ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ในปกครองพ่อเลี้ยงปรเมศ

ในปกครองพ่อเลี้ยงปรเมศ

เมื่อกฎเหล็กของไร่ถูกฝ่าฝืน ปรเมศพ่อเลี้ยงหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงต้องลงโทษเด็กสาวในปกครองอย่างเด็ดขาด แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาและเอ่ยคำขอโทษด้วยความหวาดกลัวเพียงใด แต่เขากลับไม่ยอมรับฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ปรเมศยืนยันที่จะสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงบทเรียนของการลองดีกับคนอย่างเขา ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอำนาจที่เหนือกว่ากำลังเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ยากจะคาดเดาว่าจุดจบของความขัดแย้งครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ตอน
แชร์

ตอน 3

ก๊อกๆ !!!

"เข้ามา"

ประตูห้องทำงานเปิดออก คนขับรถประจำไร่เดินเข้ามาอย่างนอบน้อม

"รับเด็กๆ มาแล้วครับ" รายงานปรเมศ หลังจากที่เป็นคนสั่งให้ไปรับเพียงอ้อยและพ้องเพื่อนมาพักที่ไร่ เพียงจันทร์แม่ของเพียงอ้อยเป็นคนขออนุญาตและเห็นดีเห็นงามด้วย หากปฏิเสธก็จะดูใจร้ายเกินไปอีกทั้งสองแม่ลูกไม่ใช่คนอื่นคนไกล ก็เป็นคนงานและเป็นเด็กที่ปรเมศเคยซื้อขนมป้อนตั้งแต่เด็ก

บ้านใหญ่กับที่พักคนงานห่างไม่ไกลกันมาก เสียงเด็กดังลอดเข้ามาในบ้านใหญ่ ปรเมศที่นั่งทำงานอยู่ถึงกับเป็นอันทำอะไรไม่ลงเมื่อเสียงเด็กๆ ที่คุยหยอกล้อกันรบกวนสมาธิการคิดคำนวณตัวเลข กระจกใสมุมระเบียงปรเมศส่องสายตามองหาเสียงต้นทาง มันมาจากที่พักคนงานท้ายไร่จริงๆ ไม่มีใครบอกเด็กพวกนี้กันเหรอว่าห้ามเสียงดังในช่วงกลางคืนเช่นนี้ ชักเริ่มอารมณ์เสียและคงต้องลงไปเตือนสักหน่อย

"อากาศที่นี่โคตรดีเลยว่ะอ้อย" เจ้าขาชอบอากาศที่นี่มาก มันบริสุทธิ์และเย็นสบายกว่ากรุงเทพเป็นไหนๆ อีกทั้งในตอนกลางคืนก็มองเห็นดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แสงจากดวงจันทร์สาดส่องลงเบื้องล่างเป็นแสงสลัว แม้ไม่มีไฟก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน

"ตรงนู้นมีศาลาด้วยนะเว้ย ไปนั่งเล่นกันไหม"

เด็กๆ ต่างตกลงย้ายไปนั่งดูดาวในศาลาคั่นเวลานอน เด็กกรุงเทพพอมาเจอบรรยากาศนอกเมือง ผู้คนเข้านอนแต่หัวค่ำกลับไม่ชินและข่มตาให้หลับตามคงไม่ได้

"ไปก่อนเลย ปวดฉี่เดี๋ยวตามไป" เจ้าขาขอตัวเข้าห้องน้ำและจะตามไปทีหลัง คนอื่นๆ ทยอยเดินเกาะกลุ่มกันไปศาลาห่างจากที่พักในระยะไม่กี่เมตร หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จเจ้าขายังคงนั่งบนแคร่ไม้หน้าที่พักมองดูดาวเพียงลำพัง เธอไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้

"สวยจัง" สาดสายตาขึ้นบนฟ้าพร้อมรอยยิ้มที่ตรึงจากความรู้สึก และยกมือน้อยชี้นับดาวทีละดวง

" 1 2 3 4" จะนับยังไงหมดล่ะเจ้าขา ดาวมีเป็นล้านๆ ดวงก่อนจะวางมือน้อยๆ ลงนาบแคร่ไม้เป็นการยันค้ำร่างกายให้นั่งบนนั้น แหงนใบหน้าละมุนมองท้องฟ้าอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างมองจากแสงน้อยๆ ของดวงดาวที่กระจายตัวการละลานตาเต็มไปหมด

