ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ได้กลับมาครานี้...ข้าจะไม่แต่งงาน

ได้กลับมาครานี้...ข้าจะไม่แต่งงาน

ฉินเซี่ยหรูต้องจบชีวิตลงด้วยความตรอมใจ หลังถูกหวงจิงอวี่ผู้เป็นสามีทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวและรับอนุเข้าจวนมากมายจนนางไร้อำนาจ ทว่านางกลับได้รับโอกาสที่สองให้มาเกิดใหม่ในร่างหลานสาววัยเจ็ดขวบที่เคยขี้โรคจนร่างกายกลับมาแข็งแรงอย่างปาฏิหาริย์ แม้จะตั้งมั่นว่าจะไม่ขอผูกพันกับชายใดอีกเพื่อเลี่ยงโศกนาฏกรรมเดิม แต่เมื่อได้พบกับนักปราชญ์หนุ่มผู้แสนดี หัวใจที่เคยบอบช้ำก็เริ่มเปิดใจเรียนรู้รักแท้ที่นางไม่เคยได้รับเลยในชาติก่อน
ตอน
แชร์

ตอน 3

แปดปีก่อน

สตรีที่มีดวงหน้างดงามราวกับเทพเซียน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมกลายเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วทั้งเมืองฮวาหลาน บัดนี้นางกำลังเดินชื่นชมตลาดที่อยู่กลางเมืองในยามเชิน ด้านหลังมีสาวรับใช้เดินติดตามนางถึงสองคน ร่างบางหยุดยืนเลือกเครื่องประดับอยู่ที่ร้านข้างทาง

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ชิ้นนี้งามเหมาะกับคุณหนูยิ่งนักเจ้าค่ะ” หุ้ยเจินสาวรับใช้ออกความคิดเห็นทันทีที่เห็นคุณหนูของนางลังเลกับการเลือกเครื่องประดับตรงหน้าซึ่งเป็นกำไลหยกขาวและหยกสีเขียว

“จริงหรือหุ้ยเจิน” เสียงหวานเอ่ยถามออกมา

“จริงเจ้าค่ะ”

“บ่าวก็เห็นด้วยกับพี่หุ้ยเจินเจ้าค่ะ” ชีโยวสาวรับใช้อีกคนของคุณหนูใหญ่สกุลฉินแสดงความคิดเห็นออกมาเช่นกัน

“ถ้าเช่นนั้น ข้าเอาชิ้นนี้แหละจ้ะ” หุ้ยเจินหยิบเงินจ่ายให้กับคนขายทันที ส่วนชีโยวเป็นคนรับเครื่องประดับชิ้นนั้นมาเก็บไว้ให้คุณหนูของนาง

สาวงามวัยแรกแย้มยามเยื้องย่างไปทิศทางใดก็มักจะเป็นจุดสนใจของเหล่าบุรุษ ปีนี้ฉินเซี่ยหรูมีอายุได้สิบหกปีแล้ว ปีที่ผ่านมานางเพิ่งจะเข้าพิธีปักปิ่นไป แต่เป็นเพราะนางยังมิได้เร่งรีบที่จะออกเรือนจึงอยู่กับบิดามารดามาจนถึงวันนี้ ในขณะที่ฉินเซี่ยหรงผู้เป็นน้องสาวที่อายุห่างกันเพียงหนึ่งปีได้ออกเรือนไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน กับจอหงวนจากสกุลโจวเพราะทั้งสองคนรักกันด้วยใจ สำหรับฉินเซี่ยหรูนางมิอาจรู้ว่าความรักคือสิ่งใดจนได้พบกับเขาผู้นี้

“เขาคือผู้ใดกันหรือ” บุรุษรูปงามที่ขี่ม้าผ่านหน้านางไปไม่แม้แต่จะมองมายังนางเช่นเดียวกับบุรุษคนอื่น

