
ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน
ตอน 3
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เยี่ยนยื่ออันก็เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา รีบส่งสายตาให้เผยเช่อพร้อมหัวเราะเบา ๆ “นายไม่รู้หรอก เพราะตอนนั้นนายอยู่ต่างประเทศ เรื่องนี้เคยเป็นเรื่องซุบซิบกันไปทั้งเมืองจาวิลล์!”
“ฟู่หยานอันมีน้องสาวบุญธรรมที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ เซิงหนานอิงน่ะสิที่โง่ หอบเงินไปแต่งงาน ช่วยกอบกู้สถานการณ์การเงินให้ตระกูลฟู่ที่เกือบจะล้มละลายอยู่แล้ว ผลสุดท้าย แต่งไปเป็นปี ฟู่หยานอันก็ยังพาแต่ยัยน้องสาวบุญธรรมไปงานสังคมทุกงาน บ้านตระกูลฟู่เองก็เห็นแต่หัวน้องสาวบุญธรรมคนนี้ ส่วนเซิงหนานอิง...แต่งเข้าไปเป็นเหมือนแม่บ้านที่ไม่มีตัวตน แทบจะไม่มีใครให้ความเคารพ”
เยี่ยนยื่ออันเดาะลิ้นก่อนเล่า “นายดูเถอะ ไอ้ฟู่หยานอันมันคิดอะไรอยู่ พูดถึงรูปร่างหน้าตา มารยาททุกอย่าง ดูยังไงเซิงหนานอิงที่เคยดังเป็นที่หนึ่งในวงสังคมก็ต้องโดดเด่นกว่า ทำไมถึงเอาแต่ทิ้งไว้ที่บ้านไม่แตะต้อง แต่กลับไปเอาอกเอาใจน้องสาวบุญธรรมที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า……”
พูดเสร็จไปพักใหญ่ก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไร เมื่อหันไปจึงพบว่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาหายตัวไปแล้ว
“เฮ้ย ไม่สิ เฮียรอฉันก่อน……”
เซิงหนานอิงเพิ่งเซ็นเอกสารเสร็จและกำลังจะไปหามุมสงบเพื่อทานขนมสักหน่อย ก็ได้ยินเสียงอันดุดันดังมาจากด้านหลัง
“เซิงหนานอิง ใครอนุญาตให้เธอมางานเลี้ยงเองโดยที่ฉันยังไม่ได้เอ่ยปากห่ะ?”
เธอหันไปมองตามเสียง และก็ได้เห็นฟู่เสวี่ยเว่ยในชุดเจ้าหญิงแสนงามที่กำลังคล้องแขนฟู่หยานอันไว้ มองภายนอกสีหน้าดูไร้เดียงสา แต่ลึก ๆ ในแววตากับเต็มไปด้วยความสะใจ
“พี่หยานอันคะ อย่าอารม์เสียใส่พี่หนานอิงเลยค่ะ พี่หนานอิงอาจจะไม่ชอบใจที่พี่ควงฉันมางาน เลยจงใจมางานก่อนเพื่อทำให้พี่ลำบากใจ”
“เอางี้……”
เธอช้อนตามองไปยังฟู่หยาน แววตาเต็มไปด้วยความเสียใจ “ฉันกลับก่อนดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ทำให้พี่หนานอิงไม่พอใจ”
ฟู่หยานอันจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา มองข้ามชุดเจ้าหญิงที่ดูไม่เข้ากับสไตล์ของเธอ ชุดกีบเพ้าของเซิงหนานอิงกลับเสริมให้หุ่นของเธอดูโดดเด่นขึ้นมา
รูปร่างเพรียวบางที่งดงาม และท่วงท่าที่สง่างามทำให้เขานึกถึงวันที่เธออยู่ในตระกูลเซิง เป็นหญิงสาวที่งามสง่าทั่วทั้งเมืองเบรดเวลต้องจับตามอง
สูงส่งเกินเอื้อมแบบนั้น เย่อหยิ่งอย่างน่ารังเกียจ
เขาหัวเราะอย่างเย็นชา “นิสัยเย่อหยิ่งดั่งเจ้าหญิงเอาแต่ใจ ให้มาเป็นคู่ควงของฉันในงานใหญ่แบบนี้ มีแต่จะทำลายชื่อเสียงของตระกูลฟู่จนไม่เหลือดี”
เขาลูบมือปลอบฟู่เสวี่ยเว่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ตั้งแต่เด็กจนโตไม่ว่างานไหน เธอก็เป็นคู่ควงของพี่ และเธอจะเป็นคนเดียวตลอดไป”
ทั้งสองคนเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย เหมือนที่เคยเป็นมา ภายในคำพูดแทรกซึมเข้าไปยังส่วนลึกในใจของเซิงหนานอิง
“เฮ้อ คุณนายฟู่ทำไมต้องทำให้ตัวเองดูแย่ขนาดนี้ด้วยนะ? รู้ทั้งรู้ว่าสามีเอนเอียงไปทางน้องสาวบุญธรรม ยังพยายามจะแข่งทุกครั้ง แต่สุดท้ายก็โดนเหยียบย่ำเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง?”