ในขณะที่ปรเมศเดินลงจากชั้นบนของบ้านและออกมาทางด้านหลังก็ต้องชะงักนิ่ง สายตาคมเข้มเห็นร่างแน่งน้อยนั่งแกว่งขาไปมา เพียงแค่มองเห็นด้านหลังเขากลับยกมือตบหน้าตัวเองไปสองทีเพื่อเรียกสติว่าตอนนี้กำลังฝันเหมือนเมื่อคืนหรือเปล่า แต่เปล่าเลยเมื่อฝ่ามือหยาบกระแทกลงแก้มอย่างรุนแรงมันก็เจ็บแสบทันที เขาไม่ได้ฝัน ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนแคร่คือมินตรา มองด้านหลังเหมือนกันทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า ต่อให้คนตรงหน้าเป็นวิญญาณเขาก็ไม่กลัว ภาวนาทุกวันภาวนาให้หญิงคนรักมาหา ในที่สุดเธอก็มา

ปรเมศกึ่งวิ่งเดินเข้าประชิดทางด้านหลัง จากนั้นก็ใช้แขนโตๆ โอบเข้าลำตัวคนตัวบางในทันที คราวนี้เขากอดเธอได้เธอไม่หายไปอย่างครั้งก่อน

"มิน" รัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด เจ้าขาตกใจอย่างมากจู่ๆ มีคนมากอดทางด้านหลังเธอ ยังไม่ทันจะอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ก็ถูกจับหันประชันกับใบหน้าของอีกคนที่เธอไม่รู้จัก ปรเมศจุมพิตลงข้างแก้มและริมฝีปากเจ้าขาทันที เขาไม่ทันมองและสังเกตว่าคนตรงหน้าไม่ใช่หญิงคนรัก ความคิดถึงมันทำให้ปรเมศหน้ามืดตามัวอยากกอดอยากหอมผู้หญิงที่จากเขาไปตั้งสิบปี

"คิดถึง" ริมฝีปากหยาบขบเม้มบดเบียดลงจนเจ้าขาไม่สามารถเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้ มีเพียงฝ่ามือน้อยตบตีเข้าที่หัวไหล่ปรเมศ

"อื้อ"

"พ่อเลี้ยง" เพียงอ้อยตะโกนเรียกชายเจ้าของไร่ เขากำลังทำท่าทางคล้ายปลุกปล้ำเพื่อนสาวคนสนิทแต่มันไม่ใช่ ปรเมศไม่ได้จงใจทำแบบนั้นแต่เพราะความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นมินตรามาหาจริงๆ

เมื่อมีเสียงเรียกปรเมศก็ชะงักและผละตัวออกจากร่างแน่งน้อยที่ถูกบีบขย่ำจนหายใจไม่ทัน

"อ้อย ช่วยด้วย" เพียงอ้อยเข้ารับเจ้าขาเธออ้าปากหายใจพะงาบๆ เอาออกซิเจนเข้าปอด เมื่อกี้เธอแทบหมดลม

"....." เมื่อเพ่งมองดีๆ คนตรงหน้ากลับไม่ใช่หญิงคนรักอย่างที่เข้าใจ แต่เจ้าขากลับมาใบหน้าคล้ายมินตราราวกับฝาแฝดเพียงแต่เธอมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์เหมือนมินตราในช่วงอายุไล่เรี่ยกัน

"ฉัน...." พูดไม่ออกกับการกระทำเมื่อสักครู่ที่เผลอไปคลอเคลียเด็กที่ไหนไม่รู้ แต่ที่รู้คือเธอเหมือนหญิงคนรักราวกับแกะ จากนั้นก็พาเพียงอ้อยและเจ้าขาไปนั่งในบ้านเพื่อพูดคุยเรื่องที่กระทำลงไป

ในบ้าน

"เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจ" เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับคนไม่รู้สึกรู้สา เป็นผลให้คนฟังและเป็นผู้ถูกกระทำเกือบอนาจารอารมณ์ขึ้น

"ไม่ตั้งใจ แต่.." เพียงอ้อยสะกิดเพื่อนสาวให้หยุดพูด

"นี่พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่ที่นี่" ชิงแนะนำก่อนเจ้าขาจะโวยวาย เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร

"พ่อเลี้ยง" มองหน้าเพียงอ้อยและเธอก็พยักหน้าตอบเจ้าขาว่าใช่ คนนี้คือพ่อเลี้ยงคนที่อนุญาตให้พวกเธอมาพักในไร่

จากที่ตั้งใจจะต่อว่ากับการกระทำที่ไม่ให้เกียรติก็ชะงักปิดปากเม้มมันไว้แน่น แม้ในใจอยากจะด่าพ่อเลี้ยงปรเมศให้เสียหมาก็ตาม การเจอเจ้าของไร่ช่างไม่ประทับใจเอาเสียเลย อีกทั้งพ่อเลี้ยงปรเมศก็ดูไม่สะทกสะท้านกับการกระทำเช่นนั้น ซ้ำยังนั่งจ้องตาไม่กะพริบจนอยากหนีออกไปจากตรงนี้

