ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย  เลือนรักฮูหยินจำเป็น

เลือนรักฮูหยินจำเป็น

เมื่อครอบครัวถูกกวาดล้างและบิดาถูกฆาตกรรมอย่างมีเงื่อนงำ หญิงสาวเพียงคนเดียวที่เหลือรอดจึงต้องอำพรางตัวตนเพื่อสืบหาความจริงและล้างมลทินให้ตระกูล เป้าหมายเดียวของนางคือการเข้าหาบุรุษผู้กุมกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเขาสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไปหลังถูกลอบทำร้ายอย่างปริศนา ท่ามกลางอันตรายที่รายล้อม นางจะสามารถเปิดโปงคนร้ายและทวงคืนความยุติธรรมได้หรือไม่ในขณะที่ความหวังเพียงหนึ่งเดียวเลือนหายไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

“หมิงเอ๋อร์ฟื้นแล้วงั้นหรือ”

บุรุษที่นอนสลบสไหลไม่ได้สติมาเป็นเวลานาน ลืมตาขึ้นช้าๆ ร่ายกายเคลื่อนไหวได้ยากคล้ายกับไม่ค่อยจะเชื่อฟังคำสั่ง เขาพยายามลุกขึ้นนั่งด้วยตนเองอย่างยากลำบาก สตรีวัยกลางคนรีบถลาเข้าไปด้านข้างคอยช่วยประคองให้เขาเอนกายพิงลงกับหัวเตียงด้วยความห่วงใย

“ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นขึ้นมาเสียที รู้สึกอย่างไรบ้าง ยังเจ็บปวดตรงไหนหรือไม่”

องค์หญิงใหญ่จางอี้หนิงเอ่ยถามด้วยความกังวล ใบหน้าของนางซีดเซียวเนื่องจากความเครียดสะสม หลังบุตรชายเพียงคนเดียวถูกลอบทำร้ายกลับมาจากชายแดนใต้ แม้ฝ่าบาทจะส่งหมอหลวงที่เก่งที่สุดในวังมารักษา แต่ก็ไม่สามารถทำให้บุตรชายของนางฟื้นขึ้นมาได้

“ท่านแม่” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาแผ่วเบา

เห็นมารดาน้ำตาคลอ สองมือเกาะกุมมือตนเองไว้ด้วยความห่วงใย

“เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ เหตุใดข้าจึงได้รู้สึกปวดศีรษะเช่นนี้”

“เจ้าได้รับมอบหมายจากฝ่าบาทให้ไปสืบคดีลับที่เมืองเว่ยหยาง แต่ถูกคนลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะของเจ้าได้รับความกระทบกระเทือนจนสลบไม่ได้สตินานกว่าครึ่งเดือน”

คำกล่าวของมารดาทำให้เว่ยชิงโหวชะงักไป ก่อนจะยกมือกุมศีรษะตนเองด้วยความสับสน เมื่อสัมผัสกับผ้าที่พันอยู่โดยรอบยิ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมากกว่าเดิม

“สืบคดีลับอันใด ลอบทำร้ายอันใด ทำไมข้าถึงจดจำเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เลย”

คำกล่าวของถังหมิงทำให้องค์หญิงใหญ่หันไปสบตากับแม่นมซูบ่าวคนสนิทด้วยความงุนงง

“หมิงเอ๋อร์ เจ้าจำเรื่องคดีทุจริตส่วยบรรณาการทางใต้ไม่ได้หรือ”

“ข้าจำได้แค่ว่าข้าปฏิเสธการหมั้นหมายกับคังจื่อผิงไป ส่วนเรื่องสืบคดีที่ท่านแม่กล่าวมานั้น...” คิ้วดาบขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด

ดวงตาคมมองหาคนข้างกายอย่างต้องการคำอธิบาย ทว่านอกจากมารดาและแม่นมซูบ่าวคนสนิทข้างกายมารดาก็ไม่มีใครอยู่ในห้องอีก

“เฉิงกวงเล่า?”

“อยู่ในคุก”

“เหตุใดเขาจึงต้องไปอยู่ที่นั่น”

องค์หญิงใหญ่ถอนหายใจ ก่อนจะอธิบายอย่างอ่อนล้า “เป็นเพราะเฉิงกวงดูแลเจ้าไม่ดี ปล่อยให้เจ้าหายตัวไปขณะทำภารกิจที่เสี่ยงอันตราย ทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส หากมิใช่สุดท้ายยังพาเจ้ากลับเมืองหลวงมาได้สำเร็จ แม่คงสั่งประหารชีวิตเขาไปแล้ว”

“ท่านแม่ ท่านเรียกเฉิงกวงกลับมาก่อนได้หรือไม่ ลูกต้องการสอบถามเขาด้วยตนเอง”

เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของบุตรชาย จางอี้หนิงจึงสั่งให้บ่าวที่ยืนเฝ้าหน้าประตูรีบไปตามคนมา ไม่นานองครักษ์คนสนิทก็มานั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าสำนึกผิด

“ท่านโหว ข้า ข้า…ผิดไปแล้ว เป็นเพราะข้าไม่ได้ความจึงไม่สามารถปกป้องท่านโหวให้ปลอดภัย เฉิงกวงยินดีชดใช้ความผิดด้วยชีวิต”

ร่างกำยำโขกศีรษะลงกับพื้นเสียงดัง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาบนหน้าผากก็ปรากฏเป็นรอยแดงช้ำ

“เหลวไหล ชดใช้ด้วยชีวิตอันใด เจ้าเลิกทำเหมือนข้าใกล้จะสิ้นลมหายใจแล้วลุกขึ้นเสียที” ถังหมิงตวาดเบาๆ ไม่อาจทนดูบุรุษตัวโตร้องไห้ฟูมฟายหลั่งน้ำตาให้กับตนเอง

