ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นมาเฟีย

คู่หมั้นมาเฟีย

อัคราฟ มาเฟียหนุ่มวัย 38 ปี ผู้เคร่งขรึมแต่แสนดี ต้องมารับหน้าที่ดูแล ต้นหอม หลานสาวนอกไส้ผู้น่ารักวัย 22 ปี ตามคำสั่งเสียในพินัยกรรมของบิดาเธอ พันธะสัญญาลูกผู้ชายระหว่างเขากับพี่ชายบุญธรรมกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มั่นคง เมื่อหน้าที่ของเขาคือการปกป้อง ส่วนหน้าที่ของเธอคือการเข้าพิธีวิวาห์กับเขา ทั้งคู่ต้องร่วมกันสานต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางความรักที่แสนหวานและอบอุ่นหัวใจในสไตล์โคแก่กินหญ้าอ่อนที่เน้นความฟินแบบจัดเต็ม
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 เปิดพินัยกรรม

2 วันผ่านไป ต้นหอมใช้เวลาสองวันอยู่กับสิ่งที่คุณอาพูด เธอทบทวนตัวเองจนจิตใจที่เศร้าโศกตอนนี้เริ่มดีขึ้น ถ้าหากเธอยังคงจมอยู่กับความเศร้า คุณพ่อของเธออาจจะเป็นห่วง...

วันนี้คุณทนายเดินทางมาที่บ้านของต้นหอมอีกครั้ง เพื่อทำการเปิดพินัยกรรม ตามที่คุณมิลอัลได้เขียนและลงนามเอาไว้

บรรยากาศภายในบ้านตอนนี้ก็ไม่ได้มีคนอื่นเลย มีแค่คุณทนายที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง ต้นหอมลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณมิลอัลเจ้าของพินัยกรรมที่กำลังจะเปิดอ่านในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ อัคราฟน้องชายบุญธรรมที่รักพี่ชายยิ่งกว่าชีวิต และลูกน้องของอัคราฟที่ติดตามมาจากอิตาลีด้วยสองคน

ทั้งหมดมารวมตัวกันในห้องนั่งเล่นของบ้าน โดยมีคุณทนายกำลังเปิดพินัยกรรมอ่าน มีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้...

“ข้าพเจ้า มิลอัล คาลซิโดนี ขอยกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าให้กับ คารีน่า คาลซิโดนี ลูกสาวของข้าพเจ้าและ อัคราฟ คริสโซเพลส น้องชายบุญธรรมของข้าพเจ้าสองคนนี้เท่านั้น โดยแบ่งทรัพย์สินคนละครึ่งดังนี้”

คุณทนายหยุดอ่านรายการแจกแจงทรัพย์สิน เพราะรายการทรัพย์สินทั้งหมดค่อนข้างเยอะมาก จึงหันมาอ่านอีกท่อนหนึ่งแทน

“ทรัพย์สินทั้งหมดก่อนที่ผู้รับจะได้รับตามกฎหมาย โดยมีเงื่อนไขดังนี้ ข้อที่หนึ่ง อัคราฟ คริสโซเพลส และ คารีน่า คาลซิโดนี หรือ ต้นหอมจะต้องแต่งงานและอยู่กินกันฉันสามีภรรยาจนกว่าจะครบสองปีเต็ม นับจากวันที่จดทะเบียนสมรส จึงจะถือว่าข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ได้ตั้งไวสำเร็จเสร็จสิ้นลง แต่ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมแต่งงาน ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกบริจาคเป็นของการกุศลทันที”

เมื่อจบประโยคนี้ของคุณทนาย สีหน้าของต้นหอมเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เธอไม่ได้คิดอะไรก่อนมานั่งฟัง แต่สิ่งที่เธอได้ฟังทำให้เธอเลือกที่จะแย้ง ถ้าจะคิดว่าเธอเสียมารยาทเธอก็ยอม

“ทำไมคุณพ่อต้องเขียนพินัยกรรมแบบนี้ขึ้นมาด้วยคะ” เสียงของต้นหอมเอ่ยขึ้นตัดพ้อ เธอไม่เข้าใจเพราะอะไรคุณพ่อถึงแบ่งทรัพย์สินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดให้กับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักด้วย แถมยังมีเงื่อนไขที่เธอไม่ชอบอีกด้วย

