หน้าปกนวนิยาย เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก

เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก

8.1 / 10.0
เมื่อความจำเป็นบีบคั้นให้เธอต้องหาที่พึ่งพิงเพื่อความอยู่รอด 'เขา' จึงกลายเป็นเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวในแผนการครั้งนี้ พบกับเรื่องราวความสัมพันธ์ที่มีเดิมพันสูงใน เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก นิยาย romance modern ที่จะพาคุณไปสำรวจการตัดสินใจครั้งสำคัญผ่าน romance stories ที่น่าติดตาม
เรื่องย่อ เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก
เมื่อมรสุมชีวิตบีบบังคับให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดิ้นรนหาที่พึ่งพิงเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางความสับสนและกดดันในสังคมเมืองยุคใหม่ เธอจึงตัดสินใจเลือก 'เขา' ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแผนการครั้งนี้ด้วยเหตุผลบางประการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความจำเป็นมากกว่าความรักจึงอุบัติขึ้น พร้อมกับบททดสอบหัวใจที่เธอเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องเผชิญในเส้นทางที่เธอเป็นคนขีดเขียนขึ้นมาเอง
อ่านเพิ่มเติม

เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก ตอนที่ 1

วันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ วันสุดท้ายที่อรัณย์จะมีบิดาร่วมหายใจอยู่บนโลกใบนี้

 ข่าวการเสียชีวิตของผู้เป็นพ่อที่จากไปอย่างสงบ ทำให้บุตรชายคนโตของสิริพัฒนาเคว้งคว้างเหลือคณา เกือบห้านาทีเห็นจะได้ที่เขาค้างเติ่งอยู่ที่เดิม น่าแปลกที่น้ำตามิได้หลั่งไหลเพื่อสนองแก่ความเสียใจ แต่ความโศกที่ก่อตัวขึ้นกลับอัดแน่นอยู่ในตัวชายหนุ่มจนเกิดความอึดอัด

 คล้ายว่าเบื้องหน้าไร้แสงสว่างไปชั่วขณะ อนธการได้ปกคลุมไปทั่วบริเวณทั้งๆ ที่เพิ่งเป็นเวลาเก้าโมงเช้า

 อาจจะด้วยความเป็นลูกชายหรืออะไรก็มิทราบ แต่เขาไม่มีความสนิทชิดเชื้อกับผู้เป็นพ่อมากนัก ทว่าสายใยแห่งความรักก็มีอยู่จริง และการจากไปของบิดาราวพรากจิตวิญญาณของเขาไปจนเหลือเพียงกายหยาบ

 อรัณย์ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ลมหายใจติดขัดคล้ายมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ

 ภาพของพ่อที่คอยถามไถ่ พูดคุย และคอยทำงานหนักเอาเบาสู้เพื่อเลี้ยงครอบครัว รอยยิ้มยามได้บ้านหลังใหม่จากน้ำพักน้ำแรงของลูกชายอย่างเขา รถคันใหม่ที่เขาซื้อให้แทนรถบุโรทั่งที่เป็นมรดกตกทอดตั้งแต่รุ่นปู่ ทุกๆ อย่างต่างไหลเข้ามาในหัวอย่างกับถูกโปรแกรมตั้งไว้

 เขาไม่สนิทกับพ่อ ไม่ได้หมายความว่าไม่รัก แต่เหมือนเขาจะลืมไปเลยว่าชีวิตนั้นสั้นเหมือนหนึ่งฟูมฟองของหยดน้ำ ที่หยดลงไปบนใบบัวบอน ใช้เวลาอยู่บนนั้นจนชีวิตสุกงอม สุดท้ายก็ล่วงหล่นกลับคืนสู่พื้นดิน เขาลืมไปเสียสนิทว่าชีวิตเป็นเช่นนั้น เวลาที่มีมากมายจึงไม่ได้บอกกับพ่อไปว่ารัก

