ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

เมื่อทองได้พบกับลูกจันทร์ข้างกายป้าส้มจีน หัวใจที่เคยแห้งแล้งกลับพองโตด้วยความยินดีจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย ขณะที่ลูกจันทร์สบตากับคุณพระนายรูปงามจนเกิดอาการสะท้านไหวและหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าในฐานะแม่สื่อ เธอรู้ดีว่าความรู้สึกพึงใจในตัวผู้ว่าจ้างคือสิ่งต้องห้ามที่ผิดกฎอย่างร้ายแรง ลูกจันทร์จึงต้องพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกและย้ำเตือนตัวเองว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่แม่สื่อมิใช่มาให้เขาดูตัวเพื่อเลือกเป็นคู่ครองเสียเอง
ตอน
แชร์

ตอน 1

“เฮ้ย! อย่าหนีนะ เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้!”

เสียงโหวกเหวกของผู้คนและเสียงตะโกนลั่นของผู้หญิงที่ดังกว่าใครส่งผลให้มือที่กำลังเอื้อมหยิบ ‘เอี๊ยวโก้ว’ ซึ่งวางขายอยู่ด้านข้างจักจั่นสีสดใสชะงักค้าง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันฉงนเล็กน้อย เพราะคาดว่าเจ้าของเสียงแหลมเล็กนั้นเป็นหญิงสาวรุ่นอย่างแน่นอน เหตุใดหล่อนไม่รักษากิริยาที่สตรีพึงมีกลับส่งเสียงล้งเล้งดังข้ามฟากคลองแบบนี้ แต่แล้วเสียงที่ตะโกนตามมาก็ทำให้เขาคลายความสงสัย

“ขโมย! อ้าวเฮ้ย! ช่วยกันจับขโมยหน่อย เฮ้ย! หยุดนะ”

ใบหน้าคมคายหันมองต้นเสียงอีกฟากคลอง ที่เห็นคือหญิงสาวร่างเล็กใส่เสื้อคอปิดแขนยาวสีมอครามและสวมกางเกงสีครามออกเข้ม หล่อนเป็นต้นเสียงที่ตะโกนโหวกเหวกและกำลังวิ่งไล่ตามชายร่างเล็กเนื้อตัวขะมุกขะมอม หล่อนวิ่งไปก็ตะโกนให้คนช่วยจับขโมยไปด้วย แต่เจ้าขโมยก็ปราดเปรียววิ่งหลบวิ่งหลีกมาจนถึงท่าเรือฝั่งตรงกันข้ามกับเขา

หญิงสาววิ่งมาทัน แต่ชายร่างเล็กเลือกทางหนีโดยการกระโดดลงไปเหยียบหัวเรือที่จอดเรียงรายค้าขายอยู่บริเวณนั้น จากเรือขายส้มโอก็กระโดดไปหาเรือขายมะพร้าว แล้วกระโดดต่อไปที่เรือขายก๋วยเตี๋ยว เสียงแม่ค้าในเรือร้องวี้ดว้ายตามมาด้วยเสียงด่าขรมที่หัวขโมยเกือบทำให้เรือขายของล่ม

‘ต้องช่วยหล่อน’ คิดดังนั้นร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเรียบหรูสีนวลมองตรงไปยังสะพานใกล้สุด เขาต้องวิ่งข้ามสะพานไปเพราะถ้าให้เขากระโดดเหยียบหัวเรืออย่างขโมยนั่น มีหวังได้ตกน้ำก่อนไปช่วยหล่อนแน่ ทว่ายังไม่ทันได้ขยับก็เห็นชายฉกรรจ์หลายสิบคนวิ่งมาสมทบกับหล่อน ‘หล่อนได้ผู้ช่วยแล้ว’

หล่อนทำสัญญาณมือพร้อมพูดบางอย่างที่เขาเดาว่าหล่อนกำลังตระเตรียมการกับชายฉกรรจ์เหล่านั้นให้วิ่งไปดักชายร่างเล็กทุกทาง นั่นยิ่งทำให้เขาฉงน เพราะชายฉกรรจ์เหล่านั้นอายุมากกว่าหล่อนอย่างแน่นอน แต่กลับรับคำสั่งและทำตามหล่อนราวกับว่าหล่อนเป็น ‘ตั่วเจ้’ ของพวกเขาเสียอย่างนั้น

ชายเหล่านั้นแยกเป็น 2 กลุ่ม ตามหล่อนชี้นิ้ว กลุ่มหนึ่งกระโดดลงเรือไล่ต้อนชายร่างเล็ก อีกกลุ่มวิ่งต้อนบนบกไม่ให้ขึ้นฝั่งได้ พวกแม่ค้าในเรือก็พร้อมใจกันหยิบผลไม้และพืชผักที่ตนเองขายขว้างปา นั่นทำให้ชายร่างเล็กเร่งหนี กระโดดเหยียบหัวเรือพายขายของแต่ละลำไปตามเส้นทางที่ถูกต้อน ก่อนจะปีนเข้าไปในเรือโยงบรรทุกข้าวสาร

