ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

วิมานศิลป์คือแกลเลอรีที่เป็นดั่งชีวิตของฉัน แต่ภัทรวุฒิสามีที่รักกลับยกมันให้นภัสสรน้องสาวทรยศ เขาพยายามฆ่าฉันด้วยสร้อยดอกมะลิที่ฉันแพ้รุนแรงในวันเกิดเพื่อไปหาชู้รัก นภัสสรโทรมาเย้ยหยันว่าเขาแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อปกป้องเธอ และการแท้งลูกของฉันก็คือแผนการของพวกเขา เมื่อสูญเสียทุกอย่างฉันจึงจัดฉากระเบิดเรือยอชต์ฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากฝันร้าย พร้อมส่งอีเมลแฉความชั่วช้าทั้งหมดให้ภัทรวุฒิได้รับรู้ก่อนที่ลมหายใจของฉันจะดับสูญไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

พัณณิณ (Pannin)POV

รถยนต์หรูเคลื่อนตัวไปตามถนนเลียบชายหาด ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ฉันนั่งมองวิวทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลออกไปนอกหน้าต่าง ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มแดงที่สาดส่องลงมาบนผิวน้ำ

ภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ เอื้อมมือมาจับมือของฉันเบาๆ

"ที่รัก... คุณเงียบจังเลยนะวันนี้" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยน

ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่บีบมือของเขาเบาๆ

"พรุ่งนี้ก็วันเกิดของคุณแล้วนะ" เขาพูด "ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะครับ"

ฉันจำได้ว่าเขาเคยพูดแบบนี้เมื่อคืนนี้

สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้ง

มันเป็นสิ่งที่จะยิ่งย้ำเตือนฉันถึงความเจ็บปวดที่เขาเคยทำไว้กับฉัน

"ภัทร... ฉันอยากมีลูกกับคุณ" ฉันพูดออกไปอย่างกะทันหัน

คำพูดของฉันทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย

"ที่รัก... ผมว่าเรายังไม่รีบร้อนหรอกนะครับ" เขาตอบ "ตอนนี้เรามีกันแค่สองคนก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันหันไปมองเขา

"คุณไม่เคยอยากมีลูกกับฉันเลยใช่ไหมคะภัทร" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นเครือ

เขาหลบสายตา

"ไม่ใช่แบบนั้นนะครับที่รัก ผมแค่... ผมแค่อยากให้เรามีความสุขกันไปนานๆ ก่อนนะ" เขาพูด "เรื่องลูกเอาไว้ก่อนเถอะครับ"

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอีกครั้ง

ฉันเคยท้อง

ครั้งหนึ่งฉันเคยท้องลูกของภัทรวุฒิ

ฉันจำได้ว่าฉันตื่นเต้นมากแค่ไหนในวันนั้น ฉันรีบไปซื้อชุดเด็กเล็กๆ น่ารักๆ เตรียมห้องนอนให้ลูกของเราอย่างมีความสุข

แต่แล้ว... ฉันก็แท้งลูก

ในคืนนั้น ภัทรวุฒิไม่อยู่ข้างๆ ฉัน เขาไปอยู่กับนภัสสรที่แกล้งป่วย

ฉันต้องนอนจมกองเลือดอยู่คนเดียวในคืนที่สำคัญที่สุดของชีวิต

โทรศัพท์ของภัทรวุฒิดังขึ้น เสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคยทำให้ฉันรู้สึกใจหาย

นภัสสร

"ผมขอโทษนะครับที่รัก ผมต้องรับโทรศัพท์หน่อยนะ" เขาพูด แล้วกดรับสาย

ฉันหันกลับไปมองวิวทะเลอีกครั้ง

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

"ครับคุณภัสร เป็นอะไรไปครับ" เสียงของภัทรวุฒิอ่อนโยนลงทันทีที่เขาพูดกับนภัสสร

ฉันได้ยินเสียงของนภัสสรพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉันฟังไม่ชัด

"คุณภัสรเป็นลมเหรอครับ" ภัทรวุฒิถาม "ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยนะ"

เขาหันมามองฉัน

"ที่รัก... ผมขอโทษนะครับ ผมต้องไปหาคุณภัสรก่อนนะ" เขาพูด "เธอเป็นลมไปน่ะครับ ผมเป็นห่วงเธอมากนะ"

