
Master & Me คุณท่านของผม
ตอน 3
บทที่ 3
ของขวัญวันเกิดจากคุณท่าน...
ทวิชทอดสายตามองกล่องของขวัญที่เป็นเพียงกล่องกระดาษสีพื้นด้วยความผิดหวัง หลังจากถูกหัวหน้าทาสเรียกไปรับแล้วเปิดมันออกมา เขาก็พบว่าสิ่งที่เขาได้เป็นของขวัญวันเกิดคือเสื้อตัวใหม่ ไม่ใช่คำมั่นว่าจะให้เขาได้ปลดแอกเมื่ออายุครบเกณฑ์อย่างที่เขาหวังไว้
ธามโกหกเขา โกหกว่าจะไปบอกให้ แต่จริงๆ แล้วคำขอของเขาไม่ได้ถูกเขียนลงในรายงานเลยแม้แต่คำเดียว
เสื้อตัวใหม่...ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าต้องเป็นธามที่บอกให้หัวหน้าทาสเขียนลงไปแน่
ทวิชวางเสื้อลงบนฟูกนอนมอซอของตัวเอง สีหน้าและดวงตาฉายแววผิดหวังออกมาอย่างไม่ปกปิด ทำเอาหัวหน้าทาสที่เป็นคนมอบกล่องของขวัญให้เมื่อครู่นี้หัวเราะร่วนเป็นการใหญ่
“ได้เสื้อก็ดีแล้วไอ้วิช”
“แต่ผมไม่อยากได้เสื้อ”
ทวิชยังคงตอบไปตามความจริง ทำให้เขาถูกตบเข้าที่ข้างศีรษะไม่แรงนัก
“ทาสอย่างมึงมีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอวะ อย่าเรื่องมาก”
ทวิชลูบศีรษะตัวเองป้อยๆ ใบหน้าเหยเกเล็กน้อยด้วยเจ็บแปลบขึ้นมา ขณะที่อีกฝ่ายเท้าสะเอวว่า
“กูไม่เข้าใจมึงเลยว่าทำไมจะต้องเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับอะไรโง่ๆ ด้วย มึงก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าไอ้โง่นั่นมันเป็นยังไง โน่น ป่านนี้ยังนอนพะงาบๆ หยอดน้ำเกลือไม่ได้สติอยู่เลย ดีนะที่มันเป็นทาสในสังกัดนี้ ถ้าเป็นสังกัดอื่น นายเขาทิ้งให้ตายเป็นหมาข้างถนนแล้ว”
เรื่องนั้นก็จริงอยู่ แต่ทวิชก็อดไม่ได้นี่นาที่จะคิดถึงความอิสระที่ตัวเองโหยหานี่นา ถึงเขาจะโง่ที่ไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ทว่าก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดที่จะไม่รู้ว่าไม่ควรพูดอะไรออกไปหลังจากนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงต้องถูกหัวหน้าทาสตบอีกแน่
“เลิกคิดฟุ้งซ่านซะ แล้วมาช่วยกูเตรียมข้าวของ คืนพรุ่งนี้คุณท่านจะจัดงานเลี้ยง อย่ามัวขี้เกียจ”
ทวิชลุกขึ้นตามคำสั่ง เขาเตรียมจะไปช่วยทาสผู้ชายคนอื่นๆ ยกโต๊ะเก้าอี้ไปจัดในห้องบอลรูมของคฤหาสน์ ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินออกจากเรือนนอนทาส หัวหน้าทาสก็มาขวางหน้าเขาไว้ ก่อนกดเสียงต่ำพูดให้ได้ยินเพียงสองคน
“แล้วก็อย่าคิดทำเรื่องวุ่นวายเป็นอันขาด ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน”
ที่พูดอย่างนี้เพราะระแวงว่าทวิชจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดล่ะสินะ ก็แน่ล่ะ ขนาดของขวัญที่ร้องขอยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเลย ถูกปฏิเสธอย่างนี้ ถ้าเกิดคิดทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมา เดี๋ยวจะพากันซวยไปทั้งบาง
“เข้าใจไหม”
ถูกย้ำถามมาอีกที ทวิชก็พยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่หัวหน้าทาสจะเดินออกไป ปล่อยให้เด็กหนุ่มก้าวตามหลัง
ทำเรื่องวุ่นวายหรือ?
เขาไม่ทำหรอก เพราะที่เขาจะทำน่ะ...คือขอของขวัญชิ้นใหม่ก็เท่านั้นเอง
เขาไม่อยากได้เสื้อตัวใหม่ ไม่อยากได้สิ่งของมีค่าอะไรทั้งนั้น เขาขอแค่โอกาส...
