ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน

ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน

เซิ่งหนานหยินได้รับโอกาสเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อทวงคืนความยุติธรรม หลังจากชาติก่อนเธอต้องสูญเสียทุกอย่างจากการถูกคนรักหักหลังและครอบครัวสามีทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตพร้อมลูกในครรภ์ ครั้งนี้เธอจึงกลับมาเพื่อล้างแค้นคนชั่วและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลเซิ่งให้รุ่งโรจน์ถึงขีดสุด ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นที่ดุเดือด ซีอีโอหนุ่มผู้แสนเย็นชาจากอดีตกลับเปลี่ยนท่าทีมาคอยตามตื๊อและร้องขอโอกาสในการแต่งงานครั้งใหม่กับเธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตอน
แชร์

ตอน 2

เขาพูดเสียงแข็งราวกับเซิงหนานอิงเป็นขโมยที่แอบหยิบสร้อยไปโดยพลการ

“เธออยู่ไหน? ฉันสัญญากับเสวี่ยเว่ยแล้วว่าจะให้ฟู่เสวี่ยเว่ยใส่สร้อยนี้ไปงาน รีบเอามาคืนเดี๋ยวนี้!”

เซิงหนานอิงส่งบัตรเชิญให้ผู้จัดการตรงประตูทางเข้า พลางหัวเราะใส่โทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“สร้อยเส้นนี้เป็นสมบัติแต่งงานที่ฉันเอาติดตัวมาจากตระกูลเซิง คนอื่นมีสิทธิ์ตัดสินใจตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าตระกูลฟู่ผู้ยิ่งใหญ่ก็ถังแตกจนต้องหยิบเอาสมบัติแต่งงานของภรรยาไปใช้?”

ฟู่หยานอันถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้หญิงที่ยอมให้ทุกอย่างเซิงหนานอิง กลับกล้าพูดจากระแนะกระแหนเขาในวันนี้?

เขาเปลี่ยนเสียงเป็นเย็นชากว่าเดิม “เซิงหนานอิง ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เอาสร้อยมาคืนเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอจะได้รู้ว่าพอฉันโกรธแล้วจะต้องเจอกับอะไร!”

ที่ผ่านมาเวลาเขาพูดเสียงแข็ง นั่นเป็นการบ่งบอกเป็นนัย ๆ ว่าใกล้จะหมดความอดทนเต็มทนแล้ว

การทำแบบนี้มักตามมาด้วยการบล็อกและลบชื่อทิ้ง แล้วก็มักจะสงครามเย็นที่กินเวลานับเดือน ไม่ว่าเซิงหนานอิงจะขอร้องอ้อนวอนแค่ไหน เธอก็ไม่เคยแม้แต่จะได้เห็นรอยยิ้มของเขาเลย

เมื่อนึกถึงชาติที่แล้วตัวเองเป็นราวกับสุนัข คอยกระดิกหางเพื่อขอความรักอันน้อยนิดจากฟู่หยานอัน เซิงหนานอิงรู้สึกเพียงว่ามันช่างน่าสะอิดสะเอียดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

“งั้นฉันก็จะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เอาสินสมรสของภรรยาไปให้ผู้หญิงอื่นใส่อย่างกับทำอัฐยายซื้อขนมยาย ฟู่หยานอันคุณเป็นผู้บริหาร หรือเป็นแมงดาห่ะ?”

เธอแค่นหัวเราะ “ถ้าชอบที่จะอารมณ์เสียงั้นก็เชิญอารมณ์เสียไป ขอให้คุณเป็นมะเร็งเต้านมตายไปซะเร็ว ๆ”

สิ้นคำ เธอก็ตัดสายทิ้งทันที ทิ้งให้ฟู่หยานอันโกรธจัดจนกระทืบเท้าไปมา

แต่ไหนแต่ไรมามีแต่เขาเท่านั้นที่เคยเป็นฝ่ายวางสายใส่เซิงหนานอิง เซิงหนานอิงกล้าวางสายใส่เขาตั้งแต่เมื่อไร?

ฟู่เสวี่ยเว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “พี่หยานอันคะ พี่หนานอิงคงหึงที่พี่พาฉันไปงานประมูลด้วยหรือเปล่า เลยจงใจไม่ยอมให้ยืมสร้อยเส้นนั้น?”

