
เธอพลาดที่ทิ้งฉัน
ตอน 2
“คุณแม่……”
ซูมู่เฉิงสูดลมหายใจเข้า แล้วก็แสร้งแสดงท่าทีอ่อนแอ “ถ้าพี่พูดแบบนี้แล้วมันทำให้พี่รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง งั้นก็ถือซะว่าฉันใส่ความพี่ก็แล้วกันค่ะ”
“เฉิงเฉิง ไม่ต้องร้องนะ ลูกไม่จำเป็นต้องมารับผิดไว้เองแบบนี้เลย แม่จะต้องทำให้นังเนรคุณนี่รับผิดชอบต่อความผิดที่ทำกับลูกให้ได้”
สุ่ยหรูหยานหรี่ตาลง กำแส้ในมือแน่นขึ้น วางมาดน่าเกรงขามในฐานะที่เป็นนายหญิงของบ้านนี้ “ถ้าแกไม่อยากจะขอโทษ งั้นก็ได้ อีกสามวันก็จะถึงงานประกวดการออกแบบเครื่องแต่งกายครั้งแรกของเมืองเจียง เพียงแค่แกเอาแบบร่างให้ซูมู่เฉิง ฉันก็จะไม่เอาเรื่องที่แกทำร้ายเธอ”
แบบนี้อีกแล้วเหรอ?
คำพูดเหล่านี้ ทำให้ซูมู่หยูรู้สึกเย็นชามากจริง ๆ
ในปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะได้รับความสุขและได้รับการยอมรับจากครอบครัว เธอยอมที่จะอดทนกับทุกอย่าง
เริ่มจากห้องที่แต่เดิมต้องเป็นของลูกสาวตระกูลซู ด้วยความที่พวกเขาเห็นว่าซูมู่เฉิงคุ้นเคยกับการอาศัยอยู่ในห้องนี้ไปแล้ว ก็เลยโน้มน้าวให้เธอยอมสละให้
หรือแม้แต่ตัวตนการเป็นลูกสาวของตระกูลซู พวกเขาก็ยังบังคับให้เธอสละให้ เพียงเพราะความภาคภูมิใจที่พวกเขาดูแลซูมู่เฉิงมา
ยังมีเรื่องแบบนี้อีกเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด
เพื่อที่จะได้อยู่ในบ้านหลังนี้และได้รับการยอมรับจากครอบครัว ซูมู่หยูก็เลยเลือกที่จะยอมสละให้ทุกอย่าง
ซึ่งในตอนนี้ สุ่ยหรูหยานก็ยังจะมาบังคับให้เธอยอมสละแบบร่างการออกแบบสำหรับการแข่งขันการออกแบบแฟชั่นครั้งนี้ให้อีก ซึ่งมันจะส่งผลไปถึงอนาคตของเธอได้เลยทีเดียว!
“พูดมาสิ” เมื่อเห็นว่าซูมู่หยูเอาแต่เงียบอยู่เป็นเวลานาน ดวงตาของสุ่ยหรูหยานก็ดุดันขึ้นมาทันที “แกเป็นใบ้รึไงฮะ?”
“คุณแม่ พอเถอะค่ะ” ซูมู่เฉิงเขย่ามือสุ่ยหรูหยาน แล้วก็พูดออกมาอย่างน่าสงสาร “พี่เองก็เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วยเหมือนกัน หากพี่เอาแบบร่างของตัวเองมาให้หนูแล้ว พี่จะทำยังไงล่ะค่ะ?”
“ถึงแม้ในครั้งนี้หนูจะมั่นใจมากว่าจะต้องคว้ารางวัลมาได้แน่ แต่ตอนนี้หนู...... แค่กแค่ก.....” เธอไอออกมาอยู่สองสามครั้ง ร่างกายของเธอโอนเอนไปมา ท่าทางเหมือนกับพร้อมที่จะแหลกสลายได้ตลอดเวลา “หนูเกรงว่าจะไม่สามารถรับมือกับการแข่งขันครั้งนี้ได้น่ะสิคะ”
“หึ เป็นเพราะมันทำร้ายลูกยังไงล่ะ ดังนั้นมันต้องรับผิดชอบ”
สุ่ยหรูหยานหรี่ตา แล้วก็มองค้อนไปที่ซูมู่หยู “ฉันจะพูดอีกครั้งนะ แบบร่างนั้น แกจะให้ หรือไม่ให้?”
