ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ติวเตอร์เด็กสาว

ติวเตอร์เด็กสาว

เมื่อเพื่อนสนิทจัดแจงส่งเด็กสาววัยใสมาทำหน้าที่เป็นติวเตอร์ให้ถึงที่ ความน่ารักไร้เดียงสาและเสน่ห์ของสาวแรกรุ่นกลับสั่นคลอนความรู้สึกของผมอย่างรุนแรงจนเริ่มสับสน ในขณะที่เป้าหมายเดิมคือการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อตามง้อขอคืนดีกับภรรยาที่เลิกรากันไป ผมกลับต้องมาติดหล่มความหวั่นไหวครั้งใหม่ที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ล่วงหน้า เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงระหว่างความรับผิดชอบในอดีตและความรู้สึกดีๆ ในปัจจุบันจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ภายในบ้านหรูของกรณ์...

เขาชั่งใจอยู่นานว่าจะพาเด็กสาวแปลกหน้าเข้ามาด้านในบ้านดีหรือเปล่า เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นพวกมิจฉาชีพมาหลอกลวง แต่เมื่อได้รับการยืนยันจากข้อความในไลน์ที่คุยกันก็จำต้องพาเธอเข้ามาในบ้าน แม้จะรู้สึกไม่ค่อยดีที่เห็นว่าเธอยังเด็ก

“นั่งก่อนสิ” 

“ไม่คิดว่าคุณกรณ์จะโตขนาดนี้เลยนะคะ...” เธอเองก็แปลกใจเหมือนกัน ที่รู้ว่านักเรียนของเธออายุมากขนาดนี้ เพราะปกติแล้วเธอจะสอนแค่คนที่เด็กกว่า หรืออายุเท่า ๆ กัน ซึ่งตอนที่ตอบรับงานนี้ก็คิดว่าเธอจะต้องมาสอนลูกหรือหลานของเขาอะไรอย่างนั้น

“ฉันก็ไม่คิดว่าหนูจะเด็กขนาดนี้เหมือนกัน ว่าแต่อายุเท่าไหร่ล่ะ?” 

“อายุสิบแปด ย่างสิบเก้าค่ะ” 

เมื่อได้ยินอายุของเด็กสาวกรณ์ก็ยกนิ้วขึ้นนับเลข เพื่อดูว่าติวเตอร์อายุน้อยกว่าตนกี่ปี “สามเอ็ด สามสอง สามสาม ห่างกันสิบห้าปี...” 

“...” ผักกาดนั่งมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่ายังมีคนยกนิ้วขึ้นมานับเลขอยู่อีก กับจำนวนเลขง่ายๆ แบบนั้น

“หนูคิดว่าสอนฉันได้แน่ใช่ไหม?” 

“หนูสอนได้อยู่แล้วค่ะ แต่ว่าหนูจะว่างมาสอนช่วงห้าโมงถึงสองทุ่มนะคะ” 

“ดีเลย ฉันตื่นช่วงนั้นพอดี...แล้ววันนี้เราจะเริ่มเรียนกันเลยหรือเปล่า” 

“ยังค่ะคุณกรณ์” 

“ไม่ต้องพูดเป็นทางการกับฉันขนาดนั้นก็ได้นะ เรียกแบบสบายๆ ดีกว่า...” เขาคิดว่าถ้าเป็นแบบนั้นการเรียนการสอนคงจะผ่อนคลายกว่านี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลดี

“งั้น...หนูขอเรียกตามอายุแล้วกันนะคะ” 

“อ๋อได้สิ” 

เธอเริ่มยิ้มออกเมื่อเห็นว่านักเรียนของเธอเป็นคนรวยก็จริง แต่ไม่ได้เรื่องมากในการเรียนการสอน “งั้นวันนี้หนูจะแจ้งตารางเรียนคร่าวๆ ก่อนนะคะ ว่าจะเริ่มเรียนอะไรบ้าง จะสอนวันไหน แล้วก็จะให้ชีทเนื้อหาการเรียนกับคุณลุงไว้ด้วย ลองศึกษาดูก่อนนะคะ” 

“...” กรณ์นั่งอึ้งกิมกี่เมื่อได้ยินผักกาดเรียกเขาด้วยคำนั้น ‘ลุงเหรอ?’ 

