ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นมาเฟีย

คู่หมั้นมาเฟีย

อัคราฟ มาเฟียหนุ่มวัย 38 ปี ผู้เคร่งขรึมแต่แสนดี ต้องมารับหน้าที่ดูแล ต้นหอม หลานสาวนอกไส้ผู้น่ารักวัย 22 ปี ตามคำสั่งเสียในพินัยกรรมของบิดาเธอ พันธะสัญญาลูกผู้ชายระหว่างเขากับพี่ชายบุญธรรมกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มั่นคง เมื่อหน้าที่ของเขาคือการปกป้อง ส่วนหน้าที่ของเธอคือการเข้าพิธีวิวาห์กับเขา ทั้งคู่ต้องร่วมกันสานต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางความรักที่แสนหวานและอบอุ่นหัวใจในสไตล์โคแก่กินหญ้าอ่อนที่เน้นความฟินแบบจัดเต็ม
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 ปลอบโยน

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ...หนูหอม" เสียงทุ้มของคนตรงหน้าเอ่ยทักทาย สิ่งที่ต้นหอมรู้สึกทึ่งก็คือ คุณอาที่คุณพ่อพูดถึงน่าจะมีอายุใกล้เคียงกับคุณพ่อหรือน้อยกว่านิดหน่อยสิ แต่นี่เขาทั้งหนุ่มทั้งหล่อ หล่อชนิดที่ว่า เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนดูดีและมีเสน่ห์เท่ากับเขาคนนี้มาก่อนเลย

คุณพ่อของต้นหอมอายุมากแล้วก็จริงแต่คุณแม่ที่จากไปก่อนคุณพ่อนั้น ท่านมีอายุน้อยกว่าคุณพ่อเกือบยี่สิบปี พูดง่ายๆก็คือคุณพ่อแต่งงานมีลูกช้านั่นเอง

.

.

.

หลังจากที่คุณมิลอัล คุณพ่อของต้นหอมได้ฝากฝังลูกสาวไว้ให้กับน้องชายบุญธรรมเรียบร้อยแล้ว เวลาต่อมาท่านก็ได้สิ้นใจลงแบบสงบ คล้ายกับหมดห่วงแล้ว

"คุณพ่อ!!" เสียงต้นหอมร้องเรียกคุณพ่อของเธอทั้งน้ำตา พร้อมกับกอดร่างไร้วิญญาณของพ่อเอาไว้แน่น

"หนูหอม...ทำใจดีๆเอาไว้นะ คุณพ่อไปสบายแล้ว ท่านไม่ต้องทนเจ็บอีกแล้ว" อัคราฟ ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เขารู้ว่าเธอรู้สึกยังไง การที่ได้เสียคนที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาเองก็เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว เขาเข้าใจเธอ แต่เขาก็อยากให้เธอยอมรับความจริง แล้วก้าวข้ามผ่านความรู้สึกแบบนี้ไปให้ได้

"คุณอา...หอมมีแค่คุณพ่อ หอมไม่เหลือใครแล้ว ฮื่อๆๆ"

"อาเข้าใจๆ แต่หนูหอมยังมีอาไง หยุดร้องไห้ก่อนนะ"

อัคราฟพาพี่ชายออกจากโรงพยาบาลแล้วจัดการร่างไร้วิญญาณด้วยพิธีทางศาสนาต่อไป โดยนำไปฝังอยู่ใกล้ๆกับภรรยาหรือคุณแม่ของต้นหอมตามคำสั่งเสียของพี่ชายที่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

สองวันผ่านไป

อาการของต้นหอมก็ยังไม่ดีขึ้นเลย เธอมีอาการเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด ร้องไห้น้ำตาซึมเก็บตัวเงียบไม่พูดไม่จาถามคำตอบคำ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันที่คุณพ่อของเธอได้สิ้นใจลงและจากโลกนี้ไปแล้ว

"คุณอัคราฟครับ จะให้ผมเปิดพินัยกรรมเลยมั้ยครับ" คุณทนายเองก็อยากเสร็จภารกิจชิ้นสุดท้ายนี้แล้วเหมือนกัน หลังจากนี้คุณทนายทองเอกคงหยุดทำงานแล้วไปใช้ชีวิตหลังเกษียณตามประสาคนแก่ทั่วไป

"รออีกสักวันสองวันเถอะ หนูหอมยังไม่ดีขึ้นเลย" อัคราฟกลัวว่าถ้าหลานสาวของเขาได้อ่านพินัยกรรมฉบับนี้แล้ว เธออาจจะแย่ลงมากไปกว่านี้ก็ได้ เขาจึงให้เลื่อนวันเปิดออกไปก่อน

ทุกคนรู้เรื่องเงื่อนไขในพินัยกรรมกันหมดยกเว้นต้นหอม ซึ่งในพินัยกรรมที่คุณพ่อของต้นหอมเขียนขึ้นมาก็เพื่อเธอ โดยเธอจะต้องทำตามในพินัยกรรมฉบับนั้น แต่สำหรับอัคราฟเงื่อนไขในพินัยกรรมฉบับนั้นไม่มีผลอะไรกับเขาทั้งสิ้น เพราะเขาเต็มใจดูแลหลานสาวคนนี้ให้อยู่แล้ว

"ถ้าอย่างนั้น อีกสองวันผมจะมาใหม่นะครับ"

"ครับ"

.

