
เลือนรักฮูหยินจำเป็น
ตอน 2
สองเท้าพาร่างอ่อนระโหยโรยแรงเดินมาจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ศูนย์กลางทิศตะวันออกของเมืองหลวง กำแพงสูงทอดยาวจรดริมฝั่งแม่น้ำอวี้อัน หน้าประตูไม้บานใหญ่ประดับรูปปั้นสิงโตยักษ์สองตัว มีองครักษ์เฝ้ารักษาการณ์อย่างแน่นหนา
ซุนฟางหรง รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก้าวขึ้นบันไดสูงชันตรงไปหาองครักษ์สองนายที่ยืนประจำการอยู่
“เจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่” องครักษ์ทั้งสองรีบเดินมาขวางทางไว้อยางรวดเร็ว
“จงไปซะ นี่คือจวนเว่ยชิงโหว มิใช่ที่สำหรับขอทานอย่างเจ้า” หนึ่งในนั้นตวาดเสียงเข้ม
ซุนฟางหรงก้มมองตนเอง ทำได้เพียงฝืนยิ้มออกมา สภาพของนางไม่ต่างไปจากขอทานเร่ร่อนสักเท่าใดนัก ทั้งสกปรกมอมแมม เสื้อผ้าเก่าขาดส่งกลิ่นเหม็นชวนให้ผู้หลีกหนี เนื้อตัวเต็มไปด้วยดินโคลนเปรอะเปื้อนราวกับไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเวลานาน
ใครจะไปคิดล่ะว่าการที่สตรีนางหนึ่งเดินทางไกลหลายพันลี้จากชายแดนใต้มายังเมืองหลวงจิ้งคังเพียงลำพัง สามารถเปลี่ยนจากคนงามให้กลายเป็นขอทานต่ำต้อยน่ารังเกียจเช่นในตอนนี้ได้
“พี่ชายทั้งสอง ข้าเดินทางมาจากเมืองเว่ยหนาน ใช้เวลานานนับเดือนกว่าจะมาถึงนี่ ไม่ทราบว่าที่นี่คือจวนเว่ยชิงโหวใช่หรือไม่ รบกวนพวกท่านช่วยไปรายงานกับท่านโหวให้ทีว่ามีสหายเดินทางมาจากแดนไกลตามคำสัญญา” ซุนฟางหรงกล่าวกับคนทั้งสองด้วยความเกรงอกเกรงใจ
“สหาย?”
สายตาขององครักษ์มองสำรวจหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สตรีแปลกหน้านางนี้ไม่มีส่วนใดคล้ายจะเป็นสหายกับเว่ยชิงโหวได้เลยแม้แต่น้อย
“เจ้าบอกว่าเจ้ามาจากที่ใดงั้นรึ” องครักษ์นายหนึ่งเอ่ยถามออกมา
“เมืองเว่ยหนาน ชายแดนใต้เจ้าค่ะ”
องครักษ์ทั้งคู่หันมองสบตากันเล็กน้อย
“ดูเหมือนเมื่อครึ่งเดือนก่อนท่านโหวถูกลอบทำร้ายที่เมืองเว่ยหนานใช่หรือไม่”
“หรือแม่นางผู้นี้จะเป็นสหายที่ท่านโหวรู้จักยามอยู่ที่เมืองเว่ยหนานจริงๆ”
“แต่นี่จะยื่นยันได้อย่างไร”
ซุนฟางหรงได้ยินที่องครักษ์ทั้งสองพูดคุยปรึกษากัน ดังนั้นจึงนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากห่อผ้าที่สะพายอยู่แนบอกและยื่นให้กับพวกเขา
เมื่อองครักษ์เปิดอ่านข้อความในกระดาษ หนึ่งในนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปรายงานผู้ที่อยู่ด้านในทันที
“แม่นางโปรดรอสักครู่” องครักษ์อีกนายที่ยืนเฝ้าอยู่เอ่ยกับหญิงสาว
“ได้เจ้าค่ะ”
ซุนฟางหรงได้แต่รอคอย นางเหม่อลอยไร้เรี่ยวแรง ความเหนื่อยล้าหลังจากเดินทางมาเป็นระยะเวลานานไม่ได้หยุดพักค่อยๆ แสดงอาการออกมา ใบหน้าของหญิงสาวซีดเซียวจนองครักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ
“แม่นาง...สีหน้าของเจ้าย่ำแย่มาก นั่งพักก่อนสักครู่ดีหรือไม่”
