
สาวน้อยในกอด คือผู้ยิ่งใหญ่
ตอน 2
“เร็ว! จับตัวเธอไว้! ปิดทางออกให้หมด!” ผู้ดำเนินการประมูลหน้าถอดสีอย่างรุนแรง หากเธอหนีไปได้ เถ้าแก่จะต้องโกรธมากแน่ๆ ส่วนเขาอย่าฝันเลยว่าจะรอดชีวิตไปได้
บอดี้การ์ดสิบกว่าคนชักกระบองไฟฟ้าออกมา แล้วก็วิ่งไล่ตามเธอไป
แต่เด็กสาววิ่งเร็วมาก ผ่านไปไม่นาน เธอก็วิ่งจากด้านล่างของอัฒจันทร์วงกลมขึ้นไปหาทางออกด้านบนแล้ว
เมื่อเห็นว่ามีบอดี้การ์ดสามคนไล่ตามมาทางด้านขวา เด็กสาวผู้มีปฏิกิริยาว่องไวก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใด เธอคว้ากล่องที่คลุมด้วยผ้าสีดำบนรถเข็นข้างๆ มาขว้างใส่เหล่าบอดี้การ์ดทันที!
องศาที่เธอขว้างออกไปเรียกได้ว่าแม่นยำสุดๆ ทำเอาเหล่าบอดี้การ์ดสลบไปในทันที ในขณะที่กล่องกระแทกพื้นจนเสียรูปทรง ด้านในมีเสียง ‘เพล้ง’ จากการแตกหักดังออกมาอย่างชัดเจน เศษกระเบื้องเคลือบจำนวนมากร่วงออกมาจากรอยแตกของกล่อง เสียงกระทบพื้นหินอ่อนดัง ‘เคร้งคร้าง’ ฟังดูใสกังวานแต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
ที่ด้านข้าง ชายที่รับผิดชอบเข็นรถถึงกับหน้าถอดสีจนเขียวซีดไปหมด ขาของเขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ท่าทางเหมือนคนจะถึงฆาตไม่มีผิด “ซวยแล้ว นั่นมันของประมูลของคุณชายป๋อเชียวนะ ฉิบหายของจริง ฉิบหายแน่ๆ ……”
เด็กสาวขมวดคิ้ว คุณชายป๋องั้นเหรอ?
แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามานั่งไตร่ตรองอะไรมากนัก ใบหูของเธอขยับเล็กน้อย ประสาทการได้ยินที่ไวเป็นพิเศษทำให้เธอรู้ว่ามีคนจำนวนมากพุ่งขึ้นมาจากทางด้านซ้าย
ดูจากทิศทางที่ฝูงชนหลบหนีกันแล้ว ทางออกก็น่าจะอยู่ด้านบนนั่นแหละ
ทันใดนั้นเด็กสาวก็ชูมือขึ้น ก่อนจะอาศัยแรงเหวี่ยงจับราวกั้นด้านบนไว้ จากนั้นก็ดีดตัวขึ้นอย่างแผ่วเบาและปีนขึ้นไปตามเสากลมตรงกึ่งกลางอย่างรวดเร็ว
ระหว่างนี้เธอยังถือโอกาสเตะป้ายโฆษณาที่แขวนอยู่ตรงราวกั้นจนร่วงลงไปทับกลุ่มบอดี้การ์ดที่วิ่งไล่ตามมาด้านล่างเข้าเต็มๆ อีกด้วย
ผู้ดำเนินการประมูลที่วิ่งไล่ตามมาเช่นกันกำลังรั้งท้ายอยู่ด้านหลังสุด เมื่อเห็นภาพดังกล่าว เขาก็ถึงกับตกตะลึงตาค้าง คิดไม่ถึงเลยว่าบอดี้การ์ดจำนวนมากจะถูกเธอจัดการจนเรียบแบบนี้!
ฝีมือของทาสโลหิตคนนี้ว่องไวปราดเปรียวจนน่าใจหายเลย
พอผู้ดำเนินการประมูลนึกถึงจุดจบของตัวเองแล้ว เขายอมทำให้เธอบาดเจ็บเพื่อรั้งตัวเธอไว้ดีกว่า จากนั้นเขาจึงกัดฟันชักปืนออกมา แล้วก็เล็งปากกระบอกไปยังเรียวขาขวาอันบอบบางของเด็กสาวที่กำลังปีนอยู่……
“ปัง!”
“ปัง!”
