ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชายาอัปลักษณ์ของท่านอ๋องรูปงาม

ชายาอัปลักษณ์ของท่านอ๋องรูปงาม

โชคชะตาที่แสนรันทดเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการลืมตาดูโลกของหญิงสาวผู้หนึ่ง เมื่อมารดาของนางต้องสิ้นใจลงทันทีที่ให้กำเนิด ชีวิตของนางถูกจองจำอยู่ใต้เงาแห่งความอัปมงคลอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความงดงามบนใบหน้าของนางกลับกลายเป็นคำสาปแช่งที่น่าสะพรึงกลัว เพราะใครก็ตามที่ได้บังเอิญพบเห็นหรือจ้องมองใบหน้าอันพิลาศล้ำของนางจะต้องเผชิญกับหายนะถึงแก่ชีวิตไปเสียทุกราย จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานถึงสตรีผู้นำพามาซึ่งความตายแก่ทุกคนรอบข้าง
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ทำไมต้องเป็น เจิ้งอ้ายฉิง (เจิ้งแซ่ของมารดา อ้ายชิง-ความรัก) ”

“หวงเจิงอู๋ เจ้ากล้าขัดบัญชาข้าหรือไร”

“ฝ่าบาท ข้าเป็นถึงแม่ทัพไร้พ่ายอีกอย่าง นางแค่ลูกอนุเป็นชายารองท่านอ๋องอย่างข้าไม่นับว่ามากไปหน่อยหรือ”

“หวงเจิ้งอู๋จะมากไปแล้ว เมื่อไหร่จะเลิกดูถูกคนอื่นแล้วเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่”

“ข้าไม่ขอรับ นางในตำแหน่งชายารอง”

หวงฉีจิ้งตบโต๊ะฉาดใหญ่

"หากไม่เห็นแก่หน้าฮองเฮาก็เชิญเจ้าปฏิเสธได้ในทันที"

หวงเจิ้งอู๋ประสานมือจากไป

จวน ขุนนางเหว่ยจื่อหยวน

“ท่านแม่ นางอัปลักษณ์เหตุใดจึงได้แต่งกับท่านอ๋องหวงเฉิงอู๋ที่รูปงาม”

“ต้องมีสิ่งใดผิดพลาด ไม่สิ ฮองเฮาเป็นถึง น้าสาวคนเล็กของนาง ก็คงไม่น่าจะผิดพลาดอะไร”

“ท่านแม่ นางจะเป็นที่โปรดปรานของท่านอ๋องหรือไม่”

“ไม่สิเจ้าดูนางเกิดมาพร้อมกับความโชคร้ายแม่ตายแล้วยังใบหน้าอัปลักษ์ ผู้คนล้วนหวาดกลัวเมื่อพบหน้านางเจ้าคิดว่าท่านอ๋องจะทรงโปรดปรานหญิงหน้าตาอัปลักษณ์หรือไร”

รอยยิ้มหยันบนใบหน้าสวยสด

“ท่านแม่เช่นนั้น ...อีกไม่นานนางคงถูกเฉดหัวออกจากจวนอ๋อง ว่ากันว่าชายาเอกของท่านอ๋อง น่ากลัวเกินใคร”

“คงต้องนับวันว่านางจะเข้าไปอยู่ในนั้นได้นานกี่วันจะเหมาะกว่า”

เจิ้งอ้ายฉิง ในอาภรณ์สีแดง มีผ้าคลุมหน้าสีเดียวกัน ปิดบังใบหน้าไว้ แม้รูปร่างอรชรทว่าใบหน้าด้านซ้ายอัปลักษณ์จนเหมือนภูติผี ก้าวขาลงจากเกี้ยวหลังเล็ก แหงนหน้ามองป้ายด้านบน

“จวนอ๋องไร้พ่าย”ไม่ได้แสดงสีหน้าว่าดีใจหรือตื่นตกใจอะไร

“คุณหนูรองข้าน้อยส่งได้เพียงเท่านี้”

 เจิ้งอ้ายฉิงย่อกายลงตรงหน้าคนหามเกี้ยว

“โอ้คุณหนูรองอย่าทำแบบนี้ ข้าน้อยไม่อาจรับได้”