หญิงสาวเอ่ยขอบคุณก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนบันไดหน้าจวนโหว ผู้คนที่เดินผ่านไปมารู้สึกแปลกประหลาดเมื่อเห็นว่าสตรีขอทานนางนี้ไม่ได้ถูกองครักษ์ที่เฝ้าอยู่ไล่ตะเพิดออกมาเช่นคนอื่นๆ
ซุนฟางหรงอ่อนล้าเป็นอย่างมาก ดวงตาของนางหนักอึ้ง เรื่องราวต่างๆ มากมายที่นางเผชิญมาก่อนหน้านี้หนักหนาเกินกว่าสตรีนางหนึ่งจะแบกรับ
หญิงสาวกอดเข่าตนเองไว้แน่น ใบหน้าเปื้อนโคลนซุกลงบนหน้าขาที่ถูกชันขึ้นมา สายลมยามเย็นพัดผ่านจนร่างกายสั่นสะท้าน
นางดั้นด้นมายังเมืองหลวงที่อยู่ห่างไกลเพื่อพบกับบุรุษผู้หนึ่ง ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะยังจดจำนางได้อยู่หรือไม่
หากเขาไม่ยินยอมออกมาพบหน้า เช่นนั้นนางควรทำอย่างไรต่อไป
“เจ้าเป็นใคร”
ขณะที่สติของหญิงสาวคล้ายจะหลุดลอยไปไกล ประตูจวนโหวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงทุ้มที่ดังขึ้นเหนือศีรษะ
ซุนฟางหรงมองเห็นใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาหานางช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดเรียบง่ายทะมัดทะแม่งเฉกเช่นคนฝึกยุทธ์ยืนบังแสงแดดที่ส่องผ่านร่มเงาของต้นไม้ใหญ่และกระทบถูกนางเข้าพอดี
“ท่านโหว...” เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเขาคือบุรุษที่นางเฝ้าตามหา
รูปโฉมของเขาในยามนี้ดูดีมากกว่าครั้งแรกที่เจอกันหลายเท่านัก แม้ร่างกายจะซูบผอมลงเล็กน้อย ทว่าใบหน้ายังคงหล่อเหลาคมคายเช่นเดิม
“เจ้ารู้จักข้า?” เขาทวนถามด้วยความสงสัย
ซุนฟางหรงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แต่เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลทำให้ร่างบางเสียหลักเกือบตกจากบันไดสูงชัน ทว่าคนที่ยืนอยู่ใกล้คว้าตัวนางเอาไว้ได้ก่อน
ร่างมอมแมมของนางจึงตกอยู่ภายในอ้อมกอดของเขา
เกิดเป็นภาพที่สร้างความขัดแย้งขึ้นในใจของผู้พบเห็น
หนึ่งสตรีที่มีสภาพไม่ต่างไปจากขอทานข้างถนน กับหนึ่งบุรุษผู้มีรูปโฉมงดงามราวภาพวาดเทพเซียนบนสรวงสวรรค์
คนหนึ่งสถานะสูงส่งไม่อาจเอื้อม อีกคนดูจากภายนอกก็รู้ว่าสถานะคงต่ำต้อยจนไม่อาจจะมายืนประจันหน้ากันได้
“ดูเหมือนข้าจะจำไม่ได้ว่าเคยมีสหายเช่นเจ้า” ดวงตาคมมองสำรวจสตรีในอ้อมแขนรอบหนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือออกจากตัวนาง
ในสายตาของเขาไม่ได้แสดงออกถึงความรังเกียจดังเช่นสายตาของคนอื่นๆ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ เป็นนางเองเสียอีกที่รู้สึกรังเกียจตนเองในตอนนี้ เมื่ออยู่เบื้องหน้าบุรุษรูปงามเช่นเว่ยชิงโหวไม่ว่าสตรีใดย่อมต้องเกิดความประหม่า
“ท่านจำข้าได้หรือไม่” นางเอ่ยถามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
แต่เมื่อเห็นใบหน้าครุ่นคิดของอีกฝ่าย หัวใจของหญิงสาวคล้ายกับถูกบีบแน่นจนอึดอัดไปหมด
“เจ้าบอกว่ามาจากเมืองเว่ยหนาน จดหมายฉบับนี้เป็นข้าที่มอบให้กับเจ้าด้วยตนเองงั้นหรือ?”
