หน้าปกนวนิยาย รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

8.5 / 10.0
วิมานศิลป์คือแกลเลอรีที่เป็นดั่งชีวิตของฉัน แต่ภัทรวุฒิสามีที่รักกลับยกมันให้นภัสสรน้องสาวทรยศ เขาพยายามฆ่าฉันด้วยสร้อยดอกมะลิที่ฉันแพ้รุนแรงในวันเกิดเพื่อไปหาชู้รัก นภัสสรโทรมาเย้ยหยันว่าเขาแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อปกป้องเธอ และการแท้งลูกของฉันก็คือแผนการของพวกเขา เมื่อสูญเสียทุกอย่างฉันจึงจัดฉากระเบิดเรือยอชต์ฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากฝันร้าย พร้อมส่งอีเมลแฉความชั่วช้าทั้งหมดให้ภัทรวุฒิได้รับรู้ก่อนที่ลมหายใจของฉันจะดับสูญไป

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้ ตอนที่ 1

'วิมานศิลป์' คือแกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยความรักและหยาดเหงื่อ มันคือตัวตนและทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

แต่แล้วภัทรวุฒิ สามีของฉัน กลับประกาศว่าจะยกมันให้กับนภัสสร 'น้องสาว' ที่ฉันไว้ใจที่สุด

เขาอ้างว่าอยากให้ฉันได้พักผ่อน แต่ในวันเกิดของฉัน เขากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิให้เป็นของขวัญ ทั้งที่รู้ว่าฉันแพ้เกสรมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนจะทิ้งฉันไปอย่างไม่ใยดีเพื่อไปดูแลนภัสสรที่แกล้งป่วย

คืนนั้นเองที่นภัสสรโทรศัพท์มาสารภาพความจริงทั้งหมดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

"ภัทรไม่เคยรักพี่เลย เขาแต่งงานกับพี่ก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันนัสเท่านั้น"

แม้กระทั่งการสูญเสียลูกในท้องของฉัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกเขา

เมื่อโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า ฉันจึงเลือกที่จะสู้กลับเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจัดฉากการตายของตัวเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุล แต่ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง ฉันได้ส่งอีเมลรวบรวมหลักฐานความเลวร้ายทั้งหมดของพวกเขาไปให้ภัทรวุฒิแล้ว

บทที่ 1

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันกำแฟ้มเอกสารไว้แน่นจนกระดาษเย็นเฉียบแนบติดกับฝ่ามือที่เหงื่อซึม ปากกาในมือยังคงเปียกชุ่มด้วยหมึกสีดำ บันทึกทุกรายละเอียดที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันไม่ใช่แค่เอกสารธรรมดา แต่มันคือแผนการที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันสร้างมากับมือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน

ลมหายใจของฉันติดขัด

หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก

กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ ลอยเข้ามาในห้องทำงานของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขามาแล้ว กลิ่นของเขาเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่ดังอยู่ในหัวใจของฉันมานานแสนนาน

"ที่รัก กำลังทำอะไรอยู่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของภัทรวุฒิดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ ฉันรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ

ฉันเกร็งไปทั้งตัว

พยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

"กำลังจัดการเอกสารนิดหน่อยค่ะ" ฉันตอบ เสียงของฉันฟังดูราบเรียบจนน่าตกใจ ความจริงแล้วข้างในตัวฉันกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

เขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย

มือของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวของฉัน กดจูบลงบนไหล่เปลือยเปล่าของฉันเบาๆผ่านเนื้อผ้าซาตินของชุดคลุมอาบน้ำที่ฉันสวมอยู่

มันเป็นสัมผัสที่เคยอบอุ่น แต่ตอนนี้มันกลับเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง

"ทำงานหนักอีกแล้วนะภรรยาคนเก่งของผม" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

ฉันรู้สึกคลื่นไส้กับความแสนดีจอมปลอมของเขา

"วันนี้คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ" ฉันเปลี่ยนเรื่อง

เขาหัวเราะเบาๆ

"ใช่ครับ แต่ผมแวะมาดูคุณก่อน ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย"