ฉันยิ้มอย่างขมขื่น

"ไปเถอะค่ะภัทร" ฉันตอบ "ฉันเข้าใจ"

"คุณโกรธผมเหรอครับที่รัก" เขาถาม

"ไม่เลยค่ะ" ฉันตอบ "ฉันไม่เคยโกรธคุณเลยนะภัทร"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "งั้นผมไปก่อนนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับที่รัก"

เขาจูบฉันที่หน้าผาก แล้วรีบลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งฉันไว้เพียงลำพังเหมือนเดิม

ฉันนั่งอยู่ในรถคนเดียว มองดูรถของภัทรวุฒิขับออกไปจนลับสายตา

มือของฉันสั่นเทา

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูอินสตาแกรมของนภัสสร

รูปภาพใหม่เพิ่งถูกโพสต์เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

เป็นรูปมือของนภัสสรกำลังจับมือของภัทรวุฒิอยู่บนเตียงคนไข้

"ขอบคุณนะคะที่รักที่อยู่ข้างนัสเสมอ" คำบรรยายใต้ภาพเขียนไว้

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนเจ็บปวด

นภัสสรไม่ได้ป่วย

เธอแค่แกล้งป่วยเพื่อดึงภัทรวุฒิไปจากฉัน

แล้วภัทรวุฒิก็ไปหาเธอจริงๆ

ฉันกดโทรออกไปหาภัทรวุฒิ

โทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้ง แต่ไม่มีคนรับ

ฉันกดโทรออกอีกครั้ง

คราวนี้มีคนรับสาย แต่ไม่ใช่เสียงของภัทรวุฒิ

"สวัสดีค่ะ" เสียงหวานหูของนภัสสรดังขึ้น "มีอะไรเหรอคะคุณณิณ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งเกาะอยู่ในลำคอ

"ภัทรวุฒิอยู่ไหน" ฉันถาม เสียงแหบแห้ง

นภัสสรหัวเราะเบาๆ

"ภัทรกำลังดูแลนัสอยู่น่ะค่ะ" เธอตอบ "คุณณิณมีอะไรเหรอคะ"

"เธอแกล้งป่วยใช่ไหมนัส" ฉันถาม

เสียงหัวเราะของนภัสสรดังขึ้นอีกครั้ง

"ทำไมนัสต้องแกล้งป่วยด้วยล่ะคะ" เธอตอบ "ภัทรรักนัสมากนะคะคุณณิณ"

"เธอโกหก" ฉันพูด "เธอรู้ดีว่าภัทรรักฉัน"

"คุณณิณขา" นภัสสรพูด "คุณณิณยังไม่รู้ความจริงอีกเหรอคะ"

"ความจริงอะไร" ฉันถาม

"ภัทรไม่เคยรักคุณณิณเลยนะคะ" เธอตอบ "ภัทรแค่หลอกใช้คุณณิณเป็นเครื่องมือปกป้องนัสต่างหากล่ะคะ"

คำพูดของนภัสสรทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า

"เธอพูดอะไรน่ะ" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นเครือ

"ภัทรรักนัสมาตั้งแต่แรกแล้วนะคะ" นภัสสรพูด "เขาแต่งงานกับคุณณิณก็แค่เพราะว่าคุณณิณเป็นน้องสาวบุญธรรมของนัส ที่พ่อของภัทรอนุมัติให้เข้ามาอยู่ในตระกูลคุ้มวงษ์ได้ง่ายๆ เพื่อปกป้องนัสไม่ให้ถูกรังแกไงคะ"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดมันเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกทั้งเพ

"แล้วลูกของเราล่ะ" ฉันถาม "ลูกของเรา..."

"อ๋อ... เด็กคนนั้นเหรอคะ" นภัสสรหัวเราะ "นัสเป็นคนบอกให้ภัทรอย่าเพิ่งมีลูกกับคุณณิณน่ะค่ะ เพราะตอนนั้นนัสกำลังจะเข้าไปบริหาร 'วิมานศิลป์' พอดี นัสไม่อยากให้คุณณิณมีลูกแล้วมารบกวนเรื่องงานน่ะค่ะ"

ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

"เธอ... เธอเป็นปีศาจ" ฉันพูด "เธอรู้เรื่องลูกของฉันเหรอ"

"แน่นอนค่ะคุณณิณ" นภัสสรตอบ "นัสรู้ทุกเรื่องแหละค่ะ"