ซุนฟางหรงมองกระดาษที่อยู่ในมือของเว่ยชิงโหว ก่อนจะพยักหน้าเป็นการตอบรับ
“ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตนเองจึงมอบจดหมายให้เจ้ามาหาที่เมืองหลวง เรื่องราวยามอยู่ที่เมืองเว่ยหนานข้าลืมไปหมดแล้ว” เว่ยชิงโหวเอ่ยตัดบท
“นี่...ท่าน ท่านจำข้าไม่ได้จริงๆ รึ” น้ำเสียงของนางฟังดูแตกตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
“ระหว่างอยู่ที่เมืองเว่ยหนาน เจ้าบังเอิญให้ความช่วยเหลือข้าไว้ใช่หรือไม่”
เนื้อความในจดหมายเขียนไว้สั้นๆ ว่าให้นางเดินทางมายังเมืองหลวง ตัวหนังสือนั้นเร่งรีบไม่เรียบร้อย แสดงว่าเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บระหว่างที่เขียนข้อความ
เป็นไปได้มากว่าสตรีนางนี้อาจจะให้การช่วยเหลือเขาไว้ในยามลำบาก แต่เพราะไม่อาจตอบแทนบญคุณได้ในตอนนั้นจึงทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้แทน
เรื่องที่เว่ยชิงโหวสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปนั้นไม่ได้ประกาศแก้คนนอก ทว่าผู้คนในราชสำนักล้วนรู้กันเป็นอย่างดี น่าแปลกที่หลังจากเขาได้สติเพียงไม่กี่วัน จู่ๆ ก็มีสตรีแปลกหน้าผู้หนึ่งเดินทางมาหาจากเมืองเว่ยหนาน
ไม่รู้ว่านางเป็นคนรู้จักของเขาจริงๆ หรือเป็นหมากที่ศัตรูส่งมากันแน่
“ตอนนั้นข้าบังเอิญพบท่านถูกธนูยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงพาท่านกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านของข้า” คำพูดของนางไม่ได้ต่างไปจากที่เขาคิดไว้มากนัก
“ในเมื่อเจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ เช่นนั้นข้าก็ต้องตอบแทนบุญคุณของเจ้าเป็นอย่างดี”
ดวงตาคมของเว่ยชิงโหวปราดมองสตรีเบื้องหน้าอย่างสำรวจครู่หนึ่ง ก่อนจะผายมือออกไปด้านข้างโดยไม่ได้กล่าวคำพูดใด คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายรีบนำถุงเงินวางลงบนฝ่ามือของบุรุษสูงศักดิ์
“นี่คือค่าตอบแทนสำหรับความช่วยเหลือของเจ้า”
ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ เขายื่นถุงเงินใบนั้นส่งให้กับหญิงสาว
นางมองถุงที่บรรจุเงินไว้จนแน่นสลับกับใบหน้าแข็งกร้าวราวหยกสลักของเว่ยชิงโหวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตากลมเต็มไปด้วยความสับสน ในที่สุดก็ตัดสินใจกล่าวประโยคหนึ่งออกมา
“ข้าเดินทางไกลจากชายแดนใต้มาจนถึงเมืองหลวงแห่งนี้มิใช่เพราะต้องการเงินทองของท่าน”
“เช่นนั้นเจ้าต้องการสิ่งใด”
“ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใด เพียงต้องการทวงถามสัญญาที่ท่านบอกว่าจะรับผิดชอบข้าเป็นอย่างดี”
“รับผิดชอบงั้นรึ ข้าต้องรับผิดชอบเรื่องใด”
“ข้าเป็นภรรยาของท่านแล้ว สิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบก็คือตัวข้า”
ภรรยา?
เขามีภรรยาตั้งแต่เมื่อใดกัน...
คุณอาจจะชอบ





