ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

วิมานศิลป์คือแกลเลอรีที่เป็นดั่งชีวิตของฉัน แต่ภัทรวุฒิสามีที่รักกลับยกมันให้นภัสสรน้องสาวทรยศ เขาพยายามฆ่าฉันด้วยสร้อยดอกมะลิที่ฉันแพ้รุนแรงในวันเกิดเพื่อไปหาชู้รัก นภัสสรโทรมาเย้ยหยันว่าเขาแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อปกป้องเธอ และการแท้งลูกของฉันก็คือแผนการของพวกเขา เมื่อสูญเสียทุกอย่างฉันจึงจัดฉากระเบิดเรือยอชต์ฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากฝันร้าย พร้อมส่งอีเมลแฉความชั่วช้าทั้งหมดให้ภัทรวุฒิได้รับรู้ก่อนที่ลมหายใจของฉันจะดับสูญไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันปรากฏตัวในงานเลี้ยงเปิดตัวนิทรรศการศิลปะ 'วิมานศิลป์' ในชุดราตรีสีดำสนิท ใบหน้าของฉันถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีใครจับได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใน

ภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ มองมาที่ฉันด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย

"ที่รัก... คุณมาได้ยังไง" เขาถาม พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้

"ทำไมฉันจะมาไม่ได้คะ" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "นี่คืองานของ 'วิมานศิลป์' แกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมากับมือนะคะ"

เขาฝืนยิ้ม

"ผมแค่คิดว่าคุณคงจะเหนื่อยจากการเดินทางเมื่อคืนนะ" เขาพูด

"ไม่เลยค่ะ ฉันสบายดี" ฉันมองเลยไปด้านหลังของเขา เห็นนภัสสรกำลังยืนยิ้มหวานให้กับแขกเหรื่อในงาน

"จริงสิ ที่รัก" ภัทรวุฒิกระซิบเบาๆ "ผมว่าคุณไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานด้านในมากนักหรอกนะครับ ให้คุณภัสรเขาดูแลไปก็พอ คุณเพิ่งหายเหนื่อยมานะ"

คำพูดของเขายังคงทิ่มแทงหัวใจของฉันเหมือนเดิม

แต่ตอนนี้มันไม่ทำให้ฉันเจ็บปวดอีกแล้ว

มันกลับทำให้ฉันรู้สึกเย็นชามากขึ้นไปอีก

ฉันยิ้ม

"ฉันเข้าใจค่ะ" ฉันตอบ "แต่ในฐานะภรรยาเจ้าของแกลเลอรี ฉันก็ควรจะให้เกียรติแขกเหรื่อในงานบ้างจริงไหมคะ"

ภัทรวุฒิมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

ฉันเดินเข้าไปในงาน ท่ามกลางบรรยากาศที่หรูหราอลังการ เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ แขกเหรื่อแต่งกายด้วยชุดราตรีที่สวยงาม เดินไปมาพร้อมกับจิบไวน์และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ฉันเดินผ่านผู้คนมากมาย แต่เหมือนฉันกำลังเดินอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง

โลกที่ฉันไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้อีกแล้ว

"คุณณิณคะ!" เสียงสดใสของนภัสสรดังขึ้นจากด้านหลัง

ฉันหันไปมอง เธอเดินเข้ามาหาฉันในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ

"คุณณิณมาแล้วเหรอคะ นัสคิดว่าคุณณิณจะไม่มาซะอีก" เธอพูด ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"ทำไมฉันจะไม่มาล่ะนัส" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "นี่คืองานของฉันนะ"

รอยยิ้มของนภัสสรดูแข็งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง

"นัสดีใจนะคะที่คุณณิณมา" เธอพูด "คุณณิณดูเหมือนจะสบายดีขึ้นแล้วนะคะ"

"ฉันสบายดีมานานแล้วล่ะนัส" ฉันตอบ "แล้วดูเหมือนคุณภัทรวุฒิจะดูแลงานได้ดีมากเลยนะคะ"

สายตาของฉันจงใจมองไปยังผลงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่บนผนัง มันเป็นผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ที่ฉันเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยผลักดันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

โครงการ "แสงแห่งอนาคต"