 คำสั้นๆ คำเดียว เขากลับใช้เวลาทั้งชีวิตของพ่อที่จะเอ่ย และทั้งๆ ที่มีเวลามากขนาดนั้น เขากลับไม่ได้พูดออกไป มาเสียดายเอาก็ตอนที่ท่านไม่อยู่เพื่อรอฟังอีกแล้ว

 ภายในบ้านเช่าคล้ายมีมวลอากาศแสนน่าอึดอัดแทรกตัวอยู่ทุกพื้นที่ เขาหายใจถี่ๆ ก่อนพยายามตั้งสติ ในเมื่อความสูญเสียได้เกิดขึ้นแล้ว เขามีเพียงต้องยอมรับ เพราะคงไม่มีใครเอาชนะความตายได้ พ่อเขาเองก็เช่นกัน

 อรัณย์โตขึ้นแล้ว ยอมรับความสูญเสียได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เสียใจยามต้องประสบพบเจอกับเรื่องราวเช่นนั้น เขาไม่ฟูมฟาย ไม่ตีอกชมลมและปฏิเสธความจริงว่าพ่อยังอยู่ แต่เลือกที่จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยใจที่แสนกำสรด

 อรัณย์ต่อสายหาเจ้านายเพื่อแจ้งข่าวให้ทราบ เขาจำต้องเดินทางกลับไปยังอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อไปให้ทันรดน้ำศพผู้เป็นบิดา หลังปราชญาธิปทราบข่าวการจากไปของคนสำคัญในชีวิตลูกน้อง เขาก็ตั้งใจจะไปร่วมงานด้วยอย่างไม่ลังเล

 รวมถึงอัสมา ภรรยาแสนรักของเจ้านาย ด้านพี่ๆ น้องๆ ในกลุ่มการทำงานทั้งสามก็ไม่ต่าง พี่ใหญ่อย่างชยางกูรเพิ่งหายขาดจากอาการแพ้ท้องแทนเมียมาหมาดๆ ทว่าพอรู้ข่าวก็พาภรรยาท้องอ่อนมาปักหลักรอที่บ้านเจ้านาย ดิฐากรขอปิดร่ำเมรัยเพื่อไปร่วมงาน เจ้าของอย่างวรัสยาก็ยินดี เพราะตัวเธอกับสามีและลูกๆ ก็ตั้งใจที่จะไปร่วมไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของคนสนิทชิดเชื้ออย่างอรัณย์

 แม้แต่นักการเมืองหนุ่มอย่างธนบดีและภริยาก็ยังสละเวลาเพื่อไปกับทุกคน

 ทุกชีวิตรวมตัวกันอยู่ที่บ้านของปราชญาธิป เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

 เพื่อความสะดวกเนื่องด้วยมีคนจำนานมาก จึงเลือกที่จะเดินทางด้วยรถใครรถมัน เว้นก็แต่ดิฐากรและอรัณย์ที่เลือกใช้รถคันเดียวกันเพราะเป็นหนุ่มโสด ไม่มีครอบครัวเหมือนใครอื่นเขา

 ขบวนรถขนาดย่อมออกเดินทางจากนครนายกในช่วงสายของวัน รถคันแรกเป็นของอรัณย์ ซึ่งจำเป็นต้องนำทางให้คันอื่นๆ ได้ไปยังบ้านของเจ้าตัว

 ดิฐากรที่นั่งอยู่ข้างคนขับเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน “มึงไหวไหม กูขับให้ก็ได้นะ”

 “ไหว”

 “ไม่ต้องฝืนก็ได้”

 “ไม่ได้ฝืน กูขับไหวจริงๆ”

 ความเงียบเข้ามามีบทบาท แต่แล้วผู้จัดการร่ำเมรัยก็ทำลายมันลง

 “ถ้าไม่ไหวก็บอก กับทุกเรื่องเลยน่ะ”

 สารถีเพียงแค่ให้ความเงียบได้ทำงาน แล้วจึงตอบออกไปสั้นๆ “ขอบใจ”

