ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชายาอัปลักษณ์ของท่านอ๋องรูปงาม

ชายาอัปลักษณ์ของท่านอ๋องรูปงาม

โชคชะตาที่แสนรันทดเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการลืมตาดูโลกของหญิงสาวผู้หนึ่ง เมื่อมารดาของนางต้องสิ้นใจลงทันทีที่ให้กำเนิด ชีวิตของนางถูกจองจำอยู่ใต้เงาแห่งความอัปมงคลอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความงดงามบนใบหน้าของนางกลับกลายเป็นคำสาปแช่งที่น่าสะพรึงกลัว เพราะใครก็ตามที่ได้บังเอิญพบเห็นหรือจ้องมองใบหน้าอันพิลาศล้ำของนางจะต้องเผชิญกับหายนะถึงแก่ชีวิตไปเสียทุกราย จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานถึงสตรีผู้นำพามาซึ่งความตายแก่ทุกคนรอบข้าง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“นางอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวแค่ไหน”

“พระชายาเจ้าขา นางน่ากลัวเสียมากกว่าใบหน้าคล้ายภูตผี แค่มองไปก็แทบจะสิ้นสติ”

“ฮองเฮาตั้งใจจะขายหลานสาว หรือตั้งใจจะสั่งสอนท่านอ๋อง นางสำคัญกว่าท่านอ๋อง เรื่องไหนที่นางเห็นดีฝ่าบาทก็คงไม่อาจปฏิเสธ”

“นายหญิงอาจเป็นแค่เพียงความสงสารหลาน ต้องการให้เลือดเนื้อเชื้อไขของนางถือกำเนิดมา ใบหน้าไม่ได้อัปลักษณ์เช่นนางก็แค่นั้น”

“ดี พรุ่งนี้บ่ายเรียกนางพบข้า”

สาวใช้ย่อกายลงยิ้มมุมปาก

ไฟในห้องดับสนิท เจิ้งอ้ายฉิงดึงแผ่นหนังที่ทำขึ้นเป็นพิเศษออกจากใบหน้าซีกซ้ายยกมือข้นลูบใบหน้าเนียนซีกซ้ายของตัวเองที่สัมผัสได้ว่าอุ่นกว่าซีกขวา หากไม่เปิดแผ่นหนังออกเสียบ้าง อาจทำให้ใบหน้าส่งผลเสียได้ แม้จะมองไม่เห็นแต่ เจิ้งอ้ายฉิงคุ้นเคยกับการทำแบบนี้มานานปี จะให้อัปลักษณ์ก็แค่แปะมันลงไปบนใบหน้ายามดึกจึงดึงแผ่นหนังออกเสีย ใหม่ๆเคยถามป้าเป่ยว่าทำไมเจิ้งอ้ายฉิงต้องทำเรื่องยุ่งยากแบบนี้

“เพื่อสิ่งใดกัน”

“เพื่อตัวคุณหนูเอง หากใครเห็นใบหน้าของคุณหนูจึงต้องมีอันเป็นไปเหมือนที่ ท่านแม่ของคุณหนูต้องพบเจอเรื่องแบบนั้น”

“ข้า ทำให้ท่านแม่ตายท่านป้าทำไมท่านไม่ให้ข้าตายเสีย”

“อ้ายฉิงแปลว่าความรัก นายหญิงให้คุณหนูชื่อนี้เพราะรักคุณหนูยิ่งกว่าใครนายหญิงเชื่อว่าสักวัน เคราะห์ร้ายของคุณหนูจะหายไป”

“แต่ข้าทำให้คนอื่นโชคร้าย”

“คุณหนูไม่อยากทำร้ายใคร คุณหนูก็ต้องทำที่เคยทำเป็นประจำเพราะจะได้ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ต้องให้รับความโชคร้ายที่เป็นของเขา คุณหนูแค่เร่งเวลาแห่งความโชคร้ายของเขาหาได้ทำให้คนอื่นโชคร้ายไม่”