...โอกาสที่จะได้รับอิสระ
เพียงเท่านี้ ชีวิตเขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
การได้ไปช่วยจัดโต๊ะเก้าอี้ที่ห้องบอลรูมในคฤหาสน์ เป็นโอกาสให้ทวิชได้สำรวจทางหนีทีไล่และทางเข้าออกในคฤหาสน์แห่งนี้
ใช่... เขากำลังคิดถึงการประจันหน้ากับนายของเขาซึ่งๆ หน้าเพื่อร้องขอในสิ่งที่เขาต้องการ
ไม่มีทาสคนไหนเคยทำแบบนี้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทาสสมควรทำด้วย แต่เพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้รับอิสระ ทวิชก็รู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรที่จะต้องเสียอีกแล้ว ชีวิตอย่างนั้นหรือ? ถ้าเขาตาย มันก็เท่ากับว่าได้รับอิสระเช่นกัน แต่ถ้าพิการ...อย่างน้อยก็ไม่ต้องรับคำสั่งใครล่ะมั้ง
เป็นความคิดตื้นๆ และโง่มาก ถึงอย่างนั้นทวิชก็ยังคงตั้งใจจะทำสิ่งนั้น โชคเป็นของเขาที่นายใหญ่แห่งสังกัดจันทรานิรันดร์มักจะจัดงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ในคืนพระจันทร์เต็มดวง
คืนพระจันทร์เต็มดวงในวันพรุ่งนี้ตรงกับวันเกิดของทวิชเสียด้วย เขาเลยถือโอกาสคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นการขอของขวัญวันเกิดจากนายก็แล้วกัน
หลังจากที่ทำงานประจำวันตามหน้าที่เสร็จ ทวิชก็หลบออกมาจากวงอาหารเย็นเพราะรู้ดีว่าทุกครั้งที่คฤหาสน์มีการจัดงานเลี้ยง เหล่าทาสและไทมักจะได้รับอนุญาตให้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ดื่มและกินได้มากเท่าที่ใจต้องการเพราะมีอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยงถูกส่งต่อมาให้ลิ้มรสไม่อั้น
อันที่จริงก็เป็นช่วงเวลาที่ทวิชชอบที่สุดในการเป็นทาสเหมือนกัน แต่เขาตั้งใจว่าจะไม่เป็นทาสอีกแล้ว ดังนั้นเขาจะพอใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาทาสไม่ได้
เด็กหนุ่มแสร้งว่าป่วย ขอตัวกลับมาพักผ่อนที่เรือนนอน การที่เขาหายตัวไปสักคน ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว ทวิชจึงอาศัยโอกาสนี้หลบไปยังคฤหาสน์เพื่อทำตามแผน ทว่าการเข้าไปในคฤหาสน์ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ เหมือนตอนที่มาจัดโต๊ะเก้าอี้ในงาน
เข้าทางข้างหน้าไม่ได้ มีพวกไทที่เป็นลูกน้องของธามยืนเฝ้าระวังความปลอดภัยเต็มไปหมด
จะทำอย่างไรดี? ต้องทำอย่างไรถึงจะเข้าไปประชิดตัวของนายใหญ่ได้?
เด็กหนุ่มยืนขบคิดอยู่ในมุมมืดของพุ่มไม้ข้างคฤหาสน์พักใหญ่ สายตาสอดส่องไปทั่วว่ามีทางไหนที่สามารถลักลอบเข้าไปได้บ้าง ก่อนจะสังเกตเห็นว่าที่กำแพงใกล้กับจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่มีช่องลม ไม่รู้ว่าโชคช่วยหรืออย่างไร กิ่งก้านต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นก็โน้มใกล้ราวกับว่าเป็นใจอีกด้วย
ทวิชตัดสินใจปีนขึ้นไปบนต้นไม้นั้น ลอดมองไปในช่องลมที่มีตะแกรงกั้น พลันพบว่ามันคือช่องระบายอากาศของห้องน้ำ
ทางสะดวก!
เด็กหนุ่มคิดในใจอย่างลิงโลด ก่อนจะลงมือใช้ไขควงที่พกมาด้วยลงมือไขน็อตเพื่อทำการเปิดทันที ในใจก็ชื่นชมความรอบคอบของตัวเองไปด้วยที่พกไขควงมา มันมีประโยชน์ในสถานการณ์อย่างนี้แหละ!
