ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินบ้านป่า

ฮูหยินบ้านป่า

เอ๋ สาวโรงงานผู้โดดเดี่ยวหลังสูญเสียครอบครัวและเพื่อนรักอย่างชลดา มักสงสัยเสมอว่าความตายคือจุดจบหรือจุดเริ่มต้น จนกระทั่งชลดามาเข้าฝันพร้อมคำตอบที่คาดไม่ถึงว่าเธอได้ไปใช้ชีวิตใหม่ มีทั้งสามีและลูกในอีกภพภูมิหนึ่ง แม้เอ๋จะยังเคลือบแคลงใจในคำตอบนั้น แต่เช้าวันถัดมากลับมีลางสังหรณ์ประหลาดเกิดขึ้นเมื่อเอนกแฟนหนุ่มของเธอเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เอ๋จะสามารถไขปริศนาเรื่องโลกหลังความตายและค้นพบความจริงที่รอเธออยู่ได้หรือไม่ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความลี้ลับนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

เยี่ยเยว่ซิน สาวน้อยบ้านป่า อายุได้ 16 หนาว ครอบครัวสกุลเยี่ยมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน มีท่านพ่อเยี่ยหานจาง ท่านแม่หลิวอวี้หลิน เยว่ซินพี่สาวคนโตของบ้าน น้องชายเทียนฉี และน้องชายเทียนลี่

ท่านพ่อเยี่ย มีอาชีพเข้าป่าล่าสัตว์และหาของป่าเพื่อนำไปขายในเมืองหลังจากหมดฤดูเพาะปลูก บ้านเยี่ยมีที่ดินไม่มากมายนักเพราะตอนแยกบ้านออกมาตอนที่ท่านปู่เสียชีวิตลง

เยี่ยหยวนเทา ซึ่งเป็นพี่ชายของท่านพ่อเยี่ยได้แบ่งที่ดินให้ท่านพ่อ 5 หมู่ซึ่งเป็นที่รกร้างอยู่ท้ายหมู่บ้าน เดิมทีที่ดินผืนนี้เป็นสินเดิมที่ของท่านย่า เยี่ยหยวนเทาผู้เป็นพี่ชายได้เขียนสัญญาตัดขาดและขับไล่น้องชายและลูกเมียออกจากบ้านใหญ่

เยี่ยหานจางหอบลูกเมียออกมาสร้างบ้านจากไม้ไผ่และดินเหนียวอยู่ในที่ดินท้ายหมู่บ้านนี้ พี่ชายของเขาและพี่สะใภ้ไม่ได้ให้อะไรติดตัวพวกเขามาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเงินทอง

ถึงแม้ชาวบ้านจะด่าประณามคนบ้านนั้นยังไง แต่นางจางเหมยก็ไม่ได้สนใจ ในเมื่อตอนนี้นางสามารถกำจัดพวกกาฝากออกไปได้แล้ว ทรัพย์สมบัติของพ่อสามีทั้งหมดตกเป็นของสามีนางเท่านี้ก็พอแล้ว

และที่สำคัญสัญญาหมั้นหมายระหว่างเยว่ซินกับกัวมู่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะเยี่ยเหมยเหลียนลูกสาวของหยวนเทาและนางจางมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ทำให้เหมยเหลียนตั้งครรภ์

ถึงแม้ว่ากัวมู่จะไม่ได้มีใจให้เยว่ซินแต่เขาก็ไม่ได้ชอบพอเหมยเหลียนเช่นเดียวกัน เขาเพียงแค่จะเล่น ๆ เท่านั้นแต่กลับพลาดท่าให้กับเหมยเหลียนไปเสียได้

ที่บ้านชายป่าหานจางและภรรยาได้พูดคุยและปรึกษากันอยู่ในห้องนอน ถึงเรื่องของลูกสาวและการเข้าป่าเพื่อหาของป่ามาขายในวันพรุ่งนี้ ท่านแม่หลิวสงสารในชะตาชีวิตลูกสาวจนต้องร้องไห้ออกมา

“ท่านพี่พรุ่งนี้ ท่านและซินเอ๋อร์จะเข้าป่าหรือไม่เจ้าคะ”