“แม่นาง… นั่นคือใต้เท้าหวง หวงจิงอวี่ หัวหน้าองครักษ์หน่วยเสือดำ บุตรชายคนโตของสกุลหวง เขาสอบขุนนางผ่านตั้งแต่อายุยังน้อย ยามนี้น่าจะอายุราวๆ สิบเก้าปีแล้วเจ้าค่ะ” เจ้าของร้านซาลาเปาที่นางหยุดอยู่หน้าร้านเอ่ยขึ้นมาทันทีที่ได้ยินสตรีตรงหน้าเอ่ยถามสาวรับใช้ที่ติดตาม

“ใต้เท้าหวงหรือจ๊ะ อายุสิบแปดได้เป็นใต้เท้าแล้วหรือ” เสียงหวานเอ่ยถามออกมาด้วยความสนใจ แต่ก็ยังคงสงวนท่าทีของตนเพื่อมิให้เกินงาม

“ใช่เจ้าค่ะ เขาเป็นบุรุษที่โดดเด่นในเมืองฮวาหลาน มีตระกูลขุนนางและพ่อค้าอยากที่จะยกบุตรีให้แต่งงานกับเขา แต่ยามนี้เขายังมิได้เลือกสตรีนางใดไปเป็นภรรยาเอกเลยเจ้าค่ะ”

ฉินเซี่ยหรูพยักหน้าให้กับเถ้าแก่เนี้ยที่บอกเล่าเรื่องราวของบุรุษหนุ่มที่น่าสนใจให้นางได้ฟัง จากนั้นนางจึงเดินนำสองสาวรับใช้คนสนิทไปยังรถม้าของจวนสกุลฉินที่หยุดรอรับนางอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมซีไหลเพื่อกลับจวน

จวนสกุลฉิน

ขณะที่คุณหนูใหญ่กำลังลงจากรถม้า นางก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่ได้เห็นว่ามีรถม้าของผู้มาเยือนยังจวนของนาง ร่างบางเดินนำสองสาวรับใช้เข้าไปด้านใน แต่ขณะที่กำลังจะเดินผ่านเรือนใหญ่ บ่าวรับใช้ในเรือนกลับเรียกนางเอาไว้ เท้าที่กำลังจะก้าวเดินกลับเรือนนอนของตนต้องชะงักแล้วเปลี่ยนทิศทางไปยังเรือนรับรอง ณ ยามนี้มีผู้มาเยือนซึ่งนางมิเคยได้พบหน้าที่ไหนมาก่อน สตรีรูปร่างท้วมวัยน่าจะใกล้เคียงกับมารดานั่งคุยกับบิดาและมารดาของนางอยู่

“หรูเอ๋อร์… กลับมาแล้วหรือลูก มาคารวะท่านป้าจินม่ายก่อนเร็ว”

เสียงของมารดาที่ฟังดูยินดีเมื่อได้เห็นหน้านางดังขึ้นทันทีที่ฉินเซี่ยหรูเดินเข้าไปถึง สตรีที่มาเยือนหันมามองหน้าพร้อมทั้งแอบใช้สายตาสำรวจร่างกายของผู้มาใหม่พลางยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

“หรูเอ๋อร์… คารวะท่านป้าจินม่ายเจ้าค่ะ” นางเดินไปหยุดอยู่กลางห้องโถงที่มีเก้าอี้อยู่สองฝั่ง แต่ขณะนี้ฝั่งขวามีสตรีที่นางคำนับนั่งอยู่ก่อนแล้ว

“อืม… ตามสบายหรูเอ๋อร์….”