“ท่านลุงเป่ย อีกเท่าไหร่ถึงจะได้พบกัน ท่านลุงมีน้ำใจกับข้ายิ่งแล้ว คนอื่นล้วนไม่มีใครอยากมาส่งข้าที่นี่ เพราะกลัวจะพบกับความโชคร้ายและอัปยศ มีแต่ท่านลุงที่มีน้ำใจกับข้ายิ่งนัก อ้ายฉิงไม่มีเงินทองตอบแทนมีเพียง คำขอบคุณก็เท่านั้น” ลุงเป่ย ได้แต่ยิ้มเศร้าๆ

“คุณหนูแค่นี้ก็ซึ้งใจแล้ว คุณหนูรองโชคร้ายแต่ไม่เคยโทษคนอื่น พยายามที่จะ ให้คนอื่นยิ้มได้เสมอ ยายแก่เป่ยฝากลุงมาบอกกับคุณหนูเพราะนางไม่อาจหยุดร้องไห้ได้ เมื่อคุณหนูมาที่นี่”

“ท่านป้าดีกับข้ามาตลอดตั้งแต่ข้าเกิดมามีเพียงท่านป้าที่คอยห่วงใย”

“นางตอนนี้ก็ยังห่วงคุณหนูรองไม่เสื่อมคลาย กำชับให้ทำเหมือนที่เคยทำเป็นประจำห้ามละเลย จนกว่าคุณหนูจะพ้นเคราะห์”

เจิ้งอ้ายฉิงยิ้ม ก่อนจะหันหลังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก้าวเดินผ่านธรณีประตูหน้าจวนอ๋อง

สาวใช้นางหนึ่ง ก้มหน้าไม่กล้ามองผ่านผ้าคลุมด้วยได้ยินคำเล่าขานมามากมายกับใบหน้าอัปลักษณ์ของเจิ้งอ้ายฉิง

“พระชายา ท่านอ๋องให้ข้าน้อยจัดห้องหับไว้ให้ท่านแล้วอยู่ด้านในสุด”

สาวใช้วัยอ่อนกว่ายื่นมือรับห่อผ้าในมือของเจิ้งอ้ายฉิง

“ไม่เป็นไรข้าถือเองได้”

“เชิญนายหญิง ด้านซ้าย”

สาวใช้ผายมือ ให้เจิ้งอ้ายฉิงเดินไปก่อน

“นายหญิงเจ้าขาข้าน้อย เจียวหยูรับหน้าที่ดูแลนายหญิงต่อจากนี้ตามคำสั่งท่านอ๋อง”

“ขอบใจเจ้ายิ่งนัก”

น้ำเสียงอ่อนโยนไม่ว่าจะพูดกับใครเป็นกิริยาที่ อ้ายฉิงทำจนกลายเป็นความเคยชิน

ห้องด้านซ้ายสุด ที่เหมือนจะเพิ่งได้รับการปัดกวาดด้วยร้างไร้มานาน

“นายหญิงข้าน้อยเพิ่งจะได้มาปัดกวาดให้ท่าน เมื่อวานด้วยงานในจวนมากมายกว่าจะปลีกตัวมาได้ นายหญิงคงพอจะหลับนอนได้”

จริงอย่างที่คิด ห้องนี้ถูกทิ้งร้างมานานจริงๆ

“ขอบใจเจ้าเหลือเกินแค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้วปกติ ข้าทำทุกอย่างด้วยตัวเองนี่ถือว่ายังมีเจ้า”

หวงเจิงอู๋ก้าวเท้ายาวๆ หยุดยืนตรงหน้า สีหน้าเรียบเฉย ยืนเอามือไพล่หลังด้วยความถือตัวใบหน้าหล่อเหลาเบือนหน้าหนีไม่อยากมองเจิ้งอ้ายฉิงแม้แต่น้อย เจิ้งอ้ายฉิง แอบมองใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร ที่มองเห็นเพียงเสี้ยวหน้า

“เจียวหยู ออกไปก่อน”