คำพูดนี้จุดชนวนความโมโหที่มีอยู่ของฟู่หยานอันให้คุกรุนขึ้นมาได้ในมันที

เขาสบถฮึดฮัด “ใช้มุกแบบนี้ดึงดูดความสนใจของฉันอีกแล้ว แต่งเข้าบ้านมาได้แค่ปีกว่า เซิงหนานอิงกลายเป็นผู้หญิงขี้อิจฉาแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่? !”

เมื่อรู้ว่าเซิงหนานอิงไม่ยอมยกสร้อยให้ตัวเอง ฟู่เสวี่ยเว่ยทั้งโกรธ และร้อนใจ แต่สีหน้ากลับแลดูเศร้าสร้อยปนผิดหวัง

“ช่างเถอะค่ะ ฉันไม่ไปงานเลี้ยงดีกว่าค่ะ แค่สร้อยเส้นเดียวพี่หนานอิงก็คอยหาเรื่องเสียแล้ว ถ้าฉันไปร่วมงานในฐานะคู่ควงของพี่อีก ฉันไม่รู้ว่าจะทำให้พี่หนานอิงเกลียดฉันมากขึ้นขนาดไหน!”

“เธออยากจะเป็นบ้าก็ปล่อยเธอบ้าไป ยังไงเสียถ้าจะต้องอับอายก็เป็นตระกูลเซิงนั่นแหละ!”

ฟู่หยานอันตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย

หลังจากระบายอารมณ์ออกมาแล้วเขาก็ลูบศีรษะฟู่เสวี่ยเว่ยเบา ๆ และพูดอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วง พี่จะให้เธอได้ใส่สร้อยมรกต และโดดเด่นในงานประมูลให้ได้!”

ดวงตาของฟู่เสวี่ยเว่ยเป็นประกาย รีบพุ่งเข้ากอดฟู่หยานอันและออดอ้อน “พี่ชายที่แสนดีของฉัน ฉันรักพี่ที่สุดเลย!”

ในขณะเดียวกัน ทางด้านเซิงหนานอิงที่เพิ่งเข้าสู่งานประมูล ก็มีผู้จัดการคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอเพื่อสอบถาม

“คุณนายฟู่ ขออนุญาตสอบถามว่าในงานประมูลครั้งนี้คุณได้เตรียมอะไรมาเข้าร่วมบ้างครับ?”

เซิงหนานอิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงที่มั่นใจว่า “งานประมูลครั้งนี้ ฉันต้องการใช้ชื่อของฉันเอง ไม่ใช่ในนามตระกูลฟู่ ไม่ทราบว่าจะได้ไหมคะ?”

ผู้จัดการอึ้งไปชั่วขณะ แต่ก็รีบตอบกลับไปอย่างสุภาพ “ได้แน่นอนครับ! ในงานประมูลนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้บริจาคเป็นหลักอยู่แล้วครับ”

เซิงหนานอิงพยักหน้ารับ ก่อนจะลูบไล้สร้อยคอมรกตที่ประดับอยู่บนลำคอของเธอ

“ของประมูลของฉัน ก็คือสร้อยเส้นนี้ล่ะค่ะ”

ผู้จัดการถึงกับเบิกตากว้างในทันที ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการประมูล เขาย่อมรู้ถึงมูลค่าของสร้อยเส้นนี้เป็นอย่างดี

“คุณผู้หญิงครับ ทางเราซาบซึ้งในความใจกว้างของคุณมาก แต่คุณคงทราบว่างานประมูลครั้งนี้เป็นงานเพื่อการกุศล ซึ่งเป็นงานที่ตระกูลเผยร่วมมือกับคนดังจากทั่วทุกสาขาอาชีพ ไม่ใช่การประมูลเชิงพาณิชย์นะครับ”

“สร้อยเส้นนี้ทำมาจากวัสดุที่หายาก แถมยังทำขึ้นโดยช่างฝีมือระดับสูง ใครดูก็รู้ได้ไม่ยากว่ามันมีอายุเก่าแก่ไม่น้อย เอามาประมูลในงานแบบนี้จะมากเกินไปไหมครับ?”