ด้วยความที่มีร่างกายผอมบาง ทวิชจึงสอดตัวลอดเข้าไปในช่องนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เมื่อทิ้งตัวลงมายืนบนพื้นได้ เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อสายตาปราดไปเห็นร่างของใครบางคนอยู่ในห้องน้ำนั้นด้วย
“เธอเป็นใคร”
น้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าดุดันเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของผู้ชายในชุดสูท ท่าทางน่าเกรงขามนั้นทำเอาทวิชใจสั่นระรัวขึ้นมาทันที
ผู้ชายคนนี้... นายของเขานี่นา!
ถึงกับเข่าอ่อนจนแทบทรุด ใครจะไปคิดกันล่ะว่าคนที่เขาอยากพบหน้าอย่าง ‘เวหา จันทรานิรันดร์’ ทายาทคนเดียวและเป็นนายใหญ่ของสังกัดจันทรานิรันดร์จะมาปรากฏตัวตรงหน้าโดยไม่ได้เตรียมใจมาก่อน
หมายถึง... จริงๆ ก็เตรียมใจนั่นล่ะ แต่นี่มันได้เจอเร็วเกินไป
ทวิชพูดไม่ออก เซไปเกาะอ่างล้างมือ ขณะที่เวหาทอดสายตามองก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคือทาสของตัวเองจากจี้บนปลอกคอที่เด็กหนุ่มสวมใส่
ใช่...ปลอกคอ พวกทาสที่มีนายมักจะมีปลอกคอสวม พร้อมกับจี้ที่เป็นสัญลักษณ์ของสังกัดผู้เป็นนาย สำหรับจันทรานิรันดร์แล้ว สัญลักษณ์ของจี้จะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ทาสกว่าครึ่งหนึ่งของอาณาเขตนี้ล้วนแล้วเป็นทาสในสังกัดจันทรานิรันดร์ทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีทาสคนหนึ่งก่อกบฏเสียแล้ว
“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร”
น้ำเสียงของเวหานอกจากจะน่าเกรงขามแล้ว ยังเย็นยะเยือกเสียจนคนฟังเสียวสันหลังวาบ ริมฝีปากของทวิชสั่นระริกจนรู้สึกได้ เขาพูดไม่ออกสักคำ ทำให้เวหาพ่นลมหายใจออกมาเต็มแรงด้วยความหงุดหงิด
เขาไม่ได้หงุดหงิดที่ถูกคนมาขัดจังหวะการปล่อยเบาหรือปล่อยหนัก แต่หงุดหงิดเพราะเขาต้องการหลีกความวุ่นวายจากผู้คนด้านนอกมาใช้เวลาอยู่กับตัวเองครู่หนึ่ง แล้วดันมาเจอทาสโง่เง่าโผล่ทะเล่อทะล่าเข้ามาทางช่องระบายอากาศต่างหาก
น่าหงุดหงิดชะมัด!
และก็ดี! ในเมื่อไม่พูด เขาเองก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดเหมือนกัน
เวหาไม่แสดงสีหน้าใดก็จริง แต่เขาหงุดหงิดเต็มทีแล้ว พลันก็ถลาเข้ามาคว้าแขนของเด็กหนุ่มไว้มั่น ทวิชยังไม่ทันจะได้ทักท้วงอะไร ประตูห้องน้ำก็ถูกกระชากออก ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกโยนออกไปให้กับไทที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
“จัดการด้วย”
พวกไทที่ยืนรอการกลับมาของผู้เป็นนายตกใจกันไม่น้อยที่เห็นทาสเข้ามาในคฤหาสน์โดยไม่ได้รับอนุญาต แน่ล่ะว่ามันต้องเป็นความบกพร่องในหน้าที่ของพวกเขาที่ปล่อยให้การรักษาความปลอดภัยหละหลวม แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือทาสคนนี้คุ้นหน้าคุ้นตาธามเป็นอย่างดี
ธามที่เป็นหัวหน้าในการรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้มองหน้าเด็กหนุ่มด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะถามเสียงเขียว
“นายมาทำอะไรที่นี่”
“คะ...คือผม...”
ทวิชไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างไรดี ตอนนี้เขาเริ่มประหม่าแล้ว เพราะนอกจากจะอยู่ท่ามกลางพวกไทที่เป็นบอดี้การ์ด เขายังอยู่ท่ามกลางสายตาของเหล่านายที่มองมายังเขาราวกับว่าเป็นตัวประหลาดอีกด้วย
เวหาไม่คิดจะฟังหรอก เห็นอีกฝ่ายอึกๆ อักๆ ก็โบกมือเป็นสัญญาณให้บอดี้การ์ดของตนพาตัวทาสคนนี้ออกไป ทวิชถูกรวบตัวทันที ก่อนที่เขาจะตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ
“ปล่อยผม! ปล่อยนะ!”