เขาละสายตาจากหัวขโมยมองตรงไปยังหญิงสาว หล่อนออกมายืนจังก้าอยู่ที่หัวตะพาน หน้าตาจิ้มลิ้มบึ้งตึงแต่กลับทำให้เขาฉงน เพราะไม่เคยเห็นทีท่าหญิงใดเป็นเยี่ยงนี้มาก่อน หล่อนดูก๋ากั่นทว่า... น่ามองเป็นที่สุด

หล่อนชี้นิ้วออกคำสั่งอีกครา นั่นล่ะเขาได้ยินเสียงตุ๊บตั๊บสลับกับเสียงร้องโอดโอย ซึ่งคงไม่ใช่เสียงร้องของชายฉกรรจ์เหล่านั้นแน่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงก่นด่าสมน้ำหน้าจากเหล่าพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อของ

แค่อึดใจ ชายฉกรรจ์ 2 คนก็หิ้วปีกชายร่างเล็กขึ้นมาจากเรือโยง ก่อนจะนำมาคุกเข่าตรงหน้าหล่อน

ใบหน้าจิ้มลิ้มไม่บึ้งตึงเหมือนเมื่อครู่แต่กลับดูเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ หล่อนทำหน้านิ่งค้อมกายเล็กน้อยราวข่มขวัญ ริมฝีปากกระจับน้อยๆ ขยับพูดบางอย่างกับชายร่างเล็ก อากัปกิริยาดุดันกว่าที่สั่งการชายฉกรรจ์เมื่อครู่ ทั้งยังชี้นิ้วและทำท่าปาดคอจนเจ้าหัวขโมยก้มหน้างุด

ท่าทีของหล่อนดุจนางพญากำลังสั่งสอนข้าทาสบริวาร หรืออาจเป็นมัจจุราชร้ายที่จะมาพร่าวิญญาณชายร่างเล็กที่นั่งสั่นงันงกยกมือไหว้หล่อนปลกๆ ก็ได้

หล่อนช่างแปลกไปจากหญิงสาวที่เขาเคยเห็น แต่เขากลับล่ะสายตาจากดวงหน้าจิ้มลิ้มไม่ได้เลย และระยะที่ไกลพอควรก็ทำให้เขาจ้องหล่อนได้เต็มที่โดยไม่ต้องเกรงคำครหา เขาอยากได้ยินสิ่งที่หล่อนพูดแต่ด้วยอยู่คนละฟากคลองก็จนใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เดาได้ แม้ไม่ได้ยินเสียงแต่เขาเห็นภาพ

ใบหน้าจิ้มลิ้มเรียบนิ่งแต่แววเจ้าเล่ห์ยังอยู่ ดวงตาคมเข้มจับจ้องมองริมฝีปากสีเกสรชมพู่ขยับขึ้นขยับลงจนจับคำพูดได้ว่า ‘เข้าใจไหม’ และชายร่างเล็กก็พยักหน้ารับ ทว่าชายรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่ยืนอยู่ใกล้หล่อนที่สุดเหมือนจะทักท้วง แต่เจ้าหล่อนส่ายนิ้วชี้ว่าไม่ ชายที่ยืนด้านข้างจึงหันบอกบางอย่างกับชาย 2 คนที่หิ้วปีกขโมยมา จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปจับแขนที่อ่อนแรงกึ่งดึงกึ่งลากไป

อีกครั้งที่เขาได้เห็นสีหน้าของหล่อนอีกแบบ ‘หล่อนสมใจ’ รอยยิ้มละไมกระจ่างบนใบหน้าขาวนวลดุจจันทร์วันเพ็ญ ทว่าหล่อนไม่ได้ยิ้มให้เขา หล่อนยิ้มราวจะประจบชายคนนั้นก่อนจะเดินกลับไปยังทิศทางที่หล่อนวิ่งมา

‘ทอง’ ไม่รู้ตัวเลยว่าก้าวเท้าตามหล่อนเป็นคู่ขนานคนละฟากคลอง จนได้ยินเสียงเรียกจากเจ้าของร้านชำ จึงได้สติ เพราะเขาเลือกของไว้แล้วยังไม่จ่ายเงิน

“คุณ... ของที่เลือกไว้จะเอาไหม”

“เอา... เอาครับแป๊ะ เท่าไรครับ”

“สิบสตางค์น่ะคุณ ใส่ถุงเลยไหม”

“ครับแป๊ะ ใส่เลยครับ”

