หน้าปกนวนิยาย ร้ายริษยา [Jealous]

ร้ายริษยา [Jealous]

9.2 / 10.0
เมื่อความจนตรอกบีบคั้นให้ต้องเลือก ปริยกรจึงตัดสินใจสละสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพื่อแลกกับเงินมารักษาแม่ที่เจ็บป่วย ปาล ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่เธอแอบรักมาเนิ่นนานคือคนเดียวที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความสับสนและไร้ทางออก เธอเลือกที่จะยอมศิโรราบต่อจุมพิตอันแสนหวานและสัมผัสที่ทำให้หัวใจสั่นไหว ปาลอุ้มร่างบางไปยังเตียงกว้างเพื่อเริ่มต้นค่ำคืนที่แสนเย้ายวนใจ แม้จะเป็นเพียงการแลกเปลี่ยน แต่ความโหยหาที่มีต่อชายในฝันกลับทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงเสน่หาที่ยากจะถอนตัว

ร้ายริษยา [Jealous] ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

ประตูเหล็กดัดสูงสองเมตรครึ่ง ถูกขนาบข้างซ้ายขวาด้วยรั้วคอนกรีดฉาบสีขาวสูงเมตรครึ่ง ต่อด้วยรั้วเหล็กเป็นซี่สูงหนึ่งเมตรเป็นแนวยาวสี่สิบเมตร ตามหน้าที่ดินสองไร่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวไปด้านหลัง ทำให้ผู้คนผ่านไปมามองเห็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่หรูหราทรงคลาสสิค แบบเรอเนซองส์ได้ดียิ่ง

บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าของเป็นผู้มีฐานะดี มีหน้ามีตาในสังคมระดับสูง หากมองเผินๆ หรือแบบผ่านๆ นั้น บ้านหลังใหญ่มีความหรูหราคล้ายกับปราสาทราชวังในต่างประเทศ หรือในเทพนิยายกรายๆ เสากลมหล่อคอนกรีตต้นใหญ่ หัวแบบคอเรียนเทียล ยิ่งส่งช่วยให้ดูยิ่งใหญ่ตระการตาขึ้นไปอีก

ต้นไม้ใหญ่โดยรอบไม่มีขึ้นให้เห็นบริเวณส่วนหน้าบ้านแต่อย่างใด ราวกับเจ้าของจงใจจะไม่ปลูกไว้บดบังความสวยงามของบ้านยังไงยังงั้น ผิดกับรั้วคอนกรีตข้างบ้านทั้งสองฝั่ง กลับทึบและสูงถึงสองเมตรครึ่ง นั่นบ่งบอกว่าไม่ปรารถนาจะให้เพื่อนบ้านทั้งซ้ายขวามารบกวนอย่างเห็นได้ชัด

หลังรั้วคอนกรีตทึบฝั่งซ้ายของบ้านนั้นคือหมู่บ้านจัดสรรราคาไม่แพงมาก จึงมีชนชั้นกลางมาจับจองเป็นเจ้าของ ส่วนฝั่งขวาเป็นซอยตัน มีถนนคอนกรีดเล็กๆ ผ่านเพื่อให้เจ้าของที่ดินแปลงในมีทางออก จึงไม่ค่อยมีใครได้มองเห็นความเป็นมาและเป็นไปของคนอยู่บ้านหลังใหญ่หรูหรามากมายนัก

แต่ทุกครั้งที่มีรถยุโรปคันงามตาม จำนวนของบรรดาผู้อยู่ในบ้านหลังนี้แล่นออกนอกรั้วเมื่อไหร่ ก็มักจะเรียกความสนใจของผู้คนได้ดีทีเดียว เพราะรถแต่ละคันนั้นล้วนแล้วแต่ราคาหลายล้าน ไม่ต้องมีใครเดาก็รู้ว่า เจ้าของบ้านหลังนี้เป็นผู้มีอันจะกินจนเกิน

“หล่อนกล้าดียังไงยะ ถึงบุกมาขอเงินฉันถึงนี่และตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ฉันสั่งว่าไม่ให้หล่อนกับแม่หล่อนเหยียบมาถ้าฉันไม่อนุญาตไง”