"เรื่องอะไรคะ" ฉันถาม พยายามข่มความตื่นเต้นและความหวาดกลัวเอาไว้

"ผมกำลังคิดจะขยายกิจการแกลเลอรีของเรา" เขาพูด "ผมอยากให้คุณภัสรเข้ามาช่วยดูแลในส่วนของงานประชาสัมพันธ์และการตลาด เธอมีความสามารถพิเศษในการสร้างภาพลักษณ์ ผมคิดว่าเธอจะช่วยให้ 'วิมานศิลป์' กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นไปอีก"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก

"ภัสรเหรอคะ" ฉันถาม เสียงแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

"ใช่ครับ ที่รัก" เขายิ้ม "คุณภัสรตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากเลยนะ"

ฉันเคยคิดว่า 'วิมานศิลป์' คือลูกที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ ค่อยๆ ปั้นแต่งมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทุกเส้นสาย ทุกมุมห้อง ทุกๆ แสงที่ส่องเข้ามาในแกลเลอรีแห่งนี้ล้วนมาจากแรงกายแรงใจของฉัน มันคือความฝันของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันใช้พิสูจน์ตัวเองในตระกูลคุ้มวงษ์ที่มองฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่แต่งงานเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ

แต่ตอนนี้... มันกำลังจะถูกพรากไปจากฉัน

"แต่... ฉัน..." ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ภัทรวุฒิหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน

"ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณแค่พักผ่อนให้สบายๆ ก็พอ หลังจากนี้คุณภัสรจะเข้ามาดูแลทุกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยอีกแล้วนะ ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณดูเหนื่อยๆ ไปมากเลย"

คำพูดของเขาฟังดูเหมือนห่วงใย แต่ในความเป็นจริงมันคือการขับไล่ฉันออกไปจากโลกที่ฉันสร้างขึ้นมา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับงานเปิดตัว 'วิมานศิลป์' ผุดขึ้นมาในหัว ฉันยืนอยู่ข้างๆ ภัทรวุฒิ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับความสำเร็จที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาโอบกอดฉันอย่างภาคภูมิใจ พูดกับทุกคนว่าฉันคือผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก

เป็นคำโกหกที่หวานหอมที่สุดในชีวิตของฉัน

"ภัทร คุณรู้ไหมว่าฉันทุ่มเทกับแกลเลอรีนี้มากแค่ไหน" ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ฉันสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์นะ"

"ผมรู้ครับที่รัก" เขาตอบเบาๆ "ผมถึงไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยอีกแล้วไง ผมอยากให้คุณมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้นนะ"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการดูแล

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาแววตาของภัทรวุฒิคนเดิม คนที่ไม่เคยปฏิเสธความสามารถของฉัน คนที่เคยสนับสนุนทุกความฝันของฉัน

แต่ฉันไม่เจออะไรเลยนอกจากความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม

"บางที... บางทีฉันอาจจะอยากเหนื่อยก็ได้นะคะ" ฉันพูด พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนฉันพูดเรื่องตลก

"ไม่เอาหน่าที่รัก คุณแค่พักผ่อน แล้วปล่อยให้เรื่องงานเป็นของผมกับคุณภัสรดีกว่านะ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจ

'วิมานศิลป์' ไม่ใช่แค่แกลเลอรี แต่มันคือตัวตนของฉัน มันคือหลักฐานว่าฉันมีค่า และฉันสามารถสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

แต่ตอนนี้ คนที่ฉันรักที่สุดกำลังจะมอบมันให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นน้องสาวของฉัน

"ภัทร..." ฉันเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

"เอาเถอะครับที่รัก อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ" เขาจูบลงบนหน้าผากของฉัน "วันนี้วันเกิดของคุณไม่ใช่เหรอครับ ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะ"

คำว่า "วันเกิด" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด

ฉันจำได้ว่าภัทรวุฒิเคยบอกว่าเขาจะไม่ลืมวันเกิดของฉันเด็ดขาด

"คุณรู้ไหมว่าผมเตรียมอะไรไว้ให้คุณ" เขาพูด "สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้งเลยนะ คุณชอบดอกมะลิไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

