หน้าปกนวนิยาย หนูน้อยพามาพบคู่แท้

หนูน้อยพามาพบคู่แท้

8.1 / 10.0
เฉียวอีต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการหย่าร้างหลังแต่งงานมาสี่ปีเนื่องจากเธอไม่สามารถมีบุตรได้ เธอจึงตัดสินใจย้ายไปพักใจที่เมืองเล็กๆ จนได้พบกับทารกชายที่ถูกทอดทิ้งและรับเขามาเลี้ยงดูด้วยความรัก สี่ปีผ่านไป กู้เช่อ มหาเศรษฐีหนุ่มปรากฏตัวขึ้นพร้อมข้อเสนอเงินสิบล้านเพื่อขอรับลูกชายคืน แต่เฉียวอียืนกรานที่จะไม่ยอมแยกจากเด็กคนนี้ เมื่อเห็นความผูกพันที่ตัดไม่ขาด กู้เช่อจึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอสุดท้ายที่คาดไม่ถึงด้วยการพาตัวทั้งแม่และลูกกลับไปอยู่กับเขาพร้อมกัน

หนูน้อยพามาพบคู่แท้ ตอนที่ 1

เฉียวยียืนอยู่ตรงประตูทางเข้าสำนักงาน น้ำตาที่กลั้นเอาไว้แสบจนสุดจะทน เครื่องสำอางที่แต่งอย่างพิถีพิถันก็ไม่อาจปกปิดความซีดเซียวบนใบหน้าได้

เธออ้อนวอนต่อชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเจ็บปวด “เรามาลองกันใหม่เถอะนะ ฉันไม่กลัวว่าจะทุกข์ทรมาน จิ่งเฉิง พวกเรามาลองกันอีกครั้งได้ไหม?”

เขากอดเธอเข้าไปในอ้อมกอด ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด น้ำเสียงแหบแห้ง “ยียี พวกเราตกลงกันเอาไว้แล้ว... คุณอย่าโทษผมเลย ผมเองก็จนปัญญาเหมือนกัน”

เฉียวยีซบหน้าไปที่ไหล่ของจิ่งเฉิง ในที่สุดน้ำตาก็ไหลออกมา ทำให้เสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขาเปียกโชกไปหมด เธอพูดเน้นย้ำครั้งแล้วครั้งเล่า “พวกเรามาลองกันอีกครั้งเถอะ ลองกันอีกครั้งนะ...”

มือของเขาลูบหลังของเฉียวยีอย่างปลอบประโลม “ผมรู้ว่าคุณทุกข์ทรมาน แต่ว่าแม่ของผม... ยียี คุณเชื่อผมนะ ผมรักคุณ คุณอย่าทำให้ผมลำบากใจเลย...”

เฉียวยีรู้ว่าพูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ร้องไห้ฟูมฟายออกมาไม่หยุดหย่อนอย่างไม่สนภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้น ไม่สนแม้กระทั่งเครื่องสำอางที่เลอะเทอะไปหมด

ไร้ซึ่งภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่สวยดูดี ต่อให้จะสายก็ยังต้องเลือกสีลิปสติกให้เข้ากันกับเสื้อผ้าก่อนจะก้าวออกจากประตูบ้าน

ตระกูลจิ่งของพวกเขาคาดหวังว่าจะได้อุ้มหลานตั้งแต่วันที่พวกเขาแต่งงานกัน รอคอยมาสองปีแล้ว ท้องของเฉียวยีก็ไม่มีสัญญาณว่าจะตั้งครรภ์แต่อย่างใด สีหน้าของแม่สามีเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ

ตอนที่เฉียวยีได้รับผลวินิจฉัยของโรงพยาบาล คนทั้งคนก็อึ้งไปทันที นี่มันผลวินิจฉัยที่ไหนกัน นี่มันคือหนังสือคำพิพากษาการแต่งงานชัด ๆ

“ภาวะมีบุตรยากตลอดชีวิต”

หลังจากออกมาจากสำนักงานเขต จิ่งเฉิงก็มองเฉียวยีที่มีสีหน้าหม่นหมอง “ให้ผมไปส่งคุณนะ”