ยกมือขึ้นลูบใบหน้างามเบาๆ ทิ้งกายลงบนแท่นนอน หลับใหล

“คุณชาย หนีไป”เสียงขององครักษ์ข้างกายส่งเสียงเตือนหวางปาหยางที่ไม่รอช้าทะยานออกจากห้องเก็บตำราจวนในจวนอ๋องของหวงเฉิงอู๋ ด้วยไม่อาจรับมือกับ องครักษ์ที่แข็งแกร่งของจวนอ๋องได้ ทะยานขึ้นไปบนหลังคาทอดยาวของจวนอ๋องที่เชื่อมต่อกันวิ่งไปบนหลังคากระโดดลงไปในสวน วิ่งลัดเลาะไปทางซ้ายสุดของจวนอ๋อง วิ่งจนสุดฝีเท้าองครักษ์ยังคงวิ่งตามไม่ลดละ ด้านหน้านั่นมืดมิดเหมือนไม่มีคนอาศัยหวางปาหยางดึงบานประตูแทรกกายเข้าไปในห้องมืดมิด หนึ่งให้ห้าห้องเรียงราย บังเอิญหรือเป็นเพราะลิขิตสวรรค์ ตรงเข้าไปที่แท่นนอนร่างอรชรของเจิ้งอ้ายฉิงนอนหลับใหล สะดุ้งตื่นลืมตาแต่ช้าไปเสียแล้ว เมื่ออีกคน ทิ้งตัวลงทาบทับ ยกมือใหญ่ขึ้นปิดปากครึ่งจมูกไว้แน่นลมหายใจรินรดตรงหน้าร้อนผะผ่าว เจิ้งอ้ายฉิงใจเต้นไม่เป็นจังหวะแต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรด้วยไม่รู้ว่าคนผู้นี้มาร้ายมาดีเพียงใด

เสียงฝีเท้าคนนับสิบยังวิ่งวนค้นหา เข้าห้องนู่นออกห้องนี้

“พวกเจ้าเข้าไปไม่ได้ นี่มันห้องของชายารองท่านอ๋อง”

เสียงตวาดของเจียวหยูดังอยู่หน้าห้อง

“ห้องของชายารอง ทำไมถึงไม่มีแสงไฟเล็ดลอด”

“นายหญิงให้ข้าออกมาแล้วดับไฟตั้งแต่หัววัน พวกเจ้าจะสงสัยอะไรกัน”

“มีคนร้าย ข้าสงสัยว่า จะซ่อนตัวในห้องของชายารอง”

“เป็นไปไม่ได้ห้องด้านซ้ายมีมากมายอีกทั้งยังมีห้องติดๆ กันหลายห้องคนร้ายจะจงใจเข้าไปในห้องนายหญิงได้อย่างไร ชายารองเพิ่งจะแต่งเข้ามานางคนเมื่อยล้าไม่น้อยพวกเจ้าไปเสียอย่ามารบกวนเวลาพักผ่อน อีกอย่างถ้ามีคนร้ายนายหญิงจะต้องตื่นตกใจร้องขอความช่วยเหลือ”

องครักษ์ส่ายหน้า

“แต่หากข้าละเลย”เจียวหยูทำสีหน้าเบื่อระอา

“นายหญิงเจ้าขา มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่”

หวางปาหยางส่งเสียงลอดไรฟันเบาๆ

“บอกนางไปว่าเจ้ากำลังนอนไม่มีอะไร ผิดปกติ”

“ข้ากำลังหลับสบายพวกเจ้าส่งเสียงดังรบกวนข้า” 

หวางปาหยางอ้าปากค้างกับเสียงใสราวกับระฆังแก้ว ชายารองอ๋องไร้พ่ายผู้นั้น ไหนใครบอกว่าอัปลักษณ์ยิ่งแล้ว เขาเลือกเอาวันแต่งเพราะทุกคนมัวยุ่งๆ จึงอาศัยโอกาสนี้แต่ที่เห็นห้องหับของนางล้วนไม่น่าดู เก่าคร่ำคร่านี่หรือห้องของชายารอง

“เจ้าค่ะ พวกเจ้าได้ยินไหม”

องครักษ์ประสานมือจากไป เจิ้งอ้ายฉิงผลักอกกว้างดิ้นรน ให้หลุดพ้นจากอ้อมกอด แต่กับถูกรัดไว้แน่น

“ชายารอง 555เหมาะสมยิ่งแล้ว”

สะบัดมือเพียงนิด แสงสว่างจากเปลวเทียนสว่างขึ้นที่ข้างแท่นนอน หวางปาหยางอ้าปากค้างใบหน้านวลใยงดงามใต้ร่างของเขา แสงเทียนส่องกระทบมองเห็นชัดเจน อ้ายฉิงรีบยกมือปิดบังใบหน้าซีกขวาด้วยความตกใจลืมไปว่าจะต้องปิดบังใบหน้าซีกซ้าย