“อย่าโวยวายให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้อีก แค่นี้โทษของนายก็หนักหนาพอแล้ว”
ธามที่เดินตามคุมเอ่ยบอก หากแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทวิชเงียบเสียงลงได้เลย
เรื่องอะไรที่เขาต้องเงียบล่ะ เขาอุตส่าห์เข้ามาที่นี่ได้แล้ว เขาจะต้องทำสิ่งที่เขาตั้งใจให้สำเร็จให้ได้!
“แต่ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณท่าน! คุณท่านครับ! ผมมีเรื่องจะขอร้อง วันนี้เป็นวันเกิดผม! คุณท่าน!”
“เงียบน่า”
ธามว่าเสียงดุ เขาไม่อยากให้บรรยากาศแย่ไปมากกว่านี้ เป็นคนสนิทของนายใหญ่ แค่เห็นหัวคิ้วขมวดมุ่นของเวหาก็รู้แล้วว่ากำลังหงุดหงิดใจเพียงใด เขาไม่ยอมปล่อยให้ทาสเด็กนี่มาสร้างเรื่องกวนใจให้มากไปกว่านี้หรอก
แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการณ์ เพราะทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนของเด็กหนุ่ม เวหาที่หันหลังจะเดินไปอีกทางก็ชะงัก หันมามองเจ้าของเสียงที่กำลังถูกลากออกไปนอกคฤหาสน์ทั้งที่ปากยังร้องบอกไม่เลิก
“วันนี้เป็นวันเกิดผมครับ! ผมมาขอของขวัญวันเกิด!”
เวหานิ่งงันทันที ส่วนธามก็ตีหน้าโกรธขึ้ง
“ของขวัญวันเกิดอะไร ฉันก็ให้หัวหน้าทาสเอาไปให้แล้วนี่”
ก็ใช่ แต่มันไม่ใช่ของที่เขาร้องขอนี่นา!
“รีบเอาตัวออกไป เร็ว!”
ธามไม่สนใจแล้ว ร้องบอกให้บอดี้การ์ดรีบพาตัวไปให้พ้นก่อนที่เจ้านายของเขาจะเสียหน้าไปมากกว่านี้ ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเวหาก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับโบกมือขึ้นอีกครั้ง
บรรดาชายฉกรรจ์หยุดฉุดลากเด็กหนุ่ม แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือ รอให้ผู้เป็นนายได้ไต่ถามในสิ่งที่อยากรู้
“เธอว่าที่บุกเข้ามาในคฤหาสน์เป็นเพราะอยากจะขอของขวัญจากฉันงั้นเหรอ”
ทวิชพยักหน้าให้อีกฝ่ายได้ถามต่อ
“ของขวัญเดิมที่ถูกส่งไปให้ไม่ใช่สิ่งที่นายอยากได้หรือไง”
ทวิชพยักหน้าไปอีก เวหาพอจะเดาได้ทันทีว่าคำขอของเด็กหนุ่มคงจะเป็นที่น่ารำคาญใจมากเป็นแน่ ลูกน้องคนสนิทของเขาจึงไม่ยอมแจ้งให้เขารู้ เปลี่ยนคำขอด้วยตัวเองจนทาสตรงหน้าต้องมาเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองขอไป
“แล้วเธออยากได้อะไร”
ตอนนี้เวหาโบกมืออีกครั้งเป็นเชิงให้ปล่อยตัวทวิช แล้วสั่งให้บอดี้การ์ดถอยออกไปยืนห่างๆ เพราะเขาจะจัดการเอง ธามเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย แต่ก็จำใจถอยออกมาโดยดี ปล่อยให้นายใหญ่ได้สะสางปัญหา ส่วนเขาก็คอยเก็บกวาดในภายหลัง ขณะที่ทวิชซึ่งไม่เคยเห็นหน้านายของตัวเองใกล้ๆ สักครั้ง เมื่อต้องมาประจันหน้าอย่างนี้ เด็กหนุ่มก็สั่นเทาไปทั้งร่าง ความตั้งใจที่มีอยู่ตอนแรกมลายหายไปสิ้น
คุณอาจจะชอบ