“ผมขออ่านต่อนะครับคุณหนู” คุณทนายทองเอกขออ่านต่อเพราะรายละเอียดทั้งหมดยังไม่จบแค่นี้

“เชิญครับคุณทนาย” คุณอาหนุ่มนั่งหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆเอ่ยขึ้นพร้อมกับผายมือเชิญคุณทนายอ่านต่อให้จบ

“ถ้าหากบุคคลใดคิดว่าระยะเวลาเงื่อนไขในหนังสือพินัยกรรมฉบับนี้สองปีนานเกินไป ข้าพเจ้าจึงได้เขียนเงื่อนไขข้อที่สองขึ้นเพื่อเป็นทางเลือก”

“อะไรคะคุณทนาย”

“ถ้าหาก อัคราฟ คริสโซเพลส ทำให้ คารีน่า คาลซิโดนี สามารถมีบุตรหรือเลือดเนื้อเชื้อไขเกิดขึ้นมาบนโลกได้ ก็จะถือว่าเงื่อนไขทุกข้อได้สำเร็จจบลงทันที”

“นี่มันอะไรกันคะ! ทำไมคุณพ่อถึงเขียนอะไรแบบนี้” ต้นหอมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณพ่อของเธอจะอยากให้เธอมีคนดูแลมากขนาดนี้ ในเมื่อเธอเองก็โตแล้วสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้ว

“คุณหนูครับ นายท่านรักคุณหนูมากนะครับ นายท่านอยากให้คุณหนูมีคนดูแลที่ไว้ใจได้” เสียงคุณทนายเอ่ยบอก ส่วนคุณอาหนุ่มเขานั่งมองมาที่ใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ ไม่มีใครรู้ว่าดวงตาดุสีฟ้าที่กำลังมองมาที่เธออยู่นั้น เขากำลังคิดอะไรอยู่

“คุณพ่อเขียนอะไรอีกมั้ยคะ”

“มีจดหมายถึงคุณหนูด้วยครับ”

“คุณทนายอ่านเลยครับ” เป็นเสียงของคุณอาหนุ่มเพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชายบุญธรรมของเขาเขียนอะไรถึงลูกสาว คุณทนายจึงหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาแล้วเริ่มอ่าน

“หนูหอมลูกรัก พินัยกรรมฉบับนี้ที่พ่อเขียนขึ้นมา พ่อแค่อยากให้ลูกสาวของพ่อมีคนดูแล ทั้งปัจจุบันและอนาคต พ่อหวังว่าลูกจะไม่โกรธพ่อ พ่ออยากให้หอมยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด สุดท้ายนี้...วันที่หอมได้อ่านจดหมายฉบับนี้ พ่อคงไม่ได้อยู่กับหอมแล้ว พ่อขอให้หอมมีความสุขในทุกๆวัน...จากพ่อ” ด้านล่างของจดหมายมีลงนามบันทึกชื่อไว้เรียบร้อย

“หมดแล้วเหรอคะ”

“หมดแล้วครับ”

“คุณอา...ยอมเหรอคะ” ต้นหอมหันมาถามคุณอาหนุ่มที่นั่งทำหน้าเฉยๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“อายอม...” เขาตอบคำถามแค่เพียงสั้นๆเท่านั้น แต่ก็ได้ใจความทั้งหมด

“ทำไมถึงยอมคะ”

“เพราะมันเป็นหน้าที่ของอา” เธอไม่อยากให้การแต่งงานในชีวิตของเธอเกิดขึ้นเพราะหน้าที่ เธอยังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในความรักอยู่ การแต่งงานถ้าปราศจากความรักสำหรับเธอมันคงไม่มีความหมาย

“แต่หอมไม่ยอมค่ะ หอมไม่แต่ง หอมกับคุณอาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะแต่งงานกันได้ยังไงคะ” เธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน อยู่ๆจะให้เธอแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ได้ยังไง