“ไปสิ ฮูหยินมีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่รู้สึกใจคอไม่ดีเท่านั้น”

“ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากเลย ทำใจให้สบายเถอะ”

“เจ้าค่ะ ท่านพี่กับลูกเองก็ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ อย่าเข้าป่าไปลึกมากมันอันตราย”

“พี่รู้แล้ว เจ้าอยู่บ้านดูแลลูกให้ดีก็พอ”

“เจ้าค่ะ ข้าอดสงสารลูกไม่ได้ นางถึงวัยออกเรือนแล้วแท้ ๆ แต่กลับมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซินเอ๋อร์จากที่พูดน้อยอยู่แล้ว ตอนนี้นางแทบจะไม่พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงนางจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่ข้าเป็นแม่ข้าย่อมรู้ว่านางเองก็เจ็บปวดไม่น้อย”

“ให้เวลาลูกหน่อยนะ ให้เวลาซินเอ๋อร์ได้ทำใจ พี่รู้ว่าลูกมีใจให้กัวมู่มาตลอด แต่เมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วก็คงได้แต่ทำใจและปล่อยผ่าน เราแค่อยู่ข้างๆนางคอยให้กำลังใจนางก็พอแล้ว พี่เชื่อว่าลูกจะผ่านความทุกข์ใจไปได้”

“เจ้าค่ะท่านพี่”

“นอนเถอะดึกแล้ว”

ส่วนเอ๋ ที่ตายไปแบบไม่รู้ตัวก็ได้กลายเป็นวิญญาณล่องลอยไปมา จนมาถึงบ้าน อย่าเรียกว่าบ้านเลย เรียกกระท่อมจะเหมาะสมกว่า กระท่อมที่สร้างจากไม้ไผ่และดินเหนียว

เอ๋ลอยไปลอยมา และมาทันได้ยินบทสนทนาที่สองสามีภรรยาพูดคุยกัน จนเอ๋อดที่จะก่นด่าคนที่ชื่อกัวมู่และเหมยเหลียนไม่ได้

แต่ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ นี่มันไม่ใช่ภาษาไทยนี่ แถมยังเป็นภาษาจีนด้วย แต่ทำไมเราฟังรู้เรื่องล่ะเนี่ย เอ๋ได้แต่คิดในใจ หรือว่ามันจะเป็นความสามารถพิเศษของวิญญาณที่สามารถฟังและเข้าใจได้ทุกภาษา

อืม สงสัยจะเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง เอ๋ลอยตัวมานั่งอยู่บนหลังคากระท่อม และเธอก็ได้มองเห็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยที่นอนหลับอยู่ภายในกระท่อม

“เออ เว้ย แม่เจ้า เป็นผีก็ดี มองทะลุหลังคาเลยเว้ย แต่เด็กคนนี้ก็สวยจริง ๆ แล้วไอ้คนที่ชื่อกัวมูู่ กัวแมวอะไรนั่นทำไมมันถึงได้เลวถอนหมั้นได้ แต่จะว่าไปเหมือนจะได้ยินว่าไปทำผู้หญิงอีกคนท้องนี่หว่า ทำไมมันเหมือนชีวิตเราเลยวะ”

เอ๋ ได้แต่บ่นอยู่อย่างนั้นและหลังจากนั้นวิญญาณเธอก็ถูกดึงไปอีกที่ ที่ไหนเอ๋เองก็ไม่อาจจะรู้ได้ ที่นี่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ และผลไม้นานาชนิด

“โอ้ ผลไม้เยอะเลยกินได้หรือเปล่านะ ก่อนตายยังไม่ได้กินอะไรมาด้วย ว่าแต่ที่นี่มันที่ไหนกัน ที่ไหนก็ช่างมันเถอะขอกินก่อนก็แล้วกัน”

เช้าวันรุ่งขึ้นที่กระท่อมชายป่า ท่านพ่อเยี่ยตื่นขึ้นมาตั้งแต่ยามเหม่า (05.00-06.59) หลังจากล้างหน้าบ้วนปากแล้วกำลังเตรียมตัวจะเข้าป่ากับลูกสาวคนโต