ฉันเกลียดดอกมะลิที่สุดในโลก

ฉันแพ้เกสรดอกมะลิ เคยเกือบจะช็อกตายในงานวันเกิดของภัทรวุฒิเมื่อหลายปีก่อน เพราะมีคนเอาช่อดอกมะลิมาให้ฉัน แล้วฉันก็จามไม่หยุด ตัวบวมไปหมด

ภัทรวุฒิเป็นคนแรกที่รีบพาฉันไปโรงพยาบาล เขาอยู่ข้างๆ ฉันตลอดเวลาที่ฉันต้องพักฟื้น เขาบอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เด็ดขาด

แต่ตอนนี้... เขากลับจำไม่ได้

หรือเขาแค่ไม่สนใจ?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของฉัน แฟ้มเอกสารที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันคือเอกสารที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นส่วนใหญ่ของ 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร

มือของฉันสั่นเทา

ภัทรวุฒิไม่ได้ลืม เขาแค่ไม่สนใจ

หรือเขาไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับฉันเลยตั้งแต่แรก

"ที่รักเป็นอะไรไปครับ ทำไมหน้าซีดจัง" ภัทรวุฒิถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใยจอมปลอม

ฉันพยายามรวบรวมสติ

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ พยายามยิ้มให้เขา "แค่... ตื่นเต้นกับของขวัญน่ะค่ะ"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "ผมอยากให้คุณมีความสุขมากๆ นะ"

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอคุณภัทรวุฒิสักอย่างได้ไหมคะ" ฉันถาม น้ำเสียงของฉันเรียบเฉยจนน่ากลัว

เขาดูแปลกใจนิดหน่อย

"ได้สิครับที่รัก มีอะไรที่ผมทำให้คุณไม่ได้บ้างล่ะ" เขาตอบ

"คืนนี้... ฉันอยากให้เราสองคนไปฉลองวันเกิดกันที่ทะเลนะคะ" ฉันพูด "ไปแค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิลังเลเล็กน้อย

"แต่ว่าพรุ่งนี้ผมมีประชุมสำคัญ..."

"แค่คืนเดียวเองค่ะ" ฉันพูด "ไม่ได้เหรอคะ"

เขาถอนหายใจเบาๆ

"ก็ได้ครับ เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ" เขายิ้ม "งั้นผมไปเตรียมตัวเข้าประชุมก่อนนะ แล้วเจอกันคืนนี้ครับที่รัก"

เขาจูบฉันเบาๆ ที่หน้าผาก แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของฉัน

ฉันล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉัน

คืนสุดท้ายของการเป็น พัณณิณ จิระอนันต์

ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพของภัทรวุฒิและนภัสสรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจ

ฉันคิดถึงคำหวานๆ ที่เขาเคยพูดให้ฉันฟัง คิดถึงสัมผัสอ่อนโยนที่เขาเคยให้กับฉัน คิดถึงรอยยิ้มที่เคยทำให้โลกของฉันสดใส

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดแล้ว

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ห้องแต่งตัว สายตาของฉันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางเล็กๆ ที่ภัทรวุฒิเพิ่งซื้อมาให้เขาเองเมื่อเดือนที่แล้ว มันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

ฉันเปิดมันออก

ข้างในกระเป๋ามีผ้าพันคอไหมสีฟ้าอ่อนผืนหนึ่ง มันเป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะให้เขาในวันครบรอบแต่งงานของเรา ผ้าพันคอนั้นปักลายดอก forget-me-not สลักชื่อย่อของเราสองคนไว้ด้วยด้ายสีทอง

ฉันหยิบผ้าพันคอนั้นขึ้นมา

หัวใจของฉันบีบรัดแน่น

มันเป็นผ้าพันคอที่ฉันเคยเห็นนภัสสรถืออยู่เมื่อสองสามวันก่อน สีหน้าของเธอมีความสุขจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่

