
เธอพลาดที่ทิ้งฉัน
ตอน 3
“แกหัวเราะอะไรฮะ?” สุ่ยหรูหยานชำเลืองหางตามองไป
“หนูหัวเราะในความโง่เขลาของตัวเองน่ะ หนูยอมเสียสละให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายสิ่งที่หนูได้รับตอบแทนกลับมาก็คือการที่โดนพวกคุณแย่งชิงไปไม่รู้จักจบจักสิ้น”
“ช่วงชิงอะไร? แกเป็นพี่ การที่จะเสียสละให้น้องสาวของตัวเองมีปัญหามากนักรึไงฮะ?” สุ่ยหรูหยานที่พูดออกมาตามเหตุผลด้วยความมั่นอกมั่นใจ ไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่าในสายตาของซูมู่หยู เวลานี้ไม่หลงเหลือแสงแห่งความคาดหวังต่อครอบครัวนี้อีกแล้ว
ซูมู่หยูหายใจเข้าลึก ๆ แววตาของเธอค่อย ๆ เย็นชาลงเรื่อย ๆ
“ที่หนูยอมอดทนครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะหวังว่าพวกคุณจะเห็นถึงความเจียมตัวของหนู แล้วก็มอบความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้หนู”
“แต่พวกคุณกลับทำเหมือนว่ามันควรจะเป็นเช่นนี้ ทำยังกับป้องกันโจร พยายามจะลบร่องรอยความพยายามของหนูทั้งหมดออกไปอีก!! !”
ทุกคำพูดของเธอดังกึกก้องเต็มสองหูทีเดียว
ซูมู่หยูลุกขึ้นยืน ร่างกายที่อ่อนแอในตอนแรกของเธอ เวลานี้มันกลับยืดตรงขึ้น “ครั้งนึงพวกคุณบอกว่าจะรับหนูกลับมาที่บ้านตระกูลซู บอกว่าจะทำให้หนูไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องความเป็นอยู่ใด ๆ จะทำให้หนูได้มีความสุขกับการได้มีชีวิตที่ร่ำรวย”
“แต่หลังจากที่หนูกลับมา หนูกลับกินข้าวไม่อิ่มแม้แต่มื้อเดียวด้วยซ้ำ นอกจากพวกคุณจะเอาเปรียบ กดขี่หนูแล้ว เคยทำอะไรดี ๆ สักอย่างมั้ย?”
ซูมู่หยูมองไปที่สุ่ยหรูหยาน เธอเอามือกุมหัวใจของตัวเองเอาไว้ แล้วกัดฟันพูดว่า “หนูเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของคุณแม่นะ!! จนถึงตอนนี้ คุณแม่เคยเรียกหนูว่าลูกสักคำรึยัง?”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ซูมู่หยูก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะจนเสียงแหบแห้งไป
ขณะที่กำลังมองไปที่ซูมู่หยูที่กำลังบ้าคลั่ง สุ่ยหรูหยานก็ขมวดคิ้วแน่นและพูดออกมาอย่างเย็นชาว่า “แกอยากให้ฉันเรียกแกว่าลูกอย่างนั้นเหรอ? ก็ได้ ฉันเรียกให้ก็ได้ ลูก! พอใจแกรึยังล่ะ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! !” ซูมู่หยูหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งมาก
“คุณนายซู สำหรับฉันแล้ว คุณไม่สามารถที่จะเสแสร้งใส่ฉันได้เลยด้วยซ้ำ”
หลังจากพูดจบ เธอก็หุบยิ้ม แววตาของเธอดูเย็นชาและบ้าคลั่ง
“ฉันจะไม่ร้องขอความรักจากพวกคุณอีกต่อไป นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันกับคนตระกูลซูของพวกคุณถือว่าขาดกัน”
“บ้าไปแล้ว แกต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ! !” สุ่ยหรูหยานโกรธมากจนหยิบแส้ที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วก็ฟาดไปที่ซูมู่หยู
แต่ซูมู่หยูกลับคว้าแส้เอาไว้ สายตาของเธอดูเย็นชามาก
“คุณนายซู คุณยังจะกล้าตีฉันอีกเหรอ? เมื่อก่อนฉันเป็นลูกสาวของคุณ การที่แม่จะตีลูกสาว ฉันสามารถยอมรับได้ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณอีกแล้ว แล้วคุณมีเหตุผลอะไรที่จะมาตีฉันเหรอ?”
