หน้าปกนวนิยาย พลับพลึงเหมราช

พลับพลึงเหมราช

9.4 / 10.0
พลับพลึงเหมราช นิยาย romance modern เมื่อพลับพลึงต้องเผชิญกับความเย็นชาและการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจากเหมราช ผู้ที่มองเธอเป็นเพียงเศษธุลีดิน เธอต้องเลือกระหว่างการทนรับความเจ็บปวดหรือหาทางรอดจากพันธนาการที่ไร้ความปรานีนี้ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีที่รวบรวม romance stories เข้มข้นน่าติดตาม
เรื่องย่อ พลับพลึงเหมราช
สำหรับเหมราชแล้ว พลับพลึงเป็นเพียงเศษธุลีไร้ค่าที่เขาจงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีให้จมดิน ความอบอุ่นในฐานะพี่ชายที่แสนดีเลือนหายไป เหลือเพียงชายผู้เย็นชาที่คอยยัดเยียดความเจ็บปวดให้บนกองฟาง แม้เธอจะอ้อนวอนขอความเมตตาจนเสียงแหบพร่า แต่เขากลับมองว่านั่นคือการเสแสร้ง เหมราชระเบิดอารมณ์หึงหวงด้วยวาจาดูแคลนว่าเธอระริกระรี้กับชายอื่น ท่ามกลางหยาดน้ำตาและแรงขัดขืนที่ไร้ผล พลับพลึงต้องเผชิญกับพายุโทสะที่เขาใช้ทำลายหัวใจและร่างกายของเธออย่างโหดร้าย
อ่านเพิ่มเติม

พลับพลึงเหมราช ตอนที่ 1

“ช่วยซื้อหัวมันต้มหนูหน่อยนะคะ ช่วยซื้อหน่อยค่ะ” เสียงหวานใสเจือแววเศร้าสร้อยของเด็กหญิงพลับพลึงพาตะกร้าใบเก่าๆ พร้อมทั้งมันเทศต้มวิ่งขายไปตามงานในช่วงเทศกาลปีใหม่อยู่ในหมู่บ้านซึ่งจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เธอใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ และไม่มีแม้แต่รองเท้าที่จะสวมใส่ แต่เธอก็ยังขายมันต้มไม่ได้สักหัว เพราะผู้คนหันไปสนใจซื้อของกินแสนอร่อยอย่างอื่นแทน

เธอตื่นขึ้นมาต้มมันเทศที่ไปขุดมาจากในป่าแถวบ้านตั้งแต่ย่ำรุ่ง ก่อนจะเดินเท้าเปล่ามายังงาน เด็กน้อยมองความตื่นตาตื่นใจของงานซึ่งมีเครื่องเล่นหลายอย่าง ทั้งชิงช้า ม้าหมุนหรือกระเช้าลอยฟ้า แม้จะอยากเล่นแค่ไหนแต่เธอไม่มีเงินติดตัวสักบาทเดียว ได้แต่ยืนมองด้วยความอิจฉาเด็กคนอื่นๆ

ผู้คนในงานสวมใส่เสื้อผ้าสวยๆ ด้วยชุดใหม่ในเทศกาลปีใหม่ เธอก้มมองเสื้อผ้าขาดๆ มอซอของตัวเองแล้วหน้าเศร้า จำไม่ได้ว่าตัวเองได้รับเสื้อผ้าที่มีคนใจบุญบริจาคมาให้กี่ปีมาแล้ว เพราะเด็กน้อยสวมชุดเก่าๆ ซอมซ่อ จึงไม่มีใครอยากอุดหนุนมันเทศของเธอ รวมถึงสายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน

เด็กน้อยพลับพลึงเดินเท้ากลับบ้านด้วยความเศร้าใจระคนหวาดกลัว เธอกลัวบิดาจะทุบตีเอา ท่านเป็นคนติดเหล้า และชอบขู่ให้เธอไปทำงานหาเงินตั้งแต่เด็ก ท้องของเธอร้องไปตลอดทางที่เดินกลับบ้าน จำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้ไปยืนอยู่หน้าร้านขายลูกชิ้นปิ้งแต่ไม่มีเงินซื้อ จึงได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความหิว จนโดนพ่อค้าไล่ตะเพิดออกมา หาว่าเกะกะหน้าร้าน

