
เธอก็แค่ทาสสวาท
ตอน 3
เดป คอนเดนเวอร์ ลูกครึ่งไทย รัสเซีย วัย29 ปี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง หรือจะเรียกว่าเจ้าพ่อเดปก็ไม่ผิด ด้วยว่าธุรกิจเกือบทั้งหมดของเขาเป็นธุรกิจสีเทา ไม่ว่าจะเป็นบ่อนกาสิโน คลับ บาร์ ในต่างประเทศ และยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกมากมายในประเทศไทย
ณ บ่อนกาสิโน ประเทศมาเลเซีย
“ตอนนี้คุณเป็นหนี้ผมร่วม100ล้านได้แล้วนะครับคุณอาชวิน! จะเอายังไงกันดี”
“ให้โอกาสผมหน่อยนะครับคุณเดป ตอนนี้ผมกำลังจะขายหุ้นที่บริษัท ถ้าขายได้แล้วผมจะรีบเอาเงินมาใช้หนี้ทันทีเลยทั้งต้นทั้งดอก เพียงแต่ว่าตอนนี้.... คุณพอที่จะช่วยผมอีกสัก10ล้านได้ไหมครับ? ขอผมเอาเงินไปสร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทหน่อยเถอะ ถ้าบริษัทผมภาพลักษณ์ดีขึ้นมากกว่านี้ ผมขายหุ้นได้แน่”
อาชวิน อิทธิเรืองราช กำลังต่อรองเรื่องหนี้สินกับเดป บริษัทของเขาตอนนี้กำลังแย่ ตัวเขาเองก็ถูกผีพนันเข้าสิง ฝืนกู้เงินมาเล่นจนเกือบหมดตัว
“แม้แต่บาทเดียวผมก็ให้คุณไม่ได้แล้ว เสียใจด้วยนะ ผมขอเงินคืนทั้งหมด100ล้าน ที่นี่ วันนี้ เดี๋ยวนี้!” ว่าแล้วเดปก็หยิบปืนขึ้นมาวางบนโต๊ะเพื่อข่มขู่อีกฝ่าย
การกระทำนั้นทำให้อาชวินเหงื่อแตกเป็นสาย!
“แล้วตอนนี้ผมจะเอาเงินที่ไหนมาคืนล่ะครับ ตอนนี้ผมไม่มีเงินเลย ต้องรอผมขายหุ้นได้ก่อนเท่านั้น”
“พูดง่าย! บริษัทของคุณกำลังแย่ใครก็รู้ แล้วหมาที่ไหนมันจะมาซื้อหุ้นบริษัทคุณ!”
“ผมก็ถึงขอให้คุณช่วยผมไงครับ! ขอเงินทุนผมสักก้อน ผมจะลงทุนเปิดตัวสินค้าใหม่เรียกกระแสให้บริษัทผมอีกครั้ง จากนั้นผมก็ขายหุ้นได้สบายเลย ยิ่งถ้าคุณช่วยผม ความน่าเชื่อถือของบริษัทผมก็จะยิ่งกลับคืนมาเร็วขึ้น ถึงตอนนั้นคุณก็ได้เงินคืน วินๆ ทั้งคู่ ถือว่าช่วยกันเถอะนะครับ ถึงคุณฆ่าผมตายคุณก็ไม่ได้เงินคืน ไม่ได้อะไรเลย เรามาช่วยกันไม่ดีกว่าหรือครับ” สมองนักธุรกิจของอาชวินเริ่มทำงานตอนที่มืดแปดด้าน
“พวกลิ้นสองแฉกอย่างคุณเชื่ออะไรได้บ้าง? ” เดปยังเมิน
“ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว คุณอยากให้ผมยืนยันยังไง หรือใช้หลักประกันอะไรคุณว่ามาเลย ผมยอมทุกอย่าง” อาชวินพยายามอ้อนวอน
“ยอมทุกอย่างงั้นเหรอ....?”
