
เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
เลิฟแห่งตระกูลใหญ่ ตอนที่ 1
บทที่ 1
บทที่1-จูบที่น่าหวาดหวั่น
บนโต๊ะเหล้านั้นมีเพียงเสียงพูดคุยกันไปมา เมื่อเหล้าได้ลงท้องแล้ว ท่ามกลางเสียงพูดคุยหัวเราะเฮฮานั้นมีเพียงเขาที่ถึงจะรู้ว่ารสชาติในนี้นั้น บางทีก็ขม บางทีก็หวาน
ตอนที่หรงหลิงออกมาจากงานสังสรรค์นั้น ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว วันนี้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมองใบหน้าที่อยู่บนโต๊ะสังสรรค์นั้น มีบางคนที่คุ้นเคย และก็มีบางคนที่เพิ่งจะได้รู้จัก ท่ามกลางความเลือนราง เห็นได้ชัดว่าไม่มีความจริงใจ หรือจะพูดว่าดูน่าเกลียดก็ได้ โดยปกติแล้วเขาที่มาสังสรรค์กับคนเหล่านี้ก็เพื่อที่จะมาปลดปล่อย แต่ว่าวันนี้เขาก็ไม่มีอารมณ์จริงๆ เมื่อยกแก้วตรงหน้าของตนดื่มจนหมดแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืน
นี่ก็ตัดสินใจว่าจะไปแล้ว!
เมื่อเขาลุกขึ้นยืน คนอื่นๆ ก็ต่างทยอยลุกขึ้นตาม งานสังสรรค์คืนนี้ก็คนที่เชิญมาก็คือเขา เมื่อเขาไม่อยากอยู่ร่วมต่อ แน่นอนว่างานเลี้ยงในครั้งนี้ก็ต้องจบลง
“ท่านประธานหรง จะไปแล้วเหรอครับ” คนหนึ่งพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
หรงหลิงปรายตามองคนคนนั้นครู่หนึ่ง รับเสื้อสูทจากเขามาสวม แล้วก้าวเดินออกไปข้างนอกโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา และแน่นอนว่าต้องมีนักธุรกิจคนอื่นๆ ที่อยากจะประจบเขาคอยเปิดประตูรอไว้อยู่แล้ว
ท่าทางของหรงหลิงสง่างามราวกับพยัคฆ์ที่กำลังกวาดตามองอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง เดินนำหน้าคนเหล่านั้นด้วยความพึงพอใจ ส่วนคนอื่นๆ ต่างสวมใส่ชุดสูทของตน แล้วเดินตามหลังเขาด้วยความระมัดระวัง
ตอนนี้หรงหลิงอยู่ในคลับที่ชื่อ “ฮาฟแอสลีฟ” (Half-asleep) เป็นคลับที่ใหญ่ที่สุดของเขต J และเป็นคลับที่ครบวงจรที่สุด ในคลับแห่งนี้รวมไว้ด้วยร้านอาหาร โรงแรม ห้องประชุม ห้องคาราโอเกะ ซาวน่า ฟิตเนส หรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็นสถานที่ที่ได้รวมรวมแหล่งบันเทิงมากมายเอาไว้ที่นี่ทั้งหมด แม้กระทั่งการพูดคุยธุรกิจก็ยังสามารถทำได้ที่นี่
และห้องส่วนตัวที่กลุ่มคนเหล่านี้อยู่นั้น ก็เป็นห้องเพรสซิเด็นเชียลสวีท เป็นห้องที่รู้กันภายใน ไม่ใช่ห้องที่ใครๆ จะสามารถเข้าออกได้ง่ายๆ แม้กระทั่งทางเดินหน้าห้องนี้ก็เงียบสงบ เหมาะสมตามระดับของผู้นำ
ตอนที่หรงหลิงเปิดประตูออกมานั้น ตรงบริเวณทางเดินก็ยังคงเงียบสงบ และไฟก็มืดสลัว ในขณะที่ต้องรักษาความเป็นส่วนตัวของแขกนั้น ก็ยังคงกลิ่นอายของความหรูหราไว้ เขาค่อยๆ ก้าวเดินออกไปจากในห้อง หันร่างกลับ แต่ทันใดนั้นก็หยุดชะงักฝีเท้าลง อึ้งไปครู่หนึ่ง
ท่ามกลางแสงไฟทมืดสลัวสีเหลืองรางจากโคมไฟยุคสมัยประมาณปี 1970 – 1980 ทำให้เห็นเงาร่างของผู้นั้นอย่างไม่ค่อยชัดเจนนัก ในสถานที่ที่ลึกลับแห่งนี้ ราวกับว่าเมื่อครู่นี้ที่เดินผ่านมาจะมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ หญิงสาวที่ราวกับว่าออกมาจากภาพวาด
ใบหน้างดงามราวหยกขาว ผสมสีแดงฝาดจนน่าดึงดูด ช่างตรงกับคนโบราณที่กล่าวไว้ว่า “มีน้ำมีนวล” อย่างมาก ดูเป็นธรรมชาติ และก็ดูงดงามเกินธรรมชาติในเวลาเดียวกัน ใบหน้าเรียวรูปไข่ ล้อมกรอบด้วยผมยาวประบ่าสีดำ ผิวที่ว่าขาวก็ขาว ผมดำก็ดำสนิทราวกับนิล ดูตัดกันอย่างชัดเจน ทำให้เธอน่าดูมีเสน่ห์อย่างสมบูรณ์แบบ
เธอหลุบตาลงต่ำจนไม่อาจมองเห็นดวงตาคู่นั้นได้ชัดเจน ทำให้มองเห็นแค่เพียงขนตาที่งอนยาวเป็นแพของเธอที่กำลังกะพริบไปมาราวกับปีกผีเสื้อ ท่าทางระมัดระวังราวกับกลัวว่าจะไปรบกวนใครเข้า ค่อยๆ ขยับน้อยๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า จมูกของเธอก็ดูเล็กๆ เหมือนดวงหน้าขาวนวลนั่น อีกทั้งยังโด่งมาก สมบูรณ์แบบเสียจนทำให้คนตกตะลึง อีกทั้งริมฝีปากบางที่อยู่ใต้จมูกกลับแดงระเรื่ออย่างน่ารักทั้งๆ ที่ไม่ได้แต่งเติมด้วยลิปสติก ดูสวยสดงดงามยิ่งกว่าผลเชอร์รี่ที่สุกปลั่งได้ทีเสียอีก
หรงหลิงรู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นเริ่มที่จะร้อนรุ่มขึ้นมาเสียแล้ว เขารู้ดีว่า นี่ไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาดื่มมาแน่ๆ ระดับการดื่มของตัวเองนั้นเขารู้ดี เหล้าเพียงแค่นั้นก็ไม่ถึงกับทำให้เขาเมาได้!
ผู้หญิงคนนั้นไม่สูงมาก ความสูงของหรงหลิงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรกว่าๆ เกือบจะร้อยเก้าสิบเซนต์ ผู้หญิงคนนี้ดูแล้วน่าจะสูงประมาณระดับอกของเขา อย่างนั้นก็น่าจะประมาณ 163 – 164 ได้ เธอสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ส่วนล่างสวมด้วยกระโปรงลายดอกไม้เล็กๆ สีฟ้า ดูแล้วช่างสดใสเสียจนทำให้ผู้คนหลงใหล เธอก็ยังคงก้มหน้าลง มีเพียงมือคู่เล็กราวหยกที่บิดไปมา ท่าทางดูราวกับตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย แต่กลับทำให้เขาไม่เข้าใจว่าเธอกำลังตื่นเต้นอะไร!
ราวกับรับรู้ได้ว่ามีสายตาร้อนแรงกำลังจ้องมองมาที่ตน หญิงสาวจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา
ร่างกายแข็งแกร่งของหรงหลิงสั่นไหวขึ้นมาน้อยๆ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ดวงตาคู่สวยที่ดูน่าสงสาร ดวงตาดำสนิทที่ดูลึกล้ำเสียจนไม่เห็นก้นบึ้ง ราวกับจะทำให้ผู้คนหลงใหลเข้าไปในดวงตาคู่นั้น
เมื่อสบเข้ากับสายตาของเขา เธอก็ดูเหมือนจะร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อย ริมฝีปากเล็กสีชมพูนั้นค่อยๆ เปิดออกเล็กน้อย ราวกับอยากจะพ่นลมหายใจ แต่ก็กลับไม่ได้พ่นออกมา ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึกหลงใหล อยากจะเข้าไปจูบปากเล็กน่ารักนั่น
ดวงตาของเธอกลอกไปกลอกมา ราวกับกวางน้อยที่ถูกทำให้ตกใจกลัว ไม่รู้ควรจะทำอย่างไรดี อีกทั้งยังขยับไม่ได้
มุมปากของหรงหลิงค่อยๆ ยกขึ้นน้อยๆ เป็นเวลานานแล้วที่เขาไม่ได้พบเหยื่อที่น่าสนใจเช่นนี้! แต่ว่า...ดูแล้วเธอยังเด็กนัก...ยังไม่น่าจะโตขนาดนั้น
เขาที่หยุดฝีเท้าลง ทำให้คนที่เดินตามมานั้นสนใจ ทุกคนมองออกไปด้านนอกด้วยความรู้สึกแปลกใจ เป็นอะไรกันแน่ที่ทำให้ท่านประธานหรงผู้สูงส่งพูดน้อยคนนี้สนใจได้ ตอนนั้นเอง ผู้ชายคนหนึ่งก็หันหน้ามองไปมองมาอย่างรีบร้อนจนเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ในใจก็รู้สึกยินดีขึ้นมา แล้วหันกลับมามองประธานหรงที่หยุดฝีเท้าลงอีกครั้ง ใบหน้าก็ปรากฏความยินดีขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ชายวัยกลางคนแทรกตัวเข้ามาอย่างอาจหาญ เพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็เดินเข้ามาถึงตรงหน้าของหญิงสาวแล้ว เขายิ้มตาหยีพลางจูงมือของสาวน้อยคนนั้น “เมิ่งเมิ่ง มัวแต่ยืนทำอะไรตรงนั้น รีบออกมามาหาท่านประธานหรงเร็วเข้า!”
ไม่รอคำอธิบาย ชายวัยกลางคนผู้นั้นก็ดึงร่างของหลินเมิ่งให้ออกมาข้างหน้า ออกแรงดันร่างของเธอให้ไปอยู่ตรงหน้าของหรงหลิง เธอก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ในใจกระวนกระวาย จึงทำให้ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย เมื่อชายวัยกลางคนออกแรงดันอีกครั้ง ก็ทำให้เธอไม่สามารถทรงตัวได้ ร่างจึงถลาไปข้างหน้าทันที
“อ๊ะ......”
เธอส่งเสียงต่ำออกมา ดวงตาที่หลุบลงทันใดนั้นก็เบิกกว้างขึ้น เป็นเพราะว่าตอนนี้สิ่งที่เธอล้มใส่นั้นคือแผ่นอกของผู้ชายคนที่มองเธอเมื่อครู่นี้
หรงหลิงยังไม่ทันยื่นมือออกไปรับเธอ เธอก็ดูราวกับกระต่ายตัวน้อยที่ตื่นตกใจ รีบร้อนผลักแผ่นอกของเขาออกแล้วยืนขึ้น พูดขอโทษออกมาไม่หยุด “ขอโทษค่ะ...ขอโทษค่ะ.....”
เสียงของเธอไพเราะอย่างนึกไม่ถึง ฟังดูราวกับเสียงนกร้องอย่างไรอย่างนั้น ฟังแล้วทำให้ผู้คนรู้สึกเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก เธอก้มหน้าลง เผยให้เห็นลำคอขาวเนียนดุจรากบัว ทั้งขาวทั้งเล็ก อีกทั้งราวกับว่ามีกลิ่นหอมละมุนโชยออกมา เขาค้นพบว่าลำคอของเธอ รวมไปถึงแผ่นหลังของเธอนั้น ขาวเนียนเหมือนกับส่วนของใบหน้า ดูนุ่มนวลมีเสน่ห์
ชายวัยกลางคนที่ได้เห็นภาพฉากที่เหนือความคาดหมายของเขา อีกทั้งยังสมบูรณ์แบบเพอร์เฟคเช่นนี้ มุมปากพลันผุดรอยยิ้มขึ้น แล้วแกล้งทำเป็นเอ่ยคำขอโทษกับหรงหลิง “ท่านประธานหรง ต้องขอโทษด้วยครับ ลูกสาวผมก็เป็นอย่างนี้ พบคนแปลกหน้าก็รู้สึกตื่นเต้น คนจิตใจกว้างขวางอย่างคุณอย่าได้เก็บเอามาใส่ใจเลยนะครับ!”
“ไม่หรอก” หรงหลิงรีบตอบออกไปทันที น้ำเสียงที่ใช้ก็เบามาก เขาก็ทำให้หญิงสาวที่เหมือนกับกวางน้อยคนนี้ตกใจแล้วเช่นกัน รู้สึกว่าอารมณ์ของตัวเองก็ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นี่อาจจะ...เป็นเพราะว่าอยู่ๆ เขาก็ได้พบกับหญิงสาวที่ตรงกับใจของเขาก็ได้
หลินเมิ่งรีบเงยหน้าขึ้นมาในทันที มองเขาด้วยความแปลกใจ
ท่านประธานหรง!? เป็นเขาเหรอ!? ดูเด็กมากเลยนะ ดูเหมือนว่าอายุยังจะไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ!
เธอยืนอยู่ตรงหน้าของเขา ใบหน้าของทั้งสองคนห่างกันไม่ถึงคืบ ทำให้ทั้งสองมองเห็นใบหน้าของกันและกันได้อย่างชัดเจน
เธอเบิกดวงตาที่เต็มไปด้วยม่านหมอกนั่นจ้องมองไปที่เขา ดวงตาที่แทบจะหยดหยาดน้ำตาลงมาอย่างน่าสงสาร ตอนนั้นเองเขาถึงจะเห็นว่าดวงตาคู่นั้นของเธอรียาวเป็นอย่างมาก ท่ามกลางขนตางอนยาวราวพัดคลี่นั้นทำให้ดวงตายาวรีคู่นั้นมีเสน่ห์อย่างน่าดึงดูดมากขึ้นไปอีก ทำให้เขานึกถึงปีศาจจิ้งจอกที่มักจะพบได้ในนิยายจีนโบราณแนวแฟนตาซีทั่วไป!
ดวงตาที่ใสซื่อทว่ามีเสน่ห์อย่างไม่รู้ตัว ใบหน้างดงามราวกับหยก ริมฝีปากแดงที่ขบกัดกันน้อยๆ ราวกับอยากจะพูดออะไรออกมานั้นปรากฏเด่นชัดท่ามกลางกลุ่มผมสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก ใบหน้าที่ปรากฏขึ้นในสายตาของหรงหลิงยามนี้ ทำให้เขานึกถึงคำสามคำขึ้นมา...งาม เย้า ยวน
ความบริสุทธิ์และความเย้ายวนต่างก็รวมอยู่ในร่างของคนคนเดียว ก็คือเธอคนนี้ ถ้าหากว่าเธออยู่ในสมัยโบราณล่ะก็ เกรงว่าคงจะได้รับการเลี้ยงดูทะนุถนอมเป็นอย่างดีแน่ๆ ยามที่เป็นสาวน้อย คงถูกเก็บตัวอยู่ในห้องหอไม่ให้ผู้ใดได้พบเห็น ยามที่ออกเรือน ก็ต้องเป็นเอก ไม่มีทางที่จะเป็นรองให้ผู้ใด แต่เมื่ออยู่ในยุคปัจจุบันที่เป็นสังคมวัตถุนิยมเช่นนี้ ก็กลัวแต่ว่าเธอจะถูกผู้คนกลืนไปเสียแล้ว!
หลินป้าว ชายวัยกลางคนผู้นั้นพึงพอใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นหรงหลิงจ้องมองหลินเมิ่งด้วยความสนใจ จึงพูดขึ้นยิ้มๆ ว่า “ท่านประธานหรง คุณเพิ่งจะมาที่นี่เป็นครั้งแรก ถ้าอย่างนั้นให้ลูกสาวของผมเมิ่งเมิ่งไปเดินเล่นเป็นเพื่อนคุณไหมครับ เธอก็คุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างมาก ฮ่าๆ......”
พูดไปก็พลางดันร่างของหลินเมิ่งให้ไปข้างหน้าอีกก้าว ผลักร่างของเธอจนเข้าสู่อ้อมกอดของเขา นัยยะของการกระทำนี้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว ร่างของหลินเมิ่งยิ่งสั่นรุนแรงมากขึ้น ริมฝีปากบางก็เริ่มสั่นเทาขึ้นมาน้อยๆ ดูเหมือนดอกไม้สองดอกที่กำลังสั่นไหวไปด้วยหยาดน้ำฝนยามค่ำคืน ทั้งดูน่ารักและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน
หรงหลิงมองหลินป้าวครู่หนึ่ง รับข้อเสนอจากชายที่มีรอยยิ้มประจบประแจงและดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารนาอย่างหลินป้าวด้วยความดูแคลน หลินป้าวคนนี้ คงหวังตำแหน่งจากเขาสินะ!? ย่าตงกรุ๊ปที่อยู่ภายใต้ชื่อของเขาต้องการที่จะเปิดตลาดในเมือง J เพื่อสร้างฐานการลงทุนที่แข็งแรง ในขณะเดียวกันก็ต้องการสร้างอำนาจที่ยิ่งใหญ่ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างหลินป้าวคนนี้ แน่นอนว่าการที่เขายื่นข้อเสนอออกมาเช่นนี้ก็คงเพราะต้องการผลประโยชน์ ลูกสาวของเขาคนนี้คงถูกส่งมาเพื่อเป็นของกำนัลแน่! เรื่องที่มอบลูกสาวให้ในวงการธุรกิจก็ถือเป็นเรื่องที่ปกติทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่ผู้หญิงคนนี้ อ้อ ไม่สิ ควรจะพูดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ เป็นลูกสาวแท้ๆ ของหลินป้าวอย่างนั้นเหรอ?
“เธอชื่ออะไร” เขาถามขึ้น
น้ำเสียงของเขามีทั้งความสุขุมและนุ่มลึก ให้ความรู้สึกราวกับไวน์องุ่นชั้นดี ที่ทำให้ผู้คนหลงใหลมัวเมาได้อย่างง่ายดาย
หลินเมิ่งเลียริมฝีปากของตัวเอง กดเก็บความกระวนกระวายไว้ในใจ ตอบออกไปด้วยเสียงเบาว่า “หลินเมิ่ง แซ่หลินที่แปลว่าต้นไม้ เมิ่งที่แปลว่าความฝันค่ะ”
เขายิ้มออกมาน้อยๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เป็นการแนะนำตัวที่น่ารักดี
“ลูกสาวของคุณน่ารักดี” เขาชายตามอง แล้วพูดกับหลินป้าว
ใบหน้าของหลินป้าวพลันเป็นประกายสดใส หัวเราะฮ่าๆ ออกมา
สายตาเห็นหรงหลินก้าวเดินออกไปแล้ว หลินป้าวจึงรีบร้อนดันร่างของหลินเมิ่งออกไป หลินเมิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ทำให้หลินป้าวต้องจ้องมองเธออย่างเงียบๆ ทำท่าบุ้ยปากไปทางที่หรงหลิงเดินออกไป หลินเมิ่งถึงได้ส่งเสียง “อ่า” ออกมาต่ำๆ เสียงหนึ่ง ราวกับเพิ่งตื่นขึ้นมาจากความฝัน เท้าเล็กๆ รีบก้าวเดินตามเขาไป
เมื่อได้ยืนเสียงฝีเท้าถี่ๆ ที่เดินตามหลังมา มุมปากของหรงหลิงก็ยกขึ้นน้อยๆ ดวงตาทั้งคู่ซ่อนเร้นด้วยประกายลึกลับ ซึ่งดูขัดกับโครงหน้าคมสง่างามของเขาอย่างชัดเจน ประกายตาที่ทำให้คนต้องตกตะลึง ในนั้นยังแอบซ่อนไว้ด้วยแววดุร้ายของสัตว์ป่า สัตว์ป่าที่เตรียมพร้อมเผยกรงเล็บออกมาได้ทุกเมื่อ!
คนที่เหลือนั้นก็ยังไม่ได้เดินตามมา ในใจของทุกคนต่างก็รู้ดีถึงตัวตนของเด็กสาวคนนั้น!
เมื่อหรงหลิงออกมาจากประตูคลับแล้ว รถลีมูซีนสีดำสนิทเป็นประกายคันหนึ่งก็ค่อยๆ ขับมาหยุดลงตรงหน้าของเขา ลูกน้องคนสนิทลงมาจากรถเปิดประตูให้ เมื่อเห็นเขาเข้าไปในรถแล้ว คนผู้นั้นจึงจะปิดประตูลงตามความเคยชิน แต่กลับเห็นมือของเขาผลักมันออกมาเสียก่อน เช่นนั้นจึงได้แต่นิ่งอึ้งไป รีบชักมือกลับ ยืนอยู่ข้างตัวรถด้วยความเคารพ สายตาจับจ้องตรงประตูทางเข้าของคลับนั้น
ตอนนั้นเองที่เขาเห็นเด็กสาวที่มีหน้าตางดงามราวกับออกมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ในยุค 1960 – 1970 ท่าทางทั้งหมดของเธอดูสง่างามและไว้ตัวราวกับมาจากชนชั้นสูง ในใจของติงจงตกตะลึง รีบร้อนยืนตัวตรง ก้มหน้าก้มตาลง ขับไล่ความรู้สึกหลงเสน่ห์ออกไป และรวมรวมสติรอรับการมาของหลินเมิ่ง
ตอนนั้นเอง หลินเมิ่งก็ได้มาหยุดอยู่ข้างหลังของหรงหลิงโดยไม่รู้ตัวแล้ว
เธอเดินเข้าไปใกล้เขาทีละก้าวๆ ด้วยความลังเล ผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่ในรถด้วยท่วงท่าสบายๆ ไม่หันมามองเธอเลยแม้แต่น้อย ทำให้เห็นเพียงแค่ใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาของเขา แต่ความหล่อนั้นไม่ได้หล่อตามแบบฉบับอุดมคติทั่วไป แต่เป็นความหล่อที่ออกมาจากข้างใน หล่อแบบคนที่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หล่อแบบมีความสง่าอยู่ในนั้น นี่เป็นคำพูดที่พ่อของเธอพูดถึงหรงหลิง คนที่เธอ...จะต้อง...แต่งงานด้วย! ความหล่อของเขานั้นทำให้เธอคาดไม่ถึง และเหนือความคาดหมายของเธอไปมาก แต่ว่าคิ้วคมเข้มของเขา ดวงตาที่สะกดผู้คนของเขา และยังริมฝีปากที่ได้รูปของเขา ทั้งหมดนั่นทำให้ใจของเธอสั่นไหวเสียแล้ว!
กลัว...เธอ...กลัวเขามาก
เมื่อรู้สึกได้ถึงความกลัว เธอจึงคิดอยากจะหันหลังกลับ หลังจากนั้นก็เตรียมจะก้าวเดินออกไป ราวกับอยากจะวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้นให้ไวที่สุด
แต่ว่า...พ่อ......
เธอเดินเข้าไปใกล้เขาด้วยความลังเลและจิตใจที่ไม่สงบ ใกล้เสียจนห่างจากเขาไม่ถึงครึ่งเมตร ประตูรถยังเปิดไว้รอเธออยู่ ผู้ชายคนนั้นก็ยังคงไม่หันหน้ามามองเธออยู่ดี เขามองตรงไปข้างหน้า ราวกับว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น และราวกับว่ามันไม่มีอะไรอยู่ ปลายจมูกโด่งเป็นสันทำให้เขาดูเป็นคนเก็บตัวและเย็นชา เขาดูเหมือนองค์ชายผู้สูงศักดิ์ที่กำลังเผชิญหน้ากับนางกำนัลด้วยท่าทีสบายๆ เขาไม่มองมาที่เธอเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าไม่ได้เก็บมาใส่ใจตั้งแต่แรก ราวกับว่าเขากำลังให้โอกาสนางกำนัลได้เลือก แต่ในความเป็นจริงแล้ว นางกำนัลอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เลือก สิ่งที่เธอต้องเลือกมีเพียงเขาเท่านั้น!
เธอกัดริมฝีปากน้อยๆ ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก้มตัวลงแล้วเข้าไปในตัวรถลีมูซีนที่ดูหรูหรานั่น ขาอีกข้างยังคงอยู่นอกตัวรถ เผื่อที่จะเปลี่ยนใจจากไปได้ทัน แต่ก็กลับถูกแรงของเขาดึงกลับมา ในช่วงเวลาที่เธอกำลังสับสนอยู่นั้น เธอก็ถูกเขากดไว้ใต้ร่างอย่างยังไม่ทันได้รู้ตัว
“ปัง......”
เสียงปิดประตูรถดังขึ้น
ทันใดนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็สัมผัสเข้ากับริมฝีปากของเธอ ก่อนจะบดบี้มันอย่างรุนแรง เขายิ้มออกมา แย้มริมฝีปากที่งดงามราวสัตว์ป่านั่น เขี้ยวคมขาวขยับเล็กน้อย น้ำเสียงที่เย็นสุขุมราวกับน้ำแข็งดังขึ้นจนทำให้คนตกใจกลัว
“เมื่อขึ้นรถคันนี้แล้ว เธอก็ไม่มีทางให้ถอยแล้ว!”
ดวงตาของเขาล้ำลึกและเป็นประกายอย่างมาก รอยยิ้มที่ดูราวดั่งปีศาจร้ายกำลังกระหายนั้น ไม่จำเป็นต้องปกปิดอีกต่อไป
เธอตกตะลึงจนต้องหลุบตาลงมองต่ำ ร่างสั่นน้อยๆ ดวงตายาวรีฉาบไปแววกระวนกระวาย อีกทั้งลูกตาดำสนิทคู่นั้นยังกลอกไปมาอย่างหลุกหลิก ชั่วครู่นั้นทำให้เธอดูเย้ายวนเป็นอย่างมาก
“มีใครเคยพูดไหมว่า เธอสวยราวกับปีศาจ?”
ร่างของเธอสั่นไหวขึ้นอย่างรุนแรงในทันใด ริมฝีปากแดงเผยอออกน้อยๆ ยังไม่ทันที่จะได้ตอบคำถาม เขาก็แนบกายเข้ากับร่างของเธอ จูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากของเธอ ประทับแนบแน่น แต่กลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ร่างที่สั่นไหวของเธอเริ่มรุนแรงมากขึ้น ดูราวกับสาวน้อยน่ารักที่ยังบริสุทธิ์ ดวงตาปิดแน่น แต่เพียงแค่ดูจากเปลือกตาที่ขยับไปมาก็รู้ได้ว่าลูกตาคู่นั้นขยับเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง
เธอกำลังหวาดกลัว?!
หรงหลิงหัวเราะเสียงต่ำออกมาเล็กน้อย เมื่อเขาหัวเราะ แรงสั่นสะเทือนก็ส่งตรงไปที่ปากของเธอ เพราะริมฝีปากของทั้งสองกำลังแนบสนิทกัน ทำให้ริมฝีปากบางของเธอสั่นไหวตามไปด้วย สัมผัสนุ่มนิ่มถูกส่งไปที่ริมฝีปากของเขา นุ่มนวล หวานล้ำ และน่ารัก!
สารบัญ เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
นิยายมาใหม่
![หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78d878de5001834806828254270/psPRUCTcP1sA.webp!15491.webp)















![[พากย์เสียง] บันทึกรักแห่งตำหนักบูรพา](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/10aff4155001834806243028631/95pamgg1IwoA.webp!15491.webp!15491.webp)