 สองหนุ่มจึงไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก คนหนึ่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง อีกคนคอยอยู่ข้างๆ ไม่ห่างไปไหน เพียงเท่านั้นคนที่สูญเสียบุคคลสำคัญก็พอได้อุ่นใจที่ยังมีมิตรภาพดีๆ ไม่ใช่แค่กับเพื่อนสนิทคนนี้ แต่ทุกๆ คนทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยว โลกนี้ยังมีคนที่เป็นครอบครัวต่างสายเลือดอยู่อีกหลายคน

 คนที่ไม่ได้เป็นญาติ ไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือด แต่รักและเคารพกันเหมือนคนในครอบครัว ก็คงไม่พ้นคนเหล่านี้ที่สละทุกอย่างตรงหน้าเพื่อมากับเขา

 นัยน์ตาหวานจดจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มที่แต่งกายด้วยชุดสีดำ ซึ่งเป็นเช่นนี้มาสามวันแล้ว

 เสียงใสเอ่ยขึ้น “เมื่อคืนพี่ไปงานศพมาเหรอ”

 เธอก็ได้ข่าวมาบ้างว่าพ่อของเพื่อนสมัยเด็กของคนตรงหน้าเสียชีวิต ‘เพื่อน’ ของเขาคนนั้นเธอก็พอจะรู้จัก ในอดีตเคยเห็นหน้าค่าตามาบ้าง รู้จักชื่อเพราะได้ยินคนอื่นๆ เรียกขาน แต่ไม่ได้รู้จักกัน ทั้งเขาและเธอจึงไม่ถูกนับเป็นคนรู้จักกันไปโดยปริยาย ด้วยเหตุนั้นงานศพพ่อของเขา เธอถึงไม่ได้ไปร่วมไว้อาลัย ต่างกับพี่ชายคนนี้ที่ไปตั้งแต่คืนแรก และคงจะไปจนถึงวันฌาปนกิจด้วยซ้ำ

 ที่สำคัญเธอคร้านจะออกไปพบปะผู้คน รู้อยู่แก่ใจว่าหากเจอหน้าเธอแล้ว ชาวบ้านจะพูดอะไร

 เรื่องแสลงหูพรรค์นั้นเธอไม่อยากจะได้ยินเลยจริงๆ

 คนเพิ่งตื่นพยักหน้ารับส่งๆ “ฝากร้านหน่อยนะ บ่ายครึ่งลูกค้ามา ค่อยเข้าไปปลุก”

 “อื้อ” ในขณะที่ ‘พี่ชายคนสนิท’ ทั้งยังพ่วงตำแหน่ง ‘เจ้านาย’ ตั้งท่าจะเดินเข้าห้องนอนที่อยู่ด้านใน โดยที่ด้านนอกถูกปรับให้เป็นร้านสัก เธอก็เอ่ยรั้งเขาไว้เสียก่อน “แล้ววันนี้จะกินข้าวอะไร”

 “ผัดพริก”

 “ไข่ดาวไม่สุก?”

 “เก่ง” ว่าพร้อมยกนิ้วโป้งให้น้องสาวที่ตนเอ็นดู ด้านคนเก่งนึกฉงน ก็ไม่ว่าจะทานอะไร เขาจะต้องสั่งไข่ดาวไม่สุกทุกครั้ง ถ้าเธอไม่รู้ก็แปลก “น้ำแดงขวดหนึ่งด้วย งั้นเข้ามาปลุกพี่สักบ่ายสิบห้าแล้วกัน จะได้กินข้าวก่อนสัก”

 รับคำเสร็จสรรพ เจ้าของร้านสักนามว่าถิรมันก็เดินกลับเข้าไปในส่วนของที่พัก ภายในร้านจึงเหลือเพียงลูกจ้างอย่างเธอ ลูกค้าส่วนมากไม่ค่อยมาแบบวอล์คอิน แต่เป็นการนัดแนะผ่านช่องทางออนไลน์ นัดวันกันเรียบร้อยถึงจะมา โดยส่วนมากเป็นเช่นนั้น และส่วนน้อยที่เดินดุ่มๆ มาสักก็หวังให้เจ้าของร้านลงเข็มให้

