ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์

รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์

หลังทนทุกข์กับรักข้างเดียวมาสามปีจนดูไร้ค่า เปี่ยนจือตัดสินใจเซ็นใบหย่ากับโอวม่อเยวียนทันทีที่เขาบีบให้เธอเลือก เธอกลับคืนสู่ฐานะทายาทเปี่ยนซื่อกรุ๊ปผู้เพียบพร้อมด้วยอำนาจและเสน่ห์ ท่ามกลางการสนับสนุนจากครอบครัวมหาเศรษฐี ทั้งพ่อที่เป็นเจ้าพ่อธุรกิจ พี่ชายซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล และน้องชายคนดังในวงการ ขณะที่อดีตสามีพยายามขอคืนดี เธอกลับถูกจับจ้องโดยคู่แข่งหนุ่มผู้หยิ่งทะนงที่พร้อมสละมรดกพันล้านเพื่อยอมสยบและมอบหัวใจให้เธอเพียงผู้เดียว
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ฉันพยายามสุดความสามารถแล้วค่ะ”

การผ่าตัดครั้งนี้กินเวลานานถึงสิบสามชั่วโมง แต่ก็ยังไม่สามารถรักษาลูกในท้องวัยหกเดือนของเฉินอวี่เยียนไว้ได้

เมื่อสิ้นคำพูดของเปี่ยนจือ เสียงคร่ำครวญก็ดังระงมขึ้นที่หน้าห้องผ่าตัดทันที

นำโดยคุณนายใหญ่โอวที่ถึงกับหวีดร้องออกมาเสียงแหลมลั่น “เหลนของฉัน——!” ก่อนจะล้มพับหมดสติไป

เมื่อเตียงคนไข้ของเฉินอวี่เยียนถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด ทุกคนต่างก็พากันกรูเข้าไปรุมล้อม เสียงสะอื้นไห้ที่ออกแนวเสแสร้งปนเปไปกับคำปลอบประโลมอันอ่อนโยนที่ดังแว่วเข้าหูของเปี่ยนจือ

หัวใจของเปี่ยนจือพลันเย็นเยียบลงทันที

เธอเงยหน้าขึ้นมองและเห็นโอวม่อเยวียนโน้มตัวลงไป มือบีบขอบเตียงไว้แน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยราวกับว่าเขาต่างหากที่เป็นสามีของเฉินอวี่เยียน

ทุกคนต่างพากันเดินตามเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของเฉินอวี่เยียนเข้าไปในห้องพักฟื้น

ส่วนเปี่ยนจือได้แต่กำหน้ากากอนามัยในมือแน่น เธอที่ยืนอยู่ตรงนั้นอยู่ในสภาพหมดแรงจากการผ่าตัดที่แสนยาวนาน ผู้คนรอบข้างเดินผ่านไปมาขวักไขว่ แต่กลับไม่มีใครถามเธอสักคำว่า “เหนื่อยไหม?”

เมื่อเปี่ยนจือกลับถึงบ้านตระกูลโอวด้วยความเหนื่อยล้า เหล่าคนใช้ต่างมองเธอด้วยสายตาเย็นชา ราวกับมองเห็นตัวกาลกิณีก็ไม่ปาน

ส่วนโอวเหยาน้องสาวของโอวม่อเยวียน ก็คว้าไม้กวาดจากมือพ่อบ้านมาฟาดลงที่หน้าแข้งของเธออย่างแรง “ไปไกลๆ เลย ยัยฆาตกร! ไสหัวไปให้พ้น! เสนียดจัญไรจริงๆ !”

ความสากของไม้กวาดทิ่มแทงเข้าที่หน้าแข้งจนเกิดเป็นรอยเลือด

เปี่ยนจือขมวดคิ้วฉับ พลางร้องซี้ดออกมาด้วยความเจ็บแปลบ

โอวเหยาแค่นเสียงเยาะ “คิดว่าตัวเองล้ำค่านักหรือไง ก็แค่เพราะพี่อวี่เยียนสุขภาพไม่ดีหรอกนะ ถึงได้ยอมให้คนอย่างเธออาศัยทักษะการแพทย์กับหมู่เลือดพิเศษเข้ามาเสนอหน้าอยู่ในบ้านนี้ได้ พูดให้ชัดก็คือ เธอมันเป็นแค่เครื่องมือ เป็นคลังเลือดเคลื่อนที่เท่านั้นแหละ! สำคัญตัวผิดไปแล้วจริงๆ เลยนะเธอน่ะ ตอนนี้ลูกในท้องพี่อวี่เยียนต้องตายเพราะเธอ ฉันจะคอยดูว่าเธอจะเอาอะไรไปอธิบายกับพี่ชายของฉัน!”

