
หลานนมชื่น
ตอน 3
เมื่อปลายทางรับสายแล้ว คุณป้าก็ขยับออกห่างจากเตียง พอดีกับที่พยาบาลเข้ามาถามอาการเขา เพราะมัวแต่ตอบคำถามของคุณพยาบาล ก็เลยไม่ทันได้จับใจความว่าคุณป้าพูดอะไรบ้าง ได้ยินท้ายๆ เลยว่าให้มา น้ำเสียงและสีหน้าของหญิงวัยห้าสิบนั้นอย่างไรก็ยังไม่ทิ้งความโกรธเคือง
หลังคุณพยาบาลออกไปแล้ว พี่กุ๊กก็ดูแลเขาโดยมีคุณป้าคอยกำกับ อาหาร ผลไม้ ของบำรุงเพียบ และเขาก็กินหมดด้วยสิ เพราะมีแต่ของอร่อยๆ
วันนี้ก็เช่นกัน
“น้องกินข้าวได้เยอะแบบนี้ป้าค่อยเบาใจหน่อย ปรกติเราน่ะกินอย่างกับแมวดม”
“คุณป้าอุตส่าห์ทำให้ผม...เอ้ย ทำให้น้องกินนี่ครับ” ต้องไม่หลุด ครั้งแรกที่เขาแทนตัวว่าผม คุณป้าคิ้วขมวดเลยเชียว “ถ้าไม่กิน คุณป้าจะเสียใจใช่มั้ย” อ้ายลองอ้อนดู ลองป้ารักหนักหนา เจ้าของร่างเดิมก็คงจะเป็นคุณหนูขี้อ้อนรู้จักเข้าหาผู้ใหญ่พอสมควรแหละ
“เด็กดีของป้า” นิดหน่อยน้ำตาก็จะปริ่มอีกแล้ว
“ไม่เอาไม่ร้องนะครับ น้องไม่เป็นอะไรแล้ว” อ้ายถือวิสาสะกุมมือเธอเบาๆ
“ถ้าน้องเป็นอะไรมากกว่านี้ ป้าก็คงรู้สึกผิดไปจนตาย ตอนแรกป้าคิดว่าน้องจะจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
“ก็ค่อยๆ เล่า ค่อยๆ พูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้น้องฟังนะครับ หัวฟาด ก็คงจะมีเบลอๆ บ้างแหละเนอะ” เหตุผลมาพร้อมใบหน้าใสประดับด้วยรอยยิ้ม
ก็ตั้งแต่ฟื้นมาแบบมึนๆ คุณป้าก็ทำท่าจะจับเขาเช็กสมองอีกรอบแล้ว เขาต้องใช้มารยาสารพัดหลบเลี่ยง เกิดความแตกว่าไม่ใช่หนูน้อง จะถูกจับไปหาหมอผีหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ยังไงซะดลก็ต้องให้ความยุติธรรมกับน้อง ป้าไม่ยอมหรอกนะที่จะให้เราเจ็บตัวฟรีๆ ดูสิดู เรียกให้มาตั้งแต่วันก่อน ป่านนี้ยังไม่โผล่หัว จะให้ป้าไปจิกตัวที่ห้องพักฟื้นนั่นเองเหรอ แขยงใจนัก ไม่อยากจะมองหน้าเมียบ้านนอกนั่น ต่อหน้าทำซื่อตาใส ลับหลังทำร้ายน้องจนต้องเข้าโรงบาล แย่มากๆ”
อ้ายยิ้มแหยเมื่อได้ฟัง มันไม่ใช่การเข้าโรงพยาบาลธรรมดานี่สิ แผลแตกบนหัวมันไม่ใช่แผลใหญ่นัก แต่ก็ทำให้อีกคนวิญญาณหลุดไปไหนก็ไม่รู้ หรือจะหลุดไปอยู่ในร่างของเขาที่ถูกรถชน ถ้าออกจากโรงพยาบาลได้แล้วติดต่อกันได้ก็คงจะดี คาดว่าทางนั้นคงจะสติแตกไม่ต่างจากเขานักหรอก
“ออกจากโรงบาลแล้วป้าจะพาไปทำบุญ หายดีแล้วป้าจะจัดงานแต่งให้เร็วที่สุด”
“ฮะ...งานแต่ง!” อ้ายตาเหลือก แทบสำลักชมพู่ที่เพิ่งส่งเข้าปาก
“เอ้าๆ สำลักแล้ว ตกใจแบบนี้หรือน้องลืมเรื่องจะแต่งงานกับพี่ดลไปแล้ว” ป้าหทัยรัตน์ยกมือทาบอก หันไปมองพี่กุ๊กสีหน้าเลิ่กลั่ก
ตายหอง...แต่งงาน!