“อ๋อแล้วก็ หนูอยากจะขอคุณลุงเรื่องนึงค่ะ คือหนูกลับบ้านช้ากว่าสองทุ่มครึ่งไม่ได้ เพราะรถเมย์ที่หนูนั่งกลับบ้านหมดตอนสามทุ่ม รบกวนคุณลุงพร้อมเรียนทันทีเวลาห้าโมงตรงนะคะ หรือเลทได้มากสุดแค่สิบนาที” 

“คุณลุงเหรอ?” เขายังติดอยู่กับคำนั้นที่เธอใช้เรียก

“ค่ะ” 

“ฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ” 

“เอ่อ...ก็ไม่แก่หรอกค่ะ แต่ว่าถ้าเรียกว่าพี่หนูคิดว่าคงไม่เหมาะ เพราะอายุห่างกันเกินไป” เธอได้ยินเขาพูดถึงเรื่องอายุที่ห่างกันมากถึงสิบห้าปี และคิดว่าการเรียกเขาว่าคุณลุงคงเป็นการให้เกียรติกับอายุของเขามากที่สุด

“...” พูดไม่ออกเลยกู จะบ้าตาย “เดี๋ยวฉันมานะ...” 

“ค่ะคุณลุง” 

บาร์ครัว...

กรณ์หลบเข้ามาที่บาร์ครัว เพื่อต่อสายหาเพื่อนรักของเขา คนที่ส่งติวเตอร์เด็กสาวนี้มาให้เขา “ไอ้เหี้ยโปรด มึงเอาเด็กสิบแปดมาสอนภาษากูเนี่ยนะ” 

“เด็กสิบแปดอะไรของมึง?” โปรดยังคงมึนงงที่จู่ ๆ เพื่อนของเขาก็โทรมาพูดแบบนั้น

“ติวเตอร์ที่มึงหามาให้กูอายุแค่สิบแปด เป็นเด็กมอปลายแถมเป็นเด็กผู้หญิงด้วย...” 

“แจ่มเปล่าวะ?” 

“แจ่มเหี้ยอะไร คุกล่ะสิ!” 

“กูก็ไม่รู้เหมือนกันเว้ย กูก็ขอไลน์จากพี่สาวกูมาอีกที” โปรดเองก็ไม่เคยเห็นติวเตอร์ของหลานสาวเลยเช่นกัน แต่รู้ว่าพี่สาวจ้างเธอมาสอนภาษาให้หลานสาว ซึ่งเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเด็กมอปลายอย่างที่เพื่อนบอก

“เอาไงดีวะเนี่ย?” 

“มึงก็แค่เรียนๆ ไป ก็แค่นั้น...” 

“แล้วมึงคิดว่ากูจะมีสมาธิเรียนไหมล่ะ” 

“ทำไมวะ?” 

“มึงก็นึกภาพเอาเองแล้วกัน เด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนมอปลาย ถักผมเปีย ผิวขาว ตาโต ตัวเล็ก...” เขาบรรยายสิ่งที่เห็นให้โปรดฟังเพื่อให้เพื่อนพอนึกภาพออก ว่าสิ่งนั้นทำให้เขาไม่มีสมาธิในการเรียนการสอน

“งั้นเดี๋ยวกูไปเรียนเป็นเพื่อน” 

“พอเลยมึง หาเรื่องให้กูจริงๆ ...” กรณ์ตัดสายทิ้งจากโปรดเพราะคิดว่าเขาคงช่วยอะไรไม่ได้ และหากคุยกันนานกว่านี้คงจะพากันพูดถึงเรื่องไม่ควร เช่นคิดเรื่องทะลึ่งกับเด็กสาว

ห้องนั่งเล่น...

ระหว่างที่ผักกาดนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้าน เธอก็เห็นว่าตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดแปลกๆ ราวกับฝนกำลังจะตก

“จะตกอีกแล้วเหรอเนี่ย ป้ายรถเมย์อยู่ไกลด้วยทำไงดี” กว่าเธอจะเดินจากป้ายรถเมย์เข้ามาถึงหน้าบ้านของกรณ์ก็ใช้เวลาหลายนาที ซึ่งถ้าฝนตกกลางทางคงไม่เป็นผลดีแน่

“อ๋อจริงสิ หนูชื่ออะไรเหรอ?” 