พูดจบ โอวเหยาก็ถ่มน้ำลายใส่เปี่ยนจืออย่างแรง ดัง ‘ถุย!’ ไปทีหนึ่ง

หลังจากแต่งเข้าตระกูลโอวมาสามปี เปี่ยนจือก็รู้ซึ้งนานแล้วว่าฐานะของเธอในบ้านนี้เป็นเพียงตัวตนที่ถูกใช้ประโยชน์ และถูกเหยียดหยามที่สุดด้วย

ที่นี่ ใครต่อใครก็สามารถปฏิบัติกับเธอด้วยท่าทางเย็นชาและพูดจาด้วยถ้อยคำถากถางได้ทั้งนั้น

เธอไม่อยากถือสาและก็ไม่มีปัญญาจะถือสาด้วย จึงทำได้เพียงเดินขึ้นบันไดไปอย่างระมัดระวัง

การผ่าตัดสิบสามชั่วโมงบวกกับภาวะตกเลือดอย่างหนักของเฉินอวี่เยียน ส่งผลให้หลังจากบริจาคเลือดให้แล้ว เธอยังต้องฝืนยืนผ่าตัดต่ออีกสิบกว่าชั่วโมง ตอนนี้เธอจึงเริ่มมีไข้ต่ำๆ และรู้สึกมึนงงไปทั้งตัว

ทว่าเพิ่งจะได้เอนตัวลงนอนได้ไม่นาน

เธอก็ถูกแรงมหาศาลฉุดกระชากขึ้นจากเตียงอย่างแรง

แรงกระชากนั้นทำให้ศีรษะของเธอกระแทกเข้ากับหัวเตียงจนเกิดเสียงดัง ‘ปึ้ก!’

เปี่ยนจือลืมตาขึ้นด้วยความเจ็บปวด เมื่อเห็นชัดว่าเป็นโอวม่อเยวียน ขอบตาเธอก็ร้อนผ่าว “ม่อเยวียน คุณกลับมาแล้วเหรอคะ เรื่องลูกของเฉินอวี่เยียน ฉันพยายามสุดความสามารถแล้วจริงๆ ค่ะ”

โอวม่อเยวียนยืนค้ำหัวพลางมองลงมา มือบีบคอเสื้อเธอไว้แน่น สายตาคมกริบดุจใบมีด “พยายามเต็มที่แล้วงั้นเหรอ? เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนผลตรวจร่างกายของอวี่เยียนออกมา คุณบอกผมว่ายังไง? คุณบอกว่าทุกอย่างปกติดี แล้วผลลัพธ์เป็นยังไงล่ะ ผ่านไปแค่ไม่กี่วันลูกก็ไม่อยู่แล้ว คุณยังกล้ามาบอกว่าพยายามเต็มที่แล้วอีกเหรอ?”

เปี่ยนจือเม้มปากแน่น เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ “ม่อเยวียน ฉันพยายามเต็มที่แล้วจริงๆ ”

เฉินอวี่เยียนป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เมื่อสามปีก่อนอาการทรุดหนัก ถึงขั้นเดินไปไม่กี่ก้าวก็ต้องหอบหายใจและใช้ออกซิเจน

ตลอดสามปีที่เธอแต่งงานกับโอวม่อเยวียน

เธอทุ่มเทเวลาทั้งวันทั้งคืนเพื่อดูแลเฉินอวี่เยียนด้วยการแพทย์แผนจีนและแผนปัจจุบัน จนร่างกายของเฉินอวี่เยียนฟื้นฟูได้จนเกือบเท่าคนปกติ แม้แต่การออกกำลังกายที่ไม่หนักเกินไปก็ยังทำได้