ถ้างั้นเจ้าของร่างบอบบางตัวเล็กตัวน้อยบนเตียงนี่ก็เป็นโอเมก้าไม่ผิดจากที่คิดเลยสินะ
ตายๆๆ อยากจะเป็นลม แต่ก่อนเคยคิดอยากจะเป็นผัวที่ดีให้ผู้หญิงสักคน แล้วทำไมเทวดาฟ้าดินถึงได้เล่นตลกร้ายจะให้เขาเป็นเมียคนอื่น
ฮือออออ... ด่า-วยคำเดียว ลงโทษหนักงี้เลยเหรอคุณเทวดา
บ่ายนั้นอ้ายเอาแต่นอนห่อเหี่ยวอยู่บนเตียง ในหัวคิดแต่เรื่องจะต้องแต่งงานกับพี่ดล
ใช่...เขาฟังไม่ผิด คุณป้าย้ำเรื่องจะให้เขาแต่งงานกับพี่ดล เพราะความต้องการของคุณหนูน้อง
แล้วทำไมคุณหนูน้องนี่ต้องยุ่งกับผัวคนอื่นด้วย ก็เมื่อพี่ดลมีเมีย โอเมก้าชื่อมนอยู่ก่อนแล้ว เพราะดันทุรังจะแต่งกับผัวคนอื่นใช่มั้ย ถึงได้ถูก โอเมก้ามนผลักล้มจนหัวฟาดแบบนี้
‘น้องไม่แต่งแล้วได้มั้ย’ ...เขาลองหยั่งเชิงคุณป้า
‘ต้องแต่ง ป้าว่าจะใจอ่อนกับเรื่องตาดลอยู่แล้วเชียว แต่เมียตาดลทำร้ายน้องหยามใจป้าแบบนี้ ก็สมควรจะเป็นได้แค่เมียน้อย มาทีหลังแล้วพาล ป้าไม่รับเป็นสะใภ้ให้ขายขี้หน้าใครหรอกนะ’
ทำไม...ทำมายยยย อ้ายคร่ำครวญกับชีวิตใหม่? ที่ส่อเค้าจะยุ่งเหยิงบันเทิงสัดๆ
นอนหายใจทิ้งเฮ้อๆ อยู่นานสองนาน ในที่สุดว่าที่เจ้าบ่าวของเขาก็ยอมโผล่หน้ามาให้เห็นเสียที
โอ้...พี่ดลของหนูน้องหล่อไม่เบา รูปร่างสูงใหญ่สมกับเป็นอัลฟ่า ใบหน้าคมคาย ขาวจัด จนเห็นกระทั่งไรหนวดเขี้ยวครึ้ม จมูกก็โด่งขึ้นสัน เครื่องหน้าถูกจัดวางสมบูรณ์แบบอย่างกับพระเจ้าสร้าง ป้าหทัยรัตน์เป็นผู้หญิงสวยสมวัย แน่ว่าคุณลุงที่เป็นสามีก็จะต้องหล่อมากๆ ไม่งั้นคงไม่โขกเบ้าหน้าฟ้าประทานมาให้พี่ดลได้หรอก หล่อตี๋อินเตอร์แบบนี้เดบิวต์เป็นดาราได้ไม่ยาก แต่สายตาวาววับของอีกฝ่ายนี่สิ
เกลียดเขาใช่มั้ย เกลียดมากๆ แบบอยากจะกระโจนมาขย้ำแล้วใช่มั้ย...น่ากลัวชะมัด!