“เทพีสวรรค์หรือไร”

เอาแต่ตกตะลึงอ้ายฉิงสะบัดตัวลุกขึ้น คว้ากระบี่ข้างกายมากำไปข้างหนึ่งมืออีกข้างปิดบังใบหน้าไว้

“ไปเสีย ท่านไปเสียไม่ว่าจะเป็นใครท่านจะโชคร้ายเมื่อพบหน้าข้าอาจจะไม่อาจรักษาชีวิตไว้ด้วยซ้ำ”

ไม่ได้กลัวแค่เพียงมือสั่นที่กำกระบี่ แต่ด้วยเหมือนมีมนตร์ขลังกับใบหน้างามที่เขาจ้องมองในครั้งแรกอีกทั้งร่างอ้อนแอ้นของอ้ายฉิงที่ทำเอาเขากลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกเสียดายอย่างยิ่งสิ่งไหนกันเวทมนตร์หรือว่าใบหน้ากับร่างอรชรนั้น ที่ทำให้เขายอมทำตามคำพูดของนางง่ายดาย ค่อยๆถอยออกจากห้องไปแต่สายตายังจับจ้องใบหน้างามไม่ลดละ อ้ายฉิงตวัดกระบี่ตัดไส้เทียน ความมืดปกคลุมอีกครั้งโยนกระบี่ไปตรงหน้า หวางปาหยางคว้ามันไว้ในมือแล้วรีบทะยานออกจากห้องไปทั้งๆ ที่ ไม่อยากจากไปแม้เพียงน้อยนางงดงามดังเทพีสวรรค์ หญิงงามอันดับหนึ่งยังน้อยไปหากจะเปรียบกับนาง

“ค้น ค้นให้ทั่ว”เสียงดังโวยวายด้านนอกอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นเสียงของ หวงเฉิงอู๋ ที่นำคนกลับมาอีกครั้ง

“เจียวหยูเปิดห้องของชายารอง”

ด้านในเงียบงันเจียวหยูลังเล

“เปิดประตู”

บานประตูเปิดออกช้าๆ ใบหน้าอัปลักษณ์ต้องแสงเทียนในมือ องครักษ์ต่างก้มหน้าไม่มีใครกล้ามอง ดวงหน้าอัปลักษณ์เกินทน ก่อนหน้านั้นเจิ้งอ้ายฉิง รีบลนลานคว้าแผ่นหนังใต้หมอนมาปิดบังใบหน้าไว้ดึงผ้าห่มมาคลุม ร่างกายที่มีเพียงอาภรณ์บางเบา เผยให้เห็นเรือนร่างชัดเจน

“เจ้าอาจซุกซ่อนคนร้ายไว้ด้านใน ข้าจะให้คนค้นห้องเจ้า”

 อ้ายฉิงยิ้ม

“เชิญท่านอ๋อง”

ผายมือเชิญ หวงเฉิงอู๋ก้าวเท้าเข้าไปรื้อค้น สิ่งของในห้องไม่เว้นแม้กระทั่งบนแท่นนอน

“พวกเจ้าแน่ใจหรือ”

“แน่ใจ ขอรับ”

“บัดซบ วิ่งมาทางนี้ แต่กลับหายตัวไปง่ายดาย”

หันมาเผชิญหน้ากับอ้ายฉิงสายตา จ้องจับผิด

“ข้า เอาผิดเจ้าไม่ได้ แต่อย่าคิดว่าข้าจะวางใจ”

อ้ายฉิงย่อกายลงอ่อนหวาน

“ท่านอ๋องค้นดูอีกรอบจึงดี หากยังไม่วางใจ”

น้ำเสียงอ่อนหวาน จนคนฟังใจอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เมื่อป้ายหยกเนื้อดีบ่งบอกฐานะใช้สำหรับของใครบางคนที่ร่วงบนพื้น

“หวงเฉิงอู๋ก้มลงเก็บ ป้ายหยกมาขึ้นมายื่นไปตรงหน้า อ้ายฉิง

“สิ่งนี้เจ้าจะอธิบายว่าอย่างไร” 

มือบางคว้าป้ายหยกอย่างรวดเร็วแต่ ร่างสูงกลับไวกว่าคว้ามือดึงตัวของอ้ายฉิงกระแทกมาที่อกของเขา