โครงการที่ฉันริเริ่มขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ได้แสดงฝีมือ

แต่ตอนนี้... ทุกอย่างกลับกลายเป็นผลงานของนภัสสรไปหมดแล้ว

"อ๋อ โครงการ 'แสงแห่งอนาคต' นี่น่ะเหรอคะ" นภัสสรพูด "นัสรู้สึกเป็นเกียรติมากเลยนะคะที่ได้มาสานต่องานดีๆ ของคุณณิณ"

คำว่า "สานต่อ" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

นี่มันไม่ใช่การสานต่อ แต่มันคือการขโมยไปทั้งดุ้น

ฉันรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนอยู่ในอก

แต่ฉันก็พยายามเก็บซ่อนมันเอาไว้

"โครงการนี้ฉันวางแผนไว้ละเอียดมากเลยนะนัส" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "หวังว่าเธอคงจะทำมันออกมาได้ดีนะคะ"

นภัสสรยิ้มหวาน

"แน่นอนค่ะคุณณิณ นัสจะทำมันให้ดีที่สุดเลยค่ะ" เธอตอบ "คุณณิณไม่ต้องห่วงนะคะ นัสจะดูแล 'วิมานศิลป์' ให้ดีที่สุดเลยค่ะ เหมือนที่นัสเคยดูแลคุณณิณมาตลอดนั่นแหละค่ะ"

ฉันรู้สึกเหมือนเส้นเลือดในสมองจะขาดผึง

"เธอพูดอะไรน่ะนัส" ฉันถาม เสียงของฉันเริ่มสั่นเครือ

"อ๋อ... ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณณิณ" นภัสสรรีบตอบ "แค่รู้สึกดีใจที่ในที่สุดคุณณิณก็ได้พักผ่อนสักทีนะคะ"

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของนภัสสร มันเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและความสะใจ

เธอรู้ดีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่

"ฉันว่าเธอคงจะเข้าใจผิดอะไรไปบางอย่างแล้วล่ะนัส" ฉันพูด "ฉันยังไม่ได้คิดที่จะพักผ่อนเลยนะ"

"คุณณิณคะ..." นภัสสรพูด แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

นภัสสรเซถลาลงไปกับพื้น ดวงตาของเธอเบิกกว้าง

"โอ๊ย!" เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "คุณณิณ... ทำไมถึงผลักนัสแบบนี้คะ"

เสียงของเธอทำให้แขกเหรื่อในงานหันมามองทุกคน

ฉันยืนนิ่งราวกับถูกสาป

"นัส เธอพูดอะไรน่ะ" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นเครือ

"คุณณิณผลักนัสนะคะ" เธอพูด น้ำตาไหลพราก "นัสเจ็บนะคะ"

ภัทรวุฒิรีบวิ่งเข้ามาหาเราสองคน

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ" เขาถาม สีหน้าตกใจ

"คุณณิณผลักนัสค่ะภัทร" นภัสสรตอบ เสียงสะอื้น

ภัทรวุฒิมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธ

"ที่รัก... คุณทำอะไรลงไป" เขาถาม เสียงของเขาเย็นชาจนฉันรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง

ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ฉันมองไปยังนภัสสร เห็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของเธอ

เธอตั้งใจจะทำลายฉัน

"ภัทร..." ฉันพยายามพูดอีกครั้ง

"ที่รักเงียบไปก่อนเถอะครับ" เขาตัดบท "ตอนนี้คุณภัสรสำคัญกว่านะ"

เขาหันไปประคองนภัสสรขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

"คุณภัสรเป็นอะไรมากไหมครับ" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงอย่างแท้จริง

"นัสไม่เป็นไรค่ะภัทร" นภัสสรตอบ "แต่นัสสงสารคุณณิณนะคะ คุณณิณดูเหมือนจะไม่ค่อยสบายเลยนะคะ"

คำพูดของเธอยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

ภัทรวุฒิมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

"ที่รัก... ผมไม่นึกเลยว่าคุณจะทำแบบนี้" เขาพูด "คุณทำให้ผมผิดหวังมากนะ"

ฉันจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา

"คุณผิดหวังในตัวฉันเหรอคะภัทร" ฉันถาม "แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันผิดหวังในตัวคุณมากแค่ไหน"