ฉันกำผ้าพันคอในมือแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้

ไม่... นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด

นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ฉันพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

ภาพของนภัสสรยิ้มหวานในชุดของขวัญที่ฉันเลือกให้เธอในวันเกิดของฉันเองผุดขึ้นมาในหัว

ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นจากเขาเลย

ฉันรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วผ้าพันคอนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉัน เขาแค่มอบมันให้นภัสสรไปแล้ว และมันถูกวางทิ้งเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางใบนี้โดยบังเอิญ

ฉันเคยคิดว่าฉันคือโลกทั้งใบของเขา

แต่แท้จริงแล้วฉันเป็นเพียงแค่ทางผ่าน

ฉันปาผ้าพันคอลงไปบนพื้นห้องนอนอย่างแรง

น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาของฉันอย่างห้ามไม่ได้

ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลงตรงหน้า

"ภัทรวุฒิ... นายมันเลวที่สุด" ฉันกรีดร้องอยู่ในใจ

ฉันทรุดตัวลงกับพื้นห้องเย็นๆ ปล่อยให้น้ำตาและความเจ็บปวดกัดกินหัวใจของฉัน

ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้เด็ดขาด

อ่านต่อ

สารบัญ รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย คุณชายมหาเศรษฐีระดับท็อป
9.2
หลินฟานถูกแฟนสาวสลัดรักอย่างโหดร้ายท่ามกลางฝูงชนหลังความลับเรื่องที่เธอคบซ้อนถูกเปิดโปง เขาถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคนจนที่ไร้อนาคตและศักดิ์ศรี ทว่าในขณะที่เขาสาบานจะสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อล้างแค้น ความจริงเบื้องหลังชาติตระกูลก็ปรากฏ เมื่อพ่อบ้านติดต่อมาแจ้งว่าการทดสอบความลำบากสิ้นสุดลงแล้ว ทรัพย์สินมหาศาลที่เขาคิดว่ามีเพียงหลักล้านกลับกลายเป็นอาณาจักรระดับล้านล้านที่มีทั้งทองคำและเพชรนิลจินดา ก้าวแรกสู่ชีวิตมหาเศรษฐีตัวจริงจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยในกอด คือผู้ยิ่งใหญ่
8.4
ท่ามกลางความสิ้นหวังในต่างแดน ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อช่วยหญิงสาวจากนรกและตั้งชื่อเธอว่าป๋อซิง แม้ในสายตาเขาเธอจะเป็นเพียงเด็กน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วเธอคือมือสังหารระดับสูงและหมอเทวดาผู้เก่งกาจ เมื่อตัวตนที่แท้จริงในฐานะทายาทตระกูลลึกลับถูกเปิดเผย ทุกคนที่เคยดูถูกต่างต้องสยบแทบเท้า คุณหนูผู้ยิ่งใหญ่กลับมาทวงคืนความแค้นและจัดการทุกคนที่ขวางทางด้วยความเด็ดขาดเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้
หน้าปกนวนิยาย นางฟ้ามาเฟีย [ Mafia’s Fairy ] SET : Romance Of Mafia 4th
8.9
เรื่องราวความรักหลากอารมณ์ของเหล่ามาเฟีย เริ่มจากลูสที่ยอมรับแรงอารมณ์ของแอนนี่ก่อนจะเอาคืนอย่างเร่าร้อน ต่อด้วยเอ็ดเวิร์ดที่ปรารถนาจะใกล้ชิดกับน้ำใสในพื้นที่ส่วนตัว ด้านเอริคมาเฟียหนุ่มหน้าดุที่เผลอยิ้มออกมาเพราะท่าทางเลียนแบบสุดโก๊ะของคริสตี้ ขณะที่โนอาห์อธิษฐานขอเพียงมีเมแกนเคียงข้างในวันเกิด และปิดท้ายด้วยไอเดนผู้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะตามหาเชือกฟางให้พบไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เส้นทางหัวใจของห้าคู่ที่เต็มไปด้วยความหวานและอันตราย
ตอน
อ่านเลย
แชร์