
หลานนมชื่น
ตอน 2
‘หน้าผม ใจผมคนเดิม ไม่เคยคิดเสริม เติมเปลี่ยนให้เป็นคนใหม่’
อ้ายคิดถึงเพลงที่เจ๊เนียงชอบเปิดฟังบ่อยๆ ขณะมือถือกระจกส่องดูหน้าตัวเองหนที่สิบ
หน้าก็คล้ายหน้าเดิมนะ ผิดแผกไปมากก็ตรงหน้าเขาตอนนี้ขาวไม่หม่นหมองอย่างคนเคยกรำงาน มีขี้แมลงวันเล็กๆ ใกล้หัวคิ้วต่ำลงมาตรงเปลือกตา ผมสีน้ำตาลอ่อนยิ่งทำให้ใบหน้าที่กำลังจ้องเขากลับนี้แลดูซีดขาว
อีกอย่างที่ทำให้ต้องร้องเอ๊ะก็คือชื่อที่ถูกเรียกตอนกะพริบตาตื่น
‘น้อง...หนูน้อง’
เรียกใครเหรอ
น้องใคร ใครคือหนูน้อง
กว่าจะรวบรวมสติแตกกระเจิงที่ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลต่อหน้าคนไม่รู้จักก็ใช้เวลานานร่วมสิบนาที
ขอย้อนไปก่อนหน้านี้สักหลายวันหน่อยนะครับ
หลังเก็บกระเป๋าออกจากร้านหมูกระทะเจ๊เนียง เขาคิดจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเด็กกำพร้าครูสมร อย่างน้อยก็เบาใจเรื่องที่ซุกหัวนอน เงินเกือบสองพันห้าร้อยบาทที่มีค่อยคิดหาลู่ทางว่าจะเลี้ยงดูตัวเองต่อได้ยังไง ระยะเวลาหนึ่งปีที่ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ซมซานกลับไปหนนี้หวังว่าครูสมรจะไม่ผิดหวังกับความล้มเหลวของเขา เพราะนายส่องหล้าคนนี้อยู่ในรายชื่อว่าเป็นเด็กในปกครองที่จบชั้นม.หก น่าจะพอมีอนาคตให้ครูได้ชื่นใจในอันดับต้นๆ เชียวนะ
อ้ายโทร.หาเพื่อนโอเมก้าที่โตมาด้วยกัน โชคดีหลังเรียนจบพวกเขาได้งานทำทั้งคู่ แต่ติดตรงงานอยู่คนละที่ และด้วยเหตุที่เปลี่ยนงานสุดท้ายเลยต้องแยกกันอยู่ แยกกันไปมีสังคมใหม่ๆ
เขาโทร.ติด แต่ไม่มีคนรับสาย ทั้งที่หลายวันก่อนยังทักทายกันผ่านเฟซบุ๊กอยู่เลย เขาวางแผนว่าก่อนจะกลับบ้านครูสมร จะแวะไปนอนกับเกื้อกูลด้วยความคิดถึงสักหลายๆ วันก่อน
‘แน่ใจนะว่ามึงไม่ใช่โอเมก้าแบบกู’
เขาเคยถูกไอ้เกื้อถามก็เพราะรูปร่างภายนอกส่อมาทางนี้สุดๆ
‘กูเคยฮีทให้มึงเห็นมั้ยล่ะ’
โอเมก้ากำพร้าในบ้านครูสมรส่วนใหญ่อายุสิบสองสิบสามก็ฮีทกันแล้ว ช้าสุดที่เขาเคยเห็นก็ฮีทตอนอายุสิบหก เขาอยู่กับครูจนอายุสิบเจ็ด ก็ไม่เคยจะเกิดอาการรุมร้อนไปทั้งตัวและกระจายกลิ่นหอมฟุ้งไปกวนใจพวกอัลฟ่าเลยสักหน
ด้วยความตัวเล็กผอมบาง คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้วนอกจากเบต้า และเป็นเผ่าพันธุ์เบต้าแคระด้วยสิ
ยังจำได้ไหม ก่อนออกจากร้านเจ๊เนียง ที่เขาเคยตั้งปณิธานจะไม่เสือกเรื่องของคนอื่นอีก
แต่แล้วเขาก็ผิดความตั้งใจเดิม การเสือกคราวนี้ไม่เกี่ยวกับคน แต่เกี่ยวกับสัตว์หน้าขนที่เรียกว่าหมาจร