 เธอมั่นใจว่าตัวเองก็ทำได้ไม่แย่ แต่เหมือนจะไม่เป็นที่ยอมรับจากคนอื่นๆ เท่าที่ควร วันๆ จึงมีหน้าที่ดูแลร้านให้ถิรมัน ออกแบบลายสักเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า จะได้ลงมือสักเองก็นานทีปีหน ส่วนมากเป็นพวกเด็กวัยรุ่นที่อยากลองสัก ถิรมันจึงใช้พวกนั้นเป็นหนูทดลองให้แก่ลูกจ้างคนนี้

 มันก็ออกมาดี แต่ให้ดีเท่าถิรมันเป็นคนทำคงเป็นไปได้ยาก เธอเข้าใจ รอยสักอยู่ติดตัวไปทั้งชีวิต ใครๆ ก็อยากให้มันออกมาสวยถูกใจ เพราะเธอเองก็มีรอยสักอยู่ตามเนื้อตามตัวไม่ใช่น้อย

 เนินอก ข้อมือ แขน ต้นคอ กกหู แผ่นหลัง หน้าท้อง สีข้าง ข้อเท้า และอีกสารพัดจุดที่สามารถสักได้ เธอไม่เคยลังเลที่จะวาดลวดลายลงบนผิวหนัง เรื่องนี้นับเป็นความชื่นชอบเดียวที่เธอมีก็ว่าได้

 เพราะนอกจากการสัก ชีวิตนี้ก็ไม่เหลืออะไรให้รู้สึกชอบอีกแล้ว

 สาวน้อยช่างสักในชุดเสื้อกล้ามสีขาวเข้าคู่กับกางเกงยีนขาสั้น อาศัยช่วงเวลาว่างระหว่างวันในการออกแบบลายสัก เสียงเพลงเบาๆ ถูกเปิดคลอเพื่อสร้างบรรยากาศ ทว่าประตูกระจกที่ถูกเปิดโดยคนด้านนอกก็เรียกความสนใจให้ต้องหันไปมอง ริมฝีปากถูกเม้มเข้าหากันอย่างทันท่วงทีที่สายตาสบเข้ากับคนมาใหม่

 เสือเข้ม...บุคคลผู้เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น และเป็นถึงลูกน้องคนสนิทของ ‘ชายผู้นั้น’

 “วันนี้เสี่ยกลับมาแล้ว เลิกงานให้ไปหาเสี่ยที่บ้าน”

 หญิงสาวรับคำในลำคอไปส่งๆ เพื่อยุติบทสนทนาให้ไวที่สุด

 “ถ้าไม่ติดขัดอะไร รับสายเสี่ยด้วย”

 “น้องทำงานอยู่ค่ะ ปิดเสียงไว้”

 เธอเห็นตั้งแต่สายแรกยันสายที่สาม หรือสี่ ก็ไม่แน่ใจนัก แต่ไม่มีสักนิดที่คิดอยากรับสายเพื่อพูดคุยกับเจ้านายของคนตรงหน้า ตอนได้ข่าวว่าจะไปทำธุระกงการที่เชียงราย เธอยังแอบแช่งให้ตกเหวตายอยู่ทุกลมหายใจ มีหรือที่เห็นสายเรียกเข้าของคนพรรค์นั้นแล้วจะกดรับ

 ฝัน-ไป-เถอะ

 ชายฉกรรจ์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงตวัดสายตาคมเข้มมองสาวน้อยที่เจ้านายหมายปองอยู่เกือบนาที คนถูกมองก็เลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม ทว่าก็ไร้วาจาใดที่เสือเข้มจะเอื้อนเอ่ย แล้วเขาก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงลมหายใจหนักๆ ของช่างสักที่กระแทกไล่หลัง

