ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

เมื่อทองได้พบกับลูกจันทร์ข้างกายป้าส้มจีน หัวใจที่เคยแห้งแล้งกลับพองโตด้วยความยินดีจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย ขณะที่ลูกจันทร์สบตากับคุณพระนายรูปงามจนเกิดอาการสะท้านไหวและหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าในฐานะแม่สื่อ เธอรู้ดีว่าความรู้สึกพึงใจในตัวผู้ว่าจ้างคือสิ่งต้องห้ามที่ผิดกฎอย่างร้ายแรง ลูกจันทร์จึงต้องพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกและย้ำเตือนตัวเองว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่แม่สื่อมิใช่มาให้เขาดูตัวเพื่อเลือกเป็นคู่ครองเสียเอง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“เรียบร้อยกันแล้วใช่ไหมแม่ละเมียด”

“เรียบร้อยเฮีย คุณหนูออกโรงเอง มีหรือจะไม่เรียบร้อย”

“สมน้ำหน้านักไอ้หัวขโมย ขโมยของใครไม่ขโมย ดันมาขโมยของคุณหนูลูกจันทร์”

“ของคุณหนูซะที่ไหนล่ะเฮีย ของยายเมี้ยนขายกล้วยทอดต่างหากเล่า คุณหนูน่ะนั่งรอกล้วยทอดอยู่พอดี ไอ้หัวขโมยนี่มันลอยคอมาในคลอง พอยายเมี้ยนเผลอประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ มันฉกห่อเงินใต้กระดานไปเลย”

“ฮะ! มันกล้าขนาดนั้นเชียวเรอะ”

“มีเหลือเรอะจะไม่กล้า ไอ้เวกขี้เหล้ามันขี้คล้านจะตายไป มือตีนดีไม่ทำมาหากินเอาแต่กินเหล้า ไม่มีเงินก็ต้องขโมยน่ะสิ”

“อย่างนี้ต้องส่งเข้าตะรางซะให้เข็ด จะได้ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอีก”

“ตะรางอะไรล่ะเฮีย คุณหนูให้อาเก้าเอากลับไปโรงสีแล้วน่ะสิ”

“อ้าว! แบบนี้เถ้าแก่ลิ้มจะไม่ดุเอาเรอะ”

“เถ้าแก่น่ะเหรอจะกล้าดุคุณหนู จะบอกว่าดีน่ะสิได้คนงานเพิ่ม คนดุน่ะคงเป็นแม่สายพินซะมากกว่า คุณหนูก็ชอบเลี้ยงจริง! ไอ้คนแบบเนี้ย ประเดี๋ยวเถอะมันจะทำเรื่องเดือดร้อนให้”

“แม่ละเมียดก็พูดไป อั๊วเห็นมันก็ไปได้ดีทุกคน ดูไอ้พวกลูกกระจ๊อกที่วิ่งตามอาเก้าสิ ก็เกกมะเหรกเกเรมาทั้งนั้น เถ้าแก่ท่านก็ให้โอกาส คุณหนูก็เลยได้เลือดอาคุณเตี่ยมาเต็มๆ ไงเล่า”

“ก็คงอย่างนั้นล่ะเฮีย ไม่งั้นเถ้าแก่คงไม่กล้าปล่อยคุณหนูมาค้าข้าวที่นี่แน่ ลูกผู้หญิงแท้ๆ ทำงานได้ไม่แพ้ผู้ชาย” อาแป๊ะพูดพลางหันมองลูกค้าที่เลือกหยิบจักจั่นไม้แต่งลวดลายกระดาษสีสดใส

“คุณจะดูสีอื่นเพิ่มไหม อั๊วมีอีกเยอะนะในร้าน”

“ครับ ดูครับแป๊ะ...”

ทองตื่นจากภวังค์อมยิ้มน้อยๆ เพราะถือโอกาสฟังคำสนทนาโดยทำทีเป็นเลือกซื้อของอย่างอื่นเพิ่มและคิดภาพตามจนไม่ทันฟังว่าอาแป๊ะหันมาพูดกับเขา

“อาแป๊ะเอามาหลายๆ อย่างเลยนะครับ”

เขาบอกพร้อมค้อมศีรษะให้แม่ละเอียดที่ส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาให้ คงเป็นการดีหากการเลือกซื้อของเพิ่มเติมจะทำให้เขารู้เรื่องราวเกี่ยวกับหล่อนมากขึ้น