ฉันทรุดตัวลงกับเบาะรถ น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาอย่างห้ามไม่ได้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยเจ็บปวดมาตลอดมันเป็นความจริงทั้งหมด

และคนที่ฉันรักที่สุดก็คือคนที่ทรยศฉันมากที่สุด

ฉันกดวางสายโทรศัพท์

มือของฉันสั่นเทา

ฉันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉันจริงๆ

ฉันขับรถยนต์ลงไปที่ท่าเรือส่วนตัวของตระกูลคุ้มวงษ์ มันเป็นเรือยอชต์ลำใหญ่ที่ภัทรวุฒิซื้อให้ฉันเป็นของขวัญเมื่อปีที่แล้ว

ฉันเดินขึ้นไปบนเรือ

สายตาของฉันจ้องมองไปยังทะเลที่มืดมิด

"ภัทรวุฒิ... นายจะต้องชดใช้ในสิ่งที่นายได้ทำไว้กับฉัน" ฉันพูดกับตัวเอง เสียงของฉันสั่นเครือ

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความในอีเมลอย่างรวดเร็ว

ถึง: ภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์

เรื่อง: ความจริง

คุณคงไม่คิดว่าผมจะทำแบบนี้ใช่ไหม? ทั้งหมดนี้มันคือความจริงที่ผมซ่อนเอาไว้ตลอดมา นี่คือทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการรู้ เพื่อให้คุณได้รู้ว่าคุณได้ทำอะไรลงไป

ไฟล์แนบอีเมลของฉันประกอบด้วย:

1. ภาพถ่ายของเอกสารการโอนหุ้น 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร พร้อมลายเซ็นของคุณ

2. ไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาระหว่างคุณกับนภัสสร เกี่ยวกับการวางแผนขโมยโครงการ 'แสงแห่งอนาคต' ของฉัน

3. เอกสารทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าฉันเคยตั้งครรภ์และแท้งลูกเมื่อหลายเดือนก่อน

4. ไฟล์เสียงบันทึกบทสนทนาระหว่างฉันกับนภัสสรเมื่อครู่นี้ ที่เธอยอมรับทุกอย่าง

ฉันกดตั้งเวลาส่งอีเมล

ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า อีเมลฉบับนี้จะถูกส่งไปถึงภัทรวุฒิ

ฉันทำทุกอย่างเสร็จแล้ว

ฉันเดินไปที่ท้ายเรือ มองไปยังทะเลที่มืดมิด

ฉันหยิบปืนพกขนาดเล็กขึ้นมา ปลดเซฟตี้ออก

ปลายกระบอกปืนจ่อไปที่จุดควบคุมการเดินเรือของเรือยอชต์

"ลาก่อนภัทรวุฒิ" ฉันพูดเสียงแผ่วเบา "ลาก่อนชีวิตที่เลวร้ายของฉัน"

ฉันเหนี่ยวไกปืน

เสียงปืนดังขึ้นเพียงนัดเดียว

ในขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาล ภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ กำลังเดินออกมาจากห้องของนภัสสร ใบหน้าของเขาดูโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

"คุณภัสรเป็นยังไงบ้างครับ" พยาบาลถาม

"ดีขึ้นมากแล้วครับ" ภัทรวุฒิตอบ "ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะ"

"เดี๋ยวก่อนสิคะภัทร" นภัสสรรีบเดินออกมาจากห้อง "คุณจะรีบไปไหนคะ"

"ผมต้องกลับไปหาที่รักน่ะครับ" ภัทรวุฒิตอบ "วันนี้วันเกิดของเธอ ผมสัญญาไว้ว่าจะอยู่กับเธอนะ"

"แต่ว่า..." นภัสสรพยายามจะพูด

"ไม่ต้องห่วงนะครับคุณภัสร เดี๋ยวผมกลับมาดูแลคุณใหม่นะ" ภัทรวุฒิพูด แล้วรีบเดินออกไป

เขาเดินไปที่ลานจอดรถ กำลังจะเปิดประตูรถ

"คุณภัทรคะ!" เสียงพยาบาลคนเดิมวิ่งตามมาด้วยความตื่นตระหนก

ภัทรวุฒิหันกลับไปมอง

"มีอะไรเหรอครับ" เขาถาม

"เกิดอุบัติเหตุเรือยอชต์ระเบิดค่ะ" พยาบาลพูด "มีคนบอกว่า... คุณพัณณิณ... อยู่บนเรือลำนั้นค่ะ"