 เมื่อได้อยู่คนเดียวอีกครั้ง เธอก็เริ่มลงมือทำงานต่อ ช่วงนี้เธอสนใจรูปงู จึงพยายามออกแบบเกี่ยวกับงูเป็นส่วนใหญ่ มีคนที่เลือกลายของเธอไปใช้จริงๆ ออกมาสวยงามน่าพึงพอใจทั้งลูกค้า ทั้งช่างสักและคนออกแบบ ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้สักลายที่ตนออกแบบให้คนอื่นและได้รับคำชมอย่างล้นหลาม เหมือนอย่างที่ถิรมันได้รับ

 รอยสักทุกรอยของเธอเป็นผลงานของเขา และรอยต่อไปก็เช่นกัน เธอตั้งใจจะให้พี่ชายสักงูให้สักตัว

 ประมาณเที่ยงครึ่งเธอก็วางมือจากงานที่ทำอยู่ เพื่อออกไปซื้อข้าวให้ทั้งตัวเองและเจ้านายที่ร้านอาหารตามสั่งร้านประจำ อาจจะเพราะเป็นเวลานี้ รถจึงเยอะผิดหูผิดตา แต่ดูอย่างไรวันนี้ก็ดูจะเยอะเป็นพิเศษ

 หญิงสาวกวาดตามองดูซีดานหรูสัญชาติยุโรปหลากหลายคันที่จอดอยู่หน้าร้าน เป่าปากโต้ลมอย่างนึกทึ่ง...ผู้ดีที่ไหนหนอช่างติดดิน กินข้าวข้างทางกับเขาก็เป็นแฮะ

 มอเตอร์ไซค์จอดลงหน้าร้าน ใช้สายตาสอดส่องไปด้านในก็เห็นว่าที่นั่งถูกจับจองเกือบหมด ดีหน่อยที่เธอมักซื้อกลับไปทานที่ร้านสัก ไม่อย่างนั้นคงประหม่าน่าดู

 เธอไม่ได้เป็นโรคกลัวคนหรืออะไรทำนองนั้น แค่ชื่นชอบการอยู่กับคนหมู่น้อยที่สนิทใจ

 ร่างระหงก้าวเดินเข้าไปในร้านอาหารตามสั่ง ทุกๆ การขยับกายของหญิงสาวเรียกสายตาของผู้คนให้หันไปมองได้เป็นอย่างดี สายลมเอื่อยๆ พัดปะทะผิวกายจนผมสีดำขลับปลิวมาปรกหน้า มือบางจึงยกขึ้นมาปัดป่ายเส้นผมให้พ้นใบหน้านวล

 หารู้ไม่ การกระทำนั้นสามารถสะกดสายตาคนมองได้เป็นอย่างดี

 “โพธารามนี่มันเมืองคนสวยสมคำร่ำลือจริงๆ”

 ดิฐากรโพล่งขึ้น แต่ใครเล่าจะกล้าออกความคิดเห็น ในเมื่อมีเจ้าของหัวใจนั่งขนาบข้างกันทุกคน จะเว้นก็เสีย ‘คนโพธาราม’ ด้วยกันเองที่ยังคงครองโสดไม่ต่างจากผู้พูด

 อรัณย์ปรายตามองคนมาใหม่เพียงครู่สั้นๆ ก่อนจะหันกลับไปทิศทางเดิม ทำราวกับคนสวยที่เพิ่งย่างกรายเข้ามาไม่น่ามองน่าแลสักนิด

 คนมาใหม่ใช่ว่าจะไม่รับรู้ถึงสายตาคนรอบข้าง จึงพยายามไม่หันไปสบตาใครเข้า มุ่งตรงไปหาแม่ค้าอย่างไม่รีรอ “ของน้องเป็นข้าวผัดกุ้ง ส่วนของพี่จีนเป็นผัดพริกไข่ดาวไม่สุกค่ะ”