หญิงวัยห้าสิบแปดปี ทรวดทรงองเอวราวกับสาวรุ่นนามอังคณา รักษ์สันติ กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาสไตล์บาร็อค บุด้วยผ้ากำมะหยี่เพชรสีครีมในห้องอ่านหนังสือ จ้องมองเจ้าของร่างผอมบางในชุดกางเกงขาสั้นระดับเข่าสีขาว กับเสื้อยืดสีเทานั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นห่างออกไปเป็นเมตร

“ก็เดียร์รอคุณผู้หญิงเอาไปให้ไม่ไหวนี่คะ หมดกำหนดผ่อนผันแล้ว ต้องรีบเอาไปจ่าย ไม่งั้นจะไม่มีสิทธิ์สอบค่ะ”

หญิงสาวผู้เก็บปากเก็บคำไว้ตั้งแต่แจ้งความจำนงไปแล้วนามปริยกร รักษ์สันติ พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสุด เท่าที่เคยทำมา เพราะไม่อยากมีปัญหาใดๆ

“คุณแม่ไม่ได้บอกมันไว้หรอกเหรอคะ ว่าคุณพ่อสั่งงดจ่ายค่าเทอมมันนานหลายเดือนแล้ว”

หญิงสาวสวยสมบูรณ์แบบ แต่งหน้าเนี๊ยบไม่ต่างจากชุดทำงานเรียบหรู นั่งไขว้ห้างอยู่ไม่ห่างจากแม่นาม อลิยา รักษ์สินติเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เน้นหนักตรงสรรพนามเรียกคนนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า สายตาที่มองไปนั้นแม้ไม่ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความชิงชังเหมือนสายตาของคนเป็นแม่ แต่ก็ไร้ซึ่งความเป็นมิตร

“ทำไมจะไม่ล่ะ แม่ให้นังอ้วนบอกมั้นตั้งแต่ตอนเอาเงินไปให้เทอมก่อนโน่น มันรู้อยู่แก่ใจแต่ทำหน้ามึน ทำตีเนียนมาขอเหมือนเดิม คงคิดว่าแม่จะใจอ่อนล่ะมั้ง ฝันไปเถอะ”

เด็กสาวผู้ไม่รู้เรื่องงดจ่ายเงยหน้าขึ้นมองสองแม่ลูกด้วยความงุนงง ในหัวก็พยายามทบทวนความจำ ว่ามีถ้อยคำเหล่านี้หลุดออกจากปากของแม่บ้านร่างอ้วน ตอนเอาเงินไปให้ครั้งก่อนบ้างไหม แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก

“ป้าอ้วนไม่ได้ออกอะไรเดียร์เลยนะคะ เอาเงินยื่นให้แล้วก็กลับค่ะ”

“นังอ้วน! แกจะว่าไง”

คนเป็นคุณผู้หญิงปรายตาไปหาแม่บ้านคู่ใจ ที่อยู่รับใช้กันมายี่สิบกว่าปีทันที

“แกจะมาว่าฉันไม่บอกได้ยังไงยะ ก็ฉันถอดเอาคำพูดของคุณผู้หญิงไปหมดทุกคำ แกนั่นล่ะจำไม่ได้เอง แล้วอย่ามาตู่นะ ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

แม่บ้านนั่งคุกเข่าอยู่ไม่ห่างรีบสวนกลับทันทีและด้วยน้ำเสียงอันดัง เพื่อข่มอีกฝ่ายไม่ให้กระด้างกระเดื่องใส่ แม้ตัวเองจะอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าก็ตาม แต่เมื่อมีคุณผู้หญิงถือหางและให้ท้าย ก็ใหญ่ได้ไม่แพ้ใคร

“ป้าอ้วนไม่ได้บอกค่ะ แค่เอาเงินให้แล้วก็กลับเลย ถ้าบอกเดียร์ก็ต้องรีบไปทำงานหาเงินมาไว้จ่ายค่าเทอมสิคะ คงไม่มารบกวนคุณผู้หญิงแบบนี้หรอกค่ะ”