โลกทั้งใบของภัทรวุฒิหยุดหมุน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
8.2
วชิตารีย์ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องใช้กำลังบังคับเพื่อให้ได้แต่งงานกับรามิล ชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ ทว่าความเย็นชาที่เขาแสดงออกกลับย้ำเตือนว่ารักข้างเดียวไม่มีวันสมหวัง แม้จะพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลกจนท้อแท้หลายครา แต่เธอก็ไม่อาจตัดใจเดินจากไปได้ เมื่อหนทางปกติใช้ไม่ได้ผล เธอจึงตัดสินใจหันพึ่งพาศาสตร์แห่งเวทมนตร์และคาถาอาคมเพื่อมัดใจเขา หวังเพียงให้ชายผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้ยอมเปิดปากเผยความในใจออกมาให้เธอได้ยินสักครั้งในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักหมอกานต์
8.0
คำสัญญาเมื่อเจ็ดปีก่อนที่บอกว่าต้องเรียนจบถึงจะเป็นแฟนกันได้ ทำให้เธอกลับมาทวงคำพูดนั้นจากหมอกานต์ ทว่าการพบกันอีกครั้งกลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เพราะชายหนุ่มที่เคยตั้งเงื่อนไขกลับกลายเป็นฝ่ายคลั่งรักเธออย่างหนัก ถึงขั้นกล้าขัดคำสั่งมารดาเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ จากข้อตกลงในอดีตสู่ความเร่าร้อนที่ยากจะถอนตัว เมื่อสถานะแฟนอาจไม่เพียงพอสำหรับความผูกพันที่ลึกซึ้งและร้อนแรงที่เขามอบให้เธอเพียงคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย อ้อนรักวิศวะร้าย (Kyle & Queen)
8.7
ควีนตกหลุมรักไคล์เพื่อนสนิทของพี่ชายตั้งแต่แรกพบ แม้จะรู้ดีว่าเขามีใจให้เพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มวิศวะมาโดยตลอด แต่เธอก็หาได้หวั่นเกรงไม่ ในเมื่อความรักของเขาเป็นเพียงรักข้างเดียวที่ไร้การตอบสนอง ควีนจึงตัดสินใจเดินหน้าพิชิตใจชายหนุ่มอย่างเต็มตัวเพื่อเปลี่ยนสถานะจากน้องสาวเพื่อนมาเป็นคนรักตัวจริง เธอพร้อมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าความรักที่เธอมอบให้มีค่ามากกว่าการจมปลักอยู่กับคนที่ไม่รักเขา แม้เขาจะร้ายแค่ไหนเธอก็จะอ้อนให้เขามารักเธอให้ได้
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหนี้ซาตาน
9.6
เขมชาติกลายเป็นคนไร้หัวใจเพราะแผลใจจากแม่และอดีตภรรยา แต่กำแพงน้ำแข็งเริ่มทลายลงเมื่อเขาพบกับปิ่นปัทมา ลูกหนี้ของป้าที่ต้องกลายมาเป็นภรรยาโดยไม่คาดฝัน ความใกล้ชิดทำให้เขาตระหนักว่าเธอต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เคยทิ้งเขาไป ด้านปิ่นปัทมาแม้ต้องเผชิญกับความเฉยเมยและเอาแต่ใจของสามี แต่เธอกลับตกหลุมรักเขาอย่างหมดใจ เธอจึงมุ่งมั่นที่จะใช้ความรักเปลี่ยนเจ้าหนี้ซาตานผู้แสนเย็นชาให้กลายเป็นชายที่อ่อนโยนเพื่อครองรักกันตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย สุริยันต์
9.7
บทสรุปของซีรีส์เพลิงแค้นในแดนเดือดที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสุริยันต์ ชายหนุ่มผู้แบกรับทั้งภาระครอบครัวและความแค้นฝังลึก ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด พิมพ์รดากลับก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนำไปสู่รอยจูบอันร้อนแรงที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล สุริยันต์ต้องเลือกระหว่างการปกป้องคนที่รักกับการสะสางบัญชีแค้นในอดีต ในนิยายแนวโรแมนติกแอ็กชันร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หาและเดิมพันที่สูงค่า