.

.

ในขณะที่ต้นหอมนั่งคิดถึงคุณพ่ออยู่ที่หลังบ้านเงียบๆคนเดียวนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็เดินใกล้เข้ามาทางด้านหลังของเธอ

"หนูหอม..." เธอหันไปมองเสียงเรียก เห็นเป็นคนที่คุณพ่อของเธอให้เธอเรียกเขาว่าคุณอา เขาเป็นคนจัดการทุกอย่างเรื่องคุณพ่อจนเสร็จ

"คุณอา..." อัคราฟทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเดียวกันกับที่ต้นหอมนั่งอยู่

"อาจะให้เวลาหนูหอมอีกสองวัน หลังจากนี้ห้ามให้อาเห็นน้ำตาของหนูหอมเด็ดขาด" น้ำเสียงของเขาฟังดูดุกว่าทุกครั้ง ดวงตาก็ดุ ถึงสายตาที่มองมาที่เธอจะดูอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งก็ตาม

"ฮึก! คุณอาใจร้าย" หญิงสาวรีบต่อว่าเขาทั้งน้ำตา เขาตรงหน้าสำหรับเธอ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนแปลกหน้าเลยสักนิด

ตั้งแต่เล็กจนโต เธอถูกเลี้ยงดูเอาอกเอาใจจากคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างกับไข่ในหินมาตลอด พอมาเจอเรื่องที่กระทบจิตใจเข้าหน่อย เธอจึงทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ค่อยได้

"อาให้หนูหอมร้องไห้ได้อีกตั้งสองวัน อาใจร้ายตรงไหน" น้ำเสียงของคุณอาหนุ่มเริ่มเบาลง เมื่อเห็นน้ำตาของหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่เคยจะต้องมานั่งปลอบโยนใครแบบนี้มาก่อน ถ้าเธอไม่ใช่ลูกสาวของผู้มีพระคุณเขาคงไม่สนใจ

"หอมคิดถึงคุณพ่อ...ฮึก!"

"อาก็คิดถึง แต่เราจะมาจมปักอยู่แบบนี้ไม่ได้ อาทิตย์หน้าอาต้องกลับอิตาลีแล้ว หนูหอมเตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ" บอกให้เธอทราบ เผื่อว่าเธอจะยังไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปอยู่ที่อิตาลีถาวร

"เตรียมตัวอะไรคะ"

“ก็เตรียมตัวไปอยู่ที่อิตาลีกับอาไงคะ” ต้นหอมหันไปมองใบหน้าอันหล่อเหลาของคุณอาหนุ่ม เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนี้

“หอม...” เธอจะบอกว่า...เธอไม่อยากไปไหนทั้งนั้น แต่ประโยคเมื่อสักครู่ของเขา มันสะกดทำให้เธอลืมประโยคที่กำลังจะพูดไปสนิทเลย

"หิวมั้ย..." เขารู้ว่าเธอกินไม่ลงแต่ก็ต้องฝืนกิน

"หอมไม่หิวค่ะ"

"ไม่หิวก็ต้องกิน เดี๋ยวอาจะไปหาอะไรมาให้กินเอามั้ย"

"หอมกินไม่ลง"

"หนูหอมอย่าดื้อ หนูหอมโตแล้วไม่ใช่เด็กสักหน่อย ถ้าคุณพ่อรู้ว่าหนูหอมอดอาหารเพราะท่าน แล้วมานั่งร้องไห้อยู่แบบนี้ทั้งวัน คุณพ่อจะรู้สึกยังไง"

"ปกติเวลาหอมเสียใจ หอมก็จะมีคุณพ่อคอยปลอบ แต่...ตอนนี้หอมไม่มีคุณพ่ออีกแล้ว...ฮึก!" อัคราฟคว้าเอาตัวหญิงสาวเข้ามาสวมกอดเอาไว้ แล้วลูบแผ่นหลังเล็กให้เธอเบาๆ

