ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

เมื่อทองได้พบกับลูกจันทร์ข้างกายป้าส้มจีน หัวใจที่เคยแห้งแล้งกลับพองโตด้วยความยินดีจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย ขณะที่ลูกจันทร์สบตากับคุณพระนายรูปงามจนเกิดอาการสะท้านไหวและหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าในฐานะแม่สื่อ เธอรู้ดีว่าความรู้สึกพึงใจในตัวผู้ว่าจ้างคือสิ่งต้องห้ามที่ผิดกฎอย่างร้ายแรง ลูกจันทร์จึงต้องพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกและย้ำเตือนตัวเองว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่แม่สื่อมิใช่มาให้เขาดูตัวเพื่อเลือกเป็นคู่ครองเสียเอง
ตอน
แชร์

ตอน 3

เมื่อลูกค้าก้าวออกจากร้าน แขกคนสำคัญที่รอจังหวะให้แม่ค้าว่างก็ก้าวเข้ามาในร้าน ‘คุณหญิงชบา’ ยิ้มกว้างเมื่อเห็นหญิงร่างอวบรุ่นราวคราวเดียวกันแต่งกายตามราชนิยมคือตัวเสื้อเป็นลูกไม้ระบายตามแบบแหม่ม ส่วนท่อนล่างยังคงเป็นโจงกระเบนให้ทะมัดทะแมง สวมถุงน่องขาวและรองเท้าส้นสูง

คุณหญิงจึงหันไปบอกคนงานหญิงที่นั่งอยู่ในฉากด้านหลังคอยซ่อมแซมทองชำรุดให้ออกมาดูร้านแทน ก่อนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลจะเดินออกจากคอกกั้นส่วนขายทองเพื่อต้อนรับ

“ฉันไหว้ค่ะคุณพี่ส้มจีน”

“อุ้ย! คุณหญิง อย่าไหว้ฉันค่ะ มันไม่ดี” แม่ส้มจีนโบกมือห้ามไม่ให้คุณหญิงชบาไหว้

“ทำไมเล่าคะคุณพี่ คุณพี่แก่กว่าฉัน ฉันก็ต้องไหว้สิคะ”

“ไม่ได้ดอกค่ะคุณหญิง คุณหญิงกับฉันต่างกันนะคะ คุณหญิงเป็นภรรยาท่านเจ้าคุณ ประเดี๋ยวพอคุณหญิงได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ฉันก็ต้องเรียกคุณหญิงว่าท่านผู้หญิงแล้วล่ะค่ะ อย่างนั้นคุณหญิงจะไหว้ฉันได้อย่างไรกันคะ”

“โธ่... คุณพี่ ยังไงเสียฉันก็เป็นน้องนะคะ บรรดาศักดิ์ใดๆ นั้นก็ล้วนเป็นของท่านเจ้าคุณท่านทั้งนั้นแหละค่ะ ฉันก็เป็นแม่ค้าอย่างเดิมนั่นแหละ จะเรียกเยี่ยงไรก็เป็นแม่ค้าค่ะ”

“แต่ค้าทองเชียวนะคะ”

“ค้าทองก็แม่ค้านั่นแหละค่ะคุณพี่ ยังไงลูกค้าก็สำคัญที่สุด อย่างนี้แล้วคุณพี่อย่าไหว้ฉันอีกนะคะ ขี้กลากจะได้กินฉันพอดี ฉันเคยไหว้คุณพี่อย่างไรก็จะไหว้แบบนั้นต่อไปแหละค่ะ”

“เฮ้อ! เอาเถอะค่ะ เถียงคุณหญิงไม่ชนะสักครา”

แม่ส้มจีนพูดพลางส่งสายตาค้อน แต่รอยยิ้มละไมบนใบหน้านั้นเดาว่าถูกอกถูกใจอัธยาศัยไม่ถือยศถือศักดิ์ของคุณหญิงชบาเป็นที่สุด

“ก็คงต้องอย่างนั้นล่ะค่ะคุณพี่ เราไปคุยกันด้านในเถอะค่ะ ทางนี้ให้เด็กๆ เขาดูกัน”