ทองก้าวออกจากร้านของชำในมือมีถุงกระดาษหลายถุง คิดไม่ผิดที่ทดลองนั่งเรือกลับกรุงเทพฯ เพราะหากไม่มาขึ้นท่าที่ตลาดคลองสวน เขาก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นอะไรที่แปลกตา

‘แปลกตา’ เพราะใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นปรับเปลี่ยนตามอารมณ์ และ ‘แปลกใจ’ ที่เขาสนใจใคร่รู้เรื่องของหล่อน ทั้งที่หล่อนไม่ได้งามบาดใจ หล่อนแค่... หน้าตาเกลี้ยงเกลา ผิวขาวจัด และเครื่องหน้าชัดจนเขามองจากอีกฝั่งก็รู้ว่าจิ้มลิ้ม คิ้วน้อยๆ ดวงตากลมโต จมูกกระจิริด ปากเล็กแต่อิ่มให้สีเฉกเช่นเกสรชมพู่สด

หล่อนไม่ได้มีกิริยาที่ชวนมอง เพราะหล่อนชวนตกตะลึงมากกว่า แต่นั่นกลับทำให้เขาหยุดไม่ได้ที่จะยิ้มกับเรื่องของหล่อน

“ผู้หญิงอะไรร้องเฮ้ย”

ร่างสูงใหญ่เดินตรงไปยังท่าเรือ รอยยิ้มยังคงปริ่มบนใบหน้า ทุกความคิดมีแต่เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้ม หล่อนคงเป็นลูกสาวที่พ่อรักและตามใจมากๆ หล่อนจึงได้มีท่าทีเป็นตั่วเจ้ขนาดนั้น ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งทำให้รอยยิ้มกว้างขึ้นอีก เพราะเมื่อครู่จากการสอบถามอาแป๊ะและแม่ละเมียดลูกค้า เขาก็ได้รู้ว่าหล่อนเป็นลูกสาวเถ้าแก่ลิ้ม เจ้าของโรงสีใหญ่ที่แปดริ้ว

“เราต้องได้เจอกันอีกแน่... คุณหนูลูกจันทร์”

ห้างทองตั้งจินเถา ย่านเยาวราช

แม่ค้าทองวัยกลางคนหน้าตาสะสวยผิวพรรณดีนั่งอยู่ด้านหลังตู้กระจกจัดแสดงสร้อยคอ กำไล สร้อยข้อมือ ต่างหู แหวน และทองรูปพรรณแบบต่างๆ ใบหน้าอิ่มเอิบสมวัยแย้มยิ้มแจ่มใสและชี้ชวนให้ลูกค้าเลือกดูสร้อยถนิมพิมพาภรณ์ที่ลูกค้าอาจถูกใจ เพื่อหล่อนจะได้หยิบจับให้ลูกค้าทดลองสวมใส่ได้ถูกชิ้น

“นี่ลายคชกริชเป็นทองจากบางสะพานเหมาะกับคุณพี่มากเลยนะคะ” หล่อนชี้ชวนให้ลูกค้าวัยเดียวกันดูลายสร้อยข้อมือ และเมื่อมองตามสายตาลูกค้าหล่อนก็ชี้ชวนเพิ่มเติม

“หรือคุณพี่อยากได้กำไลคะ กำไลทองวงนี้ทองที่ทำก็มาจากบางสะพานเหมือนกันค่ะ”

แม่ค้าพูดพลางเปิดประตูไม้ขนาดกว้างราวคืบและยาวตลอดแนวตู้กระจกแต่ละตู้ ซึ่งอยู่ระดับช่วงเอวของหล่อน บานพับประตูเป็นแบบเปิดลงให้หล่อนหยิบสร้อยข้อมือและกำไลออกได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็นำมาทาบกับข้อแขนของลูกค้า

“งามจริงๆ เลยค่ะคุณหญิง”

ลูกค้าเสียงหวานตาเป็นประกายยามทดลองสวมกำไลและยืดข้อมือให้ไกลจากตัว เพื่อที่จะมองให้ออกว่าหากใส่จริงจะสวยหรือไม่

“สวยเชียวค่ะคุณพี่ ทองเนื้อดีสุกปลั่งเข้ากับผิวของคุณพี่เลยนะคะ ลายนี้ทั้งงามและทน แต่น้องว่าอาจจะเล็กไปหน่อยค่ะ ข้อมือขนาดคุณพี่น่าจะต้องใส่ถึงสองบาท ประเดี๋ยวน้องหยิบกำไลวงใหม่ให้นะคะ คุณพี่จะได้ทดลองสวม”

