
ติวเตอร์เด็กสาว
ตอน 2
ภายในบ้านหรูของกรณ์...
เขาชั่งใจอยู่นานว่าจะพาเด็กสาวแปลกหน้าเข้ามาด้านในบ้านดีหรือเปล่า เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นพวกมิจฉาชีพมาหลอกลวง แต่เมื่อได้รับการยืนยันจากข้อความในไลน์ที่คุยกันก็จำต้องพาเธอเข้ามาในบ้าน แม้จะรู้สึกไม่ค่อยดีที่เห็นว่าเธอยังเด็ก
“นั่งก่อนสิ”
“ไม่คิดว่าคุณกรณ์จะโตขนาดนี้เลยนะคะ...” เธอเองก็แปลกใจเหมือนกัน ที่รู้ว่านักเรียนของเธออายุมากขนาดนี้ เพราะปกติแล้วเธอจะสอนแค่คนที่เด็กกว่า หรืออายุเท่า ๆ กัน ซึ่งตอนที่ตอบรับงานนี้ก็คิดว่าเธอจะต้องมาสอนลูกหรือหลานของเขาอะไรอย่างนั้น
“ฉันก็ไม่คิดว่าหนูจะเด็กขนาดนี้เหมือนกัน ว่าแต่อายุเท่าไหร่ล่ะ?”
“อายุสิบแปด ย่างสิบเก้าค่ะ”
เมื่อได้ยินอายุของเด็กสาวกรณ์ก็ยกนิ้วขึ้นนับเลข เพื่อดูว่าติวเตอร์อายุน้อยกว่าตนกี่ปี “สามเอ็ด สามสอง สามสาม ห่างกันสิบห้าปี...”
“...” ผักกาดนั่งมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่ายังมีคนยกนิ้วขึ้นมานับเลขอยู่อีก กับจำนวนเลขง่ายๆ แบบนั้น
“หนูคิดว่าสอนฉันได้แน่ใช่ไหม?”
“หนูสอนได้อยู่แล้วค่ะ แต่ว่าหนูจะว่างมาสอนช่วงห้าโมงถึงสองทุ่มนะคะ”
“ดีเลย ฉันตื่นช่วงนั้นพอดี...แล้ววันนี้เราจะเริ่มเรียนกันเลยหรือเปล่า”
“ยังค่ะคุณกรณ์”
“ไม่ต้องพูดเป็นทางการกับฉันขนาดนั้นก็ได้นะ เรียกแบบสบายๆ ดีกว่า...” เขาคิดว่าถ้าเป็นแบบนั้นการเรียนการสอนคงจะผ่อนคลายกว่านี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลดี
“งั้น...หนูขอเรียกตามอายุแล้วกันนะคะ”
“อ๋อได้สิ”
เธอเริ่มยิ้มออกเมื่อเห็นว่านักเรียนของเธอเป็นคนรวยก็จริง แต่ไม่ได้เรื่องมากในการเรียนการสอน “งั้นวันนี้หนูจะแจ้งตารางเรียนคร่าวๆ ก่อนนะคะ ว่าจะเริ่มเรียนอะไรบ้าง จะสอนวันไหน แล้วก็จะให้ชีทเนื้อหาการเรียนกับคุณลุงไว้ด้วย ลองศึกษาดูก่อนนะคะ”
“...” กรณ์นั่งอึ้งกิมกี่เมื่อได้ยินผักกาดเรียกเขาด้วยคำนั้น ‘ลุงเหรอ?’
“อ๋อแล้วก็ หนูอยากจะขอคุณลุงเรื่องนึงค่ะ คือหนูกลับบ้านช้ากว่าสองทุ่มครึ่งไม่ได้ เพราะรถเมย์ที่หนูนั่งกลับบ้านหมดตอนสามทุ่ม รบกวนคุณลุงพร้อมเรียนทันทีเวลาห้าโมงตรงนะคะ หรือเลทได้มากสุดแค่สิบนาที”
“คุณลุงเหรอ?” เขายังติดอยู่กับคำนั้นที่เธอใช้เรียก
“ค่ะ”
“ฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เอ่อ...ก็ไม่แก่หรอกค่ะ แต่ว่าถ้าเรียกว่าพี่หนูคิดว่าคงไม่เหมาะ เพราะอายุห่างกันเกินไป” เธอได้ยินเขาพูดถึงเรื่องอายุที่ห่างกันมากถึงสิบห้าปี และคิดว่าการเรียกเขาว่าคุณลุงคงเป็นการให้เกียรติกับอายุของเขามากที่สุด
“...” พูดไม่ออกเลยกู จะบ้าตาย “เดี๋ยวฉันมานะ...”
“ค่ะคุณลุง”
บาร์ครัว...
กรณ์หลบเข้ามาที่บาร์ครัว เพื่อต่อสายหาเพื่อนรักของเขา คนที่ส่งติวเตอร์เด็กสาวนี้มาให้เขา “ไอ้เหี้ยโปรด มึงเอาเด็กสิบแปดมาสอนภาษากูเนี่ยนะ”
“เด็กสิบแปดอะไรของมึง?” โปรดยังคงมึนงงที่จู่ ๆ เพื่อนของเขาก็โทรมาพูดแบบนั้น
“ติวเตอร์ที่มึงหามาให้กูอายุแค่สิบแปด เป็นเด็กมอปลายแถมเป็นเด็กผู้หญิงด้วย...”
“แจ่มเปล่าวะ?”
“แจ่มเหี้ยอะไร คุกล่ะสิ!”
