ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ติวเตอร์เด็กสาว

ติวเตอร์เด็กสาว

เมื่อเพื่อนสนิทจัดแจงส่งเด็กสาววัยใสมาทำหน้าที่เป็นติวเตอร์ให้ถึงที่ ความน่ารักไร้เดียงสาและเสน่ห์ของสาวแรกรุ่นกลับสั่นคลอนความรู้สึกของผมอย่างรุนแรงจนเริ่มสับสน ในขณะที่เป้าหมายเดิมคือการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อตามง้อขอคืนดีกับภรรยาที่เลิกรากันไป ผมกลับต้องมาติดหล่มความหวั่นไหวครั้งใหม่ที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ล่วงหน้า เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงระหว่างความรับผิดชอบในอดีตและความรู้สึกดีๆ ในปัจจุบันจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

ภายในบ้าน...

เมื่อเดินพ้นประตูบ้านเข้ามา เด็กสาวก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะก้าวเท้าเข้าไปด้านในเพราะเนื้อตัวที่เปียกชุ่มของเธอ กลัวว่าบ้านหรูของเขาจะเลอะเทอะ

“เข้ามาเถอะ ไม่เป็นไรหรอก” 

“เดี๋ยวหนูเช็ดให้นะคะ…” เธอพูดด้วยความเกรงใจ ก่อนจะเดินตามเขาเข้ามาภายในบ้าน

“เดี๋ยวฉันไปหาชุดมาให้เปลี่ยน รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ” 

“ค่ะ” 

เธอยืนรออยู่แบบนั้นตามคำสั่งไม่ขยับไปไหน จนกระทั่งเจ้าบ้านกลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าในมือที่เธอน่าจะใส่มันได้พอดี เพราะขนาดตัวของเธอไม่เล็กหรือใหญ่เกินกว่าเจ้าของชุดอย่างคาร่าเท่าไหร่

“เปลี่ยนใส่ชุดนี้ไปก่อนนะ แล้วก็เอาชุดนักเรียนไปอบ ฝนหยุดก็น่าจะแห้งพอดี” 

“หมายถึงซักเหรอคะ?” 

“ใช่ ซักแล้วก็อบ” 

“...อ๋อค่ะ” แม้ว่าจะไม่เข้าใจคำว่าอบผ้า เธอก็ยื่นมือไปรับชุดนั้นด้วยความนอบน้อม และไม่ลืมที่จะยกมือน้อยขึ้นไหว้ขอบคุณเจ้าบ้านผู้ใจดี

“ห้องน้ำอยู่ทางนั้น” 

“ขอบคุณค่ะคุณลุง” เธอทิ้งคำปวดใจนั้นไว้ให้เขา ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วยท่าทางเกรงใจ

“เรียกฉันว่าลุงอีกทีจะขย้ำให้ หึย!” คนหื่นยกมือสองข้างขึ้นมาขย้ำลมท่าทางหมั่นเขี้ยวเด็กสาวที่เอาแต่เรียกเขาแบบนั้น

แต่ก็ต้องสงบอารมณ์ไว้ เพราะคิดได้ว่าตัวเองควรโฟกัสแค่เรื่องเรียนภาษาเพื่อจะตามไปง้อเมีย และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะออกนอกลู่นอกทางกับสิ่งล่อตาล่อใจ เช่นเด็กสาวท่าทางไร้เดียงสาในชุดนักเรียนมอปลาย

ภายในห้องน้ำ...

“ถอดออกซักด้วยดีไหมนะ?” เธอถามความเห็นตัวเองถึงชุดตัวจิ๋วที่ใส่อยู่ด้านใน ก่อนจะถอดมันออกตามชุดนักเรียน เพราะมันเปียกจนไม่กล้าให้เสื้อผ้าราคาแพงที่จะใส่ทับของเขาเปียกตามไปด้วย

หน้าห้องน้ำ...

“เอาเสื้อผ้าไปซักที่ไหนเหรอคะคุณลุง?” เธอเอ่ยถามกับเจ้าบ้านเมื่อเดินห่อไหล่ถือชุดเปียกออกมาจากห้องน้ำ

“เอามานี่ เดี๋ยวฉันเอาไปซักให้” 

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูซักเอง” 

เจ้าบ้านไม่ได้ฟังที่เธอพูด แต่เดินเข้ามาหาและพาเธอไปที่ห้องซักล้างที่อยู่ไม่ไกล “ซักเป็นใช่ไหม?” 