ซูมู่หยูหายใจเข้าลึก ๆ หัวใจของเธอเจ็บปวดรวดร้าวไปหมดแล้ว “แม่คะ หนูก็เป็นลูกสาวของแม่เหมือนกันนะคะ!”
“แกก็รู้เหมือนกันเหรอว่าตัวเองเป็นลูกสาวของฉันน่ะ งั้นในฐานะที่ฉันเป็นแม่ ฉันพูดอะไรแกจะไม่เชื่อฟังเลยรึไง?”
ความลำเอียงที่แสดงออกมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ทำให้หัวใจของซูมู่หยูแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เธอหลับตาลง แล้วก็พูดออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “แบบร่าง หนูยอมให้เธอก็ได้ค่ะ”
ดวงตาของซูมู่เฉิงเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอแอบดีใจอยู่ลึก ๆ ในใจ แม้ว่าซูมู่หยูจะเป็นคนไร้ค่าและอ่อนแอถูกรังแกได้ง่าย แต่ความสามารถในการออกแบบนั้นเกินจะบรรยายจริง ๆ
หากได้แบบร่างการออกแบบของซูมู่หยูมาแล้ว เธอจะต้องได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันการออกแบบแฟชั่นครั้งนี้อย่างแน่นอน
“ก็ถือว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง” สุ่ยหรูหยานเลิกคิ้ว แล้วก็โยนแส้ทิ้งไปด้านข้างแบบส่ง ๆ จากนั้นก็มองไปที่ซูมู่เฉิงด้วยรอยยิ้ม
“ซูมู่เฉิง มีแบบร่างของยัยนี่แล้ว ลูกก็ไม่ต้องเป็นกังวลใจกับเรื่องการแข่งขันแล้วนะ กลับไปก็พักผ่อนให้เยอะ ๆ แค่รอรับรางวัลเฉย ๆ ก็พอ”
“ขอบคุณนะคะคุณแม่” สีหน้าซูมู่เฉิงดูมีความสุขมาก จากนั้นเธอก็มองไปที่ซูมู่หยูอย่างอ่อนแออีกครั้ง “ว่าแต่แบบนี้พี่จะแค้นฉันรึเปล่า?”
“มันกล้าเหรอ?” สุ่ยหรูหยานถลึงตาใส่ซูมู่หยู แล้วก็พูดออกมาอย่างเย็นชาว่า “ถ้ามันกล้าที่จะแค้นลูก มันก็ต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ ตระกูลซูของเราจะไม่เลี้ยงคนเนรคุณเอาไว้เด็ดขาด ต่อให้จะเป็นลูกแท้ ๆ ก็ไม่ได้”
“งั้นถ้าจู่ ๆ พี่เกิดกล่าวหาว่าฉันไปลอกเลียนแบบแบบร่างการออกแบบจากพี่มา จะทำยังไงล่ะคะ?”
“งั้นเดี๋ยวแม่จะลบร่องรอยทั้งหมดที่บ่งบอกว่าเป็นของมัน แล้วก็ทำให้แบบร่างการออกแบบนี้เป็นของลูกโดยสมบูรณ์เอง”
คำพูดที่เย็นชา และไร้ความปรานีนี้ ทำให้ซูมู่หยูถึงกับอึ้งไปเลย หัวใจของเธอเริ่มเย็นชาลงเรื่อย ๆ แล้ว
ความพากเพียรและความอดทนของเธอในปีนี้ มีความหมายอะไรบ้างไหม?
“เหอะ เหอะ” ซูมู่หยูหัวเราะเยาะเย้ยออกมา ความคาดหวังที่เธอมีต่อครอบครัวนี้มันได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว!
คุณอาจจะชอบ