“กูก็ไม่รู้เหมือนกันเว้ย กูก็ขอไลน์จากพี่สาวกูมาอีกที” โปรดเองก็ไม่เคยเห็นติวเตอร์ของหลานสาวเลยเช่นกัน แต่รู้ว่าพี่สาวจ้างเธอมาสอนภาษาให้หลานสาว ซึ่งเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเด็กมอปลายอย่างที่เพื่อนบอก
“เอาไงดีวะเนี่ย?”
“มึงก็แค่เรียนๆ ไป ก็แค่นั้น...”
“แล้วมึงคิดว่ากูจะมีสมาธิเรียนไหมล่ะ”
“ทำไมวะ?”
“มึงก็นึกภาพเอาเองแล้วกัน เด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนมอปลาย ถักผมเปีย ผิวขาว ตาโต ตัวเล็ก...” เขาบรรยายสิ่งที่เห็นให้โปรดฟังเพื่อให้เพื่อนพอนึกภาพออก ว่าสิ่งนั้นทำให้เขาไม่มีสมาธิในการเรียนการสอน
“งั้นเดี๋ยวกูไปเรียนเป็นเพื่อน”
“พอเลยมึง หาเรื่องให้กูจริงๆ ...” กรณ์ตัดสายทิ้งจากโปรดเพราะคิดว่าเขาคงช่วยอะไรไม่ได้ และหากคุยกันนานกว่านี้คงจะพากันพูดถึงเรื่องไม่ควร เช่นคิดเรื่องทะลึ่งกับเด็กสาว
ห้องนั่งเล่น...
ระหว่างที่ผักกาดนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้าน เธอก็เห็นว่าตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดแปลกๆ ราวกับฝนกำลังจะตก
“จะตกอีกแล้วเหรอเนี่ย ป้ายรถเมย์อยู่ไกลด้วยทำไงดี” กว่าเธอจะเดินจากป้ายรถเมย์เข้ามาถึงหน้าบ้านของกรณ์ก็ใช้เวลาหลายนาที ซึ่งถ้าฝนตกกลางทางคงไม่เป็นผลดีแน่
“อ๋อจริงสิ หนูชื่ออะไรเหรอ?”
“ผักกาดค่ะ เรียกผักเฉยๆ ก็ได้...” เธอหันไปตอบคำถามนั้นของกรณ์เมื่อเห็นว่าเขาเดินกลับมาหาเธอพร้อมกับน้ำดื่มสะอาด
“ดื่มน้ำก่อนสิ”
“ขอบคุณมากนะคะ แต่ว่าหนูต้องกลับแล้วล่ะค่ะ”
“อ๋อ ฝนจะตกสินะ งั้นก็รอให้แท็กซี่มาก่อนสิแล้วค่อยออกไป”
“คือ...หนูต้องเดินไปขึ้นรถเมย์ที่หน้าปากซอยน่ะค่ะ”
“เดินไปหน้าปากซอยเลยเหรอ?!” เขาถามอย่างตกใจเพราะระยะทางที่ไกลเกือบสี่ร้อยเมตร
ครืน!!
“ใช่ค่ะ หนูขอกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวฝนตก” เสียงฟ้าร้องเมื่อครู่ทำให้เธอรีบร้อนวิ่งออกจากบ้านไป เพราะกลัวว่าฝนจะตกลงมากลางทาง หากเป็นแบบนั้นคงยากที่จะหาที่หลบฝนได้
“...ไกลขนาดนั้นเดินไปได้ยังไง” เขาสงสัยที่เธอมีแรงเดินทางไกลขนาดนั้น ทั้งที่เขาเป็นผู้ชายยังรู้สึกว่ามันเหนื่อยหากต้องเดินไกลเช่นนั้น
และหลังจากที่ผักกาดออกจากบ้านไปยังไม่ถึงนาที ฝนก็เทลงมาหนักมากเพราะวันนี้ตรงกับวันที่พายุเข้า ครืน! ซู่!
เสียงฝนที่เทลงมาทำให้กรณ์ที่อยู่ในบ้านเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกกระจกบานใส จึงเห็นว่าฝนเทลงมาเม็ดใหญ่พร้อมกับลมกระโชกแรง
“ตกแล้วเหรอ?”
ฝนตกหนักทำให้เขานึกห่วงเด็กสาวที่เพิ่งวิ่งออกจากบ้านไปเมื่อครู่ เพราะคิดว่าเธอคงน่าจะยังไม่ถึงที่หมาย และคงจะหลบฝนอยู่ที่ไหนสักที่ในเวลานี้
“ไม่น่าจะเดินถึงแฮะ...”
ติ๊งต่อง!
กรณ์ทำท่าจะลุกเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารทาน แต่ยังไม่ทันเดินถึงครัวก็มีเสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้น เขาจึงต้องคว้าร่มในบ้านเดินออกไปดูว่าคนที่มากดกริ่งนั้นเป็นใคร
ประตูรั้วหน้าบ้าน...
แก๊ก!
เมื่อเปิดประตูออกดูก็เห็นว่าเป็นผักกาด เด็กสาวที่เวลานี้เนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อนักเรียนเก่าๆ ของเธอเปียกชุ่มและบางจนเห็นก้อนเนื้ออวบที่ซ่อนอยู่ภายใต้
“คุณลุงคะ ฝนตกหนักมากเลย หนูขอหลบฝนที่นี่ก่อนได้ไหมคะ?”
“ดะได้สิ เข้ามาก่อน...”
ก็ว่าจะไม่คิดแล้วเชียว...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
คุณอาจจะชอบ





