
ฮูหยินบ้านป่า
ตอน 3
ในตอนที่สองพ่อลูกนั้น กำลังหาของป่าไปเรื่อย ๆ ท่านพ่อเยี่ยได้ขอแยกตัวกับลูกสาวเพื่อที่จะไปวางกับดักเอาไว้ก่อน
และจะกลับมาหาเยว่ซินอีกครั้งหลังจากที่วางกับดักเสร็จแล้ว
เขาบอกให้ลูกสาวหาผักป่า สมุนไพรป่ารออยู่บริเวณนี้อย่าได้เดินไปไหนไกลเป็นเด็ดขาด
“ซินเอ๋อร์เจ้าหาผักป่าและสมุนไพรรอพ่อแถว ๆ นี้ก่อนเข้าใจหรือไม่ รอพ่อกลับมาจากวางกับดักก่อนแล้วเราค่อยไปที่อื่น อย่าเดินออกไปไกลเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงข้านะเจ้าคะ”
หลังจากที่หานจางเดินออกไปวางกับดักแล้วเขาไม่รู้เลยว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับลูกสาวอย่างเยว่ซินเป็นวันสุดท้าย
เยี่ยเยว๋ซินเดินหาผักป่าไปเรื่อย ๆ โดยที่นางเองก็ไม่ได้รู้ล่วงหน้าเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นตัวเองถึงแม้จะบอกว่าไม่เสียใจที่โดนถอนหมั้นเลยก็จะเป็นการโกหกจนเกินไป
นางเสียใจและเจ็บใจมาก หากมีโอกาสนางจะเอาคืนหญิงชั่วชายโฉดคู่นั้น
ในระหว่างที่เยว่ซินกำลังขุดผักป่าอยู่นั้น สายตานางก็เหลือบไปเห็นผิงกั่วป่าลูกโตใหญ่สีแดงสด
เยว่ซินจึงคิดว่าถ้าหากนางสามารถนำผิงกั่วกลับไปให้น้องชายทั้งสองและท่านแม่ได้กินก็คงจะดี อย่างน้อย ๆ ก็ยังพอประทังความหิวได้บ้าง
เยว่ซินจึงตัดสินใจวางเสียมและตะกร้าลง จากนั้นนางมุ่งหน้าไปยังต้นผิงกั่วและปีนขึ้นไปเก็บลูกผิงกั่วทันที
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรในตอนที่เยว่ซินกำลังเอื้อมมือไปเด็ดผิงกั่ว กิ่งของต้นผิงกั่วก็หักพอดี ทำให้เยว่ซินตกลงไปในร่องเขา
เยี่ยหานจางหลังจากที่วางกับดักจนเสร็จแล้ว ก็รีบเดินกลับมาหาลูกสาวและทันได้เห็นตอนที่ลูกสาวตกลงไปในร่องเขาพอดี เขารีบวิ่งไปแบบไม่คิดชีวิต
“ซินเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ ได้ยินพ่อหรือไม่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
เมื่อไร้เสียงตอบรับจากลูกสาว หานจางทำได้เพียงพยายามปีนลงไปในร่องเขาเพื่อตามหาลูกสาว
ดีที่ร่องเขาไม่ลึกมากแต่ลูกสาวของเขาตกลงมาจากต้นผิงกั่วน่าจะได้รับบาดเจ็บไม่ใช่น้อย
หลังจากที่ตามหาลูกสาวอยู่นาน ในที่สุดหานจางก็หาเยว่ซินเจอ แต่ปัญหาเขาจะพาลูกสาวขึ้นจากร่องเขานี้ไปได้ยังไง
หานจางที่ทั้งร้อนใจและกังวลใจกลัวลูกสาวจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
“ซินเอ๋อร์ ๆ เจ้าได้ยินพ่อหรือไม่”
“ข้าได้ยินเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไรท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงข้านะเจ้าคะ”
“มาพ่อจะพาเจ้าขึ้นไปเรากลับบ้านกันเถอะนะ เจ้าเจ็บมากหรือไม่”
“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพ่อ”
สองพ่อลูกพยายามปีนขึ้นจากร่องเขาด้วยความทุลักทุเล กว่าจะขึ้นมาได้ก็ใช้เวลาไปร่วม 3 เค่อ