คุณหนูใหญ่สกุลฉินจึงเดินไปนั่งฝั่งทางซ้ายอย่างเรียบร้อย กิริยามารยาทที่งดงามสมกับเป็นสตรีที่เป็นที่หมายปองของบุรุษทั้งเมืองทำให้สตรีที่มาเยือนรู้สึกพอใจ

หวงฮูหยินหรือ หวงจินม่าย วันนี้ที่นางมาเยือนจวนสกุลฉินเป็นเพราะอยากจะมาดูตัวสตรีไปเป็นภรรยาเอกให้กับบุตรชายคนโตอย่างหวงจิงอวี่ที่วันๆ เอาแต่จับดาบ ออกลาดตระเวนมิยอมเอ่ยปากอยากมีคู่ครองสักที จนอายุอานามก็ล่วงเลยไปสิบเก้าปีย่างยี่สิบปีแล้ว นางจึงต้องออกมามองหาสตรีที่เหมาะสมไปเป็นภรรยาเอกให้แก่บุตรชาย สกุลหวงยังต้องการทายาทเพื่อสืบสกุลต่อไปเพราะมีหวงจิงอวี่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียว ที่เหลือคือบุตรีอีกสามคน

“งดงาม กิริยาเรียบร้อยสมกับเป็นหญิงงามแห่งเมืองฮวาหลานจริงๆ” หวงฮูหยินเอ่ยชมสตรีวัยแรกแย้มตรงหน้าออกมาจากใจจริง

“กว่าจะได้แบบนี้น้องก็สั่งสอนอยู่นานหลายปีเลยเจ้าค่ะ” มารดาของฉินเซี่ยหรูเอ่ยพลางหัวเราะออกมา เรียกเสียงหัวเราะจากผู้มาเยือนเช่นกัน

“ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเจ้าเก่งมากแล้วแหละน้องหญิง” หวงฮูหยินหันไปคุยกับฉินฮูหยินอย่างชอบใจ

นางอยู่พูดคุยเพื่อสังเกตเด็กสาวนานเกือบครึ่งชั่วยามก่อนที่จะขอตัวกลับไป ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น ฉินเซี่ยหรูจึงได้รับรู้ว่าท่านป้าที่มาเยือนเป็นมารดาของบุรุษผู้นั้น บุรุษที่มิชายตาแลมองนางเลยสักนิดในตลาดเมื่อยามเชิน

หลังจากหวงฮูหยินเดินทางออกจากจวนสกุลฉินไปแล้ว ใต้เท้าฉินกับฉินฮูหยินก็บอกให้บุตรสาวคนโตอยู่พูดคุยกันก่อนที่นางจะกลับเรือนกลาง ซึ่งเป็นเรือนนอนของนาง

“เจ้าพอจะทราบแล้วใช่หรือไม่ว่าท่านป้าหวงเขามาที่นี่เพื่อเหตุใด” บิดาเป็นฝ่ายเอ่ยถามออกมาก่อน

“มาเยี่ยมท่านพ่อกับท่านแม่ใช่หรือไม่เจ้าคะ” แน่นอนว่านางพอจะคาดเดาออกแม้จะมิได้ยินกับหูว่าหวงฮูหยินต้องการที่จะสู่ขอนางให้ไปเป็นภรรยาเอกให้กับบุตรชาย หวงจิงอวี่ ฉินเซี่ยหรูมิได้รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจจนเกินงาม แต่นางก็ปิดบังแววตาที่แสดงออกถึงความพอใจไม่มิด

“หึๆ เจ้าแกล้งเย้าพ่อเล่นใช่หรือไม่” ใต้เท้าฉินมองออกว่าบุตรีของตนมิได้โง่เขลา นางมองออกหากมีผู้ใหญ่ที่มิเคยมาเยี่ยมเยือนที่จวนมาก่อนแล้วมาเยี่ยมเยือนเช่นนี้ต้องเป็นเรื่องทาบทามสู่ขอนางไปเป็นสะใภ้เข้าสกุลเขาเป็นแน่

“คิกๆ ลูกทราบเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ ท่านป้าหวงมาดูตัวลูกใช่หรือไม่เจ้าคะ” ฉินฮูหยินพยักหน้าก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น

“แล้วเจ้าคิดว่าเช่นไร กับสกุลหวงแม่ว่าดีนะ โอกาสในภายภาคหน้าเจ้าอาจจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์ตามว่าที่สามีเพราะแม่ได้ยินว่าบุตรชายของสกุลหวงได้เป็นหัวหน้าองครักษ์ตั้งแต่อายุเพียงสิบแปด ยากนะที่จะหาคนที่เหมาะสมกับเจ้าได้ถึงเพียงนี้”