เยว่ซินเองก็ลุกขึ้นหลังจากล้างหน้าบ้วนปากแล้วนางก็เข้าครัวเพื่อช่วยท่านแม่ทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้ทุกคนได้กินกัน ท่านแม่หลิวได้แต่มองดูลูกสาวด้วยความสงสาร

“ซินเอ๋อร์ เจ้าไปเตรียมตัวเถอะในนี้ไม่มีอะไรให้ช่วยแล้วแม่ทำเองได้”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

หลังจากที่กินมื้อเช้าเสร็จแล้วพ่อและลูกสาวก็เข้าป่าเพื่อหาของป่าทันที ตอนนี้บ้านพวกเขาแทบจะไม่มีเงินเข้าบ้านเลยก็ว่าได้

อย่าว่าแต่เงินเลยอาหารก็แทบจะไม่พอให้ลูกกินด้วยซ้ำไป กระท่อมไม้ไผ่ครึ่งดินเหนียวนี้ก็พุพังเต็มทีแล้ว ไม่รู้ว่าหน้าหนาวนี้จะผ่านไปได้อย่างไร

ท่านแม่หลิวมองดูแผ่นหลังของสามีและลูกสาวเดินห่างออกไปจนลับสายตา แม่หลิวหมุนตัวกลับเข้าบ้านและเริ่มทำงานที่ทำค้างเอาไว้

ลูกชายทั้งสองของนางตอนนี้คงจะอยู่ที่แปลงผักหลังบ้าน แม้ว่าครอบครัวของสามีจะยกที่ดินผืนนี้ให้ แต่เพราะที่ดินไม่ได้มากมายอะไรได้เพียงแค่ปลูกผักปลูกมันเทศเท่านั้น

เพราะที่ดินที่ได้มานั้นเป็นที่แห้งแล้งและห่างไกลจากลำธาร นางหลิวไม่เคยลืมความเจ็บช้ำน้ำใจที่โดนครอบครัวพี่ชายของสามีกดขี่ข่มเหง

นางจางพี่สะใภ้ของสามีเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดและเป็นคนละโมบโลภมากไม่มีที่สิ้นสุด ที่สำคัญพี่ชายของสามีเองก็เห็นดีเห็นงามไปกับภรรยาของเขาด้วยเช่นกัน

สองพ่อลูกเข้าป่าลึกมาเรื่อย ๆ เพราะป่าด้านนอกนั้นไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยวแล้ว มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่เข้าป่ามาหาของป่าเพื่อไปขายหรือแม้กระทั่งประทังชีวิตของตัวเอง

หมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่นี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจนและไม่ได้เรียนหนังสือมากนัก ถึงแม้ว่าจะมีคนส่งบุตรหลานเข้าไปเรียนในตัวเมือง

แต่เพียงไม่นานก็ต้องยอมแพ้เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ชาวบ้านธรรมดาที่ไหนจะสามารถหาเงินไปจ่ายค่าเล่าเรียนที่แสนแพงขนาดนั้นได้

ส่วนวิญญาณของเอ๋นั้น ตอนนี้เธอกำลังมีความสุขในการกินผลไม้ ไม่ว่าจะแอปเปิ้ล องุ่น สาลี่ ทับทิม ล้วนหวานอร่อยทั้งนั้น เอ๋ยังทำตัวเป็นผีตะกละอยู่อย่างนั้น โดยไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังมองมาที่เธออยู่

“กินให้พอนะ กินให้อิ่มก่อนที่เจ้าจะได้ไปอดอยากในภพภูมิหน้า และข้าจะคอยอวยพรให้เจ้าอยู่รอดปลอดภัยนะนังหนู”

หากเอ๋ได้ยินที่ชายชราในร่างโปร่งแสงพูดแล้วล่ะก็ เธอคงจะหยุดกินทันที เอ๋ไม่ได้รู้ลยว่าตัวเองจะได้ไปเจออะไรบ้าง และมันจะเป็นคำตอบที่เอ๋ตามหาอยู่หรือเปล่า