ยกเว้นตอนที่เฉินอวี่เยียนกับโอวเจิ้งห้าวทำเรื่องอย่างว่าในช่วงที่เพิ่งแต่งงานกัน จนโรคหัวใจกำเริบกะทันหัน นอกนั้นทุกอย่างก็ปกติดีมาโดยตลอด

เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอยังทำการตรวจทั้งร่างกายให้ตามปกติ ซึ่งผลตรวจก็ออกมาดีมาก แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน จู่ๆ อาการก็กลับทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว

เปี่ยนจือพักผ่อนได้เพียงแค่วันเดียว เฉินอวี่เยียนก็ปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว พอเธอไปถึงโรงพยาบาล เด็กในท้องก็ไร้ซึ่งสัญญาณชีพเสียแล้ว

ถึงจะเป็นอย่างนั้น เธอก็ยังคงทำการช่วยชีวิตอย่างสุดกำลัง แม้แต่ในระหว่างผ่าตัดเธอก็ยังบริจาคเลือดให้อีกฝ่ายด้วย

เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าไม่มีอะไรที่ต้องละอายใจ

แต่เมื่อโอวม่อเยวียนได้ยินคำอธิบายนั้น ใบหน้าของเขากลับยิ่งเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “งั้นเหรอ? แล้วทำไมพออวี่เยียนฟื้นขึ้นมาถึงเอาแต่ร้องไห้ แล้วบอกว่าคุณเป็นคนให้เธอกินยาที่ไม่ควรจะกินล่ะ? !”

เปี่ยนจือขมวดคิ้วฉับ “อะไรนะคะ? เป็นไปไม่ได้”

โอวม่อเยวียนออกแรงกระชากคอเสื้อเธออย่างแรงด้วยความรังเกียจถึงขีดสุด “มีคำแก้ตัวอะไร ก็เก็บไว้ไปพูดกับอวี่เยียนเองเถอะ!”

โอวม่อเยวียนไม่อยากจะพูดอะไรกับเปี่ยนจือแม้แต่คำเดียว

ร่างกายของเฉินอวี่เยียนไม่แข็งแรง การตั้งครรภ์เดิมทีก็มีความเสี่ยงมากอยู่แล้ว

ครั้งนี้รักษาลูกเอาไว้ไม่ได้ แถมร่างกายยังได้รับความเสียหายหนัก ต่อไปโอกาสที่จะตั้งครรภ์อีกแทบจะเป็นศูนย์

ทั้งอวี่เยียนและพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาต่างก็มีความยึดติดกับเด็กคนนี้มาก แต่กลับถูกเปี่ยนจือทำลายความหวังทั้งหมดลงคามืออย่างเลือดเย็น

คุณนายใหญ่โกรธจนเป็นลมไปหลายรอบ พอฟื้นขึ้นมาก็สั่งให้โอวม่อเยวียนลากตัวเปี่ยนจือกลับมาที่โรงพยาบาลทันที

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องพักฟื้น คนตระกูลโอวก็พากันกรูเข้ามาล้อมเธอไว้

แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร จู่ๆ ก็มีคนผลักเธอจากข้างหลัง

เปี่ยนจือกำลังมีไข้ต่ำๆ ร่างกายจึงอ่อนแรงอยู่แล้ว เมื่อถูกผลักก็ล้มคุกเข่าลงต่อหน้าเฉินอวี่เยียนอย่างจัง

เธอพยายามจะยันเข่าลุกขึ้น แต่กลับถูกใครบางคนถีบจากด้านหลังเข้าอีกครั้ง เปี่ยนจือหันกลับไปมองด้วยความคับแค้นใจ แต่สายตากลับปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบที่เย็นเยียบของโอวม่อเยวียนเข้า

เธอชะงักกึก

“ม่อเยวียน…… คุณ……”

ชายหนุ่มมีรูปร่างสูงโปร่งรับกับเอวสอบ สายตาที่มองลงมาแสนจะดุดัน แสงแดดจัดจ้านที่ตกกระทบเหนือศีรษะส่งให้ภาพลักษณ์ของเขาดูโหดเหี้ยมและเย็นชาขึ้นไปอีก