“ฉันไม่สนว่าหล่อนจะเตรียมตัวหรือไม่ยังไง แต่ฉันบอกไปแล้วหลายเดือนด้วย อย่ามาปักปำคนของฉันนะ แล้วก็อย่าสะเออะเอาไปฟ้องคุณพี่ด้วย เพราะนี่เป็นคำสั่งตรงจากคุณพี่ ฉันจำเป็นต้องทำตาม”

“แล้วเดียร์จะไปหาเงินที่ไหนทันคะ คุณผู้หญิงจ่ายให้เดียร์ก่อนไม่ได้เหรอคะ เดียร์สัญญาว่าเทอมหน้าจะไม่รบกวนค่ะ เดียร์จะไปหางานทำเองค่ะ”

“ฉันก็อยากจะจ่ายให้หล่อนอยู่หรอกนะ แต่ติดตรงที่ฉันไม่มีเงินมากพอน่ะสิ หล่อนไม่รู้เหรอว่าตอนนี้สถานการณ์ในบริษัทกำลังแย่ คุณพี่ตัดรายจ่ายไม่จำเป็นออกเกือบหมด ต่อไปอีกไม่กี่เดือน ฉันก็จะต้องให้คนในบ้านออกสักครึ่ง ค่าข้าว ค่าอาหารก็ต้องลดลงให้เหลือครึ่งหนึ่งด้วย แล้วฉันจะเอาที่ไหนมาจ่ายให้หล่อนยะ จะไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าหล่อน อารมณ์เสีย!”

“แล้วเดียร์จะทำยังไงล่ะคะ เดียร์ไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอมนะคะ เดียร์จะไม่มีสิทธิ์สอบนะคะ”

“นั่นมันเรื่องของหล่อน อย่ามาเซ้าซี้น่ารำคาญ ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ถ้าไม่ไป ฉันจะให้นังอ้วนลากไปแทนนะ”

เมื่อรู้ว่าไม่มีทางที่คุณนายบ้านใหญ่จะช่วยแล้ว หญิงสาวผู้กำกลัดกลุ้มก็ไม่รู้จะทำอะไรได้ นอกจากหันหลังเดินออกจากไป เลยไม่มีโอกาสได้เห็นสองแม่ลูกหันไปมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ แม่บ้านร่างอวบก็ยิ้มอย่างประสบสอพลอเจ้านายไม่ต่างกัน

“อยากจะรู้จัง ว่าถ้าไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอมแล้ว มันจะทำยังไง”

“ก็หมดสิทธิ์สอบน่ะสิคะคุณแม่”

อลิยาเอ่ยด้วยสีหน้าพึงพอใจกับการกลั่นแกลงลูกบ้านน้อยของแม่ แล้วลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายยีห้อดังราคาเรือนแสนเตรียมไปทำงาน จนคนเป็นแม่อดสงสัยไม่ได้

“ทำไมเข้าสายล่ะแอล”

“ลูกค้านัดคุยที่ร้านไม่ไกลบ้านเท่าไหร่ค่ะคุณแม่ แอลเลยขี้เกียจขับรถไปขับรถมา เข้าตอนคุยเสร็จแล้วดีกว่า งั้นแอลไปแล้วนะคะ”

ว่าแล้วลูกสาวคนกลางก็ยกมือไหว้แม่ แล้วหิ้วกระเป๋าออกบ้านหลังใหญ่โตหรูหราไปหารถยุโรปคันงาม ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

อ่านต่อ

สารบัญ ร้ายริษยา [Jealous]

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อความปรารถนาในตัวชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบกลายเป็นเป้าหมายหลักที่เธอต้องคว้ามาให้ได้ หญิงสาวจึงต้องเผชิญกับบททดสอบของความอดทนอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดันจากฝ่ายชาย เธอจำเป็นต้องเตรียมใจรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะมอบให้ในทุกค่ำคืน หากเธอตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้มแข็งและทนทานต่อความต้องการอันมหาศาลของเขาเพื่อให้ได้ครอบครองเขาไว้อย่างสมใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์