ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Master & Me คุณท่านของผม

Master & Me คุณท่านของผม

ในโลกยุคหลังทุนนิยมที่แบ่งแยกผู้คนเป็นสามชนชั้น ทวิชถูกขายเป็นทาสในสังกัดของเวหา จันทรานิรันดร์ โดยมีความหวังลึกๆ ว่าจะไถ่ถอนอิสรภาพให้ตนเองเมื่ออายุครบยี่สิบปี ความเด็ดเดี่ยวและไม่เกรงกลัวของทวิชดึงดูดความสนใจจากนายหนุ่มอย่างเวหาจนเกิดเป็นความห่วงหาที่ลึกซึ้ง ทว่าเมื่อทวิชพร้อมจะโบยบินไปสู่โลกกว้าง เวหาจึงต้องหาทางรั้งหัวใจของทาสหนุ่มผู้รักอิสระคนนี้เอาไว้ข้างกาย แม้ต้องแลกด้วยสิ่งล้ำค่าเพียงใดเพื่อเปลี่ยนใจลูกนกตัวนี้ให้ยอมอยู่ร่วมท้องฟ้าเดียวกันตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

ของขวัญวันเกิดจากคุณท่าน...

ทวิชทอดสายตามองกล่องของขวัญที่เป็นเพียงกล่องกระดาษสีพื้นด้วยความผิดหวัง หลังจากถูกหัวหน้าทาสเรียกไปรับแล้วเปิดมันออกมา เขาก็พบว่าสิ่งที่เขาได้เป็นของขวัญวันเกิดคือเสื้อตัวใหม่ ไม่ใช่คำมั่นว่าจะให้เขาได้ปลดแอกเมื่ออายุครบเกณฑ์อย่างที่เขาหวังไว้

ธามโกหกเขา โกหกว่าจะไปบอกให้ แต่จริงๆ แล้วคำขอของเขาไม่ได้ถูกเขียนลงในรายงานเลยแม้แต่คำเดียว

เสื้อตัวใหม่...ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าต้องเป็นธามที่บอกให้หัวหน้าทาสเขียนลงไปแน่

ทวิชวางเสื้อลงบนฟูกนอนมอซอของตัวเอง สีหน้าและดวงตาฉายแววผิดหวังออกมาอย่างไม่ปกปิด ทำเอาหัวหน้าทาสที่เป็นคนมอบกล่องของขวัญให้เมื่อครู่นี้หัวเราะร่วนเป็นการใหญ่

“ได้เสื้อก็ดีแล้วไอ้วิช”

“แต่ผมไม่อยากได้เสื้อ”

ทวิชยังคงตอบไปตามความจริง ทำให้เขาถูกตบเข้าที่ข้างศีรษะไม่แรงนัก

“ทาสอย่างมึงมีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอวะ อย่าเรื่องมาก”

ทวิชลูบศีรษะตัวเองป้อยๆ ใบหน้าเหยเกเล็กน้อยด้วยเจ็บแปลบขึ้นมา ขณะที่อีกฝ่ายเท้าสะเอวว่า

“กูไม่เข้าใจมึงเลยว่าทำไมจะต้องเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับอะไรโง่ๆ ด้วย มึงก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าไอ้โง่นั่นมันเป็นยังไง โน่น ป่านนี้ยังนอนพะงาบๆ หยอดน้ำเกลือไม่ได้สติอยู่เลย ดีนะที่มันเป็นทาสในสังกัดนี้ ถ้าเป็นสังกัดอื่น นายเขาทิ้งให้ตายเป็นหมาข้างถนนแล้ว”

เรื่องนั้นก็จริงอยู่ แต่ทวิชก็อดไม่ได้นี่นาที่จะคิดถึงความอิสระที่ตัวเองโหยหานี่นา ถึงเขาจะโง่ที่ไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ทว่าก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าไม่ควรพูดอะไรออกไปหลังจากนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงต้องถูกหัวหน้าทาสตบอีกแน่

“เลิกคิดฟุ้งซ่านซะ แล้วมาช่วยกูเตรียมข้าวของ คืนพรุ่งนี้คุณท่านจะจัดงานเลี้ยง อย่ามัวขี้เกียจ”

ทวิชลุกขึ้นตามคำสั่ง เขาเตรียมจะไปช่วยทาสผู้ชายคนอื่นๆ ยกโต๊ะเก้าอี้ไปจัดในห้องบอลรูมของคฤหาสน์ ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินออกจากเรือนนอนทาส หัวหน้าทาสก็มาขวางหน้าเขาไว้ ก่อนกดเสียงต่ำพูดให้ได้ยินเพียงสองคน