“ผักกาดค่ะ เรียกผักเฉยๆ ก็ได้...” เธอหันไปตอบคำถามนั้นของกรณ์เมื่อเห็นว่าเขาเดินกลับมาหาเธอพร้อมกับน้ำดื่มสะอาด

“ดื่มน้ำก่อนสิ” 

“ขอบคุณมากนะคะ แต่ว่าหนูต้องกลับแล้วล่ะค่ะ” 

“อ๋อ ฝนจะตกสินะ งั้นก็รอให้แท็กซี่มาก่อนสิแล้วค่อยออกไป” 

“คือ...หนูต้องเดินไปขึ้นรถเมย์ที่หน้าปากซอยน่ะค่ะ” 

“เดินไปหน้าปากซอยเลยเหรอ?!” เขาถามอย่างตกใจเพราะระยะทางที่ไกลเกือบสี่ร้อยเมตร

ครืน!!

“ใช่ค่ะ หนูขอกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวฝนตก” เสียงฟ้าร้องเมื่อครู่ทำให้เธอรีบร้อนวิ่งออกจากบ้านไป เพราะกลัวว่าฝนจะตกลงมากลางทาง หากเป็นแบบนั้นคงยากที่จะหาที่หลบฝนได้

“...ไกลขนาดนั้นเดินไปได้ยังไง” เขาสงสัยที่เธอมีแรงเดินทางไกลขนาดนั้น ทั้งที่เขาเป็นผู้ชายยังรู้สึกว่ามันเหนื่อยหากต้องเดินไกลเช่นนั้น 

และหลังจากที่ผักกาดออกจากบ้านไปยังไม่ถึงนาที ฝนก็เทลงมาหนักมากเพราะวันนี้ตรงกับวันที่พายุเข้า ครืน! ซู่!

เสียงฝนที่เทลงมาทำให้กรณ์ที่อยู่ในบ้านเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกกระจกบานใส จึงเห็นว่าฝนเทลงมาเม็ดใหญ่พร้อมกับลมกระโชกแรง

“ตกแล้วเหรอ?” 

ฝนตกหนักทำให้เขานึกห่วงเด็กสาวที่เพิ่งวิ่งออกจากบ้านไปเมื่อครู่ เพราะคิดว่าเธอคงน่าจะยังไม่ถึงที่หมาย และคงจะหลบฝนอยู่ที่ไหนสักที่ในเวลานี้

“ไม่น่าจะเดินถึงแฮะ...” 

ติ๊งต่อง!

กรณ์ทำท่าจะลุกเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารทาน แต่ยังไม่ทันเดินถึงครัวก็มีเสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้น เขาจึงต้องคว้าร่มในบ้านเดินออกไปดูว่าคนที่มากดกริ่งนั้นเป็นใคร

ประตูรั้วหน้าบ้าน...

แก๊ก!

เมื่อเปิดประตูออกดูก็เห็นว่าเป็นผักกาด เด็กสาวที่เวลานี้เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อนักเรียนเก่าๆ ของเธอเปียกชุ่มและบางจนเห็นก้อนเนื้ออวบที่ซ่อนอยู่ภายใต้

“คุณลุงคะ ฝนตกหนักมากเลย หนูขอหลบฝนที่นี่ก่อนได้ไหมคะ?” 

“ดะได้สิ เข้ามาก่อน...” 

ก็ว่าจะไม่คิดแล้วเชียว...