"ที่รักพูดอะไรน่ะ" เขาถาม สีหน้าสับสน

"โครงการ 'แสงแห่งอนาคต' คุณคิดว่ามันเป็นของนัสจริงๆ เหรอคะ" ฉันถาม "คุณคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอภัทร"

ภัทรวุฒิเงียบไป

"คุณณิณพูดอะไรน่ะคะ" นภัสสรแทรกขึ้นมา "นัสไม่เข้าใจเลยค่ะ"

"เธอไม่ต้องเข้าใจหรอกนัส" ฉันตอบ "เพราะเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเธอเลย"

"ที่รัก..." ภัทรวุฒิเรียกชื่อฉันอีกครั้ง

"คุณคิดว่าฉันไม่รู้เหรอคะว่าคุณกับนัสร่วมมือกันขโมยโครงการของฉันไป" ฉันพูด เสียงของฉันสั่นเครือ "คุณคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าคุณสองคนแอบคบกันมานานแค่ไหนแล้ว"

ภัทรวุฒิหน้าซีดเผือด

"ที่รัก... คุณพูดอะไรน่ะ" เขาถาม เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ

"ฉันพูดความจริงไงคะภัทร" ฉันตอบ "ความจริงที่พวกคุณสองคนพยายามจะซ่อนเอาไว้"

นภัสสรมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

"คุณณิณคะ คุณกำลังใส่ร้ายนัสนะคะ" เธอพูด "นัสไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะคะ"

ฉันหัวเราะเยาะ

"เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอนัส" ฉันถาม "เธอคิดว่าฉันจะโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ"

ภัทรวุฒิมองหน้าฉันสลับกับนภัสสร

"ที่รัก... ผมขอโทษ" เขาพูด เสียงของเขาอ่อนลง "ผม..."

"คุณไม่มีอะไรต้องขอโทษฉันหรอกค่ะภัทร" ฉันตอบ "เพราะตอนนี้ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว"

ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

ฉันเคยรักผู้ชายคนนี้มากที่สุดในชีวิต

แต่ตอนนี้ฉันเกลียดเขามากที่สุดในโลก

"ที่รัก... คุณเป็นอะไรไป" ภัทรวุฒิพยายามจะเข้ามาจับมือฉัน

ฉันสะบัดมือออก

"อย่ามาแตะต้องฉัน" ฉันพูด "ฉันรังเกียจคุณ"

คำพูดของฉันทำให้ภัทรวุฒิหน้าซีดเผือด

"คุณภัสรคะ คุณโอเคไหมครับ" ภัทรวุฒิหันไปถามนภัสสร "ผมว่าเราไปโรงพยาบาลกันดีกว่านะครับ"

นภัสสรมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจ

"นัสไม่เป็นไรค่ะภัทร" เธอตอบ "แต่คุณณิณดูเหมือนจะไม่สบายจริงๆ นะคะ"

ภัทรวุฒิหันมามองฉัน

"ที่รัก... ผมว่าคุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่านะครับ" เขาพูด "คุณดูไม่ค่อยสบายเลยนะ"

ฉันยิ้มเยาะ

"คุณเป็นห่วงฉันเหรอคะภัทร" ฉันถาม "หรือคุณแค่ไม่อยากให้ฉันสร้างปัญหาให้กับคุณอีก"

"ที่รัก... คุณพูดอะไรน่ะ" เขาถาม สีหน้าไม่พอใจ

"ฉันไม่เป็นไรค่ะภัทร" ฉันตอบ "ฉันแข็งแรงดี แล้วก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างในสิ่งที่ฉันอยากจะทำ"

"ที่รัก ผมว่าคุณ..."

