ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินบ้านป่า

ฮูหยินบ้านป่า

เอ๋ สาวโรงงานผู้โดดเดี่ยวหลังสูญเสียครอบครัวและเพื่อนรักอย่างชลดา มักสงสัยเสมอว่าความตายคือจุดจบหรือจุดเริ่มต้น จนกระทั่งชลดามาเข้าฝันพร้อมคำตอบที่คาดไม่ถึงว่าเธอได้ไปใช้ชีวิตใหม่ มีทั้งสามีและลูกในอีกภพภูมิหนึ่ง แม้เอ๋จะยังเคลือบแคลงใจในคำตอบนั้น แต่เช้าวันถัดมากลับมีลางสังหรณ์ประหลาดเกิดขึ้นเมื่อเอนกแฟนหนุ่มของเธอเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เอ๋จะสามารถไขปริศนาเรื่องโลกหลังความตายและค้นพบความจริงที่รอเธออยู่ได้หรือไม่ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความลี้ลับนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ในตอนที่สองพ่อลูกนั้น กำลังหาของป่าไปเรื่อย ๆ ท่านพ่อเยี่ยได้ขอแยกตัวกับลูกสาวเพื่อที่จะไปวางกับดักเอาไว้ก่อน

และจะกลับมาหาเยว่ซินอีกครั้งหลังจากที่วางกับดักเสร็จแล้ว

เขาบอกให้ลูกสาวหาผักป่า สมุนไพรป่ารออยู่บริเวณนี้อย่าได้เดินไปไหนไกลเป็นเด็ดขาด

“ซินเอ๋อร์เจ้าหาผักป่าและสมุนไพรรอพ่อแถว ๆ นี้ก่อนเข้าใจหรือไม่ รอพ่อกลับมาจากวางกับดักก่อนแล้วเราค่อยไปที่อื่น อย่าเดินออกไปไกลเข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงข้านะเจ้าคะ”

หลังจากที่หานจางเดินออกไปวางกับดักแล้วเขาไม่รู้เลยว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับลูกสาวอย่างเยว่ซินเป็นวันสุดท้าย

เยี่ยเยว๋ซินเดินหาผักป่าไปเรื่อย ๆ โดยที่นางเองก็ไม่ได้รู้ล่วงหน้าเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นตัวเองถึงแม้จะบอกว่าไม่เสียใจที่โดนถอนหมั้นเลยก็จะเป็นการโกหกจนเกินไป

นางเสียใจและเจ็บใจมาก หากมีโอกาสนางจะเอาคืนหญิงชั่วชายโฉดคู่นั้น

ในระหว่างที่เยว่ซินกำลังขุดผักป่าอยู่นั้น สายตานางก็เหลือบไปเห็นผิงกั่วป่าลูกโตใหญ่สีแดงสด

เยว่ซินจึงคิดว่าถ้าหากนางสามารถนำผิงกั่วกลับไปให้น้องชายทั้งสองและท่านแม่ได้กินก็คงจะดี อย่างน้อย ๆ ก็ยังพอประทังความหิวได้บ้าง

เยว่ซินจึงตัดสินใจวางเสียมและตะกร้าลง จากนั้นนางมุ่งหน้าไปยังต้นผิงกั่วและปีนขึ้นไปเก็บลูกผิงกั่วทันที

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรในตอนที่เยว่ซินกำลังเอื้อมมือไปเด็ดผิงกั่ว กิ่งของต้นผิงกั่วก็หักพอดี ทำให้เยว่ซินตกลงไปในร่องเขา

เยี่ยหานจางหลังจากที่วางกับดักจนเสร็จแล้ว ก็รีบเดินกลับมาหาลูกสาวและทันได้เห็นตอนที่ลูกสาวตกลงไปในร่องเขาพอดี เขารีบวิ่งไปแบบไม่คิดชีวิต

“ซินเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ ได้ยินพ่อหรือไม่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

เมื่อไร้เสียงตอบรับจากลูกสาว หานจางทำได้เพียงพยายามปีนลงไปในร่องเขาเพื่อตามหาลูกสาว

ดีที่ร่องเขาไม่ลึกมากแต่ลูกสาวของเขาตกลงมาจากต้นผิงกั่วน่าจะได้รับบาดเจ็บไม่ใช่น้อย

หลังจากที่ตามหาลูกสาวอยู่นาน ในที่สุดหานจางก็หาเยว่ซินเจอ แต่ปัญหาเขาจะพาลูกสาวขึ้นจากร่องเขานี้ไปได้ยังไง

หานจางที่ทั้งร้อนใจและกังวลใจกลัวลูกสาวจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

“ซินเอ๋อร์ ๆ เจ้าได้ยินพ่อหรือไม่”

“ข้าได้ยินเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไรท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงข้านะเจ้าคะ”

“มาพ่อจะพาเจ้าขึ้นไปเรากลับบ้านกันเถอะนะ เจ้าเจ็บมากหรือไม่”

“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพ่อ”