“ครับผมยอมทุกอย่าง! คุณว่ามาเลยคุณต้องการอะไร”
เดปขมกรามแน่น ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรสเปรี้ยวฝาดขมเฝื่อนของมันทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีมากขึ้น ยิ่งเมื่อสมองบอกว่าในที่สุดโอกาสที่เขารอคอยก็มาถึงโดยบังเอิญ
“ลูกสาวคุณ! คุณต้องยกลูกสาวคุณให้ผม เป็นตัวประกันจนกว่าคุณจะหาเงินมาคืนผมได้”
“ลูกสาวผม? อารตีน่ะเหรอ”
อาชวินเคยเห็นอารตีลูกสาวคนโต เล่นหูเล่นตาให้เดปอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เห็นเดปจะเล่นด้วย
“หึ! ผู้หญิงร่านๆ อย่างอารตี ผมตีราคาให้แค่....หลักหมื่นเท่านั้นแหละ” เดปยิ้มเยาะพลางยกขานั่งไขว่ห้าง
คำพูดและกิริยานั้นสร้างความไม่พอใจให้อาชวินไม่น้อย
“คุณอย่ามาดูถูกลูกสาวผมนะเดป!”
“หรือไม่จริง! ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าอารตีกลวงโบ๋ขนาดไหน เที่ยวได้สวมผู้ชายไปทั่วเมือง”
“ไอ้เดป!”
ถึงจะเป็นเรื่องจริงแต่อาชวินก็ทนไม่ได้ ที่ได้ยินเดปพูดถึงลูกสาวเขาแบบนั้น
“ผมหมายถึงลูกสาวคนเล็กของคุณต่างหาก! ลูกสาวของคุณกับผู้หญิงที่ชื่อ นาตาชา!” เดปเข้าประเด็นด้วยขี้เกียจเล่นลิ้นกับอาชวินแล้ว
“ไม่มีทาง! ผมขอร้องอย่ายุ่งกับอามิยา อามิยาลูกสาวคนเล็กของผมแกเป็นเด็กดี แกยังสดใสบริสุทธิ์เกินกว่า....เกินกว่าที่...คนอย่างคุณ! จะเอาไปย่ำยีเล่นได้” อาชวินเสียงแข็ง เป็นตายร้ายดีอย่างไรเขาก็ไม่มีทางยกลูกสาวคนนี้ให้เดป
“ยิ่งสดใสบริสุทธิ์ ยิ่งเป็นเครื่องการันตีว่าเงิน100กว่าล้านของผมจะไม่ศูนย์เปล่า คิดดูให้ดีดี ว่าจะให้หรือไม่ให้ ถ้าไม่ให้! ก็เตรียมตัวพบกับความหายนะได้เลย อันที่จริงคุณก็มั่นใจอยู่แล้วนี่.... ว่าคุณจะหาเงินมาคืนผมได้ พอคุณเอาเงินมาคืนวันไหน ผมก็คืนลูกสาวคุณให้ ก็แค่นั้น... แต่! ถ้าไม่ให้ ทั้งคุณ ลูกชาย ลูกสาวของคุณทุกคนจะไม่ได้มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้อีกเลย เลือกเอา!”
ให้เลือกยังไงได้ในเมื่อมันบังคับขนาดนั้น
“แก!”
อาชวินโกรธเป็นฟืนเป็นไฟลุกขึ้นหมายจะทำร้ายเดป แต่ถูกบอดี้การ์ดของเดปเล่นงานเข้าให้เสียก่อน กำปั้นอดีตนักมวยเหรียญทองแดงโอลิมปิกปะทะใบหน้าอาชวินอย่างจัง! ปากแตกเลือดอาบฟันแทบหักเลยทีเดียว
“พอแล้ว!”
เดปรีบสั่งให้หยุด เกรงว่าถ้าอาชวินเมาหมัดตายไปก่อนจะเสียแผน
“ผมจะให้เงินคุณอีก10ล้าน ในวันที่คุณเอาตัวลูกสาวคนเล็กของคุณมาให้ผม! อย่านานล่ะไม่งั้นอารตีจะตายเป็นคนแรก!”
อามิยาไม่ยอมกินข้าวกินยา เอาแต่นอนซมและเรียกร้องขอกลับบ้าน เดปโกรธมากที่ตัวประกันขัดดอกดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟัง
“ทำไมไม่ยอมกินข้าวกินยา อยากตายใช่ไหม” เขาเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา
“ฉันอยากกลับบ้าน ปล่อยฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้!”