ผู้คนรอบข้างพากันกระซิบกระซาบเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้
เซิงหนานอิงกลับยิ้มอย่างอ่อนโยน “นั่นน่ะสิ มีเสวี่ยเว่ยเป็นคู่ควงของหยานอัน ฉันโล่งใจขึ้นเยอะเลย”
ใครจะไปคิด วันนี้เซิงหนานอิงจะเปลี่ยนไปจากที่เคยอารมณ์ร้อนเอาแต่โวยวาย จู่ ๆ กลับทำตัวสงบเสงี่ยมเป็นแม่บ้านแม่เรือน
ฟู่เสวี่ยเว่ยชะงักไป เมื่อคิดว่าเซิงหนานอิงยอมจำนนเพราะโดนฟู่หยานอันสั่งสอน ขณะกำลังได้ใจ เซิงหนานอิงก็พูดขึ้นมาว่า
“ยังไงก็ดีกว่าผู้หญิงนอกบ้านที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเป็นไหน ๆ ”
ความโกรธแค้นวาบผ่านในดวงตาของฟู่เสวี่ยเว่ย
เธอแสร้งทำหน้าตาเศร้าสร้อย ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาขณะมองเซิงหนานอิง “พี่หนานอิงคะ ฉันรู้ว่าพี่ไม่พอใจที่พี่หยานอันดีกับฉันก็เลยตั้งใจจะหาเรื่องฉัน ฉันไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ พี่มีชาติตระกูลสูงส่ง ย่อมมีสิทธิ์เหยียดหยามคนอื่นได้เป็นธรรมดา”
“แต่อย่างไรเสียตระกูลฟู่ก็ไม่ใช่ตระกูลตาสีตาสาที่จะให้ใครมาเหยียบย่ำกันง่าย ๆ ถ้ามีเรื่องอะไรก็มาลงที่ฉันเถอะค่ะ ทำไมต้องใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจกันด้วยล่ะคะ?”
คำถามนี้ ทำให้ใจเซิงหนานอิงอยากจะหัวเราะเยาะนัก
เมื่อครั้งที่ทั้งสองตระกูลตกลงแต่งงานกัน เป็นตอนที่ตระกูลฟู่กำลังถดถอย สื่อมวลชนยังใช้คำว่า “ยอมลดตัวลงมาแต่ง” มาบรรยายจนกลายเป็นปมในใจของฟู่หยานอันมาตลอด
ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเรื่องชาติตระกูล เขาจะไวต่อคำพูดเหล่านั้นโดยมักจะรู้สึกว่าเซิงหนานอิงเหยียดหยามเขา จริง ๆ แล้วเป็นเพียงความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของเขาเอง
และเรื่องนี้ ฟู่เสวี่ยเว่ยรู้ดี เธอสามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกครั้งทีพูดว่าเซิงหนานอิงใช้ฐานะตัวเองเหยียดหยามผู้อื่น ฟู่หยานอันก็จะโกรธเคืองเซิงหนานอิงจนแทบระเบิด
และในตอนนี้ก็เช่นกัน ฟู่หยานอันหันไปตะคอกใส่เซิงหนานอิง “ขอโทษเดี๋ยวนี้!”
“ที่ผ่านมาฉันคิดว่าเธอแค่เป็นโรคเจ้าหญิงเอาแต่ใจไม่เห็นหัวใคร ตอนนี้ถึงขั้นหยาบคายไม่มีมารยาทเลยเหรอ ตระกูลเซิงสั่งสอนลูกสาวมาแบบนี้ใช่ไหม? ตระกูลเก่าแก่ร้อยปีอะไรกัน เฮอะ!”
เขาจ้องมองเซิงหนานอิงอย่างเย็นชา สายตาเต็มไปด้วยคำเตือน
“รีบขอโทษเสวี่ยเว่ย แล้วถอดสร้อยที่คอออกมาให้ฟู่เสวี่ยเว่ยซะ ถ้าเธอจริงใจพอ ฉันจะพิจารณาดูว่าจะให้อภัยเธอหรือไม่!”
น้ำเสียงของเขาที่ใช้กับเซิงหนานอิงเต็มไปด้วยการบังคับ คำพูดที่เย็นชาราวกับคำสั่ง
หากเป็นเมื่อก่อน เซิงหนานอิงที่เคยกลัวว่าเขาจะเป็นแบบนี้ คงทำตามทุกอย่างเพื่อเลี่ยงการถูกเขาเมินเฉยด้วยความเย็นชาเป็นเดือน ๆ แม้จะถูกข่มเหงอย่างไรก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย
แต่ครั้งนี้ เขาพูดออกมารุนแรงซะขนาดนี้ เซิงหนานอิงกลับไม่ยอมก้มหน้า……
“ว่าไงนะ! คุณจะให้ฉันคุกเข่าขอโทษน้องสาวบุญธรรมของคุณอย่างนั้นเหรอ? !”
คุณอาจจะชอบ