สองพ่อลูกพยายามปีนขึ้นจากร่องเขาด้วยความทุลักทุเล กว่าจะขึ้นมาได้ก็ใช้เวลาไปร่วม 3 เค่อ

เมื่อขึ้นมาได้แล้ว หานจางให้เยว่ซินนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ก่อน เขาไปเก็บผิงกั่วที่ลูกสาวเด็ดลงมาและเอาตะกร้าของลูกสาวกลับมาด้วย

เมื่อเก็บของเรียนแล้วแล้วสองพ่อลูกจึงได้ออกจากป่าเพื่อกลับบ้านทันที ตอนนี้เยว่ซินรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว

นางแทบจะเดินไม่ไหวแต่ต้องกัดฟันอดทนบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร

หานจางเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขาท่าทางจะเดินไม่ไหวแล้วเขาจึงได้แบกนางขึ้นหลังและรีบเดินกลับบ้านทันที

ไม่รู้ว่าภรรยาของเขาจะเสียใจมากขนาดไหนที่เห็นลูกสาวกลับไปในสภาพแบบนี้

“เจ็บมากหรือไม่ ซินเอ๋อร์ ใกล้ถึงบ้านแล้วอดทนเอาไว้นะลูก”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

ท่านแม่หลิวที่นั่งปักผ้าอยู่หน้าบ้านเมื่อเห็นสามีและลูกสาวบาดเจ็บกลับมา

นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ร้องไห้ออกมา นางเป็นแม่นางจะอ่อนแอไม่ได้

“ท่านพี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมซินเอ๋อร์ถึงได้เป็นแบบนี้”

“ท่านแม่ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่ขึ้นไปเก็บผิงกั่วมาฝากท่าน ไม่ทันได้ระวังกิ่งผิงกั่วหักข้าเลยตกลงไปในร่องเขาเจ้าค่ะ”

“เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ท่านพี่ไปตามท่านหมอหยุนมาดูลูกเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้ ๆ พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

“เดี๋ยวเจ้าค่ะท่านพ่อ ไม่ต้องไปตามหรอกเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไรนอนพักสักสองสามวันก็หายแล้ว อีกอย่างไม่ใช่ว่าเรามีสมุนไพรอยู่ที่บ้านหรือเจ้าคะ ถ้าหากเราไปตามหมอหยุนมารักษา เราจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่ารักษา ตอนนี้เงินในบ้านเราแทบจะไม่มีแล้วนะเจ้าคะ ที่สำคัญข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

“พ่อไปตามหมอหยุนมาดูเจ้าดีกว่า อย่าฝืนเลยพ่อรู้ว่าเจ้าเจ็บมาก เรื่องค่ารักษาไม่ต้องเป็นห่วงนะพ่อเอาของป่าไปขายในเมืองรอบหน้าก็คงพอจ่ายค่าหมอวันนี้”

หลังจากที่สามีออกไปตามหมอ ท่านแม่หลิวก็พาเยว่ซินเข้าไปนอนพักในห้องของนางและนำน้ำมาเช็ดตัวทำความสะอาดบาดแผล

บาดแผลภายนอกนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรหนักหนา แต่เยว่ซินที่ตกลงมากระแทกกับพื้นดินเบื้องล่าง ทำให้ภายในของนางบอบช้ำเป็นอย่างมาก

การที่นางอดทนมาจนถึงตอนนี้ นับว่าดีแล้วไม่นานหานจางก็กลับมาพร้อมกับหมอหยุน หลังจากตรวจดูอาการของเยว่ซินแล้ว

หมอหยุนได้แต่ส่ายหน้าและบอกให้ครอบครัวทำใจเท่านั้น

ตอนนี้น้องชายทั้งสองกลับมาจากถอนหญ้าออกจากแปลงผักและทันได้ยินที่หมอหยุนพูดพอดี ทั้งสองคนถึงกับร้องไห้โฮ

หานจางได้แต่ปลอบโยนลูกชายและภรรยาไปในคราเดียวกัน

“พวกเจ้าอย่าร้อง พี่สาวของพวกเจ้าเป็นคนดีนางย่อมไม่เป็นอะไร”

“ท่านพ่อพูดจริงใช่หรือไม่ ไม่โกหกข้านะ”

“พ่อเคยโกหกพวกเจ้าหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่เคยขอรับ แต่พี่สาวเจ็บมากเลย”

“ท่านพี่เราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ ข้าสงสารลูกเหลือเกิน”

“พวกเจ้าอย่าเพิ่งคิดไปไกลเลย หมอหยุนบอกว่าหากซินเอ๋อร์พ้นคืนนี้ไปได้นางก็จะปลอดภัย”

ทางด้านวิญญาณของเอ๋ที่ตอนนี้กำลังกินผลไม้ทุกอย่างที่มีอยู่บริเวณนี้ ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล องุ่น ทับทิม หรือลูกท้อ นางก็เก็บมากินเสียเกือบหมดต้น