ตลอดครึ่งชั่วโมงที่เฉียวยีรออยู่ที่ล็อบบี้ ในที่สุดเสียงร้องไห้ก็หยุดลง แต่เสียงกลับขึ้นจมูก เมื่อตะกี้นี้ร้องไห้หนักมากจริง ๆ

เธอสูดจมูก ก่อนจะโบกมือให้กับเขา “คุณไปเถอะ”

เรื่องนี้มันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์

จิ่งเฉิงประคองไหล่ของเฉียวยีด้วยความเป็นห่วง รู้สึกว่าเธอจะล้มลงไปได้ทุกเมื่อ “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”

เฉียวยีเงยหน้าขึ้นมองจิ่งเฉิง เธอกลับยิ้มออกมา แต่ดวงตาที่บวมแดงและเสียงที่ขึ้นจมูกนั้น มันทำให้รอยยิ้มของเธอดูค่อนข้างจะเศร้าหมอง “หย่าร้างกับผู้ชายที่รักกันมาสี่ปี คุณคิดว่าฉันจะเป็นไรไหมล่ะ?”

จิ่งเฉิงถูกถามจนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย “ยียี ขอโทษนะ...”

เฉียวยีโบกมือ ก่อนจะเดินจากไป

เลิกพูดขอโทษได้แล้ว เธอฟังจนเบื่อแล้ว

ตอนนี้ผู้ชายคนนี้ ถ้าไม่เอาแต่พูดขอโทษ ก็เอาแต่พูดว่า:แม่ของผมบอกว่า แม่ของผมบอกว่า...

ตัวเองรักลูกแหง่ติดแม่มาสี่ปี แม้กระทั่งตอนนี้ในกระเป๋าของเธอมีใบหย่าที่เพิ่งได้มาสด ๆ ร้อน ๆ แต่ภายในใจของเธอกลับยังทำใจไม่ได้อยู่ดี

เขามองเฉียวยียืนเรียกรถแท็กซี่อยู่ริมถนน ก่อนจะปิดประตูจากออกไป จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ที่ปิดเสียงเอาไว้ออกมา กดเปิดหน้าจอ บนหน้าจอมีสายที่ไม่ได้รับจาก ‘แม่’ เจ็ดสาย

เขาไม่ทันได้เปิดขึ้นมา สายโทรศัพท์ของแม่ก็โทรเข้ามาอีกครั้งอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

จิ่งเฉิงถือใบหย่าที่เพิ่งจะได้มาด้วยมือข้างหนึ่ง เขาหยิบใบหย่าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง มืออีกข้างถือโทรศัพท์ “หย่าแล้ว”

เขารู้ว่าแม่จะถามอะไร จึงชิงตอบกลับไปก่อน

น้ำเสียงของแม่จิ่งดีอกดีใจอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่นิดเดียว “เห้อ ถ้าอย่างนั้นก็ดี ยืดเยื้อมาตั้งนานขนาดนี้ ผู้หญิงคนนั้นรับมือยากมากจริง ๆ !”

จิ่งเฉิงแสดงควมหงุดหงิดต่อแม่อย่างที่ไม่ได้เห็นบ่อย ๆ “แม่ ยังมีธุระอีกไหม”

ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เขาอยากจะไปดื่มสักหน่อย

“มีสิ หลิงหลิงบอกกับลูกแล้วยัง ว่าเธอจะลงจากเครื่องบ่ายสอง ลูกไปรับเธอกลับมาที่บ้านนะ แม่จะให้น้าจางทำของว่างที่เธอชอบเอาไว้รอ”

ปลายสาย แม่จิ่งรู้สึกว่าวันนี้มีเรื่องที่น่ายินดีถึงสองเรื่อง เรื่องแรกคือในที่สุดเฉียวยีที่เธอเกียจก็หย่ากับลูกชายสุดที่รักของเธอแล้ว เรื่องที่สองคือลูกสะใภ้ในอุดมคติของเธอกลับมาทำงานที่ประเทศแล้ว ไม่ช้าก็เร็วจะต้องได้มาเป็นลูกสะใภ้เธอแน่นอน

“รู้แล้ว” จิ่งเฉิงโยนหนังสือหย่าเข้าไปในช่องเก็บของตรงที่นั่งข้างคนขับ แม่จิ่งยังไม่ทันได้สั่งกำชับต่อ เขาก็วางสายไปด้วยความรำคาญเสียก่อน

