนี้ในบัญชี เซียวเฉิงอวี้แค่บอกว่าเงินเหล่านี้ใช้เพื่อปลอบขวัญผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า ๆ ของจวนโหว
นางก็เชื่อ และยังกำชับให้เซียวเฉิงอวี้เอาเงินไปเพิ่ม อย่าทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า ๆ ผิดหวัง
แต่ตอนนี้คิดดูดี ๆ แล้ว ก่อนที่จวนโหวจะถูกยึดทรัพย์สินก็เริ่มเสื่อมโทรมอยู่แล้ว จะมีผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า ๆ ให้ปลอบขวัญเสียที่ใดกัน
ที่มาที่ไปของเงินจำนวนนี้ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก
วันต่อมาก็เป็นวันที่เซียวเฉิงอวี้ถอนเงินออกไป เสิ่นชิวฉือพาเซี่ยหงสะกดรอยตามเซียวเฉิงอวี้ไปอย่างเงียบ ๆ
เซียวเฉิงอวี้ออกจากจวนโหว มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนหลังหนึ่งทางทิศใต้ของเมือง เขาผลักประตูเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว
ในเรือนก็มีเสียงทักทายออดอ้อนดังออกมาทันที
“เฉิงอวี้ ท่านมาแล้วหรือ?”
เสิ่นชิวฉือหลบอยู่ที่มุม แอบมองผ่านร่องประตูเข้าไป เห็นเพียงหญิงสาวในชุดสีชมพูคนหนึ่งยืนอยู่ในเรือน ใบหน้าแววตาดูมีเสน่ห์เหลือเกิน คนผู้นี้ก็คือหลี่หว่านหรู!
หลี่หว่านหรูรีบเดินออกมาข้างหน้า คล้องแขนของเซียวเฉิงอวี้อย่างสนิทสนม บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ข้าคิดว่าวันนี้ท่านจะไม่มาแล้วเสียอีก”
เซียวเฉิงอวี้ยื่นมือออกไปหยิกแก้มของนางเบา ๆ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรักใคร่
“สัญญากันไว้แล้วว่าวันนี้จะมาหาเจ้า จะไม่มาได้อย่างไรกัน?”
“เงินนี่ให้เจ้า เจ้าเอาไปซื้อของที่เจ้าชอบเถิด”
หลี่หว่านหรูรับเงินมา แล้วยิ้มหวานมากยิ่งขึ้น
“ก็มีแต่ท่านที่รักข้ามากที่สุด...”
เสิ่นชิวฉือที่หลบอยู่นอกประตู รู้สึกเพียงว่ามีความหนาวเย็นพุ่งขึ้นมาจากฝ่าเท้าขึ้นไปจนถึงศีรษะ
ดูจากท่าทางของทั้งคู่แล้ว เกรงว่าพวกเขาสองคนน่าจะคบหากันมาก่อนที่นางจะแต่งเข้าไปในตระกูลเซียวแล้ว
เซียวเฉิงอวี้ พวกเจ้าหลอกลวงข้าได้เจ็บแสบยิ่งนัก!
คุณอาจจะชอบ