“ถ้าคุณแม่เรียกผมให้มายอมรับความผิดที่มนไม่ได้ทำ ผมขอปฏิเสธนะครับ”
นั่นไง เปิดปากหล่อๆ ปุ๊บก็ดูทรงจะได้เรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี
“ก็เห็นอยู่ตำตาว่าน้องหัวแตก สมองกระทบกระเทือนเกือบจำอะไรไม่ได้”
“ก็สมกับที่น้องทำไหมล่ะครับ น้องจงใจทำร้ายมน มนที่กำลังตั้งท้องลูกของผม หลานที่เป็นสายเลือดของคุณแม่เองแท้ๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านคงเหลืออดเหลือทนกับน้องแล้วนั่นแหละ ถึงให้เป็นคนล้มหัวฟาดซะเอง ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ตาย” ชายหนุ่มกระแทกเสียงคำว่าตายใส่คนในบทสนทนาอย่างเหลืออด “เพราะถ้าตายก็คงจะสบายและหนีความผิดง่ายไปหน่อย”
แม่เจ้าโว้ยยยย...มาแบบน้ำไหลไฟดับเล่นเอาคุณป้าอ้าปากค้าง เขาก็ด้วย ส่วนพี่กุ๊กน่ะทำตัวลีบหนีออกนอกห้องไปตั้งแต่คุณพี่ดลคนนี้เข้าประตูมาแล้ว
ฟังจากปากพี่ดลไหงเรื่องมันคนจะทางกับที่ฟังจากป้าหทัยรัตน์ สรุปว่ามนผลักน้อง หรือน้องผลักมนกันแน่ แม่กับลูกถือหางคนละทีมด้วยสิ
“พี่ดลครับ ผม...เอ่อ น้องอยากจะขอโทษถ้าน้องทำเรื่องไม่ดีลงไป” ออกตัวยอมๆ ก่อน โจทก์อาจจะใจอ่อนให้จำเลยคนนี้บ้าง...ล่ะมั้ง
“ไม่ใช่แค่ถ้า น้องทำเรื่องไม่ดีแล้ว รู้ตัวหรือเปล่า”
แง...กลัวโว้ย ถูกด่าอีกแล้ว ตาน่ะก็อย่าจ้องจะกินเลือดกินเนื้อนักสิวะ อ้ายใจหล่นที่ตาตุ่ม
“เลิกว่าน้องซะที แกน่ะเชื่อแต่เมีย” คุณป้าหทัยรัตน์ออกตัวแทนเขา แต่ก็เหมือนน้ำมันราดไปบนกองไฟ
“มนอาจจะแท้งด้วยซ้ำถ้าน้องทำสำเร็จ แท้งนะครับ แท้งที่หมายถึงลูกของผมตาย ทำไมคุณแม่ห่วงหลานนมชื่นมากกว่าหลานที่เกิดจากผมล่ะครับ ถ้าคุณแม่เปิดใจสักนิด ไม่เชื่อคำยุแยงของน้อง คุณแม่จะรู้เลยว่าอย่างไหนเรียกเพชร อย่างไหนเรียกกรวด ที่น้องนิสัยแย่แบบนี้เพราะคุณแม่ตามใจคอยให้ท้ายด้วยซ้ำ”
“ตาดล!”
โอว้ม่ายยยย แม่ลูกเขาจะฟัดกันให้ตายไปข้างแล้ว ทำไงดีๆ
“คุณป้ากับพี่ดลอย่าทะเลาะกันเลยนะครับ น้องผิดเอง น้องขอโทษนะๆ” หันมาทางนี้พี่ดล มาด่าร่างหนูน้องนี่
“บอกพี่มา น้องตั้งใจทำให้มนแท้งใช่มั้ย” เด็กดีของคุณแม่ทำเรื่องร้ายแรงออกอย่างนี้ยังจะเข้าข้าง เขาละอยากจะทุบอีกคนนัก
“เอ่อ...” อ้ายอ้ำอึ้ง เขาไม่ใช่คุณหนูน้อง จะรู้ได้ไงว่ารายนี้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ พี่ดลโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้ ถ้าเขายืนกรานปฏิเสธจะเป็นไงต่อล่ะเนี่ย แล้วถ้าทำให้อีกคนโกรธมากๆ จนไม่ยอมแต่งงานด้วยจะดีมั้ย
“พูด!”