คุณหญิงชบาหันไปเชื้อเชิญลูกค้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาพลางเอ่ยแนะนำให้บอกความต้องการกับคนงานขายโดยไม่ต้องเกรงใจก่อนจะพา ‘คุณแม่สื่อ’ เข้าไปด้านในของร้าน เพื่อพูดคุยในสิ่งที่จะไหว้วาน ด้วยแม่ส้มจีนเป็นแม่สื่อแม่ชักที่เลื่องชื่อสุดในสยาม

ฝ่ามืออูมมีน้ำมีนวลด้วยอยู่ดีกินดีโอบรอบเอวอวบของแม่ส้มจีนอย่างสนิทสนม เพราะเมื่อรุ่นสาวคุณหญิงชบาเคยอยู่รับใช้เจ้านายในวังเช่นเดียวกับแม่ส้มจีน และแม่ส้มจีนนี่แหละที่ตั้งตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักนัดแนะให้เพื่อนสาวชาววังออกมาพบปะกับบรรดาชายหนุ่มที่หมายปองอยู่ที่ด้านหน้าประตูศรีสุดาวงศ์ซึ่งเป็นประตูด้านหลังของกำแพงพระราชวังฝ่ายใน ตรงกับประตูช่องกุดซึ่งเป็นประตูกำแพงวังชั้นนอก

ในช่วงเช้าคนนอกวังจะนำสินค้ามาวางขายให้หญิงชาววังออกไปจับจ่ายซื้อหา ช่างเป็นเวลาประจวบเหมาะที่หนุ่มสาวจะได้ดูตัว และเมื่อใครอยากจะนัดแนะก็ให้แม่ส้มจีนนี่แหละเป็นธุระให้ แม่ส้มจีนจึงได้สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ตอบแทน เรียกได้ว่าในยามนั้นแม่ส้มจีนอู้ฟู้น่าดู

แม่ส้มจีนชักพาให้หลายคู่ได้ตบแต่ง รวมทั้งคู่ของคุณหญิงชบาด้วย แม้ครั้งนั้นคุณหญิงในวัยสาวรุ่นจะไม่ได้สานต่อความสัมพันธ์กับท่านเจ้าคุณ ที่ยามนั้นเพิ่งได้บรรดาศักดิ์เป็นคุณพระใหม่ๆ แต่ก็ถือว่าการพบกันครั้งแรกก็ได้แม่ส้มจีนเป็นสื่อชักพา

แม่ส้มจีนสนุกกับการจับคู่และยินดีชื่นชมกับสินจ้างจึงไม่คิดจะออกเรือนไปกับชายใด ประจวบกับอัธยาศัยดี รู้จักผู้คนกว้างขวาง เมื่อออกจากวัง แม่ส้มจีนจึงยึดแม่สื่อแม่ชักเป็นอาชีพ จนถึงวันนี้เมื่อเพื่อนฝูงมีลูกมีหลาน จึงไม่เว้นจะไหว้วานให้แม่ส้มจีนช่วยดูกุลบุตรและกุลธิดาในตระกูลที่เหมาะสมให้ นั่นก็ยิ่งทำให้แม่ส้มจีนอู้ฟู้กว่าเดิม และก็ถึงคราวที่คุณหญิงชบาจะไหว้วาน

คุณหญิงชบาพาแม่ส้มจีนเดินลัดเลาะจากหน้าร้านเข้ามาด้านหลังซึ่งเดิมเป็นบ้านเก่าของคุณหญิงชบาเอง แต่เมื่อออกเรือน ท่านเจ้าคุณกรุณาปลูกเรือนใหม่ให้พ่อแม่และเหล่าคนงานทำทอง คุณหญิงจึงปรับเปลี่ยนหน้าบ้านทำเป็นร้านขายทอง ส่วนห้องทำทองซ่อมทองก็เลื่อนเข้ามาอีกชั้น เพื่อให้สะดวกในยามที่ลูกค้าต้องการเลือกหาสร้อย แหวน หรือกำไลที่ถูกใจ ในตัวบ้านยังตกแต่งตามแบบชาวจีนคงไว้สำหรับพักอาศัยได้ดังเดิม

จากห้องทำทองก็เข้าสู่ส่วนรับรองผู้มาเยือน จากนั้นก็เข้าสู่บริเวณสวนกลางบ้านที่ด้านบนนั้นเปิดโล่งให้รับลมรับแดดจากภายนอกได้ทั่ว แต่เดิมนั้นบริเวณนี้คือที่ตากผ้า ตากอาหารแห้งให้เก็บไว้กินได้นานปี แต่ตอนนี้มีเพียงต้นไม้ให้ร่มเงาอยู่มุมหนึ่ง และเมื่อมองถัดเข้าไปด้านในก็จะเป็นเขตส่วนตัวของเจ้าของบ้าน ซึ่งได้แก่ ห้องพักผ่อน ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ

“บ้านยังคงเหมือนเดิมทุกอย่างเลยนะคะคุณหญิง”

แม่ส้มจีนมองไปทั่วบริเวณ แม้จะเคยมาเยือนเพียงครั้งเดียวเมื่อเป็นสาวรุ่น แต่ก็จำได้ไม่ลืม เพราะลูกสาวพ่อจีนแม่ไทยมีไม่มากนักที่จะเข้าไปถวายตัวรับใช้เจ้านาย ความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนและคุณหญิงชบาในยามนั้นจึงแน่นแฟ้น

“ใช่ค่ะคุณพี่ ฉันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยค่ะ ครั้งที่คุณเตี่ยกับคุณแม่สิ้นไป ฉันก็คิดว่าคงแล้วแต่พ่อทองเขาจะปรับจะเปลี่ยนอะไรให้ตามสมัย เพราะตัวฉันเองก็ไม่ได้มาค้างที่นี่ มีแค่คนงานนอนเฝ้าร้านและก็พ่อทองที่เทียวมานอนพักน่ะค่ะ แต่พ่อทองน่ะสิคะ เขาบอกว่าเก็บไว้แบบนี้ก็ดีแล้ว ตัวฉันเองจะได้รู้สึกเหมือนกลับบ้านทุกวัน และก็เป็นจริงอย่างที่ลูกพูดไว้ไม่มีผิดค่ะ ฉันเหมือนได้กลับบ้านทุกวันจริงๆ ที่นี่มีความทรงจำมากมาย”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HVM” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HVM
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
ความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้จะพยายามเรียงร้อยถ้อยคำเป็นบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าท่านจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพร้อมที่จะติดตามไปทุกแห่งหน แม้น้ำตาจะหลั่งรินจนกลายเป็นสายน้ำก็ไม่อาจนำพาเราให้มาพบพานกันได้อีก ความคิดถึงนี้จะยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ
7.9
เมื่อเจินจื่ออีตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลังผ่านเส้นทางลับที่ค้นพบโดยบังเอิญ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้นางตื่นขึ้นมาในห้องหอของตระกูลเหลียว ในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมขั้นผินผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ย้อนรอยอดีตรัก
8.3
หญิงสาวผู้ถูกสามีที่ไว้ใจที่สุดทรยศอย่างเลือดเย็น เขาใช้มีดกรีดหัวใจของเธอเพื่อมอบให้แก่น้องสาวต่างมารดา ในลมหายใจสุดท้าย ชายที่เธอเคยชิงชังและหลบหนีกลับเป็นเพียงคนเดียวที่พยายามเข้าช่วยชีวิตเธออย่างสุดความสามารถ แม้ความเสียใจจะสายเกินไปในวาระสุดท้าย แต่หากปาฏิหาริย์มีจริงและเธอสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เธอสาบานว่าจะเชื่อฟังและมอบความรักให้แก่เขาผู้เป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวเพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เคยทำไว้ในอดีต
หน้าปกนวนิยาย สาวน้ำพริก
9.7
ณ ลานประหาร วาระสุดท้ายของอาเรียเต็มไปด้วยความน่าสมเพช เรือนผมสีทองและนัยน์ตาสีมรกตที่เคยงดงามถูกทำลายจนยับเยินด้วยน้ำมืออันโหดเหี้ยมของเคน ความทรมานทวีความรุนแรงเมื่อเกลือถูกสาดลงบนบาดแผลจากลิ้นที่ถูกตัดขาด ทำให้เธอไร้หนทางที่จะเอ่ยปากสารภาพความผิดใดๆ หญิงสาวผู้สิ้นหวังทำได้เพียงหลับตายอมรับจุดจบที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าก่อนลมหายใจจะรวยริน สตรีผู้บริสุทธิ์ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งของเธอได้ก้าวออกมา เพื่อมอบคำอำลาครั้งสุดท้ายให้แก่นางมารร้ายที่กำลังจะแตกดับ