เธอยืนมึนงงอยู่ด้านหน้าตู้ ที่มีหน้าตาคล้ายกันแถมวางซ้อนกันอยู่สองเครื่อง และปกติเธอซักชุดด้วยมือ จึงทำให้ไม่รู้ว่าอันไหนแน่ที่เป็นเครื่องซักผ้า “ใช้ยังไงเหรอคะ?” 

คนตัวสูงยื่นมือไปเปิดตู้ที่อยู่ด้านบนออก และส่งซิกให้เด็กสาวใส่เสื้อผ้าเข้าไปด้านใน ก่อนที่เขาจะปิดมัน “ถ้าเครื่องมันดังแล้ว เธอก็เปิดตู้ออก แล้วเอาชุดใส่เข้าไปที่ตู้ข้างล่างนี้เข้าใจไหม?” 

“ค่ะคุณลุง” 

“เฮ้อ...” คำว่าลุงที่ได้ยินมันทำเขาหงุดหงิดใจจริงๆ “ช่างเถอะ กินอะไรมาหรือยัง” 

“ยังเลยค่ะ” 

“...” ท่าทางที่ยืนห่อไหล่ของเธอมันทำให้เขาสงสัย จนต้องตั้งใจสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเด็กสาว ทว่าจุกรักที่อยู่บนเต้าอวบนั้นดันแข็งแทงเสื้อตัวบางออกมาจนทำเจ้าบ้านสำลักความหื่น

“ดะเดี๋ยวฉันทำกับข้าวเผื่อแล้วกันนะ” 

และแน่นอนว่าเด็กขี้เกรงใจอย่างผักกาดไม่มีทางปล่อยให้เขาเตรียมอาหารอยู่คนเดียว โดยที่เธอไม่ได้ช่วยเหลืออะไรหรือนั่งรออยู่เฉยๆ แน่

“เดี๋ยวหนูช่วยล้างผักนะคะ” 

เธอหยิบผักที่กรณ์เอาออกมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์ครัวไปล้างทันที แต่เหมือนว่าการที่เธอเดินไปเดินมาอยู่ในครัวจะทำให้เขาไม่มีสมาธิในการทำอาหารและเอาแต่เหลือบตามองเธออยู่ไม่หยุด

“นี่...” 

“มีอะไรเหรอคะ?” 

“เอา...” ถามดีไหมวะ 

“เอาอะไรเหรอคะ?” 

“เอาเสื้อในไหม เดี๋ยวฉันไปหยิบให้?” 

เด็กสาวห่อไหล่พร้อมยกมือขึ้นปิดเต้าอวบของเธอทันที เมื่อถูกเขาถามคำถามน่าอายแบบนั้น “มะไม่เป็นไรค่ะ” 

“ถ้างั้นก็ไปนั่งรออยู่ที่โต๊ะทานข้าวตรงนู้นเถอะ เดี๋ยวที่เหลือฉันทำเอง” 

“ค่ะคุณลุง” เธอวิ่งเขินหน้าแดงออกจากครัวไปเพราะอายกับเรื่องเมื่อครู่ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เธอเผลอแอ่นหลังยืนตรงจนเขาเห็นบางสิ่งที่ไม่ควรเห็น

โต๊ะทานข้าว...

หลังจากที่นั่งรออยู่ไม่นานเจ้าบ้านก็ยกอาหารมาเสิร์ฟ เป็นอาหารง่ายๆ ที่เขาพอจะทำเป็น “รองชิมดูนะ ไม่รู้ว่าเธอจะชอบรสชาตินี้ไหม” 

“หนูกินได้หมดค่ะ ทั้งเผ็ดจืด หรือว่าเค็ม” 

“ก็ดี กินง่ายดี” ทั้งคู่เริ่มตักข้าวเข้าปาก ความเงียบแปลกๆ ทำให้กรณ์ต้องหาเรื่องชวนเด็กสาวพูดคุย เพื่อลดความเกร็งลงจากสถานะคนแปลกหน้า

“อายุแค่นี้ มาเป็นติวเตอร์ทำไม?” 

“หนูกำลังเก็บเงินไว้เรียนต่อมหาลัยค่ะ” 

“ทำไมต้องส่งตัวเองเรียนด้วย แล้วพ่อแม่ล่ะ?” 