เมื่อขึ้นมาได้แล้ว หานจางให้เยว่ซินนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ก่อน เขาไปเก็บผิงกั่วที่ลูกสาวเด็ดลงมาและเอาตะกร้าของลูกสาวกลับมาด้วย
เมื่อเก็บของเรียนแล้วแล้วสองพ่อลูกจึงได้ออกจากป่าเพื่อกลับบ้านทันที ตอนนี้เยว่ซินรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว
นางแทบจะเดินไม่ไหวแต่ต้องกัดฟันอดทนบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร
หานจางเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขาท่าทางจะเดินไม่ไหวแล้วเขาจึงได้แบกนางขึ้นหลังและรีบเดินกลับบ้านทันที
ไม่รู้ว่าภรรยาของเขาจะเสียใจมากขนาดไหนที่เห็นลูกสาวกลับไปในสภาพแบบนี้
“เจ็บมากหรือไม่ ซินเอ๋อร์ ใกล้ถึงบ้านแล้วอดทนเอาไว้นะลูก”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
ท่านแม่หลิวที่นั่งปักผ้าอยู่หน้าบ้านเมื่อเห็นสามีและลูกสาวบาดเจ็บกลับมา
นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ร้องไห้ออกมา นางเป็นแม่นางจะอ่อนแอไม่ได้
“ท่านพี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมซินเอ๋อร์ถึงได้เป็นแบบนี้”
“ท่านแม่ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่ขึ้นไปเก็บผิงกั่วมาฝากท่าน ไม่ทันได้ระวังกิ่งผิงกั่วหักข้าเลยตกลงไปในร่องเขาเจ้าค่ะ”
“เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ท่านพี่ไปตามท่านหมอหยุนมาดูลูกเถอะเจ้าค่ะ”
“ได้ ๆ พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”
“เดี๋ยวเจ้าค่ะท่านพ่อ ไม่ต้องไปตามหรอกเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไรนอนพักสักสองสามวันก็หายแล้ว อีกอย่างไม่ใช่ว่าเรามีสมุนไพรอยู่ที่บ้านหรือเจ้าคะ ถ้าหากเราไปตามหมอหยุนมารักษา เราจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่ารักษา ตอนนี้เงินในบ้านเราแทบจะไม่มีแล้วนะเจ้าคะ ที่สำคัญข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
“พ่อไปตามหมอหยุนมาดูเจ้าดีกว่า อย่าฝืนเลยพ่อรู้ว่าเจ้าเจ็บมาก เรื่องค่ารักษาไม่ต้องเป็นห่วงนะพ่อเอาของป่าไปขายในเมืองรอบหน้าก็คงพอจ่ายค่าหมอวันนี้”
หลังจากที่สามีออกไปตามหมอ ท่านแม่หลิวก็พาเยว่ซินเข้าไปนอนพักในห้องของนางและนำน้ำมาเช็ดตัวทำความสะอาดบาดแผล
บาดแผลภายนอกนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรหนักหนา แต่เยว่ซินที่ตกลงมากระแทกกับพื้นดินเบื้องล่าง ทำให้ภายในของนางบอบช้ำเป็นอย่างมาก
การที่นางอดทนมาจนถึงตอนนี้ นับว่าดีแล้วไม่นานหานจางก็กลับมาพร้อมกับหมอหยุน หลังจากตรวจดูอาการของเยว่ซินแล้ว
หมอหยุนได้แต่ส่ายหน้าและบอกให้ครอบครัวทำใจเท่านั้น
ตอนนี้น้องชายทั้งสองกลับมาจากถอนหญ้าออกจากแปลงผักและทันได้ยินที่หมอหยุนพูดพอดี ทั้งสองคนถึงกับร้องไห้โฮ
หานจางได้แต่ปลอบโยนลูกชายและภรรยาไปในคราเดียวกัน