เจียวหยูย่อกายจากไป เจิ้งอ้ายฉิงนั่งก้มหน้ามองมือตัวเอง

“ข้าไม่ได้มาเปิดผ้าคลุมหน้ารับเจ้าเข้าจวนอย่างที่เจ้าคิด ข้าไม่ได้มาร่วมหอกับเจ้าอย่างที่เจ้าคิด เพราะฉะนั้นหากไม่พอใจในสิ่งที่ข้าทำ รุ่งเช้าเจ้าก็แค่ขอหย่ากับข้าเสีย”

เจิ้งอ้ายฉิงเงยหน้าอัปลักษณ์ขึ้นจ้องมองดวงหน้าของหวงเฉิงอู่ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้า เผยให้เห็นใบหน้าหน้าอัปลักษณ์เต็มตา หวงเฉิงอู่ผงะถอยอ้าปากค้างใบหน้าซีกขวาแม้จะงดงาม จนไร้ที่ติแตกต่างกับใบหน้าซีกซ้าย ที่อัปลักษณ์จนเขาแทบจะเผลอสำรอกของเก่าออกมา

“คงต้องรบกวน ท่านอ๋องขอหย่ากับข้าเสียเอง”

เสียงดังระฆังแก้วกังวานเพราะพริ้งแม้จะอยู่ในอาการไม่พอใจก็ตาม

“เจ้ารู้คำตอบอยู่แล้วว่าข้าไม่อาจ ขอหย่าเจ้าได้ เจ้าจึงยื่นข้อเสนอแบบนี้คืนกลับมา เจ้าอัปลักษณ์เพียงนี้ก็น่าจะรู้ดีว่าไม่คู่ควรกับข้า”

“ข้ารู้ดี”

 น้ำเสียงแปร่งในตอนท้าย คล้ายๆ กับยอมรับชะตากรรมของตัวเองเป็นอย่างดี

“รู้ก็ไปเสีย”

“ไม่ใช่ข้าที่ตัดสินใจได้เพียงลำพัง”

เหมือนจะร้องขอความเห็นใจ

“เจ้าก็รู้ว่าข้าต้องอับอายผู้คน และข้ารังเกียจเจ้าแค่ไหนกับเรื่องใบหน้าอัปลักษณ์ของเจ้า”

“ข้าก็เพียงทำตามบัญชาของฝ่าบาท”

“อ้าง บัญชาฝ่าบาท ใจจริงหากเจ้าไม่ยอมแต่งเพราะเห็นแก่ข้าที่ต้องมาแบกรับความอับอายให้เหล่าขุนนางและผู้คนในวังหลวงต้องหัวเราะเยาะ เจ้าก็ควรจะขัดบัญชาฝ่าบาทเสียมิใช่แต่งกับข้า หรือว่าเป็นเพราะเจ้าเองก็แอบดีใจที่ได้แต่งกับข้า”

“ข้าไม่เคยดีใจหรือเสียใจ”

“ดีข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่ต้องแต่งกับข้า และจะต้องขอหย่ากับข้าอีกไม่นาน”หวงเฉิงอู๋ก้าวขาสะบัดแขนจากไป เจิ้งอ้ายฉิงเอนกายพิงพนักเก้าอี้

จ้องมองกระจก เงาที่มีใบหน้าอัปลักษณ์ของตัวเองอยู่ตรงนั้น ยกมือขึ้นลูบใบหน้างดงามด้านขวา

สิบแปดปีก่อน

“นางถือกำเนิดมาพร้อมกับโชคร้ายมารดาตาย ตั้งแต่นางลืมตาดูโลก ใครก็ช่างที่เห็นใบหน้างดงามของนางจะต้องมีอันเป็นไป”

“ท่านเซียนแล้วข้าจะต้องทำอย่างไร”

ท่านป้าเป่ยตอนนั้นอายุอานามยังไม่เท่าไหร่นางเป็นสาวใช้ที่คอยรับใช้มารดาของเจิ้งอ้ายฉิงอีกที เอ่ยปากถามขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“เจ้าก็แค่ ปิดบังใบหน้างดงามของนางเสีย เด็กน้อยคนนี้เมื่อเติบใหญ่ใบหน้าของนางหาก ปล่อยให้ผู้คนพบเห็น จะต้องเป็นฉนวนเหตุล่มเมืองล่มสวรรค์อย่างแน่นอน”