“แล้วก็อย่าคิดทำเรื่องวุ่นวายเป็นอันขาด ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน”

ที่พูดอย่างนี้เพราะระแวงว่าทวิชจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดล่ะสินะ ก็แน่ล่ะ ขนาดของขวัญที่ร้องขอยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเลย ถูกปฏิเสธอย่างนี้ ถ้าเกิดคิดทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมา เดี๋ยวจะพากันซวยไปทั้งบาง

“เข้าใจไหม”

ถูกย้ำถามมาอีกที ทวิชก็พยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่หัวหน้าทาสจะเดินออกไป ปล่อยให้เด็กหนุ่มก้าวตามหลัง

ทำเรื่องวุ่นวายหรือ?

เขาไม่ทำหรอก เพราะที่เขาจะทำน่ะ...คือขอของขวัญชิ้นใหม่ก็เท่านั้นเอง

เขาไม่อยากได้เสื้อตัวใหม่ ไม่อยากได้สิ่งของมีค่าอะไรทั้งนั้น เขาขอแค่โอกาส...

...โอกาสที่จะได้รับอิสระ

เพียงเท่านี้ ชีวิตเขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

การได้ไปช่วยจัดโต๊ะเก้าอี้ที่ห้องบอลรูมในคฤหาสน์ เป็นโอกาสให้ทวิชได้สำรวจทางหนีทีไล่และทางเข้าออกในคฤหาสน์แห่งนี้

ใช่... เขากำลังคิดถึงการประจันหน้ากับนายของเขาซึ่งๆ หน้าเพื่อร้องขอในสิ่งที่เขาต้องการ

ไม่มีทาสคนไหนเคยทำแบบนี้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทาสสมควรทำด้วย แต่เพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้รับอิสระ ทวิชก็รู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรที่จะต้องเสียอีกแล้ว ชีวิตอย่างนั้นหรือ? ถ้าเขาตาย มันก็เท่ากับว่าได้รับอิสระเช่นกัน แต่ถ้าพิการ...อย่างน้อยก็ไม่ต้องรับคำสั่งใครล่ะมั้ง

เป็นความคิดตื้นๆ และโง่มาก ถึงอย่างนั้นทวิชก็ยังคงตั้งใจจะทำสิ่งนั้น โชคเป็นของเขาที่นายใหญ่แห่งสังกัดจันทรานิรันดร์มักจะจัดงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ในคืนพระจันทร์เต็มดวง

คืนพระจันทร์เต็มดวงในวันพรุ่งนี้ตรงกับวันเกิดของทวิชเสียด้วย เขาเลยถือโอกาสคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นการขอของขวัญวันเกิดจากนายก็แล้วกัน

หลังจากที่ทำงานประจำวันตามหน้าที่เสร็จ ทวิชก็หลบออกมาจากวงอาหารเย็นเพราะรู้ดีว่าทุกครั้งที่คฤหาสน์มีการจัดงานเลี้ยง เหล่าทาสและไทมักจะได้รับอนุญาตให้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ดื่มและกินได้มากเท่าที่ใจต้องการเพราะมีอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยงถูกส่งต่อมาให้ลิ้มรสไม่อั้น

อันที่จริงก็เป็นช่วงเวลาที่ทวิชชอบที่สุดในการเป็นทาสเหมือนกัน แต่เขาตั้งใจว่าจะไม่เป็นทาสอีกแล้ว ดังนั้นเขาจะพอใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาทาสไม่ได้

เด็กหนุ่มแสร้งว่าป่วย ขอตัวกลับมาพักผ่อนที่เรือนนอน การที่เขาหายตัวไปสักคน ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว ทวิชจึงอาศัยโอกาสนี้หลบไปยังคฤหาสน์เพื่อทำตามแผน ทว่าการเข้าไปในคฤหาสน์ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ เหมือนตอนที่มาจัดโต๊ะเก้าอี้ในงาน

เข้าทางข้างหน้าไม่ได้ มีพวกไทที่เป็นลูกน้องของธามยืนเฝ้าระวังความปลอดภัยเต็มไปหมด

จะทำอย่างไรดี? ต้องทำอย่างไรถึงจะเข้าไปประชิดตัวของนายใหญ่ได้?