“ไม่มีค่ะ แล้วก็ไม่เคยเจอหน้าด้วย...พวกท่านทิ้งหนูไว้กับป้าตั้งแต่เด็กๆ หนูเลยต้องทำงานส่งตัวเองเรียน” เธอไม่ได้มีชีวิตสุขสบายเหมือนกับเด็กคนอื่นที่มีพ่อแม่ส่งเรียนหนังสือ และคอยมอบความรักความอบอุ่นให้

“แต่ก็ยังโชคดีที่มีป้านะ...” เขาพูดแบบนั้นเพราะกลัวว่าเธอจะเสียใจเรื่องที่พ่อแม่ทิ้งเธอไป

“โชคร้ายมากกว่า” เธอพูดขึ้นลอย ๆ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา 

การที่เธออาศัยอยู่กับป้า เรียกว่าเป็นโชคร้ายในโชคร้ายของเธอ เพราะผู้เป็นป้าจะคอยด่าว่าเธอตลอดว่าเป็นภาระ ทั้งที่ทางบ้านก็ไม่ได้ลำบากอะไรแต่เธอกลับเป็นคนที่ลำบากที่สุด

เธอไม่สามารถนั่งดูทีวีหรือเล่นโทรศัพท์มือถือได้เป็นชั่วโมงๆ เหมือนกับลูกชายของเขา เพราะต้องคอยทำงานบ้านราวกับคนใช้ ไม่มีสิทธิ์กินข้าวร่วมโต๊ะพร้อมหน้ากับคนอื่น ทำได้เพียงกินของเหลือที่พวกเขาทานกันจนอิ่ม และรอให้เธอไปเก็บโต๊ะให้ ซึ่งเธอก็จะเป็นคนจัดการเศษอาหารพวกนั้น จึงทำให้เธอเป็นคนที่กินง่ายอยู่ง่าย เพราะชีวิตบีบให้เธอต้องเป็นแบบนั้น ร่มที่มีให้ทุกคนในครอบครัวใช้ยกเว้นเธอ นั่นจึงทำให้เธอเกลียดน่าฝนที่สุด เพราะต้องเดินตากฝนกลับบ้านบ่อยๆ

เธอเริ่มทำงานรับจ้างตั้งแต่ขึ้นมอต้น และเริ่มเป็นติวเตอร์ในช่วงขึ้นมอปลาย เธอนำความรู้ที่มีมาใช้หาเงินให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเอง เงินทุกบาทที่หามาได้เธอเก็บออมและใช้มันอย่างประหยัดเพื่ออนาคตวันข้างหน้าของเธอ

“ว่าแต่คุณลุงทำงานอะไรเหรอคะ ทำไมถึงมีเงินซื้อบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้?” เธอถามเขากลับ เพราะคิดว่าเขาคงเป็นคนที่เก่งมากคนหนึ่ง ถึงได้มีเงินซื้อบ้านหลังใหญ่และหรูหราแบบนี้

“ฉันมีธุรกิจหลายอย่างน่ะ ทั้งผับบาร์ คาเฟ่ ร้านอาหาร แล้วก็มีหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งหมดนั่นเป็นธุระกิจที่ฉันสานต่อสิ่งที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนพวกท่านจะจากไป บ้านหลังนี้ก็ด้วย...” 

เขาไม่ใช่คนเก่งอย่างที่เธอคิด แค่เป็นคนที่เกิดมาโชคดีกับความพร้อมทางด้านครอบครัว แม้พ่อแม่จากไปเขาก็สามารถอยู่คนเดียวได้สบายๆ เพราะสินทรัพย์มากมายที่ได้รับเป็นมรดก

“ดีจังเลยนะคะ...” 

“...” ใบหน้าเศร้าๆ ของเธอมันทำให้คนที่ได้มองรู้สึกเห็นใจในความแตกต่างของชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ช่วยเหลืออะไรเธอไม่ได้ เพราะคิดว่าการเข้าไปยุ่งกับชีวิตใครคนนึงจะต้องติดอยู่กับเรื่องนั้นไปตลอด