เท้าเล็กๆ ที่ไร้รองเท้าติดกายเจ็บปวดไปหมดเพราะโดนหนามทิ่มตำขณะย่ำเดิน เด็กหญิงเดินมาถึงบ้านก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงบิดาตั้งวงกินเหล้ากับบรรดาเพื่อนๆ ของพวกท่านอยู่ด้านในของตัวบ้าน

ภายในบ้านกำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานในขณะที่เธอเต็มไปด้วยความเศร้า พลับพลึงสะดุดหกล้มระหว่างเดินเข้าไปใต้ถุนบ้าน เด็กน้อยไม่กล้าร้องเสียงดังกลัวบิดารู้ว่ากลับมาแล้ว เธอเข้าไปนั่งขดตัวอยู่ที่ซอกเล็กๆ ด้วยความหนาวเหน็บ เก็บมันเทศต้มขึ้นมาปัดเศษดินออกไปเบาๆ ก่อนจะนำมาปอกกินด้วยความหิวโหยแล้วเผลอหลับไป เด็กน้อยถูกกระชากแขนให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสาย เธอเห็นใบหน้าถมึงทึงของบิดาก็สะดุ้งสุดตัว

“ไหนเงินนางพลับพลึง”

“ไม่มีจ้ะพ่อ เมื่อคืนหนูขายมันเทศไม่ได้เลยจ้ะ”

“อะไรนะ นางลูกหน้าโง่ทำไมถึงขายไม่ได้ โกหกหรือเปล่า เอ็งอมเงินใช่ไหม”

“หนูเปล่านะจ๊ะ”

“หัดโกหกตั้งแต่เด็ก สันดานเหมือนแม่มึงไม่มีผิด โตขึ้นคงจะหนีตามผู้ชายไปเหมือนแม่มึง มานี่เลย วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออก” นายพันหยิบไม้เรียวมาถือเอาไว้ก่อนจะหวดไปที่สะโพกเล็กๆ ของบุตรสาวเต็มแรง

“โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! พ่อจ๋า หนูเจ็บ อย่าตีหนูเลย หนูขายมันเทศไม่ได้จริงๆ นะจ๊ะ หนูไม่ได้โกหก”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปมึงไม่ต้องไปโรงเรียนอีกต่อไปแล้ว เรียนไปก็เปลืองเงิน” คนพูดยังตีไม่หยุดมือ

“พ่อจ๋า อย่าตีหนูเลย หนูเจ็บ” เด็กน้อยยกมือไหว้ปลกๆ ร้องไห้น้ำตาเปรอะเปื้อน

“ต่อจากนี้ไปมึงต้องออกมาทำงานหาเงิน”

“หนูอยากเรียนต่อ พ่อให้หนูเรียนเถอะนะจ๊ะ” เด็กน้อยเอ่ยขอร้องเสียงสั่น ร้องไห้จนน้ำตาไหลพรากอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง ปวดแสบปวดร้อนไปหมดที่โดนไม้เรียวหวดลงมาบนสะโพกไม่ยั้งแรง

“กูไม่ให้มึงเรียนแล้ว หูแตกหรือไงวะ ไปทำงานไป” นายพันผลักร่างบุตรสาวจนหงายหลัง ไล่ให้ไปทำงาน ไล่ตีไม่ยั้งหากอีกฝ่ายดื้อ

พลับพลึงทำงานมือไม้สั่นเทา แอบคิดถึงมารดาจับใจ ตั้งแต่จำความได้เธอก็ไม่เคยเห็นหน้ามารดามาก่อน มีแต่ป้าลำไยเพื่อนของมารดาเล่าให้ฟังเท่านั้นว่ามารดาเป็นคนใจดี

“พ่อเอ็งนี่มันใจร้ายจริงๆ ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนมันรักเอ็งมากนะ” ลำไยพูดกับเด็กน้อยที่เอ็นดูเหมือนลูกหลานเพราะท่านไม่มีครอบครัวและเคยเป็นเพื่อนจินดามารดาของพลับพลึงมาก่อน

“พ่อเคยรักหนูด้วยเหรอจ๊ะ” พลับพลึงเอ่ยถามเสียงเศร้า พลับพลึงไม่เข้าใจว่าความรักจากบิดาเป็นเช่นไร เธอไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าความรักจากท่านเลย