“อารู้จักหนูหอมตั้งแต่หนูหอมตัวเล็กๆ” คุณอาหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขารู้ว่าวันนี้ยังไงก็จะต้องมาถึง เพราะชีวิตของเขามีไว้ให้ตระกูลคาลซิโดนีมาตลอด ด้วยคำสัญญาลูกผู้ชายเมื่อสิบกว่าปีก่อน แล้วเขาก็ยังคงรักษาสัญญานี้ไว้เป็นอย่างดี สัญญาการหมั้นหมายระหว่างเขากับเธอ

“แต่หอมไม่รู้จักคุณอา!” ยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักเด็ดขาด

“ถ้าหนูหอมไม่ยอมแต่ง ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของการกุศลทันทีนะ คิดให้ดีก่อน” หญิงสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณพ่อของเธอมีอะไรที่เป็นทรัพย์สินบ้าง เธอรู้แค่ว่าครอบครัวของเธอไม่ได้ลำบากเพราะมีเงินเก่ากินเท่านั้น แต่สิ่งที่เธอรู้มามันผิด...

“แค่บ้านหลังเดียว เดี๋ยวหอมทำงานเก็บเงินซื้อเอาใหม่ก็ได้” เธอเห็นแค่ไหนก็คิดว่าคงมีแค่นั้น สิ่งที่เธอเห็นมีบ้านและรถยนต์สองคันเท่านั้น

ชีวิตของเธอไม่ได้หรูหราแต่ก็อยู่อย่างสบาย อยากได้อะไรเธอก็ได้ ไม่เคยลำบากตั้งแต่เล็กจนโต ซึ่งเธอไม่เคยระแคะระคายเลยว่า คุณพ่อของเธอที่ไม่ได้ทำงานแต่กลับมีเงินจากไหนมาให้เธอจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบาย

“คุณทนายครับ ผมขอเอกสาร ฉบับที่ระบุแจกแจงทรัพย์สินหน่อยครับ” คุณทนายยื่นเอกสารฉบับนั้นให้กับอัคราฟ จากนั้นเขาจึงยื่นต่อให้หลานสาว ใบหน้าของเธอยังคงมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจอยู่

“อ่านครับ หนูหอม คุณทนายคงอ่านให้ฟังไม่หมดภายในวันนี้ หนูหอมเอาไปอ่านเอาเองแล้วกันนะ” ต้นหอมรับเอาเอกสารใบนั้นมาถือไว้ เธอกวาดสายตามองลงไปในเอกสารคร่าวๆ

“นี่มันอะไรกันคะ คุณพ่อของหอมไม่ได้ทำงาน ธุรกิจก็ไม่มี แต่ทำไมทรัพย์สินกับเงินสดในบัญชีถึงได้มากมายขนาดนี้คะ” สิ่งที่เธอเห็นในเอกสารคร่าวๆทำให้เธอตั้งคำถาม โดยมองหน้าคุณอาหนุ่มที มองหน้าคุณทนายที เพราะสิ่งที่เธอรู้มากับทรัพย์สินทั้งหมดในเอกสารมันสวนทางกัน

“ตกลงหนูหอมจะยอมแต่งงานกับอามั้ย” คุณอาหนุ่มยังไม่ยอมตอบคำถามนี้ตราบใดที่เธอยังไม่ยอมรับเงื่อนไข ส่วนตัวของเขาอยากให้เธอค่อยๆรู้ทีละเรื่องเพราะสิ่งที่เธอต้องรู้เธออาจจะรับมันไม่ได้ก็ได้

“หอมยอมแต่งก็ได้ค่ะ แต่ยังไงหอมก็ไม่มีทางยอมมีลูกกับคุณอาเด็ดขาด แค่สองปี แบ่งทรัพย์สินคนละครึ่งจากนั้นก็ทางใครทางมัน” ต้นหอมคิดในใจว่าเธอจะยอมแต่งงานแค่ในนามเท่านั้น

คำตอบของเธอทำให้ใบหน้าของทุกคนกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาเพราะนี่แหละคือสิ่งที่คุณพ่อของเธอและทุกคนต้องการ

ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของอัคราฟเอง ที่ต้องเป็นฝ่ายทำให้เธอรักและยอมอยู่กับเขาให้ได้ เพื่อให้เขาได้ดูแลเธอตลอดไป

ทั้งหมดนี้มันคือความหวังดีของทุกคนที่มีต่อเธอ ไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝง เพียงแต่สิ่งที่เขาต้องทำไปทั้งหมดก็เพื่อตอบแทนบุญคุณของมิลอัลคุณพ่อของเธอเท่านั้น

เนื้อความในพินัยกรรมเห็นได้ชัดว่า มิลอัล คุณพ่อของต้นหอม ไม่ได้คิดจะผูกมัดด้วยเงื่อนไขนี้ไปตลอดชีวิต แต่ท่านแค่อยากให้ทั้งสองได้ใช้เวลาสองปีอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยา มีเอกสารสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อศึกษาดูใจกันก่อน เมื่อครบกำหนดสองปี ก็สุดแล้วแต่คนสองคนจะตัดสินใจ

ส่วนเรื่องทรัพย์สินที่แบ่งให้คนละครึ่งนั้น บ่งบอกว่ามิลอัลก็รักน้องชายคนนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากลูกชายเลยสักนิด สิ่งที่ผ่านมาอัคราฟย่อมรู้ดีว่ามิลอัลเป็นคนยังไง แล้วอย่างนี้เขาจะปฏิเสธการดูแลสิ่งที่พี่ชายรัก ที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งชีวิตบนโลกได้อย่างไร

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจเทพบุตรจอมมาร (ซีรีย์ยอดดวงใจเทพบุตรอัลเล็นโซ่ ลำดับที่ 4)
9.0
เมื่อชื่อเสียงของตระกูลอัลเล็นโซ่ต้องมัวหมองจากข่าวฉาวในร้านอาหารพาราไดซ์ เซย์ผู้กุมอำนาจจึงต้องออกโรงสะสางและลากตัวผู้กระทำผิดมาลงทัณฑ์ ทว่าไอรินทร์กลับต้องกลายเป็นแพะรับบาปในเหตุการณ์นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อปกป้องชีวิตของบิดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียว เธอจึงยอมจำนนต่อข้อเสนออันแสนอันตรายของเขา ไอรินทร์ถูกกักขังไว้ในกรงทองที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาและอำนาจมืดของจอมมารหนุ่มที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียทวงสิทธิ์รัก
8.9
ริโอ มาเฟียผู้เพียบพร้อมตั้งกฎเหล็กต่อผู้หญิงทุกคนที่อยู่ข้างกายว่าห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาด ทว่ายอดพธูที่ถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวเพื่อฆ่าเวลากลับพลาดท่าตั้งท้องขึ้นมาจริงๆ ท่ามกลางความคาดหมายว่าเธอจะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา ท่าทีของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด เมื่อของเล่นที่ควรไร้ค่ากลับถูกยกฐานะให้กลายเป็นคนสำคัญ ริโอเริ่มทวงสิทธิ์ในตัวเธอและลูกจนน่าสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้มีดีอะไรที่ทำให้มาเฟียผู้เย็นชาตัดสินใจเลือกเธอเป็นตัวจริง
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย อิหนูของป๋า
8.3
โชคชะตาของ เวียงพิงค์ พลิกผันเมื่อบิดาแท้ๆ ตัดสินใจยกเธอให้แก่ เจ้าสัว มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและมหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนเพื่อชดใช้หนี้พนันที่ติดค้างไว้ แม้เธอจะตกหลุมรักชายหนุ่มผู้เป็นผู้อุปการะตั้งแต่แรกเห็น แต่ความรักครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะเขามีคู่หมั้นที่เหมาะสมเคียงข้างอยู่แล้ว เธอจึงต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่มีต่อป๋าเอาไว้ภายใต้สถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในโลกของมาเฟีย
หน้าปกนวนิยาย สวาทรัก อสูรร้าย
8.5
ความแค้นที่สุมอกทำให้เรียวตัดสินใจจองจำทรรศิกาไว้ในขุมนรกบนดิน เขาต้องการให้เธอชดใช้ความตายของแม่และคนรักด้วยความทรมานที่มากกว่าร้อยเท่า ชายหนุ่มใช้ชีวิตของแม่เธอเป็นเครื่องต่อรอง บีบคั้นให้หญิงสาวต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการคุกคามที่ไร้ความเมตตา ทรรศิกาทำได้เพียงยอมจำนนต่ออสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนไหวก็ตาม