“นอกจากใบหน้าอัปลักษณ์แล้ว เจ้ายังทำเรื่องปิดบังชั่วช้า เจ้ารวมหัวกับใคร”

อ้ายฉิงยิ้มหวาน

“ท่านอ๋องกลัว หรือกลัวว่าสิ่งที่ทำไว้จะเปิดเผยออกมาใช่หรือไม่”

ผลักร่างบางให้ลงไปกองกับพื้น

“กลับ”

อ้ายฉิงกำป้ายหยกไว้ในมือแน่น ไม่ยอมปล่อย ดีที่หวงเฉิงอู่คิดว่าป้ายหยกนี่เป็นของคนร้าย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
ความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้จะพยายามเรียงร้อยถ้อยคำเป็นบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าท่านจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพร้อมที่จะติดตามไปทุกแห่งหน แม้น้ำตาจะหลั่งรินจนกลายเป็นสายน้ำก็ไม่อาจนำพาเราให้มาพบพานกันได้อีก ความคิดถึงนี้จะยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
8.8
โชคชะตาหรือมนตราลึกลับที่นำพา รุ้งราตรี ให้ตกอยู่ใต้อ้อมกอดของแดเนียล แวมไพร์ผู้มีหัวใจเย็นชามาแสนนาน เพียงสบตาและสัมผัสแรกเธอกลับรู้สึกถึงอันตรายที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหวอย่างรุนแรง แม้จุมพิตเดียวจะทำให้เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือเนื้อคู่ที่ตามหา แต่รุ้งราตรีกลับพยายามถอยห่าง ทว่าด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้เธอไม่มีทางเลือก นอกจากต้องหวนคืนสู่คฤหาสน์อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้นอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ยอดหญิงบ้านนายุค70
8.5
เมื่อนักวิจัยสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถระดับอัจฉริยะ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้เธอย้อนเวลากลับไปสู่ปี 1970 ในร่างของเด็กสาวชาวไร่ผู้ยากจนท่ามกลางบรรยากาศชนบทที่ห่างไกลความเจริญ เธอจะสามารถปรับตัวและใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญที่มีเพื่อพลิกผันโชคชะตาอันยากลำบากในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนี้ได้อย่างไร ติดตามการเดินทางสุดท้าทายเพื่อสร้างชีวิตใหม่ของยอดหญิงผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาในยุคอดีต
หน้าปกนวนิยาย ข้านี่แหละ แม่ปีศาจ
7.8
เมื่อความรักและความภักดีถูกทำลายลงด้วยการทรยศหักหลังอย่างแสนสาหัสจากคนสนิทที่สุดทั้งสองคน หญิงสาวผู้ถูกหลอกลวงจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตจึงได้อธิษฐานจิตก่อนสิ้นลมหายใจเพื่อวอนขอโอกาสในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอปรารถนาที่จะได้รับชีวิตที่สดใสและดีกว่าเดิมเพื่อก้าวพ้นจากโศกนาฏกรรมในอดีตที่เคยเผชิญมา การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นความหวังที่จะเปลี่ยนโชคชะตาอันมืดมนให้กลายเป็นอนาคตที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง
หน้าปกนวนิยาย คู่ปลอมของอัลฟ่า สงครามเงียบของโอเมก้า
7.9
จากโอเมก้าต่ำต้อยที่เชื่อว่าตนคือคู่แท้ของคีรินทร์ อัลฟ่าผู้สูงส่ง ความจริงอันโหดร้ายกลับถูกเปิดเผยผ่านคัมภีร์ลับว่าเขายอมทำหมันเพื่อหญิงอื่นก่อนพบเธอเสียอีก ความรักที่เธอเทิดทูนและลูกในครรภ์แปดเดือนเป็นเพียงหมากในเกมพนันอันวิปริต เขาปล่อยให้ศิรินยาทำร้ายเธออย่างทารุณก่อนโยนร่างให้ลูกน้องย่ำยี ท่ามกลางความแตกสลายที่กลายเป็นความแค้นเย็นเยือก เธอจึงตัดสินใจจบชีวิตทารกด้วยสมุนไพรต้องห้าม เพื่อเริ่มต้นสงครามทวงแค้นต่อทุกคนที่ทำลายชีวิตเธอ