“กินอะไรหรือยัง ป้าทำข้าวเหนียวหมูทอดเหลืออยู่อีกนิดมากินสิ” ลำไยเปลี่ยนเรื่อง นึกสงสารปนเวทนาเด็กน้อยจับใจ

“กินได้จริงๆ เหรอจ๊ะ” เด็กน้อยเอ่ยถามกลืนน้ำลายด้วยความหิว

“กินได้สิ เอ็งก็เหมือนลูกหลาน ไม่มีข้าวกินมากินบ้านป้าได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” ลำไยตักข้าวเหนียวหมูทอดให้เด็กน้อยหน้าตามอมแมม เสื้อผ้าก็เก่าๆ ขาดๆ ถ้าเธอพอช่วยอะไรได้ก็จะช่วยเพราะสงสาร พลับพลึงยกมือไหว้ป้าลำไยก่อนจะกินข้าวเหนียวหมูทอดด้วยความหิว ลำไยเห็นแล้วเศร้าใจในชะตาชีวิตของเด็กน้อย มือคล้ำๆ ลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ

“แล้วนี่เอ็งจะไปไหนล่ะ” ลำไยเอ่ยถาม มองเด็กน้อยที่กินด้วยความหิวอย่างเอ็นดู

“ไปดายหญ้าจ้ะ มีคนจ้างหนู” ประโยคของเด็กน้อยทำให้ลำไยของขึ้น นึกโกรธไปถึงบิดาของเด็กน้อย

“พ่อเอ็งไม่ทำงานรึไง เอาแต่ใช้เอ็ง แล้วนี่ไม่ไปโรงเรียนแล้วเหรอพลับพลึง”

“พ่อไม่ให้เรียนแล้วจ้ะ” เด็กน้อยหยุดกินเพราะเริ่มกลืนไม่ลง น้ำตาซึมด้วยความเศร้า อยากเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่บิดาไม่ให้เรียน

“ไอ้พันนี่มันยังไงกัน ลูกเต้าก็ไม่ให้เรียน บ้าบอคอแตกที่สุด” ลำไยด่ายาวเหยียดด้วยความโมโห

“หนูต้องไปทำงานแล้วนะจ๊ะป้า เดี๋ยวไปสายเขาจะจ้างคนอื่น”

“เอาขนมนี่ไปกินรองท้องนะ” ลำไยหยิบขนมกล้วยยัดใส่มือเด็กน้อย

“ขอบคุณป้ามากเลยนะจ๊ะ” พลับพลึงยกมือไหว้อย่างดีใจ ซาบซึ้งในบุญคุณของท่านเหลือล้น ลำไยมองตามร่างเล็กไปด้วยความเวทนา ท่านเองก็หาเช้ากินค่ำ ขายของได้บ้างไม่ได้บ้าง กำไรน้อยนิดอยากจะช่วยให้มากกว่านี้แต่ไม่มีปัญญาเลยช่วยเท่าที่ช่วยได้เท่านั้น

พลับพลึงคอยรับจ้างทำงานเท่าที่จะทำได้เพื่อหาเงินมาให้บิดา ผู้ใหญ่คนไหนใจดีก็จ้างเธอ แต่คนไหนเห็นว่าจะเอาเปรียบได้ก็เอาเปรียบ เด็กน้อยตัวเล็กๆ เที่ยวของานทำไปเรื่อยๆ มือน้อยๆ หยาบกร้านเพราะต้องทำงานทุกวัน แทบไม่ได้หยุดพักแม้แต่วันเดียว

เด็กน้อยแอบเดินลัดเลาะไปที่โรงเรียนด้วยเท้าเปล่าๆ มองเด็กคนอื่นๆ ที่กำลังเรียนหนังสือแล้วร้องไห้เบาๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงลานโล่ง เสียงสะอื้นนั้นทำให้ครูใหญ่ที่เดินสำรวจอยู่บริเวณโรงเรียนได้ยินเข้า

“อ้าว... พลับพลึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ทำไม” ครูใหญ่เอ่ยถามด้วยความสงสาร เด็กในโรงเรียนนั้นมีไม่กี่คน จึงทำให้ครูใหญ่จึงจำชื่อเด็กทุกคนได้