"ภัทรวุฒิ" ฉันเรียกชื่อเขาเสียงดัง "ฉันอยากจะขอคุณอีกเรื่องหนึ่ง"

เขาเงียบไป

"ในวันเกิดของฉัน... ฉันอยากให้คุณอยู่กับฉัน" ฉันพูด "แค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาก็พยักหน้า

"ได้สิครับที่รัก เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ"

ฉันยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา

ฉันรู้ดีว่านี่คือคำสัญญาที่เขาจะไม่มีวันรักษา

และมันจะทำให้ฉันเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นไปอีก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
8.2
วชิตารีย์ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องใช้กำลังบังคับเพื่อให้ได้แต่งงานกับรามิล ชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ ทว่าความเย็นชาที่เขาแสดงออกกลับย้ำเตือนว่ารักข้างเดียวไม่มีวันสมหวัง แม้จะพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลกจนท้อแท้หลายครา แต่เธอก็ไม่อาจตัดใจเดินจากไปได้ เมื่อหนทางปกติใช้ไม่ได้ผล เธอจึงตัดสินใจหันพึ่งพาศาสตร์แห่งเวทมนตร์และคาถาอาคมเพื่อมัดใจเขา หวังเพียงให้ชายผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้ยอมเปิดปากเผยความในใจออกมาให้เธอได้ยินสักครั้งในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักหมอกานต์
8.0
คำสัญญาเมื่อเจ็ดปีก่อนที่บอกว่าต้องเรียนจบถึงจะเป็นแฟนกันได้ ทำให้เธอกลับมาทวงคำพูดนั้นจากหมอกานต์ ทว่าการพบกันอีกครั้งกลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เพราะชายหนุ่มที่เคยตั้งเงื่อนไขกลับกลายเป็นฝ่ายคลั่งรักเธออย่างหนัก ถึงขั้นกล้าขัดคำสั่งมารดาเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ จากข้อตกลงในอดีตสู่ความเร่าร้อนที่ยากจะถอนตัว เมื่อสถานะแฟนอาจไม่เพียงพอสำหรับความผูกพันที่ลึกซึ้งและร้อนแรงที่เขามอบให้เธอเพียงคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย อ้อนรักวิศวะร้าย (Kyle & Queen)
8.7
ควีนตกหลุมรักไคล์เพื่อนสนิทของพี่ชายตั้งแต่แรกพบ แม้จะรู้ดีว่าเขามีใจให้เพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มวิศวะมาโดยตลอด แต่เธอก็หาได้หวั่นเกรงไม่ ในเมื่อความรักของเขาเป็นเพียงรักข้างเดียวที่ไร้การตอบสนอง ควีนจึงตัดสินใจเดินหน้าพิชิตใจชายหนุ่มอย่างเต็มตัวเพื่อเปลี่ยนสถานะจากน้องสาวเพื่อนมาเป็นคนรักตัวจริง เธอพร้อมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าความรักที่เธอมอบให้มีค่ามากกว่าการจมปลักอยู่กับคนที่ไม่รักเขา แม้เขาจะร้ายแค่ไหนเธอก็จะอ้อนให้เขามารักเธอให้ได้
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหนี้ซาตาน
9.6
เขมชาติกลายเป็นคนไร้หัวใจเพราะแผลใจจากแม่และอดีตภรรยา แต่กำแพงน้ำแข็งเริ่มทลายลงเมื่อเขาพบกับปิ่นปัทมา ลูกหนี้ของป้าที่ต้องกลายมาเป็นภรรยาโดยไม่คาดฝัน ความใกล้ชิดทำให้เขาตระหนักว่าเธอต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เคยทิ้งเขาไป ด้านปิ่นปัทมาแม้ต้องเผชิญกับความเฉยเมยและเอาแต่ใจของสามี แต่เธอกลับตกหลุมรักเขาอย่างหมดใจ เธอจึงมุ่งมั่นที่จะใช้ความรักเปลี่ยนเจ้าหนี้ซาตานผู้แสนเย็นชาให้กลายเป็นชายที่อ่อนโยนเพื่อครองรักกันตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย สุริยันต์
9.7
บทสรุปของซีรีส์เพลิงแค้นในแดนเดือดที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสุริยันต์ ชายหนุ่มผู้แบกรับทั้งภาระครอบครัวและความแค้นฝังลึก ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด พิมพ์รดากลับก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนำไปสู่รอยจูบอันร้อนแรงที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล สุริยันต์ต้องเลือกระหว่างการปกป้องคนที่รักกับการสะสางบัญชีแค้นในอดีต ในนิยายแนวโรแมนติกแอ็กชันร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หาและเดิมพันที่สูงค่า