แม้ในใจของฉินเซี่ยหรูจะบอกว่าเร็วเกินไปสำหรับเรื่องแต่งงาน แต่นางก็มิอาจปฏิเสธได้ว่านางถูกใจใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษท่าทางสง่างามผู้นั้น และนางก็มิคิดว่าในเมืองฮวาหลานแห่งนี้จะมีบุรุษใดเหมาะสมกับนางเท่าเขาอีกแล้ว

“มันก็จริงอย่างที่ท่านแม่กล่าว.. เรื่องนี้ลูกให้ท่านพ่อกับท่านแม่ตัดสินใจแทนข้าได้เลยเจ้าค่ะ”

คำตอบของบุตรสาวเรียกรอยยิ้มแห่งความดีใจที่ปิดไม่มิดออกมาจากทั้งใต้เท้าฉินและฉินฮูหยิน มีผู้ใดบ้างจะมิอยากให้บุตรสาวของตนได้แต่งงานกับบุรุษที่มีหน้าที่การงานที่ดี

สามวันต่อมาแม่สื่อจึงนำของสินสอดมาส่งให้แก่เจ้าสาวที่บ้านก่อนที่จะให้แต่งออกเรือนไปในอีกเจ็ดวันข้างหน้าตามฤกษ์ยามที่ฝ่ายสกุลหวงหามา ในขณะที่ฝ่ายเจ้าสาวรู้สึกยินดีไปกับการได้เกี่ยวดองกับสกุลหวงในครานี้ แต่ทว่ามิใช่กับว่าที่เจ้าบ่าวอย่างหวงจิงอวี่ เขามิได้ชื่นชอบสตรีที่มีความเก่งกาจเพียงแค่ในจวนหรือเป็นบุตรีของขุนนาง แต่เขากลับชื่นชอบสตรีที่เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา และเขาก็มีคนที่เขารักอยู่แล้ว

“ท่านแม่… เหตุใดท่านมิปรึกษาข้าก่อนขอรับ ข้ามิอยากได้สตรีที่งามแต่รูปมาเป็นภรรยา”

เขาบ่นออกมาทั้งๆ ที่ยังมิได้เห็นหน้าว่าที่ภรรยาเลยสักครั้ง เขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงของนางที่เหล่าบุรุษเอาไปพูดคุยกันถึงความงดงาม แต่ความงามมิใช่สิ่งที่เขาต้องการ

“ถือว่าแต่งเพื่อสกุลหวงของเราก็แล้วกันนะอวี่เอ๋อร์… ให้นางมาเป็นภรรยาเอกให้ผู้คนภายนอกได้ชื่นชม แล้วเจ้าจะรับอนุมากี่คนแม่ก็จะไม่ว่า” หวงฮูหยินเกลี้ยกล่อมบุตรชาย

“และอีกอย่างแม่ได้พบนางแล้วสองครั้ง นางมิได้มีดีเพียงแค่รูปโฉมเช่นที่เจ้ากล่าวมาหรอกนะ แต่นางยังทำอาหารเก่ง เรื่องเย็บปักก็เป็นเลิศ ฉินที่เจ้าฝึกมิเคยได้นางก็ดีดได้อย่างคล่องแคล่ว หาสตรีที่ดีและเพียบพร้อมเช่นนี้มิได้อีกแล้วนะ สำหรับภรรยาเอกเจ้าก็รู้ว่าต้องเป็นบุตรีที่แต่งมาจากภรรยาเอกเท่านั้น เห็นแก่แม่เถิด หลังจากแต่งงานกันไป เจ้าอาจจะเปลี่ยนใจก็เป็นได้”

“เช่นนั้นก็ได้ขอรับ ข้าจะยกตำแหน่งภรรยาเอกให้กับนาง” แต่ความรักเขามิอาจให้นางได้ หรือแม้แต่สัมผัสร่างกายนางเขาก็มิอยากทำ