เสียงปืนสองนัดดังขึ้นพร้อมกัน
กระสุนนัดหนึ่งยิงปืนในมือของผู้ดำเนินการประมูลจนร่วงหล่นลงไป เมื่อเห็นรูปร่างสูงใหญ่ที่ดูสูงส่งทรงอำนาจที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว “คุณชายป๋อ……”
ส่วนกระสุนอีกนัดเกิดจากมืออันสั่นเทาของผู้ดำเนินการประมูลที่ยิงไปโดนด้านบนของเสากลมที่เด็กสาวกำลังปีนอยู่
เด็กสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ ร่างกายเธอร่วงหล่นลงมาทันที
เธอรีบตีลังกากลางอากาศอย่างรวดเร็ว หวังจะหาจุดยึดเกาะใหม่อีกครั้ง
แต่ทว่าใครคนหนึ่งกลับยื่นมือหนาๆ ออกมาคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าอันบอบบางของเธออย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
เด็กสาวเสียการทรงตัวอย่างกะทันหัน ร่างกายเธอถูกแรงมหาศาลฉุดกระชากเข้าหา จนล้มพับลงสู่อ้อมกอดที่ทั้งเย็นเยียบและแข็งแกร่งของใครคนหนึ่ง
เด็กสาวถลึงตามองชายตรงหน้าด้วยความโกรธเคือง แต่ในวินาทีที่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน ลมหายใจของเธอก็ต้องสะดุดไป
ใบหน้าของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยภายใต้แสงไฟระยิบระยับของโคมระย้าคริสตัลในงานประมูลดูหล่อเหลาราวกับปีศาจ ผิวขาวซีดที่ดูเย็นชาแฝงไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงที่ดูเปราะบางแต่อันตราย ดวงตาเรียวยาวหางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยแทนที่จะแฝงไปด้วยความอ่อนโยนมันกลับคมปลาบราวกับใบมีดเคลือบด้วยน้ำแข็ง
“ตึง……”
ไม่รู้เหมือนกันว่าใครพลาดไปชนกล่องใส่เศษกระเบื้องเคลือบจนล้ม เสียงกระแทกทึบๆ ของเศษที่กลิ้งหล่นช่วยทำลายความเงียบกริบที่แสนสั้นลงได้ แต่กลับไม่สามารถสั่นคลอนป๋อเยี่ยนเจวี๋ยได้แม้แต่น้อย
สายตาที่ทะลุปรุโปร่งราวกับรังสีเอ็กซเรย์ของเขากวาดมองตั้งแต่หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของเด็กสาวไปจนถึงข้อมือที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากการขัดขืน เรียกได้ว่าสังเกตท่าทีต่อต้านทั้งหมดของเธออยู่ตลอดเวลา
ท่ามกลางความวุ่นวายเมื่อครู่นี้ เขาเห็นทุกอย่างแล้ว ทั้งตอนที่เด็กสาวคนนี้ปีนป่ายขึ้นไป สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในดวงตาที่แน่วแน่คู่นั้นเปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่เต้นระบำ ทั้งมีชีวิตชีวาและสะดุดตา จนไปสะกิดความอยากรู้อยากเห็นของเขาเข้าโดยไร้สาเหตุ
ที่แท้ก็ไม่ใช่ของเล่นที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่เป็นเจ้าตัวเล็กที่น่าสนใจซึ่งรู้จักดิ้นรนเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันนี่เอง
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยใช้นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามริมฝีปากของเธอด้วยเจตนาที่แฝงความร้ายกาจ จังหวะที่ปลายนิ้วบดคลึงริมฝีปากล่าง เด็กสาวก็ได้ยินน้ำเสียงอันเย็นเยียบที่ดังออกมาจากริมฝีปากบางๆ ของเขาได้อย่างแจ่มชัด “เจ้าตัวเล็ก เธอรู้ไหมว่าเมื่อกี้นี้เธอทำความผิดอะไรเอาไว้?”
ริมฝีปากของเด็กสาวถูกบดคลึงจนรู้สึกเจ็บ เธอเห็นแววชั่วร้ายที่ปะทุอยู่ในส่วนลึกของดวงตาชายคนนี้ เมื่อหวนนึกถึงท่าทางที่คนรอบข้างมีต่อเขาก่อนหน้านี้แล้ว
เขาอันตรายมาก!
“เธอทำลายของสะสมของฉัน นั่นคือของที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก เป็นของล้ำค่าที่ไม่มีอะไรทดแทนได้เลยนะ!”