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักพญามังกร
8.7
เพื่อปกป้องครอบครัวจากอันตราย สรัญรัตน์จำต้องยอมพลีกายให้แก่หยางโจวหมิง มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเกาะฮ่องกง ชายหนุ่มผู้มีแววตาเย็นชาและพร้อมบงการทุกชีวิตตามใจปรารถนา ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เธอถูกบังคับให้เปลื้องผ้าต่อหน้าเขาอย่างช้าๆ ท่ามกลางความอัปยศและหยาดน้ำตา ขณะที่พญามังกรดำจ้องมองเรือนร่างใต้อาภรณ์กี่เพ้าด้วยความเสน่หาที่ปนเปไปด้วยความดูแคลน แม้หัวใจจะเจ็บปวดเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจหลีกหนีพันธนาการร้ายที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อตีตราจองในตัวเธอได้เลย
หน้าปกนวนิยาย กลรัก เกมปรารถนา
9.2
กานต์มาดา นักเขียนสาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจใช้เสน่ห์ล่อลวง อัลฟอนโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มพ่อลูกอ่อนชาวสเปน เพื่อเก็บข้อมูลมาแต่งนิยายเรื่องใหม่ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์เริ่มถลำลึกเกินควบคุม เธอจึงพยายามตัดจบเกมนี้ลง แต่มีหรือที่ผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาจะยอมถูกหลอกใช้หัวใจฟรีๆ อัลฟอนโซ่จึงเริ่มเดินเกมรุกเพื่อสั่งสอนบทเรียนให้เธอรู้ซึ้งถึงผลของการล้อเล่นกับความรู้สึก ท่ามกลางการเอาคืนที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา สุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะในกลรักที่ผูกมัดใจทั้งคู่ไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย ประธานขาหนูไม่ไหว
8.2
ความอยากรู้อยากเห็นนำไปสู่ความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ เมื่อเธอเฝ้าจินตนาการถึงใบหน้าและท่าทางของท่านประธานหนุ่มในยามที่เขาปลดปล่อยอารมณ์ดิบออกมา แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนเข้าถึงยากและเคร่งขรึมต่อหน้าคนอื่น แต่สำหรับเธอนั้นเขากลับมีมุมลับที่น่าค้นหามากกว่าที่ใครจะคาดคิด เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและการลองเชิงเริ่มต้นขึ้น เมื่อกำแพงที่เขาสร้างไว้ไม่ได้สูงชันเกินกว่าที่เธอจะก้าวข้ามไปค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย ใครบอกว่าเป็นเรื่องงดงามโรแมนติก
8.8
ทุกคนต่างพูดว่า ลู่เฉิน ประธานเย็นชาคนนี้รักเพียงเหยียนเจียคนเดียว แต่ในวันครบรอบแต่งงานเจ็ดปี ลู่เฉินถูกวางยา และไปร่วมเตียงกับคนอื่น รอเธอมาถึงที่เกิดเหตุ ภายในห้องเต็มไปด้วยร่องรอยของความรัก บนพื้นกระจัดกระจายไปด้วยชุดชั้นในที่ถูกฉีกขาด ลู่เฉินคุกเข่าตรงหน้าเธอ แทงลงไปบนหน้าอกของตัวเองเจ็ดครั้ง สาบานว่าจะไม่หักหลังเธอตลอดไป ตั้งแต่วันนั้น ลู่เฉินก็พยายามชดเชยทุกอย่างให้อย่างสุดความสามารถ แต่ในใจของเธอรู้ดีว่า พวกเขาไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว จนกระทั่งรูปหนึ่งปรากฏขึ้น เหยียนเจียตัดสินใจจากไปไม่กลับมาอีก
หน้าปกนวนิยาย มนต์เสน่ห์แห่งฝนพรำ
9.6
โชคชะตาที่แสนเจ็บปวดของนลินเริ่มต้นขึ้นเมื่อพ่อแม่แท้ๆ วางยาสลบแล้วส่งตัวเธอไปขายบริการเพื่อแลกกับเงินห้าล้านบาทโดยที่เธอไม่เต็มใจแม้แต่น้อย สาเหตุเบื้องหลังความโหดร้ายนี้มาจากความจำเป็นเร่งด่วนในการหาเงินมารักษาพี่สาวที่กำลังป่วยหนักด้วยโรคหัวใจขั้นรุนแรงและโรคธาลัสซีเมีย นลินจึงต้องกลายเป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนที่ไร้ซึ่งความเมตตา ท่ามกลางความขัดแย้งของศีลธรรมและความกตัญญูที่บีบคั้นหัวใจในโลกยุคปัจจุบัน