“ฮิ ฮิ กินเข้าไปเยอะ ๆ ล่ะนังหนู ความลำบากความอดอยากได้รอเจ้าอยู่ ข้าหวังว่าเจ้าจะใช้ความสามารถของเจ้าที่มีพาให้ครอบครัวและตัวเองให้หลุดพ้นความยากลำบากในโลกแห่งนี้ มิติอันไกลโพ้น ข้าขออวยพรให้เจ้าจงโชคดี”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก
8.8
เมื่อความฝันของภูธเรศและอาการประหลาดของเพลงพิณนำพาให้ทั้งคู่มาพบกัน สายสัมพันธ์จากอดีตที่แสนขมขื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง ภูธเรศชายหนุ่มผู้อบอุ่นมั่นใจทันทีว่าเธอคือคนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ขณะที่เพลงพิณเองก็ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกสบตา ทว่าลึกๆ ในใจเธอกลับมีความหวาดกลัวที่ไม่อาจหาคำตอบซ่อนอยู่ เรื่องราวความรักข้ามภพชาติในยุคปัจจุบันนี้จะคลี่คลายปริศนาที่ผูกพันพวกเขาไว้ได้อย่างไรในนิยายภาคต่อที่ร้อยเรียงความรู้สึกอันยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย 师父,别打扰我。
9.0
เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของอาจารย์ผู้เป็นที่รัก ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์แสนสาหัสจากสำนักเซียวเหยาจนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว เมื่อได้รับโอกาสให้กลับชาติมาเกิดใหม่ นางจึงปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนและตัดขาดจากความสัมพันธ์ในอดีตให้สิ้นซาก ทว่าโชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่ออดีตอาจารย์ที่นางเคยภักดีกลับก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิตของนางอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางจะจัดการกับวาสนาที่ไม่อยากจำนี้อย่างไรในภพชาตินี้
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
9.7
เฉียวลู่ดาราสาวชื่อดังต้องพักงานเพราะข่าวฉาวจึงเลือกกลับบ้านเกิดจนพบเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้านฉีหมิงเยี่ยนอนุชาฮ่องเต้แคว้นฉีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมขณะปฏิบัติภารกิจลับและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียว ส่วนเซียวยิ่นฮ่องเต้แคว้นเซียวผู้ไร้ทายาทได้สั่งทหารออกตามหาอดีตฮองเฮาและโอรสตามคำทำนายอย่างลับๆ ขณะที่ฉินอี้เหยาต้องแสร้งลืมอดีตหลังพาลูกน้อยหนีตายจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ท่านอาเจ้าขา...ข้าอยากเป็นภรรยาของท่าน
9.2
คำโปรย หลังจากบิดามารดาเสียชีวิต จูเมยได้ถูกท่านอาบุญธรรมรับเลี้ยง ท่านอาผู้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและเมตตา ได้กลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งในชีวิตนาง หัวใจที่อ่อนโยนของจูเมยเริ่มเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้ท่านอา แต่ท่านอาคิดอย่างไรกับนางกันแน่? หรือว่าความรักนี้เป็นเพียงความรู้สึกที่นางมีอยู่เพียงฝ่ายเดียว? เมื่อหัวใจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน จูเมยกลับรู้สึกเจ็บปวดกับความรู้สึกนี้ "ท่านอา...อย่าดีต่อข้ามากนักได้หรือไม่" นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักจีนโบราณ มีดราม่าเล็กน้อยช่วงเริ่มต้น จบสุขนิยม ไม่มีนอกกายนอกใจ เป็นความรักฟิน ๆ ระหว่างท่านอาและหลานสาว(บุญธรรม)ตัวน้อยของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ
9.7
หลินเจียอี หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ที่เสียชีวิตด้วยโรคระบาด ได้ตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาววัย 14 ปีที่มีชื่อเดียวกันในยุคโบราณ เธอพบว่าเจ้าของร่างเดิมถูกทุบตีจนสิ้นใจขณะเดินทางกลับบ้านเกิดของมารดา ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นและโชคชะตาที่แสนรันทด หลังจากบิดาเสียชีวิต มารดาของเธอถูกโกงสมบัติและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไม่เป็นธรรม หลินเจียอีในร่างใหม่จึงต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมายในโลกที่ไม่คุ้นเคย พร้อมกับพยายามเอาชีวิตรอดจากความลำบากในฐานะบุตรสาวของครอบครัวที่ถูกทอดทิ้ง