 หญิงวัยกลางคนเงยหน้าจากกระทะมามองเจ้าของเสียง ระบายยิ้มให้ลูกค้าขาประจำอย่างเป็นมิตร อีกไม่นานแม่เด็กนี่จะเป็นหนึ่งในคนใหญ่คนโตของพื้นที่ ด้วยอิทธิพลของคนที่กำลังจะเป็นสามีของเธอแล้ว หล่อนย่อมต้องดีต่อแม่ช่างสักไว้

 “ผัดพริกหยวกหรือผัดพริกแกงล่ะ”

 “อ้าว น้องไม่ได้ถามมาด้วย เขาสั่งแค่ผัดพริก” ระหว่างนั้นเธอก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ “เดี๋ยวน้องโทร. ถามก่อนแล้วกันค่ะ”

 “ได้ๆ นั่งรอก่อนนะ วันนี้ลูกค้าเยอะ”

 สาวน้อยช่างสักพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม หมุนตัวไปหวังจะจับจองที่นั่งที่ยังว่าง มือก็ถือโทรศัพท์แนบหูไว้เพื่อรอสาย ขณะนั้นเอง สายตากลับปะทะเข้ากับใครบางคน...ใครบางคนที่แม้ไม่ได้เจอกันนานหลายปี เธอก็ยังจำเขาได้

 พี่ชายคนนั้น...คนที่ชื่ออาร์ม

⋆ ˚。⋆୨୧˚ ˚୨୧⋆。˚ ⋆

นิยายชุด ‘เธอ...’ ที่เกี่ยวข้องกัน

➊ เธอ...ที่ไม่น่าไปหลงรัก (จัด X ผักกาด)

↬Status :: จบแล้ว

➋ เธอ...ที่ไม่โปรดปราน (โปรด X อัสมา)

↬Status :: จบแล้ว

➌ เธอ...ที่ไม่เข้าตา (เฉื่อย X ก้าน)

↬Status :: จบแล้ว

➍ เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก (อาร์ม X ตี้)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

➎ เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา (ดิน X มิ้ม)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

➏ เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก (ใบ X เอื้อ)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