เซิงหนานอิงยกยิ้มมุมปาก เธอย่อมรู้อยู่แล้วว่าสร้อยเส้นนี้มีค่าเพียงใด เพราะมันเป็นสินสมรสที่คุณย่าหมอบให้เธอเองกับมือ เธอจึงไม่เคยคิดจะนำมันออกมาใช้ประมูลเลย

แต่เธอยังจำได้ดีว่าในชาติก่อน เพื่อดึงดูดความสนใจฟู่เสวี่ยเว่ยเคยเอาสร้อยเส้นนี้ไปประมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

คิดไม่ถึงว่าสร้อยเส้นนี้จะไปเตะตาเจ้าภาพงานอย่างคุณท่านผู้หญิงตระกูลเผยตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ไม่เพียงแต่ประมูลมันไปในราคาสูงลิ่ว แต่ยังเป็นสะพานให้ตระกูลฟู่ได้ร่วมงานกับตระกูลของเธอ จนตระกูลฟู่ขึ้นมาอยู่ในระดับสูงสุดของสังคมอีกด้วย

แต่ในฐานะเจ้าของสร้อยตัวจริงที่อยากได้ของคืน เซิงหนานอิงกลับถูกฟู่หยานอันตราหน้าว่าเป็นอีบ้า และถูกลากตัวออกจากงานไปขังไว้ในรถ

และไม่ให้เธอปรากฏตัวในงานสังคมอีกเลยแต่นั้นมา

แทนที่จะใช้เป็นสะพานให้คนอื่น สู้เธอเลือกใช้เป็นอาวุธเพื่อตัวเองจะดีกว่า

“ในเมื่อเป็นงานการกุศล ก็ต้องแสดงความจริงใจ และมีความตั้งใจอย่างแท้จริงค่ะ ฉันเชื่อว่านั่นก็คือเจตนาของคุณท่านผู้หญิงตระกูลเผยในการจัดงานนี้ด้วยเช่นกันค่ะ”

คำพูดนี้พูดได้อย่างมีวาทศิลป์ และฟังดูใจกว้าง แม้แต่ผู้จัดการยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธอในใจ

“แต่อย่างไรก็ตาม ฉันมีเรื่องเล็ก ๆ จะขอร้องค่ะ” เซิงหนานอิงยิ้มพลางกล่าว “ฉันอยากจะขึ้นเวทีไปเป็นแบบ และแนะนำสร้อยเส้นนี้ด้วยตัวเอง”

“เพราะฉันคิดว่าคงไม่มีใครรู้จักสร้อยเส้นนี้ดีไปกว่าฉันอีกแล้ว”

ผู้จัดการชะงัก เพราะคำขอนี้ถือว่าผิดธรรมเนียมไปบ้าง แต่เนื่องจากเป็นงานการกุศล พิธีการก็ไม่ได้สลักสำคัญเท่าไรนัก และในฐานะผู้บริจาคแล้ว ตราบใดที่คำขอของเซิงหนานอิงไม่มากเกินไป เขาก็ยินดีให้ความร่วมมือ

“ได้เลยครับ เมื่อขึ้นเวทีจะมีการแจ้งให้คุณผู้หญิงทราบล่วงหน้านะครับ”

การสนทนาของทั้งสองตกอยู่ในสายตาของชายสองคนที่อยู่ในห้องส่วนตัวชั้นสอง หนึ่งในนั้นสวมสูทสีแชมเปญ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกล่ำสันด้วยท่าทีที่มีเสน่ห์และโดดเด่นเกินใคร

“เยี่ยมหนิ คุณหนูตระกูลเซิงคนนี้ทำใจได้เก่งจริง ๆ ถึงกับยอมเอาสร้อยสุดล้ำค่ามาเข้าร่วมงาน แถมยังจะขึ้นเวทีด้วยตัวเอง ใครประมูลไปต้องมองเธอใหม่แน่ ๆ !”

เขาหันไปมองชายที่นั่งบนโซฟา ครึ่งหนึ่งของมองเห็นราง ๆ ในเงามืด “นายว่า เธอจะรู้ไหมว่าคุณย่าของนายอยากได้สร้อยเส้นนี้มานานแล้ว?”

