หน้าปกนวนิยาย Master & Me คุณท่านของผม

Master & Me คุณท่านของผม

9.3 / 10.0
ในโลกยุคหลังทุนนิยมที่แบ่งแยกผู้คนเป็นสามชนชั้น ทวิชถูกขายเป็นทาสในสังกัดของเวหา จันทรานิรันดร์ โดยมีความหวังลึกๆ ว่าจะไถ่ถอนอิสรภาพให้ตนเองเมื่ออายุครบยี่สิบปี ความเด็ดเดี่ยวและไม่เกรงกลัวของทวิชดึงดูดความสนใจจากนายหนุ่มอย่างเวหาจนเกิดเป็นความห่วงหาที่ลึกซึ้ง ทว่าเมื่อทวิชพร้อมจะโบยบินไปสู่โลกกว้าง เวหาจึงต้องหาทางรั้งหัวใจของทาสหนุ่มผู้รักอิสระคนนี้เอาไว้ข้างกาย แม้ต้องแลกด้วยสิ่งล้ำค่าเพียงใดเพื่อเปลี่ยนใจลูกนกตัวนี้ให้ยอมอยู่ร่วมท้องฟ้าเดียวกันตลอดไป

Master & Me คุณท่านของผม ตอนที่ 1

หลังเศรษฐกิจยุคทุนนิยมล่มสลาย ระบบใหม่ก็เข้ามาแทนที่พร้อมกับชนชั้นทั้งสามที่ถือกำเนิด

นาย...ไท...และทาส

ระบบการปกครองที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดในสังคมอันโหดร้าย

ธรรมชาติคัดสรรให้ผู้ที่แข็งแกร่งอยู่เหนือผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างนั้นหรือ?

คนพวกนั้นก็คือพวกชนชั้น ‘นาย’ อย่างไรล่ะ พวกที่แข็งแกร่งรองลงมา ถึงจะไม่มีอำนาจอยู่ในมือแต่สามารถดูแลจตัวเองได้ พวกนั้นจึงเป็น ‘ไท’ แต่สำหรับ ‘ทวิช’ ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากบิดามารดา เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้อ่อนแอ

ไม่สิ...ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่คิด คนอื่นๆ เองก็คิด เพราะชนชั้นของเขาบ่งบอกความอ่อนแอและล้มเหลวของต้นตระกูลตนอย่างชัดเจน

‘ทาส’…

ทวิชผูกติดกับคำนี้มาตั้งแต่ที่เขายังไม่ออกจากครรภ์ของมารดาด้วยซ้ำ

ทาส...ไม่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้

ทาส...จำต้องมีนายและเข้าสังกัดเพื่อให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าปกป้อง หากไม่มีนายแล้ว ทาสก็ไม่ต่างอะไรจากเศษขยะ ถูกทำร้ายหรือตายไปสักคน ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะชีวิตมีค่าน้อยยิ่งกว่าตั๋วเบี้ย1ที่ค่าต่ำที่สุดเสียอีก

เขาถูกจำหน่ายเข้าสังกัดนายหลายต่อหลายคน การพลัดพรากจากครอบครัวไม่จบไม่สิ้นทำเอาเขาลืมไปแล้วว่าพ่อแม่ของตนหน้าตาเป็นอย่างไร มีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาไม่รู้ทั้งนั้น แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเมื่อทาสอย่างเขาต้องมีลมหายใจอยู่เพื่อภักดีกับนาย

ทว่า...มันจะไม่ใช่เมื่อเขาอายุครบยี่สิบปี

เป็นเกณฑ์อายุที่ทาสอย่างเขาจะขอนายปลดแอกจากความเป็นทาสเพื่อเป็นไทได้

หากแต่ตอนนี้ทวิชมีอายุเพียงสิบเก้า เขาต้องรออีกหนึ่งปีเพื่อให้ถึงวันนั้น

“เอ้า ว่าไงไอ้วิช มึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด รีบบอกไป คุณเขาจะได้เอาไปบอกคุณท่าน”