“คือหนู...” พลับพลึงเงยหน้าขึ้นมองครูใหญ่น้ำตานอง ก่อนจะสะอื้นฮักๆ

“เป็นอะไรบอกครูมาซิ แล้วทำไมไม่มาเรียนเหมือนคนอื่นเขา” ครูใหญ่เอ่ยถามพลางลูบศีรษะไปมา พลับพลึงยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก มืออุ่นๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความเมตตาปรานี

“เอาเช็ดน้ำตาซะ” ครูใหญ่สุภาพหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าส่งให้เด็กน้อย เธอรับไปซับน้ำตาที่ใบหน้าก่อนจะพูดเสียงสะอึกสะอื้น

“พ่อไม่ให้พลับพลึงเรียนหนังสืออีกแล้ว ฮึกๆ ฮือๆๆ” เด็กน้อยพูดไปร้องไห้ไป ครูใหญ่เห็นแล้วสะท้อนใจ

“เดี๋ยวครูจะไปคุยกับพ่อของเธอเอง” ครูใหญ่สุภาพมองเด็กน้อยด้วยแววตาสงสารจับใจ คิดว่าควรต้องไปคุยกันให้รู้เรื่อง

“พ่อจะตีหนูอีกไหมคะ” คนที่โดนพ่อตีบ่อยๆ เริ่มหวาดกลัว

“เดี๋ยวครูให้พูดเอง เชื่อครูสิ” ครูใหญ่ลูบศีรษะเด็กน้อยเพื่อปลอบประโลม

“จริงๆ เหรอคะ” พลับพลึงเอ่ยถาม สีหน้ามีความหวัง

“จริงสิ” น้ำเสียงปรานีเอื้อเอ็นดูของครูใหญ่ทำให้เด็กน้อยยิ้มออก

“เลิกเรียนแล้ว งั้นเดี๋ยวเราไปกันเลยนะ”

“ค่ะ” มือแสนอบอุ่นของครูใหญ่จับมือเล็กๆ พาเดินไปยังบ้านของเด็กน้อยซึ่งอยู่ห่างออกไปจากโรงเรียนหลายกิโลเมตร

ครูใหญ่สุภาพจูงมือเด็กน้อยเดินมาตามทางทุรกันดารของหมู่บ้าน พอมาถึงบ้านไม้หลังเก่าๆ โทรมๆ เขาก็เห็นว่าบิดาของเด็กน้อยกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะขาม

“นายพัน” ครูใหญ่เอ่ยเรียกเสียงหนัก พันวางจอกเหล้ามือสั่นก่อนจะยกมือขึ้นท่วมหัว เหลือบมองบุตรสาวที่ยืนหลบอยู่ทางด้านหลังของครูใหญ่ด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก คิดว่าบุตรสาวคงไปฟ้องอะไรครูใหญ่เป็นแน่ อีกฝ่ายเลยมาถึงบ้านเช่นนี้

อ่านต่อ

สารบัญ พลับพลึงเหมราช

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
ชีวิตที่เคยสว่างไสวและเป็นที่อิจฉาของผู้คนกลับพลิกผัน เมื่อเธอต้องอยู่ในสถานะภรรยาที่สามีมองไม่เห็นคุณค่า ในมุมมองของเขา เธอคือสตรีจอมมารยาที่เก่งกาจเรื่องการหลอกลวงและซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงเอาไว้เบื้องหลังหน้ากากอันสวยงาม ความชิงชังนี้ทำให้เขาไม่เคยปรานีต่อเธอเลย เขาสาดซัดทั้งคำพูดที่กรีดลึกถึงหัวใจและการแสดงออกที่จงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างเลือดเย็น แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งขัดใจคือปฏิกิริยาของเธอ ไม่ว่าจะถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนักหน่วงเพียงใด เธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยและท่าทีสงบนิ่งเอาไว้ได้เสมอ ราวกับความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงหัวใจของเธอได้เลย
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาขีดเส้นให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความบีบบังคับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในเกมกามารมณ์ช่วงแรก แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์และความพยศของเธออย่างราบคาบ เมื่อสาวธรรมดาคนนี้ไม่ยอมสยบให้แก่เขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจดวงนี้กลับคืนมา
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ตอน
อ่านเลย
แชร์