อ่านต่อ

สารบัญ เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หยุดเสือ
9.4
เมื่ออลิซล่วงรู้แผนร้ายของเฮล เสือหนุ่มที่คิดจะจีบแล้วทิ้งเพื่อความสนุก เธอจึงตัดสินใจซ้อนแผนด้วยการแสร้งทำเป็นเหยื่อที่ใสซื่อเพื่อหลอกให้เขาตกหลุมรักแล้วสลัดทิ้งคืนบ้าง ทว่าเกมชิงไหวชิงพริบครั้งนี้กลับไม่เป็นไปตามคาด เมื่อเสือผู้ไม่เคยถอดเขี้ยวเล็บให้ใครต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่ได้สนใจเขาจริงๆ ความอยากเอาชนะของคนทั้งคู่จึงนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดุเดือดและเร่าร้อนดั่งไฟลุกโชน ในสมรภูมิที่ต่างคนต่างไม่ยอมลดละเพื่อเป็นผู้ชนะในเกมหยุดเสือนี้
หน้าปกนวนิยาย คู่พิศวาส
9.5
เมื่อความสวยงามและความอ่อนหวานของหญิงสาวผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ กลายเป็นบททดสอบที่ยากจะต้านทานสำหรับเหล่าชายหนุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศความใกล้ชิดที่ชวนให้ใจสั่น พวกเขาต้องเผชิญกับแรงดึงดูดอันมหาศาลที่คอยกระตุ้นความรู้สึกอยู่ทุกขณะ มาติดตามกันว่าภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวั่นไหวเช่นนี้ พวกเขาจะสามารถควบคุมหัวใจตัวเองและยับยั้งชั่งใจไม่ให้พ่ายแพ้ต่อความน่ารักที่แสนเย้ายวนของพวกเธอได้นานแค่ไหนในเรื่องราวความรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เมียเสน่หาอาญาอสูร
8.2
รติพัทร พงศ์พันธ์ ชายหนุ่มผู้ถูกขับเคลื่อนด้วยเพลิงแค้นที่ฝังลึก เขาเฝ้ารอเวลาที่จะชำระหนี้แค้นกับผู้ที่ทำลายครอบครัวของตนให้พังพินาศ ทว่าท่ามกลางความเกลียดชัง เขากลับมีความรักอันมั่นคงให้แก่พิรวดี หญิงสาวเพียงคนเดียวที่เป็นดวงใจของเขา แม้เธอจะเป็นลูกสาวของศัตรูคู่อาฆาต แต่รติพัทรกลับเลือกที่จะแยกแยะความแค้นออกจากความรัก โดยมุ่งเป้าจัดการเพียงผู้ที่ทำร้ายเขากับมารดา พร้อมกับตั้งมั่นที่จะปกป้องและรักษาความสัมพันธ์อันงดงามนี้ไว้ตราบนานเท่านาน
หน้าปกนวนิยาย จวนร้างแห่งนี้มีสตรีถูกทิ้ง
8.0
ซ่งจื่อเหยียนถูกน้องสาววางแผนร้ายจนต้องอับอายในงานวันเกิดองค์หญิงหก เมื่อตื่นมาพบว่าตนนอนเคียงข้างเว่ยเซียวหยาง ทว่าเขากลับรังเกียจและขับไล่นางไปอยู่จวนร้างไกลเมืองหลวง ขณะที่หลี่จื่อเหยียนวิญญาณจากยุคปัจจุบันต้องมาเข้าร่างและเผชิญความเจ็บปวดจากการคลอดลูกเพียงลำพังโดยไม่มีหมอตำแย มีเพียงสาวใช้และชาวบ้านคอยช่วยเหลือ ท่ามกลางความแค้นเคืองต่อท่านอ๋องใจดำ นางคลอดบุตรชายได้สำเร็จก่อนสลบไสลไปด้วยความเหนื่อยล้าในโชคชะตาที่แสนรันทดนี้
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!
7.9
ความตายจากน้ำมือกบฏไม่ใช่จุดจบ เมื่อซูยิน มารดา และน้าสาวได้ย้อนเวลากลับมา พวกเธอจึงรีบนำชาวหมู่บ้านซิ่งฮวาหนีภัยสงคราม ระหว่างทางได้พบกับบิดาที่เคยถูกทอดทิ้ง จากที่คิดว่าเป็นภาระ เขากลับมีสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดที่เฉียบขาด ครั้นเดินทางถึงเมืองหลวง ครอบครัวได้เจอน้องชายฝาแฝด ภายใต้ท่าทีไร้เดียงสา คนหนึ่งกลับเจ้าเล่ห์เพทุบาย ส่วนอีกคนแสนเย็นชา ท่ามกลางวิกฤตที่บีบคั้น ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความลับนี้ต้องรวมพลังและใช้ไหวพริบทั้งหมดเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยร้ายให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย โอเมก้าผู้ถูกปฏิเสธ: โอกาสครั้งที่สองกับราชา
8.5
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา คีแลน อัลฟ่าแห่งฝูงจันทราทมิฬไม่เคยเห็นค่าฉันที่เป็นคู่แท้ เขาสนใจเพียงลิเวียและเลือกเชื่อคำลวงที่เธอใส่ร้ายว่าฉันเป็นหัวขโมย คีแลนตราหน้าฉันอย่างเหยียดหยามก่อนสั่งจับกุมฉันเข้าคุก แม้เขาจะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากพันธะที่ขาดสะบั้นแต่เขาก็ยังเพิกเฉย ความหวังของฉันจึงจบสิ้นลงทันที ทว่าในวันที่ฉันได้รับอิสระ อัลฟ่าฝ่ายศัตรูได้ยื่นข้อเสนอสำคัญให้ฉันไปร่วมทัพเพื่อทำลายอาณาจักรของคีแลน ซึ่งฉันก็ตอบตกลงเพื่อเริ่มการล้างแค้นนี้
ตอน
อ่านเลย
แชร์