ทองรับคำหยิบเงินออกมายื่นให้อาแป๊ะเจ้าของร้านหน้าตาใจดี ทว่าเมื่อหันมองหล่อนอีกคราก็คลาดกันแล้ว แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อแซ่ แต่ด้วยมารยาทเขาก็ต้องรออาแป๊ะเอาของใส่ถุงให้เรียบร้อยเสียก่อน ระหว่างนั้นหญิงร่างท้วมที่เพิ่งข้ามสะพานมาจากอีกฝั่งก็เดินเข้ามาในร้าน หยิบจับเลือกหาข้าวของ อาแป๊ะที่เดินออกมาพอดีก็เอ่ยทัก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รวิกาญจน์เภตรา
9.4
ใต้ซากเรือสำเภาทองที่หลับใหลในอ่าวไทย ความรุ่งโรจน์แห่งสุโขทัยกลายเป็นเป้าหมายของเหล่านักล่าผู้ยอมแลกชีวิตเพื่อสมบัติมหาศาล ทว่าลึกลงไปกลับมีวิญญาณแค้นที่ถูกหักหลังและฆาตกรรมเฝ้ารอเวลาสะสางบัญชีหนี้เลือดอย่างทุกข์ทรมาน ขณะที่ชายผู้หนึ่งยังคงยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณรักเพียงนางเดียวทุกภพชาติ เมื่อกงล้อแห่งกรรมหมุนวนมาบรรจบอีกครั้ง ความลับและอาถรรพ์ใต้สมุทรจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์สัจธรรมแห่งการกระทำและการรอคอยที่ยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย ข้ามกาลบันดาลใจ
8.1
จันทร์วาดหลุดเข้าไปในโลกนิทานและได้พบรักแท้กับคุณหลวงอัครเดชผู้มั่นคง ในยามที่อำนาจลึกลับพยายามพรากทั้งคู่จากกันด้วยความเจ็บปวดเจียนตายประหนึ่งร่างจะฉีกขาด คุณหลวงกลับเลือกที่จะอดทนต่อความทรมานแสนสาหัสและไม่ยอมปล่อยมือจากหญิงคนรัก แม้ความตายจะมาเยือนเขาก็ปรารถนาจะสิ้นใจในอ้อมกอดของจันทร์วาดเพียงผู้เดียวเท่านั้น ด้วยสายใยความผูกพันที่หยั่งรากลึกเกินกว่าที่แรงอาถรรพ์ใดจะทำลายความรักอันมั่นคงของพวกเขาลงได้
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์
8.0
มาวิน วิศวกรหนุ่มโสดทะลุมิติกลับไปยังชนบทอีสานปี 2528 ในร่างของชายอ้วนชื่ออำนาจ เขาพบว่าตนเองมีนิตยา หญิงสาวผู้อับโชคและถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์เป็นภรรยา ทั้งคู่ถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานเพียงเพราะต้องการหลานและเงินสินสอด โดยต้องใช้ชีวิตร่วมกันในกระท่อมกลางป่าที่ห่างไกลความเจริญ ท่ามกลางความกดดันที่ต้องมีทายาท มาวินกลับยืนกรานที่จะไม่ล่วงเกินเธอเพราะขาดความรัก ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความแปลกแยกจึงค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่พึ่งพากันในดินแดนทุรกันดารแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย หวนกลับมาครานี้...ข้าจะไม่ขอเป็นสตรีที่ปากแข็งอีก
9.4
เพราะกำแพงแห่งความเข้าใจผิดที่ต่างคนต่างสร้างขึ้น นำไปสู่ท่าทีที่เย็นชาและการสูญเสียช่วงเวลาอันล้ำค่าในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน กว่าที่พวกเขาจะตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายมีความหมายต่อหัวใจมากเพียงใด ทุกอย่างก็สายเกินแก้เมื่อความตายได้พรากคนสำคัญไปตลอดกาล ทิ้งไว้เพียงความเสียดายในอดีตที่ไม่อาจหวนคืนได้อีก เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขมขื่นนี้จะถูกแก้ไขอย่างไร เมื่อโอกาสที่สองมาถึงเพื่อลบเลือนความปากแข็งที่เคยทำลายทุกอย่างลง
หน้าปกนวนิยาย ถูกอัลฟ่าหักหลัง  ตื่นขึ้นเป็นลูน่า
8.1
ในฐานะคู่แห่งโชคชะตา ฉันเฝ้ารอวันที่จะได้เป็นลูน่าเคียงข้างอัลฟ่าที่ฉันรัก แต่เขากลับทรยศฉันในพิธีสำคัญด้วยการเลือกหญิงอื่นเพื่ออำนาจ ทั้งยังทำลายชีวิตและป้ายสีฉันอย่างเลือดเย็น แม้จะถูกบีบให้เป็นเพียงเมียเก็บฉันก็ปฏิเสธและหนีไปสร้างชีวิตใหม่จนได้เป็นลูน่าผู้สง่างามเคียงคู่รักใหม่ที่จริงใจ ทว่าอดีตคู่ครองกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาตามล่าและลักพาตัวฉันกลับไปสู่กรงขังมืดมิดที่เขาเรียกว่าบ้านอีกครั้ง