เฉียวยีกลับมาถึงบ้าน

ไม่ เรียกบ้านไม่ได้อีกแล้ว เพราะว่านับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป คุณผู้ชายของบ้านคนนั้นจะไม่กลับมาอีกแล้ว ถึงแม้ว่าที่นี่จะเต็มไปด้วยร่องรอยการมีอยู่ของเขา

แต่เฉียวยีก็เป็นหญิงสาวธรรมดาทั่วไป คบกันกับจิ่งเฉิงมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ถึงแม้ว่าตระกูลจิ่งที่ทำธุรกิจจะดูถูกดูแคลนเฉียวยีที่ไม่ได้มีภูมิหลังอะไร แต่เฉียวยีก็จบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง นิสัยน่ารักร่าเริง หน้าตาก็สวยโดดเด่น หลังจากจบการศึกษาก็ได้รับคำชื่นชมจากเจ้านายของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำงานอยู่ เป็นผู้หญิงที่โดดเด่นมาโดยตลอด

จิ่งเฉิงยืนกรานที่จะคบกับเธอ ตระกูลจิ่งเองก็รู้สึกว่าเฉียวยีก็พอจะเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้ ในอนาคตก็น่าจะช่วยเหลือจิ่งเฉิงในเรื่องธุรกิจได้อยู่บ้าง จึงไม่ได้กีดกันอะไรอีก

แต่ใครจะคิดว่ายุคสมัยนี้แล้ว เฉียวยีจะถูกทอดทิ้งเนื่องจากไม่สามารถ ‘มีทายาท’ ให้ตระกูลจิ่งได้ เธอเกลียดความหัวโบราณของตระกูลจิ่ง แล้วก็เกลียดความอ่อนแอของจิ่งเฉิง แต่มากไปกว่านั้น ก็คือความอาลัยอาวรณ์

เขาเป็นผู้ชายที่เธอรักมาอย่างสุดหัวใจมาเป็นเวลาสี่ปี

เฉียวยีกลับมาที่ห้องนอน ห่มผ้าห่มพยายามข่มตานอน เยียวยาตัวเอง

แต่ผ้าห่มยังคงมีกลิ่นของจิ่งเฉิง บนหมอนเองก็เช่นกัน เฉียวยีไม่สามารถนอนหลับได้

เธอลุกขึ้นออกไปสูดอากาศที่ระเบียง เห็นที่เขี่ยบุหรี่และบุหรี่ที่สูบไปได้ครึ่งเดียวบนโต๊ะ มันเป็นของจิ่งเฉิง

เฉียวยีหยิบบุหรี่หนึ่งมวนขึ้นมาจุด ก่อนจะพ่นควันออกมาเบา ๆ ดูเหมือนว่าตัวเองจะไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับที่คิด

ที่นี่เต็มไปด้วยร่องรอยการมีอยู่ของจิ่งเฉิง พวกเขาเคยจูบกันบนโซฟา เคยทำอาหารกันในห้องครั้ว แล้วก็มักจะกอดกันชมวิวทิวทัศน์อยู่ที่ระเบียง ถึงขนาดที่นัดกันว่าในฤดูหนาวปีนี้จะไปจุดพลุริมชายหาดที่บ้านเก่าด้วยกันด้วย

หลังจากที่สูบบุหรี่หมดไปหนึ่งมวน เฉียวยีก็น้ำตาไหลอาบเต็มหน้า

เธอเก็บข้าวของจากไปในคืนนั้น

ไปที่ไหนดี

ที่ไหนก็ได้ ขอแค่ไม่มีร่องรอยของจิ่งเฉิง

เฉียวยีไปที่สถานีรถไฟ จ้องมองหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องจำหน่ายตั๋วอยู่ห้านาที จากนั้นก็เลือกสถานที่ที่ตัวเองไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนแต่ดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลมาก:หนานอู่

หนึ่งชั่วโมงต่อมาเฉียวยีก็ขึ้นรถไฟ เธอเขียนหนังสือลาออกบนรถ ก่อนจะส่งข้อความไปหาเจียงอวี๋ เพื่อนที่สนิทที่สุด บอกข่าวหย่าร้างของตัวเองกับเธอ จากนั้นก็ปิดเครื่อง