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยพูดด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาว่า “เธอรู้ใช่ไหมว่าควรทำยังไง?”
เขากำลังไถเงินอยู่งั้นเหรอ?
คนที่จะขึ้นมาบนห้องวีไอพีส่วนตัวแบบนี้ได้ ปกติถ้าไม่รวยก็ต้องมีอำนาจล้นฟ้านั่นแหละ คนรวยนิสัยขี้งกอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดเลย!
เด็กสาวถลึงตาใส่เขาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจและการประชดประชัน เธอชินกับสายตาที่มีแต่ความโลภและการเมินเฉยของคนรวยพวกนี้ไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมปริปากพูด ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางใช้นิ้วเรียวยาวบีบคลึงติ่งหูน้อยๆ ของเธอไปมาเหมือนกับกำลังเล่นของเล่น “เธอฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?”
“……”
เอ๊ะ? ถามได้ดีนี่นา
ดวงตาของเด็กสาวฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมา เธอพิจารณาถึงฐานะของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยอย่างเงียบๆ รอบกายเขามีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังตั้งมากมาย หากเธอเลือกที่จะปะทะตรงๆ คงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก สู้แกล้งโง่ไว้รอจังหวะขย้ำจะดีกว่า
เธอถูกทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสถานที่ที่เหมือนกับขุมนรกแห่งนี้ จนแทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองมาตกระกำลำบากอยู่ที่เกาะปีศาจแห่งนี้ได้ยังไง
เธอไม่เคยเอ่ยปากพูดต่อหน้าใครจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
ดังนั้นเธอจึงยังคงแกล้งทำเป็นไม่รู้ความ ไม่พูดไม่จาและเอาแต่ถลึงตาใส่เขาอย่างดุดันเหมือนสัตว์ป่าตัวน้อยที่ถูกยั่วโมโหเท่านั้น
ทว่าในดวงตาสีมรกตคู่นั้น กลับใสซื่อบริสุทธิ์ไร้ซึ่งสิ่งเจือปนใดๆ ทั้งสิ้น
ช่างสวยจริงๆ
ปกติแล้วเขามักจะมีความปรารถนาอันบ้าคลั่งในการทำลายล้างสิ่งสวยงามทิ้ง แต่เธอถือเป็นข้อยกเว้น
“ที่แท้ก็เป็นแค่ยัยโง่ที่ดีแต่หนีเอาชีวิตรอดนี่เอง”
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยส่งเสียงจิ๊ปาก ก่อนจะละมือออกไปอย่างฉับพลัน
นี่หมายความว่าจะยอมปล่อยเธอไปแล้วงั้นเหรอ?
ในที่สุดเด็กสาวก็หลุดพ้นจากอ้อมกอดของชายหนุ่มและยืนลงบนพื้นได้สำเร็จ
เธอขบคิดอย่างว่องไวว่าจะหนีไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุดได้ยังไง ปลายเท้าเริ่มขยับเปลี่ยนทิศทางทีละน้อย……
แต่ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยกลับพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ไม่เป็นไร ฉันไม่รังเกียจแค่เพราะเธอโง่หรอก”
จังหวะนั้นฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างก็ทำหน้าแบบ “ ?”
ผู้ดำเนินการประมูลที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ มาตลอดเดาไม่ออกเลยว่าคุณชายท่านนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ ทำได้เพียงยืนรออยู่เงียบๆ ด้านข้างเท่านั้น
วินาทีถัดมา เด็กสาวก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่าเบลอ ร่างกายเธอเซถลาไปทางป๋อเยี่ยนเจวี๋ยอย่างควบคุมไม่ได้
ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งหลัก ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยก็ชิงใช้แขนโอบรัดรอบเอวของเธอเอาไว้ราวกับห่วงเหล็ก ฝ่ามือที่ทาบลงบนเสื้อผ้าเนื้อบางของเธอส่งผ่านอุณหภูมิร้อนผ่าวเข้ามาราวกับจะแผดเผาผิวหนัง
หลังจากนั้น เธอก็ได้ยินเขาประกาศกับเธอด้วยท่าทีหยิ่งผยองว่า……
เธอทำของประมูลของฉันพัง ต้องเอาของมาแลกเปลี่ยน เพราะงั้นตอนนี้เธอ……เป็นของฉันแล้ว!”
คุณอาจจะชอบ