เด็กหนุ่มยืนขบคิดอยู่ในมุมมืดของพุ่มไม้ข้างคฤหาสน์พักใหญ่ สายตาสอดส่องไปทั่วว่ามีทางไหนที่สามารถลักลอบเข้าไปได้บ้าง ก่อนจะสังเกตเห็นว่าที่กำแพงใกล้กับจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่มีช่องลม ไม่รู้ว่าโชคช่วยหรืออย่างไร กิ่งก้านต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นก็โน้มใกล้ราวกับว่าเป็นใจอีกด้วย

ทวิชตัดสินใจปีนขึ้นไปบนต้นไม้นั้น ลอดมองไปในช่องลมที่มีตะแกรงกั้น พลันพบว่ามันคือช่องระบายอากาศของห้องน้ำ

ทางสะดวก!

เด็กหนุ่มคิดในใจอย่างลิงโลด ก่อนจะลงมือใช้ไขควงที่พกมาด้วยลงมือไขน็อตเพื่อทำการเปิดทันที ในใจก็ชื่นชมความรอบคอบของตัวเองไปด้วยที่พกไขควงมา มันมีประโยชน์ในสถานการณ์อย่างนี้แหละ!

ด้วยความที่มีร่างกายผอมบาง ทวิชจึงสอดตัวลอดเข้าไปในช่องนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เมื่อทิ้งตัวลงมายืนบนพื้นได้ เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อสายตาปราดไปเห็นร่างของใครบางคนอยู่ในห้องน้ำนั้นด้วย

“เธอเป็นใคร”

น้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าดุดันเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของผู้ชายในชุดสูท ท่าทางน่าเกรงขามนั้นทำเอาทวิชใจสั่นระรัวขึ้นมาทันที

ผู้ชายคนนี้... นายของเขานี่นา!

ถึงกับเข่าอ่อนจนแทบทรุด ใครจะไปคิดกันล่ะว่าคนที่เขาอยากพบหน้าอย่าง ‘เวหา จันทรานิรันดร์’ ทายาทคนเดียวและเป็นนายใหญ่ของสังกัดจันทรานิรันดร์จะมาปรากฏตัวตรงหน้าโดยไม่ได้เตรียมใจมาก่อน

หมายถึง... จริงๆ ก็เตรียมใจนั่นล่ะ แต่นี่มันได้เจอเร็วเกินไป

ทวิชพูดไม่ออก เซไปเกาะอ่างล้างมือ ขณะที่เวหาทอดสายตามองก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคือทาสของตัวเองจากจี้บนปลอกคอที่เด็กหนุ่มสวมใส่

ใช่...ปลอกคอ พวกทาสที่มีนายมักจะมีปลอกคอสวม พร้อมกับจี้ที่เป็นสัญลักษณ์ของสังกัดผู้เป็นนาย สำหรับจันทรานิรันดร์แล้ว สัญลักษณ์ของจี้จะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ทาสกว่าครึ่งหนึ่งของอาณาเขตนี้ล้วนแล้วเป็นทาสในสังกัดจันทรานิรันดร์ทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีทาสคนหนึ่งก่อกบฏเสียแล้ว

“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร”

น้ำเสียงของเวหานอกจากจะน่าเกรงขามแล้ว ยังเย็นยะเยือกเสียจนคนฟังเสียวสันหลังวาบ ริมฝีปากของทวิชสั่นระริกจนรู้สึกได้ เขาพูดไม่ออกสักคำ ทำให้เวหาพ่นลมหายใจออกมาเต็มแรงด้วยความหงุดหงิด

เขาไม่ได้หงุดหงิดที่ถูกคนมาขัดจังหวะการปล่อยเบาหรือปล่อยหนัก แต่หงุดหงิดเพราะเขาต้องการหลีกความวุ่นวายจากผู้คนด้านนอกมาใช้เวลาอยู่กับตัวเองครู่หนึ่ง แล้วดันมาเจอทาสโง่เง่าโผล่ทะเล่อทะล่าเข้ามาทางช่องระบายอากาศต่างหาก

น่าหงุดหงิดชะมัด!

และก็ดี! ในเมื่อไม่พูด เขาเองก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดเหมือนกัน

เวหาไม่แสดงสีหน้าใดก็จริง แต่เขาหงุดหงิดเต็มทีแล้ว พลันก็ถลาเข้ามาคว้าแขนของเด็กหนุ่มไว้มั่น ทวิชยังไม่ทันจะได้ทักท้วงอะไร ประตูห้องน้ำก็ถูกกระชากออก ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกโยนออกไปให้กับไทที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู

“จัดการด้วย”

พวกไทที่ยืนรอการกลับมาของผู้เป็นนายตกใจกันไม่น้อยที่เห็นทาสเข้ามาในคฤหาสน์โดยไม่ได้รับอนุญาต แน่ล่ะว่ามันต้องเป็นความบกพร่องในหน้าที่ของพวกเขาที่ปล่อยให้การรักษาความปลอดภัยหละหลวม แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือทาสคนนี้คุ้นหน้าคุ้นตาธามเป็นอย่างดี

ธามที่เป็นหัวหน้าในการรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้มองหน้าเด็กหนุ่มด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะถามเสียงเขียว

“นายมาทำอะไรที่นี่”

“คะ...คือผม...”

ทวิชไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างไรดี ตอนนี้เขาเริ่มประหม่าแล้ว เพราะนอกจากจะอยู่ท่ามกลางพวกไทที่เป็นบอดี้การ์ด เขายังอยู่ท่ามกลางสายตาของเหล่านายที่มองมายังเขาราวกับว่าเป็นตัวประหลาดอีกด้วย

เวหาไม่คิดจะฟังหรอก เห็นอีกฝ่ายอึกๆ อักๆ ก็โบกมือเป็นสัญญาณให้บอดี้การ์ดของตนพาตัวทาสคนนี้ออกไป ทวิชถูกรวบตัวทันที ก่อนที่เขาจะตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ

“ปล่อยผม! ปล่อยนะ!”

“อย่าโวยวายให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้อีก แค่นี้โทษของนายก็หนักหนาพอแล้ว”

ธามที่เดินตามคุมเอ่ยบอก หากแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทวิชเงียบเสียงลงได้เลย

เรื่องอะไรที่เขาต้องเงียบล่ะ เขาอุตส่าห์เข้ามาที่นี่ได้แล้ว เขาจะต้องทำสิ่งที่เขาตั้งใจให้สำเร็จให้ได้!

“แต่ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณท่าน! คุณท่านครับ! ผมมีเรื่องจะขอร้อง วันนี้เป็นวันเกิดผม! คุณท่าน!”

“เงียบน่า”

ธามว่าเสียงดุ เขาไม่อยากให้บรรยากาศแย่ไปมากกว่านี้ เป็นคนสนิทของนายใหญ่ แค่เห็นหัวคิ้วขมวดมุ่นของเวหาก็รู้แล้วว่ากำลังหงุดหงิดใจเพียงใด เขาไม่ยอมปล่อยให้ทาสเด็กนี่มาสร้างเรื่องกวนใจให้มากไปกว่านี้หรอก

แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการณ์ เพราะทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนของเด็กหนุ่ม เวหาที่หันหลังจะเดินไปอีกทางก็ชะงัก หันมามองเจ้าของเสียงที่กำลังถูกลากออกไปนอกคฤหาสน์ทั้งที่ปากยังร้องบอกไม่เลิก

“วันนี้เป็นวันเกิดผมครับ! ผมมาขอของขวัญวันเกิด!”

เวหานิ่งงันทันที ส่วนธามก็ตีหน้าโกรธขึ้ง

“ของขวัญวันเกิดอะไร ฉันก็ให้หัวหน้าทาสเอาไปให้แล้วนี่”

ก็ใช่ แต่มันไม่ใช่ของที่เขาร้องขอนี่นา!

“รีบเอาตัวออกไป เร็ว!”

ธามไม่สนใจแล้ว ร้องบอกให้บอดี้การ์ดรีบพาตัวไปให้พ้นก่อนที่เจ้านายของเขาจะเสียหน้าไปมากกว่านี้ ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเวหาก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับโบกมือขึ้นอีกครั้ง

บรรดาชายฉกรรจ์หยุดฉุดลากเด็กหนุ่ม แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือ รอให้ผู้เป็นนายได้ไต่ถามในสิ่งที่อยากรู้

“เธอว่าที่บุกเข้ามาในคฤหาสน์เป็นเพราะอยากจะขอของขวัญจากฉันงั้นเหรอ”

ทวิชพยักหน้าให้อีกฝ่ายได้ถามต่อ

“ของขวัญเดิมที่ถูกส่งไปให้ไม่ใช่สิ่งที่นายอยากได้หรือไง”

ทวิชพยักหน้าไปอีก เวหาพอจะเดาได้ทันทีว่าคำขอของเด็กหนุ่มคงจะเป็นที่น่ารำคาญใจมากเป็นแน่ ลูกน้องคนสนิทของเขาจึงไม่ยอมแจ้งให้เขารู้ เปลี่ยนคำขอด้วยตัวเองจนทาสตรงหน้าต้องมาเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองขอไป

“แล้วเธออยากได้อะไร”

