
สามีตีตรา
ตอน 2
“เร็วๆ เถอะค่ะ คุณกั้ง”
“เอ๊ะ...นวลนี่ยังไงกัน...” หล่อนแหวใส่ “เดี๋ยวเถอะ เอาใหญ่แล้ว” หล่อนตลบเสื้อไปอีกด้านหนึ่งเดินออกมาอย่างสบาย ไม่อยากเดาว่าเป็นเรื่องอะไรเพราะบางทีเรื่องสัพเพเหระ อย่างประเภทขี้หมูขี้หมาคุณนายพวงหยกก็สามารถทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาได้ง่ายๆ
หล่อนยกโทรศัพท์ขึ้น
“กั้งค่ะ”
หล่อนพยักหน้าให้ยกเก้าอี้มาให้นั่ง พอเก้าอี้วางลงก็หย่อนกายลงนั่ง รู้ว่าอาจจะต้องใช้เวลานาน คุณนายพวงหยกไม่ค่อยสนใจกับค่าบริการทางโทรศัพท์ทางไกลเพราะเธอมีเงินล้นเหลือ จนเรียกว่าตลอดชีวิตของเธอก็ใช้ไม่หมด ไม่ว่าจะฟุ่มเฟือยเพียงใดก็ตามที
“มีอะไรคะ นวลมันไปเร่งกั้งเสียยกใหญ่”
นวลยังยืนเอามือประสานกันรับฟังอยู่ห่างๆ เผื่อหล่อนจะเรียกใช้สอย และกะรัตก็ไม่ถือว่ามีความลับอะไรถึงไม่ได้ไล่ออกไป
“ทำใจดีๆ ไว้ก่อนนะ กั้ง...พิโถ”
สุ้มเสียงของคุณนายฟืดฟาดขึ้นมาเกือบจะทันทีเหมือนกัน นั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก
“ใครเป็นอะไรคะ พ่อหรือเปล่า”
“พ่อแกยังอยู่ฮ่องกง ยังสบายดี แม่โทร.ไปหาเขาแล้วเหมือนกัน บอกให้เขารีบกลับบ้าน”
“หรือพี่กุ้ง หรือยายก้อย”
หล่อนหมายถึงพี่สาวกับน้องสาว พวกหล่อนมีกันสามใบเถาแล้วเป็นเถาที่ทั้งสวย ทั้งรวย และก็เปรี้ยวร้ายกาจกันทั้งนั้น
“สองคนนั้นเป็นอะไรหรือคะ”
คุณนายยังมีเสียงเจือสะอื้น
“ไม่ใช่จ้ะ สองคนยังปกติดี แม่ก็ให้ตามมาหมดแล้ว”
“งั้นใคร...”
เสียงกะรัตชักไม่สบอารมณ์ ขึ้นจมูกเล็กน้อย “อย่าบอกกั้งนะว่าคนใช้ในบ้านมันเจ็บป่วยใกล้ตาย จะเรียกให้กั้งกลับไปดูใจมัน”
“พ่อภูเบศร์จ้ะ...”
นั่นทำให้กะรัตนิ่งอึ้ง
“ใครนะคะ”
“ภูเบศร์...”
ชื่อนั้นคือสามีของหล่อน...ผู้ชายที่แต่งงานกันเป็นที่รับรู้กันทั่ววงการสังคมว่า ภูเบศร์แต่งงานกับกะรัต...แล้วก็เป็นลูกเขยเศรษฐี ลำพังครอบครัวของเขาก็พอมีพอกิน แต่เอามาเทียบกับครอบครัวหล่อนไม่ได้ หลายคนกระแหนะกระแหนว่าภูเบศร์ตกถังข้าวสาร
“เขาหรือคะ”
หล่อนพยายามควบคุมสติอย่างรวดเร็ว แต่ก็เย็นเฉียบชาดิกไปทั่วร่างกายแล้ว ยังพอจะมีแก่ใจซักถามรายละเอียดอีกบ้าง
“ภูเบศร์เป็นอะไรไปคะ”
“รถจ้ะ ในกรุงเทพฯ นี่แหละ ประสานงาโครมเข้ากับสิบล้ออาการสาหัสมากนะ ยายกั้ง แม่อยากให้แกกลับมากรุงเทพฯ มาเดี๋ยวนี้เลยนะ แกอาจจะไม่ทันดูใจเขา”
“ถึงขนาดนั้นทีเดียวหรือคะ”
โทรศัพท์หลุดผล็อยไปจากมือ ตกห้อยร่องแร่งแต่นวลก็ไม่ตกใจกับเรื่องนั้นมากเท่ากับหน้าขาวจืดราวกับสีเลือดหนีหายไปหมด เข้ามาประคองนายสาวเอาไว้...รู้สึกว่าร่างนั้นสั่นเทา
แล้วกะรัตก็ซบหน้าลงบนบ่าของนวล “สมหวังกลับมาหรือยัง...”
“เขาเพิ่งออกไป”
“ไปเฝ้าเขาทีนะ ถ้าเขากลับมารีบเข้ามาบอก ฉันจะแต่งตัวรอไว้จะเข้ากรุงเทพฯ”
“คุณภูหรือคะ...เกิดอะไรกับคุณภู”
ด้วยนัยน์ตาเลื่อนลอย กะรัตตอบเสียงสะดุดๆ
“รถชน อาการสาหัส...อีกคนแล้วมั้ง...ดวงฉันกับเรื่องผัวมันเป็นยังไงน้อ มีกี่คนๆ ก็รีบชิงกันตายหมด”
น้ำเสียงของหล่อนระทมท้อ
“คุณภูยังไม่ตาย”
“สาหัสก็แปลว่าเฉียดๆ ตาย แม่ยังเร่งให้รีบกลับบอกว่าอาจจะไม่ทันดูใจ”
“เร็วๆ หน่อยเถอะ”
กะรัตเร่งคนขับรถตลอดเวลา แม้ยังควบคุมสติได้ไม่มีอาการตีโพยตีพาย แต่อาการเร่งร้อนทุรนทุรายก็ทำให้ทั้งสมหวังและนวลรู้เท่าๆ กันว่ากะรัตกำลังร้อนใจอย่างมาก
“แซงขึ้นขวาไปเลย...วิ่งเลนขวาไปตลอด...ตำรวจทางหลวงเรื่องเล็ก”
หล่อนบอกคนขับ “ฉันจัดการเอง”
แล้วเมื่อสมหวังโอ้เอ้นัก หล่อนก็สะกิดบ่าเขา “สมหวัง ถ้าใจไม่ถึงละก้อ มานั่งข้างหลัง ฉันจะไปขับเอง”
“อย่าเลยค่ะ คุณกั้ง...คุณภูไปนอนโรงพยาบาลแล้วคนหนึ่ง คุณกั้งนั่งเฉยๆ ดีกว่า พี่หวังก็เร่งสุดขีดแล้วละค่ะ...เอาให้ไปได้เยี่ยมคุณภูดีกว่า” แล้วนวลก็หันกลับไปมองข้างหน้า เบิกตากว้าง ร้องลั่นออกมา
“พี่หวัง...ระวัง ไอ้รถคันนั้นน่ะ ดูสิ โอ๊ย...”
คุณอาจจะชอบ