เขาเม้มริมฝีปากแน่น มองเธอที่อยู่บนพื้นด้วยความรังเกียจถึงขีดสุด แววตาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกราวกับกำลังมองสิ่งของที่ไร้ชีวิต

ในวินาทีนั้น เปี่ยนจือพลันรู้สึกว่า

ตลอดสามปีที่เธอทุ่มเทดูแลเฉินอวี่เยียนมาอย่างสุดกำลัง และคิดไปเองว่าความพยายามที่สั่งสมมาจะทำให้โอวม่อเยวียนซึ้งใจได้นั้น……มันช่างน่าขันสิ้นดี

“นังฆาตกร!” แม่เฉินที่นั่งอยู่ข้างเตียงด่ากราดใส่เธอ “ผู้หญิงใจคออำมหิตอย่างแก ควรจะตายตกตามลูกของอวี่เยียนไปซะ!”

พูดจบ

แม่เฉินก็เอื้อมมือไปคว้าถ้วยน้ำชามาเขวี้ยงลงพื้นอย่างแรง เศษแก้วกระเด็นไปบาดมือของเปี่ยนจือ

ส่วนเฉินอวี่เยียนก็เอาแต่มองดูอยู่เงียบๆ เธอร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ในอ้อมกอดของแม่เฉิน เสียงสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนานั้น ทำให้เฉินอวี่เยียนดูเหมือนจะหมดสติได้ทุกเมื่อ

แต่เปี่ยนจือรู้ดี

เฉินอวี่เยียนที่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังแม่เฉิน ดวงตาคู่นั้นของเธอในตอนที่ไม่มีใครเห็น กลับเต็มไปด้วยความสะใจและรอยยิ้มอำมหิต

“ม่อเยวียน ฉันพยายามเต็มที่แล้วจริงๆ ฉันไม่รู้ว่าทำไมหัวใจเด็กในท้องของเฉินอวี่เยียนถึงได้หยุดเต้นกะทันหัน ขอเวลาให้ฉันหน่อย ฉันจะสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างเอง” เปี่ยนจือพยายามพยุงตัวและชันเข่าลุกขึ้นยืนอย่างโงนเงน พลางพยายามอธิบายด้วยเหตุผล หวังว่าจะมีใครสักคนรับฟังเธอ

แต่ทว่า

คำพูดของเธอถูกกลบด้วยเสียงร้องไห้ของเฉินอวี่เยียนไปอย่างรวดเร็ว เธอเอามือปิดหน้าไว้ และไหล่ก็สั่นเทาด้วยความเจ็บปวด สะอื้นไห้พลางกล่าวโทษ

“น้องเปี่ยนจือ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ?”

“นั่นลูกของฉันทั้งคนนะ ลูกเพียงคนเดียวของฉัน เธอคิดว่าฉันจะทำร้ายลูกในไส้ของตัวเองได้ลงคอเชียวเหรอ?”

“ทั้งที่เมื่อวันก่อนเธอเป็นคนให้ฉันกินยาจีนอะไรก็ไม่รู้เองแท้ๆ ฉันยังบอกเลยว่ามันขม แต่เธอก็บังคับให้ฉันกิน แล้วยัง……”

เฉินอวี่เยียนปาดน้ำตา แววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจมองไปยังคุณนายใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงกลาง พลางเม้มปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด

คุณนายใหญ่ทุบโต๊ะดังปัง พลางถามเสียงเข้ม “เปี่ยนจือพูดอะไรอีก? !”

“น้องเปี่ยนจือยังบอกอีกว่า ถ้าฉันไม่เชื่อฟัง ก็จะทำให้ฉันแท้งลูก”

เฉินอวี่เยียนเงยหน้าขึ้น หยาดน้ำใสๆ หยดหนึ่งร่วงเผาะลงจากหางตา ดูเปราะบางน่าสงสารอย่างถูกจังหวะเหลือเกิน “แต่ว่า……น้องเปี่ยนจือ ฉันก็ยอมเชื่อฟังแล้ว ฉันกินยานั่นเข้าไปแล้ว ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ล่ะ?”

“เธอจะทำร้ายฉัน จะทรมานฉันยังไงก็ได้ แต่ทำไมต้องลงมืออย่างโหดร้ายกับลูกของฉันด้วย?”