ในเมื่อเธอต้องการคนปลอบโยนเขาก็จะเป็นให้ แต่สำหรับต้นหอมแล้วผู้ชายตรงหน้าสำหรับเธอคือคนแปลกหน้า อยู่ๆเขาก็คว้าเอาตัวของเธอเข้าไปกอด หัวใจของต้นหอมสั่นระรัวขึ้นมาเอาดื้อๆ ตัวของเธอแข็งทื่อ เธอไม่เคยให้ผู้ชายคนไหนถูกเนื้อต้องตัวของเธอแบบนี้มาก่อน นอกจากคุณพ่อของเธอคนเดียวเท่านั้น

"เอ่อ...คุณอาปล่อยหอมก่อนค่ะ" อัคราฟไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงเกินเธอ เขาแค่อยากจะทำหน้าที่ของเขาเท่านั้น อีกอย่างยังไงผู้หญิงคนนี้ก็เป็นของเขา เรื่องนี้เขาไม่ได้เพิ่งรู้ แต่รู้มานานมากแล้ว

"เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง ไม่สบายหรือเปล่า” มือของคุณอาหนุ่มแตะลงมาที่พวงแก้มของหญิงสาวทั้งสองข้างอีกครั้ง โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ตอนนี้ใบหน้าของต้นหอมแดงก่ำมากกว่าเดิมแถมยังเลอะไปด้วยคราบน้ำตา

“หอม...หิวแล้วค่ะ” เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากตรงนี้ทันที ด้วยความเขินอายอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนไหนมาก่อน รวมถึงหัวใจของเธอที่มันกำลังเต้นแรงผิดจังหวะนี้ด้วย

อัคราฟได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กของเธอไปอย่างไม่เข้าใจ เธอทำเหมือนไม่ชอบให้เขาปฏิบัติกับเธอแบบนี้ ทั้งๆที่มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยที่อยากให้เขาปฏิบัติแบบนี้กับพวกหล่อน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจเทพบุตรจอมมาร (ซีรีย์ยอดดวงใจเทพบุตรอัลเล็นโซ่ ลำดับที่ 4)
9.0
เมื่อชื่อเสียงของตระกูลอัลเล็นโซ่ต้องมัวหมองจากข่าวฉาวในร้านอาหารพาราไดซ์ เซย์ผู้กุมอำนาจจึงต้องออกโรงสะสางและลากตัวผู้กระทำผิดมาลงทัณฑ์ ทว่าไอรินทร์กลับต้องกลายเป็นแพะรับบาปในเหตุการณ์นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อปกป้องชีวิตของบิดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียว เธอจึงยอมจำนนต่อข้อเสนออันแสนอันตรายของเขา ไอรินทร์ถูกกักขังไว้ในกรงทองที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาและอำนาจมืดของจอมมารหนุ่มที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียทวงสิทธิ์รัก
8.9
ริโอ มาเฟียผู้เพียบพร้อมตั้งกฎเหล็กต่อผู้หญิงทุกคนที่อยู่ข้างกายว่าห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาด ทว่ายอดพธูที่ถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวเพื่อฆ่าเวลากลับพลาดท่าตั้งท้องขึ้นมาจริงๆ ท่ามกลางความคาดหมายว่าเธอจะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา ท่าทีของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด เมื่อของเล่นที่ควรไร้ค่ากลับถูกยกฐานะให้กลายเป็นคนสำคัญ ริโอเริ่มทวงสิทธิ์ในตัวเธอและลูกจนน่าสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้มีดีอะไรที่ทำให้มาเฟียผู้เย็นชาตัดสินใจเลือกเธอเป็นตัวจริง
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย อิหนูของป๋า
8.3
โชคชะตาของ เวียงพิงค์ พลิกผันเมื่อบิดาแท้ๆ ตัดสินใจยกเธอให้แก่ เจ้าสัว มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและมหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนเพื่อชดใช้หนี้พนันที่ติดค้างไว้ แม้เธอจะตกหลุมรักชายหนุ่มผู้เป็นผู้อุปการะตั้งแต่แรกเห็น แต่ความรักครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะเขามีคู่หมั้นที่เหมาะสมเคียงข้างอยู่แล้ว เธอจึงต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่มีต่อป๋าเอาไว้ภายใต้สถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในโลกของมาเฟีย
หน้าปกนวนิยาย สวาทรัก อสูรร้าย
8.5
ความแค้นที่สุมอกทำให้เรียวตัดสินใจจองจำทรรศิกาไว้ในขุมนรกบนดิน เขาต้องการให้เธอชดใช้ความตายของแม่และคนรักด้วยความทรมานที่มากกว่าร้อยเท่า ชายหนุ่มใช้ชีวิตของแม่เธอเป็นเครื่องต่อรอง บีบคั้นให้หญิงสาวต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการคุกคามที่ไร้ความเมตตา ทรรศิกาทำได้เพียงยอมจำนนต่ออสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนไหวก็ตาม