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพยาบาท 25+
9.1
เกวลินหญิงสาวธรรมดาผู้เต็มไปด้วยเพลิงพยาบาทจนใครต่างก็ขวัญผวา ทว่ารัฐรวินทร์ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกลับไม่เกรงกลัวและหวังจะใช้ความรักสยบความแค้นในใจเธอ แม้เกวลินจะหวาดกลัวอำนาจที่กุมชะตาชีวิตครอบครัวเธอไว้ แต่เธอก็กล้าเผชิญหน้าอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน แรงตบจากฝ่ามือเล็กกลายเป็นชนวนเหตุแห่งโทสะที่รัฐรวินทร์พร้อมจะตอบโต้อย่างไร้ปราณี ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงและการจองเวรที่ไม่มีใครยอมใคร เธอพร้อมจะจดจำทุกความเจ็บปวดเพื่อรอวันเอาคืนเขาให้สาสมในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย ใต้อาณัติหัวใจคนเถื่อน
7.9
หญิงสาวส่งเสียงประท้วงด้วยความตื่นตระหนกยามถูกคุกคามทางร่างกายอย่างรุนแรงและเร่าร้อน ความหวาดกลัวเริ่มครอบงำจิตใจของเธออย่างหนักหน่วงในค่ำคืนที่แสนอันตราย ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นเธอพยายามกวาดสายตาเพื่อขอความช่วยเหลือจากใครสักคนอย่างมีความหวัง ทว่าความจริงที่แสนโหดร้ายกลับตอกย้ำว่าคงไม่มีใครสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของคนเถื่อนในคืนนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว
หน้าปกนวนิยาย ไฟร้อนซ่อนสวาท
9.1
“เปล่านะ ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย แค่ไม่ได้บอกว่าจะให้รางวัลมากน้อยแค่ไหนและตอนไหนเท่านั้นเอง” คนเจ้าเล่ห์ตอบกลับเสียงใส รีบปลดสองแขนใหญ่ออกจากร่าง ลุกขึ้นไปยืนยิ้มหน้าระรื่น “เอาน่า...ฉันไม่ผิดคำพูดหรอก แค่ยืดเวลาออกไปนิด คุณคงไม่ถึงกับลงแดงหรอกนะ” “ได้จ้ะเมียจ๋า แต่เดี๋ยวถึงเวลาฉันทวงรางวัล เธอจะมาว่าฉันมักมากไม่ได้นะ” “ให้มันแน่เถอะค่ะคุณสามีขา...แก่แล้วนะคะ กลัวจะตายคาอกฉันน่ะซิ” นิลลดาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทว่าในใจเธอกลับขลาดกลัว เพราะดันมีเรื่องปกปิดชายหนุ่มเอาไว้น่ะซิ ************ “คะ...คุณภูมิต้องการอะไรล่ะคะ” เอ่ยถามเสียงใสพลิ้ว “ถ้าฉันให้ได้ก็จะให้ค่ะ” “ฉันก็แค่อยาก...” นิ้วยาวร้อนผ่าวทาบทับคลึงบนกลีบปากนุ่ม “กอดเธออย่างแนบชิด แล้วก็จูบ...จูบไปทั่วทั้งตัวเธอเท่านั้นเอง” “บ้า!! คุณภูมิน่ะ” ยกมือทุบอกกว้างเบาๆ “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณขอแบบนั้นได้ยังไง” “ไม่ได้หรือยายดำ” ภูมินทร์ทำหน้ามุ่ย ทำตาละห้อยโหยหาราวกับว่าจะต้องจากลาไปในบัดเดี๋ยวนี้
หน้าปกนวนิยาย นักเขียนนิยายอีโรติกคนนั้น  ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะบอส
8.1
ภายใต้ภาพลักษณ์พนักงานออฟฟิศธรรมดา ฉันมีความลับสุดยอดที่ปกปิดไว้คือการเป็นนักเขียนนิยายอีโรติกชื่อดัง ฉันใช้ชีวิตสองด้านได้อย่างราบรื่นมาโดยตลอดจนกระทั่งความจริงที่น่าตกใจถูกเปิดเผย เมื่อฉันพบว่าเจ้านายหนุ่มจอมเนี้ยบแท้จริงแล้วคือแฟนคลับตัวยงที่ติดตามผลงานติดเรทของฉันอย่างเหนียวแน่น ความลับที่พยายามซ่อนเร้นกำลังจะทำให้ความสัมพันธ์ในที่ทำงานปั่นป่วน เมื่อตัวตนในโลกนิยายกับชีวิตจริงต้องมาบรรจบกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักสีรุ้ง
8.1
สายรุ้งตัดสินใจเผชิญหน้ากับสามีด้วยความอัดอั้นตันใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด หล่อนเอ่ยปากถามพี่กรอย่างประชดประชันถึงเหตุผลที่เขาไม่ยอมหย่าขาดจากกัน เพียงเพราะยังกอบโกยผลประโยชน์ไม่พอใจใช่หรือไม่ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกรแสดงท่าทีตกใจและคุกคามด้วยการกระชากกระเป๋าเดินทางของหล่อนทิ้งอย่างไม่ใยดี จนเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วพื้นห้อง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แตกสลายและหัวใจที่บอบช้ำจนเกินจะเยียวยาต่อไปได้อีกต่อไป