ตั๋วนั่งสิบกว่าชั่วโมง ตอนที่เฉียวยีลงมาจากรถ ก็รู้สึกแข็งชาไปทั้งตัว เจ็บปวดไปทั่วร่างกาย เธอขยับมือเท้าสักพัก จากนั้นก็ออกมาจากสถานี

ข้างนอกสถานีทั้งเสียงดังทั้งวุ่นวาย มีแผงขายของหาบเร่ แล้วยังมีรถรับจ้างส่วนตัวคอยเรียกผู้โดยสารจอดอยู่มากมาย

โกลาหลวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา

เธอลากกระเป๋าสัมภาระไปสักพัก สุดท้ายก็เช่าบ้านที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยหลังหนึ่งในเมือง สองห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก ค่าเช่าเดือนละสี่พันห้าร้อย ราคาค่อนข้างถูก

หนานอู่เป็นเมืองเล็ก ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนท้องถิ่น เฉียวยีจึงตัดสินใจไปเดินสำรวจในละแวกใกล้เคียง ทำความคุ้นเคยกับสถานที่สักหน่อย

ตอนที่กลับมาถึงบ้านพร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้มากมาย ท้องฟ้าก็มืดแล้ว แต่เฉียวยีไม่ใช่คนที่ตามมีตามเกิด ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยมาก แต่สุดท้ายเธอก็รวบรวมเรี่ยวแรงเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อน ไม่อย่างนั้นคืนนี้เธอก็จะไม่มีที่ให้นอน

หลังจากเก็บกวาดเสร็จ ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว เฉียวยีถือถุงขยะขนาดใหญ่สองใบลงมาชั้นล่าง

หลังจากที่ทิ้งขยะลงไปในถังขยะอย่างหมดเรี่ยวแรงแล้ว เฉียวยีก็กำลังหันหลังวิ่งกลับไป แต่กลับได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กดังขึ้นมาเบา ๆ

ดึกดื่นป่านนี้แล้ว น่ากลัวจริง ๆ หรือที่นี้เหี้ยนงั้นเหรอ? เฉียวยีรีบเร่งฝีเท้าด้วยความตกใจกลัว

หลังจากที่วิ่งหนีมาได้สิบกว่าเมตรก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เสียงนี้มันดูเหมือนจะอยู่ใกล้กับบริเวณที่ทิ้งขยะเมื่อตะกี้นี้ มีเด็กกำลังร้องไห้จริง ๆ

เฉียวยีที่ได้รับการศึกษาสูง ถึงแม้ว่าภายในใจจะรู้สึกตื่นตระหนก แต่ถึงยังไงก็ไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา เธอเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ ก่อนจะตามหาแหล่งที่มาของเสียงอย่างระมัดระวัง

ในเงาทางด้านซ้ายของถังขยะมีห่อผ้า เสียงของเด็กดังมาจากในนั้น เฉียวยีขยับโทรศัพท์เข้าไปส่องใกล้ ๆ เห็นเด็กทารกคนหนึ่ง ร้องจนหน้าแดง แต่เสียงไม่ดังมาก ไม่รู้ว่าร้องมานานแค่ไหน บางทีอาจจะเหนื่อยแล้ว

นี่คือเด็กทารกที่ถูกทิ้ง

อ่านต่อ

สารบัญ หนูน้อยพามาพบคู่แท้

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
ชีวิตที่เคยสว่างไสวและเป็นที่อิจฉาของผู้คนกลับพลิกผัน เมื่อเธอต้องอยู่ในสถานะภรรยาที่สามีมองไม่เห็นคุณค่า ในมุมมองของเขา เธอคือสตรีจอมมารยาที่เก่งกาจเรื่องการหลอกลวงและซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงเอาไว้เบื้องหลังหน้ากากอันสวยงาม ความชิงชังนี้ทำให้เขาไม่เคยปรานีต่อเธอเลย เขาสาดซัดทั้งคำพูดที่กรีดลึกถึงหัวใจและการแสดงออกที่จงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างเลือดเย็น แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งขัดใจคือปฏิกิริยาของเธอ ไม่ว่าจะถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนักหน่วงเพียงใด เธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยและท่าทีสงบนิ่งเอาไว้ได้เสมอ ราวกับความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงหัวใจของเธอได้เลย
หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
ตอน
อ่านเลย
แชร์