“อ้อ จริงสิ!”
ซูมู่หยูกระตุกมุมปากขึ้น เธอที่เคยเป็นคนว่านอนสอนง่าย เวลานี้กลายเป็นคนดุร้ายขึ้นมาแล้ว
เธอแย่งแส้ไป จากนั้นก็เหวี่ยงขึ้นไปในอากาศเบา ๆ “เมื่อกี้นี้ที่คุณตีฉัน ฉันต้องเอาคืนสักหน่อยแล้ว”
“แก แกคิดจะทำอะไรฮะ?” สุ่ยหรูหยานรู้สึกหวาดกลัวซูมู่หยูขึ้นมาทันที คนที่ยอมอดทนเงียบเมื่อกี้นี้ ตอนนี้จู่ ๆ ก็เปลี่ยนท่าทีไป กลับกลายเป็นคนที่ดูน่ากลัวจนน่าตกใจขึ้นมาซะอย่างนั้น
มีเสียงเพี๊ยะดังขึ้น
แส้ในมือของซูมู่หยูฟาดใส่ตัวของสุ่ยหรูหยานอย่างแรง
“แก แกกล้าดียังไงมาตีฉันกันฮะ? !” สุ่ยหรูหยานเจ็บจนแยกเขี้ยวยิงฟัน รู้สึกโมโหจนอกจะแตกอยู่แล้ว “แกจะกำเริบเสิบสานมากเกินไปแล้วนะ”
“พี่ ทำไมพี่ถึงได้ตีคุณแม่แบบนี้ล่ะ?” ซูมู่เฉิงก็ตอบสนองขึ้นมาแล้วเช่นกัน เธอพูดด้วยความรู้สึกตื่นตกใจ
ซูมู่หยูเหลือบมองไปที่เธอแวบหนึ่ง ซึ่งมันทำให้ซูมู่เฉิงตกใจจนตัวสั่นขึ้นมาทันที ซูมู่หยูเป็นอะไรไปเนี่ย? ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ได้ล่ะ?
“เธอกตัญญูซะขนาดนี้ งั้นเธอก็มารับแทนซะสิ”
ทันทีที่พูดจบ ซูมู่หยูก็ฟาดแส้ไปที่ซูมู่เฉิง
“โอ๊ย! !” ซูมู่เฉิงที่ถูกแส้ฟาดเจ็บแบบปวดแสบปวดร้อนไปหมด มันทำให้หัวสมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ
บ้าไปแล้ว ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ!
ซูมู่หยูกล้าตีเธอเลยเหรอเนี่ย!!
“ซูมู่หยู หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!! ฉันไม่อนุญาตให้แกตีเฉิงเฉิงนะ” สุ่ยหรูหยานรีบเข้ามากอดซูมู่เฉิงเอาไว้ในอ้อมแขนโดยที่ไม่ได้สนใจความเจ็บปวดตามร่างกายของตัวเองเลย
แต่ซูมู่หยูก็ไม่ได้เมตตาแต่อย่างใด แส้ในมือของเธอยังคงฟาดลงไปบนร่างกายของสุ่ยหรูหยานครั้งแล้วครั้งเล่า
สุ่ยหรูหยานเจ็บจนใจจะขาดอยู่แล้ว เธอสั่นไปทั้งตัว ตาทั้งสองข้างเหลือกขึ้นบนราวกับว่าเธอกำลังจะตายตกไปเดี๋ยวนี้แล้ว
แต่ซูมู่หยูต้องทนรับการทรมานเช่นนี้มาตลอดทั้งปีเต็ม ๆ นี่ถือว่าเธอออมแรงให้แล้วนะ มิเช่นนั้นสุ่ยหรูหยานคงจะสลบไปนานแล้ว
“พี่ พี่หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!! พี่ตีจนคุณแม่จะตายอยู่แล้วนะ! ทั้งหมดมันเป็นความผิดของฉันเอง ถ้าจะตี พี่ก็ตีฉันเลย.....”