คุณท่าน...คือสรรพนามเรียกแทนตัวผู้เป็นนายของทาสทุกชีวิตที่นั่งอยู่ตรงนี้ รวมถึงพวกไทที่มาทำงานให้ด้วย ทวิชเหลือบไปมองหน้าชายหนุ่มในชุดสูทที่ทางด้านหลัง รอให้หัวหน้าทาสจดของขวัญวันเกิดที่ทาสที่เกิดในเดือนนี้อย่างเงียบเชียบ โดยปกติแล้วไม่มีนายคนไหนหรอกที่จะมอบของขวัญวันเกิดให้ทาสอย่างนี้ พวกเขาถือคติว่าพวกทาสคือชนชั้นล่างที่ไม่ควรลงไปเกลือกกลั้วหรือใส่ใจ เว้นเสียก็แต่ทาสในสังกัด ‘จันทรานิรันดร์’ ที่มีธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ

ทาสทุกคนมีความสำคัญ เป็นแรงงาน เป็นแขนเป็นขา อีกนัยหนึ่ง การมอบของขวัญให้เช่นนี้ก็คือการซื้อใจเพื่อให้ทาสยอมภักดี ไม่อาจหาญขอปลดแอกตัวเองเป็นไท

ทวิชยังคงนึกไม่ออกว่าอยากจะได้อะไรเป็นพิเศษในวันเกิดตัวเอง นั่งนิ่ง เม้มริมฝีปากขบคิดกระทั่งหัวหน้าทาสร้องถามมาอีก

“มึงจะบอกได้หรือยัง หรือของที่มึงอยากได้มีมากจนคิดไม่ตกวะ”

เสียงหัวเราะของบรรดาทาสที่มีวันเกิดในเดือนเดียวกันดังขึ้นขรม แต่ทวิชไม่ได้อยากได้สิ่งของมีค่าใดๆ เลย จึงทำให้เขาเงียบงันอยู่อย่างนี้ เพราะของที่มีค่าสำหรับเขาตอนนี้ก็คือ...

“จะบอกไม่บอก ถ้าไม่บอก กูเอาใบรายชื่อไปให้เขาแล้วนะ”

“คือผม...”

ทวิชหมายจะบอกส่งเดชไปให้เรื่องมันจบๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อ ก็มีเสียงร้องโอดโอยดังขึ้นจากไม่ไกล เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นเสียงจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกพวกไทลากออกมาจากทางด้านหลังของอาคารที่เรียกว่า ‘สังเวียน’

ร่างที่โชกชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ใบหน้าบวมปูดและแขนขาที่บิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้บรรดาทาสที่เห็นภาพนั้นพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับทาสคนนั้นคืออะไร

ทาสคนนั้น...ขอปลดแอกตัวเองเป็นไท

การขอปลดแอกแม้จะทำได้เมื่ออายุครบยี่สิบปี แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยง่ายเพราะพวกนายทั้งหลายถือว่าการขอปลดแอกคือการกบฏ

...กบฏย่อมต้องถูกลงโทษ

หากแต่ไม่ใช่การลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ แต่เป็นการบีบบังคับให้ทาสต้องใช้ชีวิตของตัวเองแลกกับอิสระที่โหยหา ทั้งหมดนั้นก็เพื่อทำให้พวกทาสไม่กล้าที่จะคิดตีตัวจากไป ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าทาสที่นั่งหน้าสลอนอยู่ตรงนี้ไม่มีใครสักคนที่กล้าจะเอ่ยปากขอปลดแอก มิหนำซ้ำยังพากันบริภาษทาสผู้น่าสงสารคนนั้นอย่างพร้อมเพรียงอีกด้วย

“อยู่ในสังกัดดีอยู่แล้วแท้ๆ หาเรื่องใส่ตัว คงจะไม่ไหวล่ะสิ”

“ก็แน่ล่ะ ใครมันจะไปไหว นักสู้พวกนั้นไม่ใช่ทาสเหมือนพวกเรา เป็นพวกที่ถูกฝึกมาเพื่อคุมทาส ไม่ตายก็บุญหัวแล้ว”

“แต่มันก็สมควรตาย ตายให้กับความโง่ของมันนั่นแหละ แต่คุณท่านคงไม่ปล่อยให้มันตายหรอก พามันไปรักษาอยู่ดี เนี่ย มีนายที่ไหนบ้างที่แสนดีเหมือนสังกัดนี้ อยู่ดีไม่ว่าดี เจ็บปากตายแบบนี้ก็สมน้ำหน้ามันแล้ว”

ต่างคนต่างก่นด่า ทวิชก้มหน้าลง ครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยความเงียบงัน

การเป็นไทต้องแลกด้วยชีวิต...