ตอนนี้เวหาโบกมืออีกครั้งเป็นเชิงให้ปล่อยตัวทวิช แล้วสั่งให้บอดี้การ์ดถอยออกไปยืนห่างๆ เพราะเขาจะจัดการเอง ธามเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย แต่ก็จำใจถอยออกมาโดยดี ปล่อยให้นายใหญ่ได้สะสางปัญหา ส่วนเขาก็คอยเก็บกวาดในภายหลัง ขณะที่ทวิชซึ่งไม่เคยเห็นหน้านายของตัวเองใกล้ๆ สักครั้ง เมื่อต้องมาประจันหน้าอย่างนี้ เด็กหนุ่มก็สั่นเทาไปทั้งร่าง ความตั้งใจที่มีอยู่ตอนแรกมลายหายไปสิ้น

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กระซิบรักฝากหัวใจ
8.0
ไวกูณฐ์ปรารถนาที่จะสร้างครอบครัวกับจิรัฐิติกาลทันทีที่เรียนจบจากต่างประเทศ ทว่าฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธเพราะความหวาดกลัวต่อการใช้ชีวิตคู่ แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผันเมื่ออุบัติเหตุทำให้ไวกูณฐ์ต้องสูญเสียการมองเห็น ด้วยความรู้สึกผิดจิรัฐิติกาลจึงยอมตกลงแต่งงานกับเขาเพื่อดูแลรับผิดชอบ ท่ามกลางความไม่พร้อมและอุปสรรคมากมายที่ดาหน้าเข้ามาทดสอบความรักของทั้งคู่ บทพิสูจน์หัวใจครั้งยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นในวันที่โลกของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)
8.3
เมื่อชายหนุ่มผู้รักความสันโดษหลงยุคกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยและบรรยากาศย้อนยุค เขาได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แต่สถานะคนต่างโลกกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มาพร้อมความลับของดอกลั่นทมซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ เขาต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกปัจจุบันที่จากมา หรือจะยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อครองคู่กับรักแท้ที่เฝ้ารอมานานแสนนานในอดีตแห่งนี้ มาร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักข้ามภพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ
หน้าปกนวนิยาย จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน
9.2
เมื่อกลุ่มเพื่อนเริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ศรวัณและยอดจึงถูกกดดันให้เปิดเผยความจริงเรื่องชายหนุ่มปริศนาสองคน ศรวัณพยายามเลี่ยงที่จะระบุสถานะที่ชัดเจนกับคาย พี่ชายคนสนิทที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยและช่วยดูแลซีโร่ เพราะความกังวลว่าเพื่อนจะยอมรับความรักในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงแล้วชายคนนั้นคือแฟนหรือคนรักกันแน่ กำลังบีบให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ปกปิดไว้ท่ามกลางสายตาที่รอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท
หน้าปกนวนิยาย รีเทิร์นหัวใจ
8.6
เมื่อความร้าวฉานเข้าบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างสายน้ำ ประธานหนุ่มมาดนิ่งผู้มีบุคลิกพูดน้อยแต่เด็ดขาด กับพ่อเลี้ยงอานนต์ ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรีและไม่ยอมก้มหัวให้ใครเว้นเพียงแต่คนรักของเขาเท่านั้น ท่ามกลางความบาดหมางที่ทวีความรุนแรงจนถึงจุดแตกหัก พ่อเลี้ยงอานนต์ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการหาหนทางเยียวยาบาดแผลในใจ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและอ้อนวอนขอการให้อภัยจากสายน้ำให้ยอมกลับมาเริ่มต้นความรักใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย รักสุดเฮี้ยบ ผู้จัดการจัดให้!
9.0
ไลเกอร์ อดีตสมาชิกวง Animalz ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจร้อนจนทำให้วงแตก ยังคงเดินหน้าสร้างวีรกรรมฉาวในฐานะศิลปินเดี่ยวชื่อ ลีแทจิน จนไม่มีผู้จัดการคนไหนกล้ารับมือ บริษัทจึงส่ง นัชฌาน ผู้จัดการหนุ่มจอมเฮี้ยบมาดัดนิสัย แม้ภายนอกนัชฌานจะดูเหมือนเด็กมัธยม แต่เขาต้องเผชิญกับปัญหาสารพัดที่ไลเกอร์ก่อขึ้นไม่เว้นวัน งานนี้ผู้จัดการหน้าอ่อนจึงต้องงัดไม้แข็งมาปราบพยศเสือหนุ่มสุดฮอตให้กลายเป็นแมวที่เชื่องที่สุดให้ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิด
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต