ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นมาเฟีย

คู่หมั้นมาเฟีย

อัคราฟ มาเฟียหนุ่มวัย 38 ปี ผู้เคร่งขรึมแต่แสนดี ต้องมารับหน้าที่ดูแล ต้นหอม หลานสาวนอกไส้ผู้น่ารักวัย 22 ปี ตามคำสั่งเสียในพินัยกรรมของบิดาเธอ พันธะสัญญาลูกผู้ชายระหว่างเขากับพี่ชายบุญธรรมกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มั่นคง เมื่อหน้าที่ของเขาคือการปกป้อง ส่วนหน้าที่ของเธอคือการเข้าพิธีวิวาห์กับเขา ทั้งคู่ต้องร่วมกันสานต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางความรักที่แสนหวานและอบอุ่นหัวใจในสไตล์โคแก่กินหญ้าอ่อนที่เน้นความฟินแบบจัดเต็ม
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1 พบเจอ

ต้นหอมหรือหนูหอม เธอเป็นลูกครึ่งอิตาลี มีคุณแม่เป็นคนไทย ส่วนคุณพ่อเป็นคนอิตาลี เธออายุ 22 ปี เพิ่งเรียนจบออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง เธอเกิดและโตที่ประเทศไทย ยังไม่เคยไปเหยียบแผ่นดินเกิดของผู้เป็นบิดามาก่อน

คุณแม่ของเธอเสียชีวิตไปหลายปีแล้วด้วยโรคร้าย ต้นหอมจึงอยู่กับคุณพ่อแค่สองคนมาตลอด และแล้วคุณพ่อของเธอท่านก็ได้ล้มป่วยลง คุณหมอบอกว่าคุณพ่อของเธอน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่วัน

"ฮึก! ถ้าคุณพ่อไม่อยู่แล้วหอมจะอยู่กับใครคะ" ตอนนี้ต้นหอมเหลือแค่คุณพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอไม่มีญาติหรือพี่น้องที่ไหนเลย

"หอม...หอมลูก อย่าร้องไห้ หอมยังมีคุณอาราฟ เขาจะดูแลหอมแทนพ่อนะลูก"

"ราฟไหน หอมไม่รู้จัก ฮึก!" ต้นหอมน้ำตาไหลร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อเห็นอาการของคุณพ่อไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ท่านก็พยายามพูดกับลูกสาว ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแต่ท่านก็ฝืนพูด เพราะกลัวว่าอีกไม่นานท่านก็จะไม่ได้พูดแล้ว

มือของคุณพ่อมีอาการสั่นๆอย่างเห็นได้ชัดยกขึ้นลูบศีรษะลูกสาวเบาๆเป็นการปลอบ

"หอมจำไว้นะลูก พ่อรักหอมที่สุด สิ่งที่พ่อตัดสินใจทำลงไปทั้งหมด เพราะพ่อหวังดีกับหอม...หอมอย่าโกรธพ่อได้มั้ย" ท่านเขียนพินัยกรรมฉบับหนึ่งเอาไว้ เรื่องนี้ต้นหอมยังไม่รู้ จนกว่าท่านจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว

"ฮึก! หอมไม่มีวันโกรธคุณพ่อค่ะ" ถึงน้ำเสียงของคุณพ่อจะทั้งแผ่วทั้งเบา แต่ต้นหอมก็ได้ยินชัดทุกคำที่คุณพ่อพูด แต่เธอกำลังเสียใจและกลัว กลัวว่าอีกไม่นานคุณพ่อจะไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว ประโยคของคุณพ่อเมื่อสักครู่ ต้นหอมฟังแล้วก็แค่ผ่านหูไปเท่านั้น แต่ในประโยคเมื่อสักครู่กลับซ่อนสิ่งที่ต้นหอมต้องเจออีกมากมายในไม่ช้านี้

"คุณทนาย..." คุณมิลอัล...คุณพ่อของต้นหอม เอ่ยเรียกคุณทนายที่ยืนอยู่ข้างเตียง

"ครับนาย" คุณทนายรีบก้าวขาเข้ามาชิดขอบเตียง ขานรับพร้อมกับสีหน้าเป็นห่วง

"จัดการเรื่องที่สั่ง เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย" เรื่องที่ว่าก็คือพินัยกรรมและเงื่อนไขต่างๆ โดยคนที่ได้รับมรดกจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด ที่ได้ถูกเขียนขึ้นและลงนามไว้เรียบร้อยแล้ว ทุกคนรู้แต่ยกเว้นต้นหอม เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย…โดยเฉพาะตัวตนจริงๆของคุณพ่อของเธอ

"เรียบร้อยแล้วครับนาย ตอนนี้คุณอัคราฟกำลังเดินทางมาที่นี่ครับนาย" คุณทนายทองเอกพูดแค่นี้ มิลอัลจึงพยักหน้าเบาๆรับทราบ เป็นอันว่าเข้าใจ ก่อนที่ท่านจะจากโลกนี้ไป ท่านเองก็อยากพบหน้าน้องชายบุญธรรมตัวเป็นๆก่อนจากไปสักครั้ง

"ใครเหรอคะคุณพ่อ ทำไมหอมไม่รู้จัก"

"เขาเป็นน้องชายบุญธรรมของพ่อเอง ต่อจากนี้ไปพ่อจะให้เขาช่วยดูแลลูกสาวของพ่อนะ" ดูแลในที่นี้ ไม่ใช่การดูแลธรรมดา เหมือนผู้ใหญ่ดูแลเด็กแต่มันมากกว่านั้น รวมถึงเธอจะต้องย้ายไปอยู่ที่อิตาลีด้วย

"หอมโตแล้ว หอมดูแลตัวเองได้ค่ะ" คุณพ่อส่ายหน้าช้าๆ ให้ลูกสาวคล้ายกับคนกำลังจะหมดแรง

"หอมต้องมีคนดูแล อย่าดื้อกับคุณอาเขาได้มั้ยลูก" น้ำเสียงแผ่วเบาของคุณพ่อ พยายามเอ่ยพูดกับลูกสาวไม่ได้หยุด ถึงแม้ว่าท่านจะเหนื่อยมากก็ตาม

"หอมไม่รู้จักเขา หน้าเขาหอมก็ยังไม่เคยเห็น" อีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้เธอจะได้เห็นใบหน้าของเขาแล้ว

"หอม...ถ้าหอมดื้อ พ่อคงเป็นห่วง" คุณมิลอัลหมายความว่าท่านคงนอนตายตาไม่หลับถ้าลูกสาวของท่านดื้อ...นั่นจึงทำให้ต้นหอมโน้มตัวลงไปกอดคุณพ่อของเธอเอาไว้แน่น พร้อมกับหลั่งน้ำตาและเสียงสะอึกสะอื้อออกมา

"ฮื่อๆๆๆ คุณพ่อ...คุณพ่อต้องหาย คุณหมอกำลังรักษาคุณพ่ออยู่ คุณพ่อของหอมต้องหาย" โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุด ตอนนี้เนื้อตัวของคุณมิลอัลมีแต่สายอะไรต่อมิอะไรของคุณหมอก็ไม่รู้เต็มตัวไปหมด มองดูก็รู้ว่าท่านน่าจะอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ที่พูดได้อยู่ตอนนี้ก็ฝืนเอา

อัคราฟ ชายหนุ่มชาวอิตาลีแท้ใบหน้าหล่อเหลานัยตาสีฟ้า รูปร่างสูงโปร่งเดินลงมาจากเครื่องบินแล้วขึ้นรถตู้ที่ลูกน้องจัดหาไว้ให้ด้วยท่าทางสง่า ในแบบที่ใครๆพบเห็นเป็นต้องเหลียวหลัง

รถยนต์คันที่ชายหนุ่มนั่งมามุ่งหน้าตรงไปที่โรงพยาบาลทันที เมื่อลงจากรถได้ก็รีบก้าวเท้าเร็วๆไปยังห้องพักวีไอพีชั้นบนสุดด้วยความรีบเร่ง

"นายครับ คุณอัคราฟมาถึงแล้วครับ กำลังจะขึ้นมา" เสียงคุณทนายร้องบอกเป็นระยะๆ เพราะติดต่อกันตลอด

"อือ..." คนป่วยหนักนอนอยู่บนเตียงพยักหน้ารับทั้งๆที่ไม่ได้ลืมตา ตอนนี้เหลือแค่รอเวลา ไม่มีใครรู้ว่าร่างกายตอนนี้ของท่านเจ็บและทรมานมากขนาดไหน

ส่วนต้นหอมเธอก็ไม่ได้ไปไหนยังคงนั่งอยู่ข้างๆเตียงเป็นเพื่อนคุณพ่อของเธอไม่ห่าง

ต้นหอมไม่รู้จักกับอัคราฟมาก่อนเลยก็ไม่แปลกเพราะทั้งเรื่องธุรกิจ เรื่องการเงิน และเรื่องตัวตนของมิลอัลที่แท้จริง ถูกมิลอัลบิดาของเธอปิดบังเอาไว้ไม่ให้ต้นหอมรู้มาตลอด ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของเธอทั้งสิ้น