เผยเช่อยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ก่อนจะแกว่งแก้วให้ของเหลวสีแดงไหลไปมา น้ำเสียงทุ่มลึก

“เธอแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาคนเดียวล่ะ?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จอมมารบงการรัก
9.8
อีธาน มาวาเลส มหาเศรษฐีหนุ่มสายเปย์ตัดสินใจเข้าหาเตชิลาเพราะความเข้าใจผิด โดยคิดว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงของชายแก่ที่เธอเรียกว่าป๋า แต่หลังจากถูกเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย อีธานที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นจึงวางแผนล่อลวงเพื่อทำลายเธอให้เจ็บปวด ทว่าเขากลับตกหลุมรักเหยื่อในเกมของตัวเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อความจริงเปิดเผยจนเตชิลาชิงชังเขาถึงขีดสุด เขาจึงต้องเลือกว่าจะยอมแพ้หรือจะเดินหน้าพิสูจน์ตัวเพื่อเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย กบฏรักหัวใจปรารถนา
9.6
อกัณห์ นักธุรกิจหนุ่มโสดวัย 35 ผู้พรั่งพร้อมด้วยฐานะแต่ไร้ศรัทธาในความรัก ต้องมาดูแลเด็กสาวกำพร้าวัย 18 ปีที่มีเป้าหมายชัดเจนในการพิชิตทั้งกายและใจของเขา ความใกล้ชิดท่ามกลางความแตกต่างของวัยและมุมมองชีวิตกลายเป็นชนวนเหตุของความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน แม้สาวน้อยจะเข้าถึงตัวเขาได้ไม่ยาก ทว่าการทลายกำแพงหัวใจที่เย็นชาของชายหนุ่มกลับเป็นบททดสอบที่แสนท้าทาย ทั้งคู่จึงต้องร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย หวานใจคุณพ่อลูกติด
8.5
โชคชะตาเล่นตลกกับน้ำหวาน สาวแว่นสุดมั่นที่ต้องมาเผชิญหน้ากับคุณคชา นักธุรกิจพ่อม่ายหนุ่มพราวเสน่ห์อีกครั้ง หลังคืนที่ความเมาทำให้เขาเข้าใจเธอผิดไปไกล ครั้งนี้เธอหนีไม่พ้นเมื่อต้องมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลหนูนิด ลูกสาววัยแปดเดือนสุดน่ารักของเขา ท่ามกลางความใกล้ชิดในบ้านหลังใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่เลี้ยงสาวกับคุณพ่อจอมรุกจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในนิยายรักโรแมนติกที่เต็มไปด้วยความละมุนและหัวใจพองโต
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เมียเด็กของคิรันท์
9.7
คิรันท์นักธุรกิจพันล้านผู้เย็นชาและไร้ศรัทธาในความรักได้พบกับเด็กสาวสู้ชีวิตที่เคยถูกทอดทิ้งโดยบังเอิญ จากความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้และหวงแหนที่ยากจะดับลงได้ เมื่อความใกล้ชิดหลอมละลายหัวใจที่แข็งกระด้าง เขาจึงยอมเปิดเผยตัวตนเพื่อเธอ ขณะที่เธอก็กล้าก้าวข้ามความเจ็บปวดในอดีตเพื่อเคียงข้างเขา ทั้งคู่ร่วมกันพิสูจน์ว่าช่องว่างของวัยไม่ใช่ความอุปสรรค เพราะรักแท้ที่มั่นคงและอบอุ่นนั้นขึ้นอยู่กับหัวใจสองดวงที่พร้อมจะผูกพันกันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เขย่าหัวใจยัยตัวแสบ
8.8
มิคเซอร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ใคร ถูกส่งมาไทยตามคำสั่งพ่อ เขาได้ลักพาตัวจุ๊บแจง นางแบบสาวสุดฮอตไปเพราะความเข้าใจผิดว่าเป็นคู่หมั้นของเพื่อน ทั้งที่ไม่รู้จักกันแต่เหตุการณ์กลับเลยเถิดจนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แม้เธอจะพยายามลืมและคิดว่าเป็นเพียงของเล่นของเขา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จุ๊บแจงต้องสับสนกับท่าทีของชายที่รักแต่ตัวเองคนนี้ พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมเขาถึงต้องการเธอทั้งที่มีคนในใจอยู่แล้ว ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะที่ซับซ้อน
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บบำเรอแค้น
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของสายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง เมมฟิส แคเมอรอน ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อน้องสาวเพียงคนเดียวตัดสินใจจบชีวิตตนเองลงเพราะความเสียใจจาก นีล เทอร์เนอร์ ดาราหนุ่มชื่อดัง เมื่อเขารู้ความจริงว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือ รีส เบคเลอร์ ดาราสาวสวยที่เป็นมือที่สามทำลายความรักจนเกิดโศกนาฏกรรม ความโศกเศร้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นไฟแค้นอันร้อนระอุ เขาพร้อมแลกทุกอย่างในชีวิตเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่เธอทำ