สิ่งนั้นทำให้เขาหวาดกลัวเสียจนสั่นสะท้าน

แต่...กลิ่นของความอิสระมันช่างหอมหวนเหลือเกิน

ต่อให้ต้องหมดลมหายใจ ถึงอย่างนั้นทวิชก็ยังอยากได้มันมาอยู่ในมือ เขาคิดวกวนอยู่แต่เรื่องนี้ ก่อนที่จะได้สติอีกครั้งเมื่อถูกหัวหน้าทาสถามอีกครั้ง

“ว่าไง ตกลงคิดได้หรือยังว่ามึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด”

ทวิชคิดว่าเขานึกออกแล้ว

“ผม....” พูดพลางสูดหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะบอกออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมอยากขอปลดแอกตัวเองจากการเป็นทาสครับ”

อ่านต่อ

สารบัญ Master & Me คุณท่านของผม

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ความรักจากท้องฟ้า
6.7
สามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เธอต้องทนเจ็บปวดกับข่าวลือเรื่องผู้หญิงของเขา แม้ความจริงจะกระจ่างชัด แต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความรู้สึกและทำตัวราวกับไม่รับรู้ เพียงเพื่อยื้อความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ไว้ ความชอกช้ำที่สุดคือการรู้ว่าตนเองเป็นแค่คู่นอนระยะยาว ไม่เคยมีตัวตนในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้ความผูกพันจะหยั่งรากลึกเพียงใด ท้ายที่สุดเมื่อการพลัดพรากมาถึง เธอกลับพบความจริงอันโหดร้ายว่า ตนเองไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปากบอกเลิกด้วยซ้ำ เพราะสถานะระหว่างทั้งสองนั้นว่างเปล่ามาตั้งแต่จุดเริ่มต้น
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มถูกสิงหาชายหนุ่มรูปงามแต่ใจร้ายจับตัวมาเพราะความเข้าใจผิด เธอต้องเผชิญกับคำพูดทำร้ายจิตใจท่ามกลางความกังวลถึงคนใกล้ชิดที่บาดเจ็บ นุ่มจึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนหลุดพ้นจากอำนาจเถื่อนของเขา พร้อมหวังจะมีชีวิตใหม่ที่รวยทางลัดเพื่อเลิกทำงานกลางคืนและพบสามีที่ดี แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวคนผิดมาและกล่าวขอโทษอย่างหัวเสีย แต่ท่าทีพยศและรอยยิ้มยียวนของหญิงสาวกลับทำให้เขาหมั่นไส้จนสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งวุ่นวาย
หน้าปกนวนิยาย กาลครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีสุข
8.2
ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนเมื่อครูสาวธรรมดาก้าวล่วงเส้นแบ่งขอบเขตกับเหยนเฉิน ชายหนุ่มที่เธอแอบรัก ค่ำคืนอันลึกซึ้งทิ้งความสับสนว่าเขาจะมอบสถานะคนรักให้กับเธอหรือไม่ ในงานเลี้ยงที่เธอเฉิดฉายท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่รายล้อมเขา เธอตัดสินใจแสดงความมุ่งมั่นว่าพร้อมจะเป็นผู้หญิงของเขาด้วยใจจริงโดยไม่หวังเงินทอง ทว่าความกล้าหาญนั้นกลับถูกตีกลับด้วยถ้อยคำอันแสนเย็นชา เมื่อเขาตั้งคำถามอย่างทิ่มแทงใจว่าคนอย่างเธอนั้นมีความเหมาะสมเพียงพอที่จะยืนเคียงข้างเขาในฐานะแฟนแล้วจริงๆ หรือ
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้
ตอน
อ่านเลย
แชร์