เจิ้งอ้ายฉิง ยกมือขึ้นลูบใบหน้าด้านซ้ายแสนอัปลักษณ์ที่มีวัตถุบางอย่าง ปิดบังไว้ก่อนจะยิ้มให้กับกระจกบางๆ

“เจ้าเหมาะกับ ความอัปลักษณ์อย่างนี้เจิ้งอ้ายฉิง”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
ความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้จะพยายามเรียงร้อยถ้อยคำเป็นบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าท่านจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพร้อมที่จะติดตามไปทุกแห่งหน แม้น้ำตาจะหลั่งรินจนกลายเป็นสายน้ำก็ไม่อาจนำพาเราให้มาพบพานกันได้อีก ความคิดถึงนี้จะยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
8.8
โชคชะตาหรือมนตราลึกลับที่นำพา รุ้งราตรี ให้ตกอยู่ใต้อ้อมกอดของแดเนียล แวมไพร์ผู้มีหัวใจเย็นชามาแสนนาน เพียงสบตาและสัมผัสแรกเธอกลับรู้สึกถึงอันตรายที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหวอย่างรุนแรง แม้จุมพิตเดียวจะทำให้เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือเนื้อคู่ที่ตามหา แต่รุ้งราตรีกลับพยายามถอยห่าง ทว่าด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้เธอไม่มีทางเลือก นอกจากต้องหวนคืนสู่คฤหาสน์อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้นอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ยอดหญิงบ้านนายุค70
8.5
เมื่อนักวิจัยสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถระดับอัจฉริยะ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้เธอย้อนเวลากลับไปสู่ปี 1970 ในร่างของเด็กสาวชาวไร่ผู้ยากจนท่ามกลางบรรยากาศชนบทที่ห่างไกลความเจริญ เธอจะสามารถปรับตัวและใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญที่มีเพื่อพลิกผันโชคชะตาอันยากลำบากในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนี้ได้อย่างไร ติดตามการเดินทางสุดท้าทายเพื่อสร้างชีวิตใหม่ของยอดหญิงผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาในยุคอดีต
หน้าปกนวนิยาย ข้านี่แหละ แม่ปีศาจ
7.8
เมื่อความรักและความภักดีถูกทำลายลงด้วยการทรยศหักหลังอย่างแสนสาหัสจากคนสนิทที่สุดทั้งสองคน หญิงสาวผู้ถูกหลอกลวงจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตจึงได้อธิษฐานจิตก่อนสิ้นลมหายใจเพื่อวอนขอโอกาสในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอปรารถนาที่จะได้รับชีวิตที่สดใสและดีกว่าเดิมเพื่อก้าวพ้นจากโศกนาฏกรรมในอดีตที่เคยเผชิญมา การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นความหวังที่จะเปลี่ยนโชคชะตาอันมืดมนให้กลายเป็นอนาคตที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง
หน้าปกนวนิยาย คู่ปลอมของอัลฟ่า สงครามเงียบของโอเมก้า
7.9
จากโอเมก้าต่ำต้อยที่เชื่อว่าตนคือคู่แท้ของคีรินทร์ อัลฟ่าผู้สูงส่ง ความจริงอันโหดร้ายกลับถูกเปิดเผยผ่านคัมภีร์ลับว่าเขายอมทำหมันเพื่อหญิงอื่นก่อนพบเธอเสียอีก ความรักที่เธอเทิดทูนและลูกในครรภ์แปดเดือนเป็นเพียงหมากในเกมพนันอันวิปริต เขาปล่อยให้ศิรินยาทำร้ายเธออย่างทารุณก่อนโยนร่างให้ลูกน้องย่ำยี ท่ามกลางความแตกสลายที่กลายเป็นความแค้นเย็นเยือก เธอจึงตัดสินใจจบชีวิตทารกด้วยสมุนไพรต้องห้าม เพื่อเริ่มต้นสงครามทวงแค้นต่อทุกคนที่ทำลายชีวิตเธอ