“เป็นวิญญาณก็ดีแฮะ จะกินเท่าไหร่ก็ได้พุงก็ไม่กางด้วย แต่ว่าหลังจากนี้เราจะไปที่ไหนต่อล่ะ หรือว่าเราจะเป็นผีเร่ร่อนกันนะ”

ในมุมหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ร่างโปร่งแสงที่แอบมองเอ๋อยู่ตลอดเวลา และได้ยินที่เอ๋พูดกับตัวเองมาตลอด

เขาได้แต่ขบขันกับความคิดของหญิงสาวนางนี้ อีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่เธอจะต้องไปลิ้มรสของความยากลำบากแล้ว

“กินให้อิ่ม และจดจำความรู้สึกอิ่มนี้เอาไว้ เพราะต่อไปเจ้าจะได้ลิ้มลองรสชาติแห่งความอดอยากหิวโหย มันเป็นชะตาของเจ้า ต่อจากนี้ข้าขออวยพรให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน”

ตอนนี้บ้านเยี่ยเองก็กำลังวุ่นวายมากเพราะเยว่ซินตัวร้อนมาก นางเพ้อออกมาเพราะพิษไข้ และไม่ได้สติ

หานจางและภรรยาร้อนใจมาก เยว่ซินที่อดทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหวก็ได้สิ้นใจลงในกลางดึกคืนนั้น

เยว่ซินมองดูร่างไร้วิญญาณของตัวเองด้วยความเสียใจ นางเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้เอาคืนชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น

นางเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ นางเสียใจที่ไม่สามารถทำให้ครอบครัวอยู่อย่างสุขสบายได้

“เจ้าอย่าเสียใจไปเลย มันเป็นชะตาของเจ้า เจ้าปล่อยวางเสียเถอะต่อไปนี้จะมีคนมาคอยดูแลพ่อแม่และน้องชายของเจ้ารวมถึงชำระแค้นแทนเจ้าด้วย แต่ตอนนี้เจ้าได้เวลาต้องไปแล้วตัดใจเสีย”

“ท่านตาท่านเป็นใครเจ้าคะ"

“ข้าเป็นใครหาใช่สำคัญอันใด เอาล่ะนังหนูไปกันเถอะได้เวลาแล้ว”

“แต่ว่าข้า .."

"ไม่ต้องแต่แล้วเดี๋ยวไม่ทัน ไปกันได้แล้ว"

“เจ้าค่ะ”

เอ๋ที่กำลังนั่งกินลูกท้ออยู่ด้วยความเอร็ดอร่อย อยู่ ๆ นางรู้สึกถึงแรงถีบเข้าที่ลำตัวนางจากนั้นนางก็ไม่รับรู้อะไรแล้วทุกอย่างมันมืดไปหมด

เหมือนเอ๋จะได้ยินเสียงใครพูดแว่ว ๆ ตอนที่นางโดนถีบออกมาจากใต้ต้นท้อ ว่า

“กินก็กินเยอะแล้วหวังว่าเจ้าจะมีความสุขกับชีวิตใหม่นะ”

เอ๋ได้แต่คิด จะมีความสุขอะไรเล่าก็ตายไปแล้วไง แล้วชีวิตใหม่นี่คืออะไร ชีวิตหลังความตายเหรอ เอ๋ได้แต่คิดในใจ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FQN” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FQN
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
8.2
วชิตารีย์ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องใช้กำลังบังคับเพื่อให้ได้แต่งงานกับรามิล ชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ ทว่าความเย็นชาที่เขาแสดงออกกลับย้ำเตือนว่ารักข้างเดียวไม่มีวันสมหวัง แม้จะพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลกจนท้อแท้หลายครา แต่เธอก็ไม่อาจตัดใจเดินจากไปได้ เมื่อหนทางปกติใช้ไม่ได้ผล เธอจึงตัดสินใจหันพึ่งพาศาสตร์แห่งเวทมนตร์และคาถาอาคมเพื่อมัดใจเขา หวังเพียงให้ชายผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้ยอมเปิดปากเผยความในใจออกมาให้เธอได้ยินสักครั้งในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย นางร้ายของท่านเสนาบดี
9.4
ซูหนี่คือนักแสดงเจ้าบทบาทที่ประสบอุบัติเหตุจากการถูกแฟนละครไล่ล่าจนเสียชีวิต ทว่าวิญญาณกลับหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของนางร้ายในบทละครที่เธอเพิ่งรับเล่น ซึ่งเป็นสตรีที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมวางยาจนได้แต่งงานกับบัณฑิตหนุ่มจ้าวหนิงหลง แต่สิ่งที่ต่างจากเดิมคือในโลกนี้เธอมีลูกน้อยวัยสามขวบถึงสองคนติดสอยห้อยตามมาด้วย ซูหนี่จึงต้องหาทางดิ้นรนแก้ไขชะตากรรมเพื่อหนีจากความตายตามบทละครที่กำหนดไว้ให้ได้ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นนี้