"ก๊อก ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะประตูดังขึ้น คุณทนายจึงเดินไปเปิดประตูให้ ทันใดนั้น ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปรงใบหน้าหล่อเหลาก็เดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีพร้อมกับลูกน้องสองคน

"สวัสดีครับ คุณอัคราฟ"

"สวัสดีครับ คุณทนาย" คุณอัคราฟทักทายกับคุณทนายนิดหน่อยก่อนที่จะเดินเข้ามาประชิดติดขอบเตียงผู้ป่วย

"สวัสดีครับพี่ ผมมาแล้วครับ" มิลอัลกับอัคราฟอายุของทั้งสองคนห่างกันมาก คนเป็นพี่อายุอยู่ที่หกสิบปลายๆ ส่วนคนน้องสามสิบปลายๆเท่านั้น

"ราฟ..." น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยเรียกชื่อน้องชายอย่างอ่อนแรง

“ครับ” ถึงทั้งสองคนจะอยู่กันคนละประเทศแต่ก็ติดต่อกันตลอด

"พี่มีเรื่อง...จะขอร้อง"

"ผมยินดีช่วยพี่ทุกเรื่อง ไม่ต้องขอร้องครับ"

"พี่ฝาก...หนูหอมด้วย"

"ครับพี่...ผมจะดูแลหนูหอมเป็นอย่างดี พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ"

"หอมลูก สวัสดีคุณอาเขาสิลูก"

"สวัสดีค่ะ" ต้นหอมลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่ เธอยกมือไหว้ตามแบบฉบับคนไทย มองหน้าคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามนิ่งๆ สายตาของเขากำลังสะกดเธอ...

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ...หนูหอม"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจเทพบุตรจอมมาร (ซีรีย์ยอดดวงใจเทพบุตรอัลเล็นโซ่ ลำดับที่ 4)
9.0
เมื่อชื่อเสียงของตระกูลอัลเล็นโซ่ต้องมัวหมองจากข่าวฉาวในร้านอาหารพาราไดซ์ เซย์ผู้กุมอำนาจจึงต้องออกโรงสะสางและลากตัวผู้กระทำผิดมาลงทัณฑ์ ทว่าไอรินทร์กลับต้องกลายเป็นแพะรับบาปในเหตุการณ์นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อปกป้องชีวิตของบิดาซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียว เธอจึงยอมจำนนต่อข้อเสนออันแสนอันตรายของเขา ไอรินทร์ถูกกักขังไว้ในกรงทองที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาและอำนาจมืดของจอมมารหนุ่มที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียทวงสิทธิ์รัก
8.9
ริโอ มาเฟียผู้เพียบพร้อมตั้งกฎเหล็กต่อผู้หญิงทุกคนที่อยู่ข้างกายว่าห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาด ทว่ายอดพธูที่ถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวเพื่อฆ่าเวลากลับพลาดท่าตั้งท้องขึ้นมาจริงๆ ท่ามกลางความคาดหมายว่าเธอจะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา ท่าทีของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด เมื่อของเล่นที่ควรไร้ค่ากลับถูกยกฐานะให้กลายเป็นคนสำคัญ ริโอเริ่มทวงสิทธิ์ในตัวเธอและลูกจนน่าสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้มีดีอะไรที่ทำให้มาเฟียผู้เย็นชาตัดสินใจเลือกเธอเป็นตัวจริง
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย อิหนูของป๋า
8.3
โชคชะตาของ เวียงพิงค์ พลิกผันเมื่อบิดาแท้ๆ ตัดสินใจยกเธอให้แก่ เจ้าสัว มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและมหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนเพื่อชดใช้หนี้พนันที่ติดค้างไว้ แม้เธอจะตกหลุมรักชายหนุ่มผู้เป็นผู้อุปการะตั้งแต่แรกเห็น แต่ความรักครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะเขามีคู่หมั้นที่เหมาะสมเคียงข้างอยู่แล้ว เธอจึงต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่มีต่อป๋าเอาไว้ภายใต้สถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในโลกของมาเฟีย
หน้าปกนวนิยาย สวาทรัก อสูรร้าย
8.5
ความแค้นที่สุมอกทำให้เรียวตัดสินใจจองจำทรรศิกาไว้ในขุมนรกบนดิน เขาต้องการให้เธอชดใช้ความตายของแม่และคนรักด้วยความทรมานที่มากกว่าร้อยเท่า ชายหนุ่มใช้ชีวิตของแม่เธอเป็นเครื่องต่อรอง บีบคั้นให้หญิงสาวต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการคุกคามที่ไร้ความเมตตา ทรรศิกาทำได้เพียงยอมจำนนต่ออสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนไหวก็ตาม