“ฉันรู้ว่าเธออิจฉาที่ม่อเยวียนดีกับฉัน แต่เราเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ความผูกพันบางอย่างมันตัดกันไม่ขาดหรอกนะ”

เฉินอวี่เยียนร้องไห้ปานจะขาดใจ พลางแอบสังเกตอารมณ์ของคุณนายใหญ่ไปด้วย

เมื่อเห็นว่าคุณนายใหญ่โกรธจัด ถึงขั้นกำไม้เท้าในมือแน่นจนเกิดเสียงดังลั่น

เฉินอวี่เยียนก็หลุบตาลงเล็กน้อย และในตอนที่ไม่มีใครสังเกตนั้นเอง เธอก็ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ

จากนั้นเธอก็แสร้งทำเป็นอ่อนแอจนทนไม่ไหว และสลบไปในอ้อมกอดของแม่เฉิน

ไม้เท้าหนักๆ ฟาดลงบนหลังของเปี่ยนจือทันที

เปี่ยนจือหลบไม่ทัน จึงรับแรงกระแทกเข้าไปเต็มๆ ร่างเซถลาไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว

ไม่มีใครช่วยพยุงเธอเลยสักคน ทุกคนทำเพียงมองดูศีรษะของเธอกระแทกเข้ากับเก้าอี้ไม้มะฮอกกานีอย่างแรง จนเลือดไหลโชก

เปี่ยนจือเอามือกุมศีรษะไว้ เลือดเหนียวข้นไหลลงมาบดบังทัศนวิสัย

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลาออกจากงานที่โรงพยาบาลซะ แล้วทุ่มเทแรงกายแรงใจมาดูแลอวี่เยียนให้เต็มที่ ชีวิตที่เหลือของอวี่เยียนจะผิดพลาดไม่ได้อีกแม้แต่นิดเดียว เธอต้องไถ่บาปให้กับการกระทำของตัวเองในวันนี้!”

คำสั่งของคุณนายใหญ่โอวฟาดมาดั่งฟ้าผ่า ทำเอาเปี่ยนจือรู้สึกมึนงงไปหมด

“ไม่ได้หรอกค่ะ!” เปี่ยนจือกุมแผลที่หัวพลางอดทนต่อความเจ็บร้าว น้ำเสียงหนักแน่น “ฉันเรียนหมอมาตั้งแต่เด็ก ฉันไม่มีวันทิ้งอาชีพของฉันเพื่อใครทั้งนั้น อีกอย่าง ฉันก็บอกไปแล้วไงคะว่าเรื่องลูกของเฉินอวี่เยียน ฉันพยายามเต็มที่แล้ว ฉันไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของเด็กถึงหยุดเต้นกะทันหัน แต่มันไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันไม่ได้ให้ยาที่ผิดไปจากอาการของเธอเลยสักนิด”

“ปากดีนักนะ!” ไม้เท้าของคุณนายใหญ่โอวหวดลงมาอีกครั้ง คราวนี้โดนเข้าที่ลำตัวของเปี่ยนจือ “โอวม่อเยวียน! นี่น่ะเหรอผู้หญิงที่แกแต่งเข้าบ้านมา!”

“กล้าต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่ แถมยังทำร้ายพี่สะใภ้อีก ช่างร้ายกาจจริงๆ !”