“ตะคอกน้องทำไมเล่า!” คนเป็นแม่แว้ดแหวใส่ลูกชาย เข้ามาลูบหลังลูบไหล่เด็กในอุปการะ เกรงโอเมก้าร่างน้อยจะขวัญบินร้องไห้โฮเสียก่อน
ปรกติแล้วอ้ายเป็นคนใจกล้าพอตัว ฟีโรโมนและความรู้สึกที่แผ่จากอัลฟ่ายามขู่ก็ไม่มีผลกับเขา แต่ครั้งนี้อาจจะเป็นเพราะวิญญาณเขามาสิงสู่ในร่างโอเมก้าแสนบอบบางล่ะมั้ง พอถูกขู่ด้วยเสียงด้วยท่าทางน่ากลัว ร่างน้อยก็สั่นเทา ใจกับตัวแทบจะหดเหลือสองนิ้ว
“อย่าคิดหนีความผิดซะให้ยาก พี่มีจันทร์เป็นพยาน จันทร์เห็นตั้งแต่ต้นว่าน้องทำอะไรมน กล้องวงจรปิดบ้านเราก็มี”
เพราะห่วงคู่ชีวิตของตนที่มารดาไม่ยอมรับนับเป็นสะใภ้ ทั้งที่มนก็กำลังตั้งท้องลูกของเขาเข้าเดือนที่สี่ จึงต้องมีสาวใช้ให้คอยดูแลมนช่วงเขาออกไปทำงาน จะเรื่องดีเรื่องร้ายในแต่ละวันให้รายงานเขาหมด
หลานนมชื่นที่คุณแม่รับเลี้ยงดูแต่อ้อนแต่ออกจงเกลียดจงชังมน หลายครั้งหลายหนคอยหาเรื่องพูดแดกดันใส่ หนำซ้ำยังคอยกลั่นแกล้งเหมือนเด็กไม่รู้จักโต นั่นเพราะอีกคนฝังจิตฝังใจจะแต่งงานกับเขามาตั้งแต่เด็ก คุณแม่รักเคารพนมชื่นมาก จึงรักน้องเหมือนกับลูกในไส้ เผลอๆ จะรักมากกว่าเขาด้วยซ้ำเลยมั้ง
“พี่ดลใจร้ายกับน้องจัง” กลัวก็กลัว แต่ถ้าทำให้อีกคนเกลียดเขามากหน่อย เข้ามาตีเขาเลยก็ได้ คุณป้าจะได้เลิกส่งเขาไปเป็นกระท้อนให้ตาพี่ดลทุบแล้วแต่งเป็นเมีย
“ใช่! ใจร้าย แม่ไม่คิดนะว่าเลี้ยงดลมาอย่างดี แต่ดลเห็นคนนอกดีกว่าน้องที่โตมาด้วยกัน”
“มนเป็นเมียผม” ภูธดลย้ำหนที่ร้อยถึงสถานะของมนพัทธ์
“แต่คนที่แม่ยอมรับให้เป็นเมียแกมีแค่หนูน้องเท่านั้น!”
สองแม่ลูกเอาแต่จ้องหน้ากัน ก่อนพี่ดลของหนูน้องจะหันมาจ้องหน้าเขา รังสีของความแค้นใจทำเขาสะดุ้งวาบๆ
ตายแน่ไอ้อ้าย มึงตายแน่!
แต่อ้ายก็มีเรื่องสำคัญจะต้องรู้ให้ได้ก่อน
“แล้วเรื่องแต่งงาน...”
“เลิกคิดฝัน ไม่มีทาง!” ภูธดลกระแทกเสียงกร้าว หันตัวเดินออกจากห้องราวกับพายุพัด
เย่! อ้ายอยากกระโดดลงจากเตียงมารำฟ้อนเสียเหลือเกิน แต่ดวงตาของโอเมก้ากลับขับน้ำตาร่วงหน่อยๆ
ไม่ใช่เสียใจเรื่องจะไม่ได้แต่งงานกับพี่ดลหน้าดุสักนิด เขาร้องไห้เพราะกลัวจะถูกฆ่าต่างหาก อัลฟ่าไรแม่งดุอย่างกับหมาบ้านป้าจิต!
“โถๆๆ ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวป้าจะจัดการให้เอง” อ้อมกอดอบอุ่นของคุณป้าหทัยรัตน์ถูกมอบให้เขาอีกครั้ง
“น้องไม่เป็นไรครับ...ฮือ อย่าบังคับพี่ดลเลย น้องยอมถอยแล้ว น้องไม่อยากอยู่กับพี่ดลแล้ว” อ้ายเว้นจังหวะสะอื้นเล็กน้อย “ออกจากโรงบาลแล้วพาน้องไปทำบุญไปเที่ยวดีกว่านะครับคุณป้า”
“แต่...”
“น้องไม่แต่งแล้ว น้องจะอยู่กับคุณป้าไปจนตาย นะครับ อย่าขัดใจน้องเลย”
“โถ...คนดีของป้า เอาเถอะป้าตามใจน้องทุกอย่าง อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยนะ”
อ้ายฮึบๆ น้ำตาไว้อย่างน่าสงสาร เรียกร้องความเห็นใจจากหญิงสูงวัย ขณะในใจโห่ร้อง ถ้ามีหางก็คงส่ายดิ๊กๆ
...ดีใจที่สุดเลยโว้ย!
คุณอาจจะชอบ