เมื่อคนจรกับหมาจรมาเจอกัน เขาที่อยากช่วยน้องหมาน้อยไม่ให้ถูกรถสิบล้อเหยียบไส้ทะลักเป็นผีหมาเฝ้าถนนก็เลยพุ่งตัวออกไปหมายจะคว้าตัวน้องกลับมาริมถนน แต่เจ้ากรรมอันใดไม่รู้ชักพา จำได้ว่าถูกชนเปรี้ยงด้วยรถกระบะขับย้อนศรคันหนึ่ง ความซวยคราวนี้หนักกว่าโดนตีนไอ้พี่เข้ม
เรียกว่าตายแล้วเกิดใหม่ได้มั้ย หรือแค่วิญญาณย้ายที่อยู่เฉยๆ
นิยายมากๆ ละครหลังข่าวโคตรๆ แต่เมื่อหยิกตัวเองซ้ำๆ จนเนื้อแทบเขียวยังไงเขาก็ยังอยู่ในร่างนี้
นอกจากหน้าตาที่คล้ายกันราวกับแฝด ซึ่งความจริงตั้งแต่จำความได้ ก็ไม่เคยมีใครพูดเรื่องฝาแฝดอะไรให้เขาได้ยินสักครั้ง หลังจากแม่ตายตอนสี่ขวบเห็นจะได้ เขาก็อยู่กับยาย ยายตายก็มีญาติรับไปอยู่ด้วยไม่ถึงปีก็ถูกพาไปส่งบ้านครูสมร
ตอนอยู่คนเดียว เขารีบสำรวจร่างนี้ก็พบว่าไม่มีร่องรอยของแผลจักรยานล้มที่เข่า หน้าผากก็ไม่มีรอยเย็บเพราะเคยถูกพวกอัลฟ่ารุมรังแกขว้างก้อนหินใส่จนแตกเลือดอาบหน้า
สรุปแล้วเขาตายหรือยังไม่ตายกันแน่ แล้วร่างของนายส่องหล้า แสนคำอินทร์ ตอนนี้อยู่ที่ไหน
“ตื่นแล้วเหรอลูก”
ผู้หญิงวัยประมาณห้าสิบต้นๆ คนเดิมเรียกเขา เธอแทนตัวเองว่าป้า และเรียกเขาว่าหนูน้อง
ตอนเพิ่งได้สติใหม่ๆ เขาคงทำหน้าเอ๋อโคตรๆ บวกกับถามเธอว่าใครคือหนูน้อง แล้วคุณคือใคร ตอนนั้นคุณป้าหทัยรัตน์ก็ร้องไห้ฟูมฟายใหญ่โต เรียกเขาซ้ำๆ
‘น้อง น้องจำป้าไม่ได้เหรอลูก ทำไม โธ่...หนูน้องของป้า’
ส่วนพี่กุ๊ก ซึ่งเขารู้ชื่อตอนหลังและรู้ว่าเธอเป็นสาวใช้คอยดูแลเขาก็ต้องยื่นยาดมยาหม่องให้ผู้เป็นนายสูดดมอยู่หลายฟรืด จากนั้นคุณป้าผู้รักหลานก็ล้งเล้งเรียกหาพยาบาล เกรี้ยวกราดบอกพี่กุ๊กกดมือถือโทร.หาใครสักคน
ตอนนั้นเขาชักเริ่มรู้สึกหนาวเยือกแปลกๆ มันเป็นความกลัวที่อธิบายอาการไม่ถูก
‘เจ้าดลจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ และคนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดก็คือเมียของมัน’
‘แต่คุณมนก็เจ็บจนเข้าโรงบาลด้วยนะคะ’
‘นั่นก็สมน้ำหน้าแล้วไหมล่ะ ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว ก็ไม่เห็นเป็นอะไรมากเท่าหลานฉันหรอก ดูสิ...โถ ถ้าเกิดจำป้าจำตัวเองไม่ได้ขึ้นมา ตายไปแล้วป้าจะมีหน้าไปพบนมชื่นได้ยังไง’
จากบทสนทนา บุคคลที่เกี่ยวข้องกับร่างนี้นอกจากคุณป้าหทัยรัตน์ก็มีคนชื่อดลกับมน และสองคนนั่นมีส่วนให้คนชื่อน้องเข้ามานอนอยู่ในโรงพยาบาล?
คุณอาจจะชอบ