“แหม... คุณหญิงคะ แค่บาทเดียวก็พอแล้วมังคะ ไม่ต้องถึงสองบาทดอก แค่จะใส่ติดข้อมือยามอยู่บ้านเท่านั้นแหละค่ะ ไม่ได้ใส่ไปไหน”

“โถคุณพี่ขา ไหนๆ ก็ซื้อใหม่แล้ว น้องว่าเลือกลายงามๆ ไว้ดีกว่าค่ะ ประเดี๋ยวงานฤดูหนาวก็จะมาถึงแล้ว บรรดาภรรยาขุนน้ำขุนนางก็คงขุดเอาเครื่องเพชรทองไปประชันความงามกันน่าดู ถึงครานั้นหากคุณพี่สวมกำไลตามที่น้องแนะนำ น้องรับประกันเลยค่ะ ว่าจะต้องมีแต่คนมาขอชมแน่นอน”

“คุณหญิงล่ะก็ เรื่องการขายของเก่งนี่ต้องยกไว้ให้เลยนะคะ ไหนดูสิคะ กำไลสองบาทน่ะหน้าตาเป็นอย่างไร”

“ก็น้องอยากให้คุณพี่งามนี่คะ”

“ค่ะ พี่เชื่อตาคุณหญิง ขอดูหลายๆ แบบเลยนะคะ จะได้ซื้อฝากยัยหนูด้วย”

แม่ค้าคนงามอมยิ้มเลือกหยิบกำไลวงน้ำหนัก 2 บาท หลายแบบหลายวงขึ้นมาวางไว้บนฝากระจกให้ลูกค้าได้เลือกสวมใส่ตามต้องการ เพียงไม่นานลูกค้าก็ตกลงปลงใจซื้อกำไลทองหนัก 2 บาท 2 วง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
ความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้จะพยายามเรียงร้อยถ้อยคำเป็นบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าท่านจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพร้อมที่จะติดตามไปทุกแห่งหน แม้น้ำตาจะหลั่งรินจนกลายเป็นสายน้ำก็ไม่อาจนำพาเราให้มาพบพานกันได้อีก ความคิดถึงนี้จะยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ
7.9
เมื่อเจินจื่ออีตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลังผ่านเส้นทางลับที่ค้นพบโดยบังเอิญ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้นางตื่นขึ้นมาในห้องหอของตระกูลเหลียว ในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมขั้นผินผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ย้อนรอยอดีตรัก
8.3
หญิงสาวผู้ถูกสามีที่ไว้ใจที่สุดทรยศอย่างเลือดเย็น เขาใช้มีดกรีดหัวใจของเธอเพื่อมอบให้แก่น้องสาวต่างมารดา ในลมหายใจสุดท้าย ชายที่เธอเคยชิงชังและหลบหนีกลับเป็นเพียงคนเดียวที่พยายามเข้าช่วยชีวิตเธออย่างสุดความสามารถ แม้ความเสียใจจะสายเกินไปในวาระสุดท้าย แต่หากปาฏิหาริย์มีจริงและเธอสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เธอสาบานว่าจะเชื่อฟังและมอบความรักให้แก่เขาผู้เป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวเพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เคยทำไว้ในอดีต
หน้าปกนวนิยาย สาวน้ำพริก
9.7
ณ ลานประหาร วาระสุดท้ายของอาเรียเต็มไปด้วยความน่าสมเพช เรือนผมสีทองและนัยน์ตาสีมรกตที่เคยงดงามถูกทำลายจนยับเยินด้วยน้ำมืออันโหดเหี้ยมของเคน ความทรมานทวีความรุนแรงเมื่อเกลือถูกสาดลงบนบาดแผลจากลิ้นที่ถูกตัดขาด ทำให้เธอไร้หนทางที่จะเอ่ยปากสารภาพความผิดใดๆ หญิงสาวผู้สิ้นหวังทำได้เพียงหลับตายอมรับจุดจบที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าก่อนลมหายใจจะรวยริน สตรีผู้บริสุทธิ์ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งของเธอได้ก้าวออกมา เพื่อมอบคำอำลาครั้งสุดท้ายให้แก่นางมารร้ายที่กำลังจะแตกดับ