“คิดว่าตัวเองเธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!”
“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรจับฉันขังไว้ที่นี่ บ้านนี้เมืองนี้มีกฎหมาย ฉันเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ คุณกล้าดียังไงทำกับฉันแบบนี้”
อามิยารวบรวมกำลังที่มีตะเบ็งเสียงตามอารมณ์ที่กำลังขุ่นเคือง หากสังขารไม่ค่อยอำนวยให้อาละวาด
สภาพยัยนี่ก็ไม่ต่างจากผักเหี่ยวๆ ที่คนปลูกลืมรดน้ำมาเป็นอาทิตย์ ร่อแร่รอวันแห้งตายยังจะอวดดี
“มีสิทธิ์อะไรงั้นเหรอ? ลูกมีพ่อมีแม่งั้นเหรอ? ร้องไห้อยากกลับไปหา...พ่อ งั้นเหรอ? จะขำตาย บอกอะไรให้นะ ก็พ่อเธอนั่นแหละที่ขายเธอให้ฉัน ไม่ใช่ขายสิ แต่เรียกว่า...ส่งมาเป็นตัวประกันขัดดอกมากกว่า แค่ขัดดอก! เพราะฉันคงไม่แลกเงิน100กว่าล้านกับผู้หญิงอย่างเธอหรอก จำใส่หัวไว้ ว่าสิทธิ์ในตัวเธอตอนนี้เป็นของฉัน พ่อเธอยกเธอให้ฉันแล้ว ฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ คราวนี้ก็เลิกโง่ซะที”
อามิยาแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เดปพูด เขาโกหก!พ่อเธอนะหรือจะยกเธอให้เขาเพื่อเป็นตัวประกันขัดดอก ไม่จริง! ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อเลี้ยงดูเธอมาอย่างไข่ในหิน ลิ้นให้ไต่ไรไม่ให้ตอม อยู่ๆ จะยกเธอให้คนอื่นย่ำยีอย่างนี้ได้ยังไง
“โกหก! คุณโกหก พ่อฉันไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอก คุณโกหก!”
“โกหกเหรอ? งั้นก็ลองใช้สมองน้อยๆ ของเธอคิดทบทวนดูนะว่า วันงานเธอดื่มเครื่องดื่มจากใครบ้าง นอกเครื่องดื่มที่พี่สาวเธอส่งให้เธอกับมือ โกหกเหรอ? แล้วนี่กี่วันแล้วที่เธอหายไป พ่อสุดที่รักของเธอไม่คิดตามหาเธอบ้างเหรอ มันหาไม่ยากเลยนะอามิยา ไง? ยังคิดว่าฉันโกหกอยู่อีกไหม” เดปขำเย้ย
“ไม่จริง แกโกหก ไอ้บ้า! ฮื้อๆๆ แกโกหก ไม่จริง…..”
ถึงแม้ว่าทุกอย่างที่เขาพูดจะชัดเจนเพียงใด อามิยาก็ยังหลอกตัวเอง เธอคงอ่อนแอเกินกว่าจะยอมรับได้ว่าพ่อกับพี่สาวร่วมมือกันส่งเธอเข้าถ้ำเสือ อย่างเลือดเย็น เลี้ยงมาอย่างดีเพื่อขายเธอให้คนใจร้ายอย่างงี้เหรอ ถ้าอย่างนั้นน่าจะปล่อยให้เธอตายไปตั้งแต่เด็กคงดีเสียกว่า
อามิยาร้องไห้เสียใจจนเป็นลมไปอีกรอบ
“อามิยา! อามิยา... เดี๋ยวป่วย เดี๋ยวเป็นลม อะไรนักหนาวะ แครี่! แครี่....” เดปชักหงุดหงิด เกลียดจริงๆ พวกผู้หญิงอ่อนแอ เอะอะร้องไห้ เอะอะเป็นลม คงมีคนคอยปลอบ คอยสปอยตลอดเวลาจนเสียนิสัย
“ค่ะนาย!” แครี่รีบวิ่งเข้ามาในห้อง
“โทรตามหมอเวย์มาดูอาการ”
“ค่ะ ค่ะ”
.................
คุณอาจจะชอบ