เปี่ยนจือพยายามจะอธิบายว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ไม่คิดเลยว่า ยังไม่ทันจะได้อ้าปาก เสียงที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของโอวม่อเยวียนก็ดังขึ้นจากข้างหลังเสียก่อน “จะลาออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาดูแลอวี่เยียนเป็นการไถ่บาปไปตลอดชีวิต หรือจะหย่า เลือกเอา!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เธอคนนี้ ไม่ใช่สาวส้มหล่น
8.7
หลังเผชิญอดีตที่ขมขื่นและแม่ถูกทำร้าย ฉือเนี่ยนกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เมืองจิง แม้จะถูกตราหน้าว่าไร้การศึกษา แต่ลู่เหยียนสือกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอว่าคืออัจฉริยะผู้เก่งกาจ ทั้งในฐานะหมอฝีมือเยี่ยม แฮ็กเกอร์ระดับโลก และนักปรุงน้ำหอมที่ผู้คนยกย่อง ท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างที่เห็นเขาประคบประคองภรรยาเกินขอบเขต ลู่เหยียนสือยังคงยืนหยัดให้ท้ายเธออย่างเต็มที่ จนเมื่อความลับและความสามารถของเธอถูกเปิดเผย ทั้งเมืองจึงต้องหันมาศิโรราบและยกย่องในความไร้เทียมทานของเธอ
หน้าปกนวนิยาย กลรัก เกมปรารถนา
9.2
กานต์มาดา นักเขียนสาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจใช้เสน่ห์ล่อลวง อัลฟอนโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มพ่อลูกอ่อนชาวสเปน เพื่อเก็บข้อมูลมาแต่งนิยายเรื่องใหม่ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์เริ่มถลำลึกเกินควบคุม เธอจึงพยายามตัดจบเกมนี้ลง แต่มีหรือที่ผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาจะยอมถูกหลอกใช้หัวใจฟรีๆ อัลฟอนโซ่จึงเริ่มเดินเกมรุกเพื่อสั่งสอนบทเรียนให้เธอรู้ซึ้งถึงผลของการล้อเล่นกับความรู้สึก ท่ามกลางการเอาคืนที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา สุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะในกลรักที่ผูกมัดใจทั้งคู่ไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย คนในความลับ
9.5
เพราะความรักที่ล้นใจ ฟาริดาจึงยอมลดตัวอยู่ในฐานะคนในความลับของท่านประธานหนุ่มอย่างวชิรวัฒน์ ภายใต้เงื่อนไขอันแสนเจ็บปวดที่ห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ให้ใครได้รับรู้ แม้จะมีความลึกซึ้งเพียงใด เธอก็เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งในสายตาคนนอก จนกระทั่งเธอตัดสินใจหนีหายไปพร้อมความลับที่ซ่อนไว้ หลายปีผ่านไปเขากลับมาพบเธออีกครั้งพร้อมเด็กหญิงตัวน้อยที่เรียกเธอว่าแม่ ความจริงที่ถูกปิดบังไว้กำลังสั่นคลอนหัวใจของเขา ท่ามกลางความโกรธแค้นและสงสัยว่าใครคือพ่อที่แท้จริงของเด็กคนนี้กันแน่
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักคุณบอส
8.7
ติณณภพคือบอสหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่เป็นเป้าหมายของสาวๆ ทั้งบริษัท ทว่าพนักงานสาวสุดเชยที่แสนธรรมดาอย่างเธอกลับอยู่นอกสายตาเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อความสวยไม่ใช่จุดขาย เธอจึงตัดสินใจงัดมารยาหญิงทุกรูปแบบมาใช้ยั่วยวนหวังจะพิชิตใจบอสหนุ่มให้ได้ แต่ยิ่งเข้าใกล้เพื่อทำให้เขาหลงรัก เธอกลับได้ค้นพบตัวตนอีกด้านที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันหล่อเหลา ซึ่งแท้จริงแล้วเขาเลือดเย็นและร้ายกาจไม่ต่างจากซาตานในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เมียเด็กของคิรันท์
9.7
คิรันท์นักธุรกิจพันล้านผู้เย็นชาและไร้ศรัทธาในความรักได้พบกับเด็กสาวสู้ชีวิตที่เคยถูกทอดทิ้งโดยบังเอิญ จากความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้และหวงแหนที่ยากจะดับลงได้ เมื่อความใกล้ชิดหลอมละลายหัวใจที่แข็งกระด้าง เขาจึงยอมเปิดเผยตัวตนเพื่อเธอ ขณะที่เธอก็กล้าก้าวข้ามความเจ็บปวดในอดีตเพื่อเคียงข้างเขา ทั้งคู่ร่วมกันพิสูจน์ว่าช่องว่างของวัยไม่ใช่ความอุปสรรค เพราะรักแท้ที่มั่นคงและอบอุ่นนั้นขึ้นอยู่กับหัวใจสองดวงที่พร้อมจะผูกพันกันไปตลอดกาล