ก่อนที่เธอจะพูดจบ ซูมู่หยูก็ได้ดึงซูมู่เฉิงออกจากอ้อมแขนของสุ่ยหรูหยาน
“ซูมู่หยู แกปล่อยซูมู่เฉิงเดี๋ยวนี้เลยนะ! !” สภาพของสุ่ยหรูหยานเป็นถึงขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังจะเป็นห่วงลูกสาวบุญธรรมคนนี้อยู่อีก ช่างเป็น ‘แม่ที่ดี’ จริง ๆ เลย
“เธอแพ้มะม่วงไม่ใช่เหรอ?” ซูมู่หยูกระตุกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“พี่ พี่คิดจะทำอะไรน่ะ? พี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ คุณพ่อกำลังจะกลับมาแล้ว ถ้าเขารู้ว่าพี่ทำกับคุณแม่แบบนี้ เขาได้ฆ่าพี่ตายแน่” หัวใจของซูมู่เฉิงสั่นสพท้าน เธอมองไปที่ซูมู่หยูด้วยสีหน้าที่ดูหวาดกลัวอย่างมาก
“งั้นฉันจะฆ่าเธอก่อนที่เขาจะฆ่าฉันก็แล้วกัน”
หลังจากพูดจบ ซูมู่หยูก็หยิบพุดดิ้งมะม่วงข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วก็เอายัดเข้าไปในปากของซูมู่เฉิง
ซูมู่เฉิงดิ้นอย่างแรง แต่ด้วยความที่แรงของซูมู่หยูเยอะมากจึงสามารถยัดพุดดิ้งทั้งหมดเข้าไปได้อย่าโหดเหี้ยม
“หยุดนะ! นี่แกจะฆ่าเฉิงเฉิงรึไง!” สุ่ยหรูหยานตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นตัว “ใครก็ได้ มานี่เร็วเข้า!! มาจับนังฆาตกรคนนี้ให้ฉันที”
เวลานี้เหล่าคนรับใช้ถึงได้มีปฏิกิริยาขึ้นมา แล้วก็เข้ามาล้อมรอบซูมู่หยูเอาไว้
มีเสียงเพี๊ยะดังขึ้นมาครั้งหนึ่ง
ซูมู่หยูยกแส้ขึ้น แล้วก็ฟาดไปที่คนรับใช้คนหนึ่งอย่างแรง
“ใครกล้าเข้ามา ตาย! !”
เธอดูเกรี้ยวกราดอย่างมาก สายตาเย็นชา ทำเอาคนรับใช้ที่อยู่ตรงนั้นนิ่งไปในทันที
พวกเขาทั้งหมดไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นี่คือซูมู่หยูคนเดียวกับที่มักจะอดทนกับทุกสิ่งและไม่เคยพูดอะไรสักคำแม้แต่ตอนที่ถูกทุบตี?
“เฉิงเฉิง ลูกเป็นยังไงบ้าง?” สุ่ยหรูหยานร้องไห้พลางคลานไปข้าง ๆ ซูมู่เฉิง “ลูกอย่าทำให้แม่ตกใจสิ! !”
“คุณนายซู ลองดูให้ดี ๆ สิว่า ลูกสาวที่แสนจะเชื่อฟังของคุณ อดทนต่อการแพ้ได้ยังไง”
ซูมู่หยูหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมา จากนั้นก็เดินออกไปข้างนอก เธอค่อย ๆ เดินออกจากบ้านที่สูญเสียซึ่งความคาดหวังทั้งหมดไปแล้วหลังนี้ไปทีละก้าว
เวลานี้เหล่าคนรับใช้ได้เข้ามาล้อมไว้ด้วยความระมัดระวัง พวกเขารู้สึกไม่สบายใจและไม่เข้าใจเลยว่า คนที่ไม่เคยแข่งข้อและอดทนต่อความทุกข์ทรมานมาได้ตลอดเวลาคนนี้ จู่ ๆ ทำไมถึงกลับกลายไปเป็นคนละคนได้
ฉากที่เธอฟาดแส้ใส่คุณนาย และบังคับให้คุณหนูกินมะม่วง มันดูน่าตกใจมากจริง ๆ!
คุณอาจจะชอบ