“ดีๆ เจ้าเป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อกับแม่มากที่สุดอวี้เอ๋อร์ อย่าลืมว่าลูกคือความภูมิใจของสกุลหวงของเรา”

หวงฮูหยินเอ่ยออกมาอย่างวางใจ ขอเพียงบุตรชายยอมแต่งบุตรีสกุลฉินเข้ามา ก็สามารถทำให้ภายในจวนของนางมั่นคงได้ เพราะมีลูกสะใภ้คนโตที่เพียบพร้อมจนสกุลอื่นต้องพากันอิจฉาริษยา

หวงจิงอวี่คำนับลาบิดามารดาก่อนที่จะขอตัวกลับหน่วยเสือดำ สถานที่ทำงานที่เขาพอใจและมีใครบางคนรอคอยเขาอยู่ไม่ไกลจากที่แห่งนั้นโดยที่บิดาและมารดามิเคยรับรู้เรื่องที่เขาปิดบังเอาไว้มาก่อนเลย

เจ็ดวันต่อมา

จวนสกุลฉินถูกประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแพรสีแดงรวมไปถึงโคมไฟสีแดง ชุดผ้าแพรไหมปลิวสไวไปตามแรงลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างเอื่อยๆ ร่างเล็กของสาวแรกแย้มที่ต้องออกเรือนในวันนี้กำลังถูกแต่งหน้าและทำผมตั้งแต่ยามเหม่าเพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวซึ่งถือเป็นครั้งเดียวในชีวิตของสตรี

“ตื่นเต้นหรือไม่เจ้าคะท่านพี่” น้องสาวคนรองเอ่ยถามพี่สาวขณะที่ลงมือแต่งหน้าให้นาง

“อืม… คราก่อนที่เจ้าแต่งพี่ว่าน่าตื่นเต้นแล้ว แต่พอมาเป็นคราของตัวเองบ้าง พี่กลับรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่า”

“เรื่องนั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้วล่ะเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่” หุ้ยเจินบอกคุณหนูของตน นางและชีโยวก็จะได้ติดตามคุณหนูใหญ่ของนางออกไปอยู่ที่จวนสกุลหวงด้วยเช่นกัน

“หุ้ยเจิน ชีโยว แต่นี้ต่อไปข้าฝากดูแลพี่ใหญ่ของข้าด้วยนะ” คุณหนูรองฉินเซี่ยหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงห่วงใย นางรู้สึกเห็นใจที่พี่สาวต้องออกเรือนไปกับบุรุษที่นางมิได้รัก แต่นางแต่งออกไปก็เป็นเพราะเห็นแก่หน้าบิดามารดา

“บ่าวสองคนจะดูแลคุณหนูใหญ่เป็นอย่างดี คุณหนูรองสบายใจได้เจ้าค่ะ”