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GQJ” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GQJ
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คุณนายเป็นใบ้
9.2
เล่อซานใช้ชีวิตในฐานะภรรยาที่เป็นใบ้ท่ามกลางความเย็นชาของสามีนานถึงห้าปี ความเจ็บปวดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อเธอต้องสูญเสียลูกในครรภ์จากการทารุณของแม่สามี หลังเซ็นใบหย่าเขากลับประกาศหมั้นกับหญิงอื่นทันทีอย่างไร้เยื่อใย เธอจึงตัดสินใจหันหลังให้ความช้ำรักและจากไปพร้อมความลับบางอย่าง เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับเป็นฝ่ายออกตามหาเธอแทบพลิกโลก แต่ในวันที่ได้พบกันอีกครั้ง หัวใจของเธอก็เปลี่ยนไปเสียแล้ว คำอ้อนวอนขอโอกาสของเขาจึงได้รับเพียงคำไล่ส่งที่แสนเย็นชาจากปากของเธอเอง
หน้าปกนวนิยาย ไฟเสน่หาเพลิงอารมณ์
8.1
เมื่อเจ้าสาวตัวจริงหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาในวันวิวาห์ ความโกรธแค้นทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เจ้าสาวตัวแทนผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องราววุ่นวายทั้งหมด เขาปักใจเชื่อในความเข้าใจผิดนี้และตัดสินใจลงทัณฑ์เธอด้วยบทเรียนแห่งความเสน่หา ท่ามกลางกระแสไฟแห่งอารมณ์ที่แผดเผาหัวใจของคนทั้งคู่ การล้างแค้นครั้งนี้จะนำพาพวกเขาไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึงในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยไฟรักและแรงพยาบาทที่ยากจะดับลงได้
หน้าปกนวนิยาย นิยายชุด หวานใจพี่ภพ
9.3
นิยายชุดที่รวบรวมเรื่องราวความรักท่ามกลางวิถีชนบท เริ่มต้นด้วยก้องภพครูเกษตรที่กลับมาสานสัมพันธ์กับพิมพ์แก้วน้องสาวเพื่อนสนิทผ่านแปลงผักและคาเฟ่ในฝัน ตามด้วยนทีซีอีโอหนุ่มที่ต้องควงฝ้ายแก้วเลขาคู่ใจมาปลอมตัวเป็นคนรักจนเกิดเป็นความผูกพันจริงในโครงการเกษตร และปิดท้ายด้วยความวุ่นวายในครัวระหว่างเชฟจอมเนี้ยบกับนักการตลาดสายฮาที่ต้องร่วมกันสร้างสรรค์เมนูจากผักสวนครัว จนกลายเป็นความรักที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวท่ามกลางกลิ่นอายท้องทุ่งที่แสนอบอุ่น
หน้าปกนวนิยาย ฉันจะไม่มีวันพบผู้ชายที่ฉันรักมาหลายปี
8.0
ตลอดเก้าปีที่เธอทุ่มเทดูแลชายผู้พิการบนรถเข็นด้วยความรัก เธอกลับพบความจริงที่น่าตกใจเมื่อเห็นเขาลุกขึ้นยืนได้ปกติและกำลังพร่ำบอกรักหญิงอื่นอย่างเร่าร้อน ชายที่เธอคิดว่าเย็นชาแท้จริงแล้วแกล้งพิการเพียงเพื่อรอคอย ‘จิ๋นจิ๋น’ พี่สะใภ้ม่ายทรงเสน่ห์ของเขาเอง ความทุ่มเททั้งหมดของเธอพังทลายลงทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองเป็นเพียงส่วนเกินในแผนการหลอกลวงเพื่อครอบครองผู้หญิงที่เขาถวิลหามานานนับสิบปีโดยไม่สนความถูกต้องใดๆ
หน้าปกนวนิยาย จแมารลงทะเบียนรัก
8.7
ณิรินต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ในวัยเบญจเพศ เมื่อแผนการแอบติดตามว่าที่พี่เขยกลับทำให้เธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสาวเอ็นเตอร์เทน ซ้ำร้ายชายหนุ่มคู่กรณีที่ทั้งปากร้ายและเอาแต่ใจยังเป็นนักลงทุนคนสำคัญที่เธอต้องดูแลในฐานะคู่ค้าของครอบครัว เขาคอยคัดค้านและดูถูกเธอด้วยอคติเกี่ยวกับอาชีพเสริมที่เขาจินตนาการไปเอง ณิรินจึงต้องอดทนรับมือกับความงี่เง่าและสถานการณ์สุดซวยที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนในระหว่างการเจรจาธุรกิจครั้งนี้