“พวกเจ้าอย่าร้อง พี่สาวของพวกเจ้าเป็นคนดีนางย่อมไม่เป็นอะไร”
“ท่านพ่อพูดจริงใช่หรือไม่ ไม่โกหกข้านะ”
“พ่อเคยโกหกพวกเจ้าหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่เคยขอรับ แต่พี่สาวเจ็บมากเลย”
“ท่านพี่เราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ ข้าสงสารลูกเหลือเกิน”
“พวกเจ้าอย่าเพิ่งคิดไปไกลเลย หมอหยุนบอกว่าหากซินเอ๋อร์พ้นคืนนี้ไปได้นางก็จะปลอดภัย”
ทางด้านวิญญาณของเอ๋ที่ตอนนี้กำลังกินผลไม้ทุกอย่างที่มีอยู่บริเวณนี้ ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล องุ่น ทับทิม หรือลูกท้อ นางก็เก็บมากินเสียเกือบหมดต้น
“เป็นวิญญาณก็ดีแฮะ จะกินเท่าไหร่ก็ได้พุงก็ไม่กางด้วย แต่ว่าหลังจากนี้เราจะไปที่ไหนต่อล่ะ หรือว่าเราจะเป็นผีเร่ร่อนกันนะ”
ในมุมหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ร่างโปร่งแสงที่แอบมองเอ๋อยู่ตลอดเวลา และได้ยินที่เอ๋พูดกับตัวเองมาตลอด
เขาได้แต่ขบขันกับความคิดของหญิงสาวนางนี้ อีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่เธอจะต้องไปลิ้มรสของความยากลำบากแล้ว
“กินให้อิ่ม และจดจำความรู้สึกอิ่มนี้เอาไว้ เพราะต่อไปเจ้าจะได้ลิ้มลองรสชาติแห่งความอดอยากหิวโหย มันเป็นชะตาของเจ้า ต่อจากนี้ข้าขออวยพรให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน”
ตอนนี้บ้านเยี่ยเองก็กำลังวุ่นวายมากเพราะเยว่ซินตัวร้อนมาก นางเพ้อออกมาเพราะพิษไข้ และไม่ได้สติ
หานจางและภรรยาร้อนใจมาก เยว่ซินที่อดทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหวก็ได้สิ้นใจลงในกลางดึกคืนนั้น
เยว่ซินมองดูร่างไร้วิญญาณของตัวเองด้วยความเสียใจ นางเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้เอาคืนชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น
นางเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ นางเสียใจที่ไม่สามารถทำให้ครอบครัวอยู่อย่างสุขสบายได้
“เจ้าอย่าเสียใจไปเลย มันเป็นชะตาของเจ้า เจ้าปล่อยวางเสียเถอะต่อไปนี้จะมีคนมาคอยดูแลพ่อแม่และน้องชายของเจ้ารวมถึงชำระแค้นแทนเจ้าด้วย แต่ตอนนี้เจ้าได้เวลาต้องไปแล้วตัดใจเสีย”
“ท่านตาท่านเป็นใครเจ้าคะ"
“ข้าเป็นใครหาใช่สำคัญอันใด เอาล่ะนังหนูไปกันเถอะได้เวลาแล้ว”
“แต่ว่าข้า .."
"ไม่ต้องแต่แล้วเดี๋ยวไม่ทัน ไปกันได้แล้ว"
“เจ้าค่ะ”
เอ๋ที่กำลังนั่งกินลูกท้ออยู่ด้วยความเอร็ดอร่อย อยู่ ๆ นางรู้สึกถึงแรงถีบเข้าที่ลำตัวนางจากนั้นนางก็ไม่รับรู้อะไรแล้วทุกอย่างมันมืดไปหมด
เหมือนเอ๋จะได้ยินเสียงใครพูดแว่ว ๆ ตอนที่นางโดนถีบออกมาจากใต้ต้นท้อ ว่า
“กินก็กินเยอะแล้วหวังว่าเจ้าจะมีความสุขกับชีวิตใหม่นะ”
เอ๋ได้แต่คิด จะมีความสุขอะไรเล่าก็ตายไปแล้วไง แล้วชีวิตใหม่นี่คืออะไร ชีวิตหลังความตายเหรอ เอ๋ได้แต่คิดในใจ
คุณอาจจะชอบ