ชีโยวรับปากคุณหนูรอง ฉินเซี่ยหรูพยักหน้าขึ้นลงด้วยความสบายใจก่อนที่ทั้งสตรีสี่นางจะหยุดการสนทนาแล้วรีบแต่งตัวให้เจ้าสาว ซึ่งขบวนเจ้าบ่าวจะเดินทางมารับไปทำพิธีต่อที่จวนสกุลหวงในยามเฉินหลังจากทำพิธียกน้ำชาส่งตัวจากบ้านเจ้าสาวเสร็จ ฉินเซี่ยหรูในยามนั้นมิได้รู้เลยว่า เส้นทางที่นางเลือกเดินไปคือทางที่ทำให้นางต้องทุกข์ใจไปจนวันสุดท้ายของชีวิตของนาง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KML” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KML
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน
9.2
เมื่อความภักดีที่ไป๋ชิงมีให้ลู่เฉินถูกตอบแทนด้วยความเฉยเมยและการรับอนุเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า นางจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ด้วยการหย่าขาด แม้ลู่เฉินจะยินยอมปล่อยไปอย่างง่ายดายในตอนแรก แต่ไม่นานเขากลับตามตื๊อขอคืนดีอย่างน่าประหลาดใจ ทว่าหัวใจที่บอบช้ำของไป๋ชิงไม่มีวันหวนกลับ นางตั้งมั่นจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าหาคู่ชีวิตคนใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมพิสูจน์ให้คนทั้งใต้หล้าได้เห็นว่าหญิงหม้ายเช่นนางก็สามารถเริ่มต้นชีวิตรักครั้งใหม่ที่รุ่งโรจน์ได้โดยไม่ต้องง้ออดีตสามี
หน้าปกนวนิยาย แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบความจริงอันโหดร้ายเมื่อลูกทั้งห้าต้องอดอยาก และญาติสามีกำลังวางแผนขายลูกสาวของเธอ หญิงสาวเด็ดขาดที่จะไม่ยอมทนเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป เธอประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องลูก สวรรค์เข้าข้างเมื่อเธอค้นพบระบบร้านค้าลับที่ช่วยให้กักตุนเสบียงได้แบบไม่อั้น เธอแอบสร้างความมั่งคั่งเงียบๆ เมื่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเยือนและกวาดล้างหมู่บ้าน ญาติจอมละโมบต้องเผชิญความอดอยากแสนสาหัส ทว่าครอบครัวของเธอกลับนั่งกินเนื้อและข้าวอย่างสุขสบายไร้กังวล ถือเป็นการแก้แค้นที่สาสม
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย ย้อนรอยอดีตรัก
8.3
หญิงสาวผู้ถูกสามีที่ไว้ใจที่สุดทรยศอย่างเลือดเย็น เขาใช้มีดกรีดหัวใจของเธอเพื่อมอบให้แก่น้องสาวต่างมารดา ในลมหายใจสุดท้าย ชายที่เธอเคยชิงชังและหลบหนีกลับเป็นเพียงคนเดียวที่พยายามเข้าช่วยชีวิตเธออย่างสุดความสามารถ แม้ความเสียใจจะสายเกินไปในวาระสุดท้าย แต่หากปาฏิหาริย์มีจริงและเธอสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เธอสาบานว่าจะเชื่อฟังและมอบความรักให้แก่เขาผู้เป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวเพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เคยทำไว้ในอดีต
หน้าปกนวนิยาย ชายาตัวร้ายของท่านอ๋องอำมหิต
8.9
จากอดีตฮองเฮาผู้ทะเยอทะยานที่ต้องจบชีวิตลงด้วยข้อหากบฏจากน้ำมือสวามีตนเองอย่างไม่เป็นธรรม จิตวิญญาณของนางได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลาย ในชาตินี้นางขอสาบานว่าจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางเดิมเพื่อเป็นหงส์คู่บัลลังก์ของฮ่องเต้ใจอำมหิตผู้นั้นอีกต่อไป แต่จะขอใช้ชีวิตใหม่ที่ได้รับมาเพื่อเป็นผู้กำหนดทิศทางและลิขิตความเป็นไปในอนาคตของตนเองด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์อสุรา
8.6
จ้าวจื่อรั่วบุตรสาวอนุภรรยาวัยสิบหกถูกบังคับสลับตัวเพื่อวิวาห์กับกู้ตงหยาง แม่ทัพปีศาจผู้แสนโหดเหี้ยม ณ ชายแดนใต้ แม้ฐานะคือฮูหยินเอกแต่เขากลับเย็นชาใส่ ยกเว้นเพียงยามอยู่บนเตียงที่แผดเผานางด้วยไฟปรารถนา กู้ตงหยางตราหน้านางว่าคนสกุลจ้าวคือพวกปลิ้นปล้อนและประกาศกร้าวว่าจะทำให้นางพบแต่ความทุกข์ระทมเพื่อชดใช้ความผิด หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวทำได้เพียงนิ่งรับชะตากรรมพลางตั้งคำถามว่าชีวิตนี้จะยังมีโอกาสสัมผัสความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่