“ท่านโหวไม่ตำหนิข้าหรือขอรับ” เฉิงกวงปาดน้ำตาลวกๆ ลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจ

“ในเมื่อท่านโหวไม่เอาผิดเช่นนั้นเจ้าก็กลับมาดูแลอยู่ข้างกายลูกข้าเช่นเดิมก็แล้วกัน เจ้าจะต้องดูแลเขาให้ดี อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นครั้งนี้ขึ้นอีกเป็นอันขาด” จางอี้หนิงออกคำสั่ง

“ขอบพระทัยองค์หญิงใหญ่ที่ทรงเมตตา ข้าน้อยจะปกป้องท่านโหวด้วยชีวิต” เฉิงกวงยิ้มร่า

“หลังจากที่ข้าปฏิเสธการหมั้นหมายกับคังจื่อผิง เกิดอะไรขึ้นบ้างกันแน่” ถังหมิงไม่รีรอรีบเอ่ยถามเรื่องราวจากเฉิงกวง

“ท่านโหว เรื่องที่ท่านปฏิเสธการหมั้นกับคุณหนูคังผ่านมานานสามเดือนแล้วนะขอรับ” เฉิงกวงเอ่ยตอบด้วยความงุนงงสงสัย

“สามเดือน เป็นไปได้อย่างไร ข้าจำได้ว่า...” ถังหมิงทำท่านึกอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“การไปสืบคดีที่ชายแดนใต้ในครั้งนี้ดูเหมือนจะเกิดเรื่องขึ้นไม่น้อย ทางที่ดีควรหมอหลวงมาดูตรวจอาการอีกรอบ” จางอี้หนิงเอ่ยอย่างร้อนใจ ก่อนจะสั่งให้บ่าวรับใช้ไปตามหมอหลวงมาดูอาการให้กับบุตรชาย

ไม่นานหมอหลวงที่ฝ่าบาทสั่งให้มาประจำการอยู่ในจวนโหวก็รีบเข้ามาตรวจดูอาการบาดเจ็บของถังหมิงอีกหน

“เป็นอย่างไรบ้าง?” จางอี้หนิงรีบสอบถามท่านหมอ

“เรียนองค์หญิงใหญ่ แม้บาดแผลบนร่างกายจะหายดีทั้งหมดแล้ว ทว่าท่านโหวได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงบริเวณศีรษะ ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ความทรงจำบางส่วนเลือนหายไป ไม่สามารถจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ขอรับ” หมอหลวงรีบเอ่ยรายงาน

“เช่นนั้นความทรงจำที่หายไปนี้จะกลับคืนมาได้หรือไม่” เว่ยชิงโหวเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ในเมื่อลืมได้ก็สามารถจดจำได้เช่นกันขอรับ เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย ข้าจะเขียนเทียบยาบำรุงประสาทเพื่อช่วยให้ท่านโหวฟื้นความทรงจำกลับคืนมาโดยเร็ว” หมอหลวงกล่าวก่อนจะขอตัวจากไป

“ในเมื่อเจ้าสูญเสียความทรงจำไปเช่นนี้ ก็ควรหยุดพักรักษาตัวและระงับการสืบคดีไปก่อน แม่จะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทแทนเจ้า ระหว่างนี้เจ้าก็พักรักษาตัวให้หายดี อย่าได้ไปไหนเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่” จางอี้หนิงออกคำสั่ง

“ลูกเชื่อฟังท่านแม่”

เมื่อมารดาจากไปแล้ว เว่ยชิงโหวจึงสั่งให้เฉิงกวงอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ตนเองฟังอีกหน

เมื่อสามเดือนก่อนหลังจากปฏิเสธการหมั้นหมายกับบุตรีของเสนาบดีคัง คังจื่อผิง ถังหมิงก็ขอพระราชทานอนุญาตจากฝ่าบาทเพื่อไปสืบคดีที่เมืองเว่ยหนานเป็นการลับ

เว่ยหนานเป็นเมืองใหญ่ มีเขตชายแดนติดกับทะเล มีเส้นทางขนส่งหลักเป็นเส้นทางน้ำ ดูแลควบคุมโดยเจ้าเมืองซุน นามซุนเถียน ขุนนางตระกูลเก่าแก่ที่ปกครองพื้นที่มาอย่างช้านาน

นอกจากเมืองเว่ยหนาน เจ้าเมืองซุนยังดูแลการขนส่งสินค้าทางน้ำตลอดพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงทั้งหมด รวมถึงส่วยบรรณาการที่เมืองทางใต้ต้องส่งเข้ามายังเมืองหลวง

ทว่าหลายปีให้หลังพื้นที่ทางใต้หลายเมืองประสบกับอุทกภัย เกิดพายุรุนแรงฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายเดือน ชาวบ้านเดือนร้อน ต้องลี้ภัย ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ พื้นที่ชายฝั่งทะเลก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

หลังจากพายุพัดผ่านไป หลายเมืองเสียหายจนไม่อาจฟื้นฟู ประชาชนอดอยาก เจ็บป่วยล้มตายไปหลายหมื่นคน เจ้าเมืองซุนทำได้เพียงส่งฎีกาขอความช่วยเหลือมายังเมืองหลวง

หลังทราบเรื่องฝ่าบาทจึงรีบสั่งการให้ส่งเงินบรรเทาทุกข์ไปยังเมืองเว่ยหยานในทันที พร้อมกับมีรับสั่งให้ก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำเพิ่มที่เมืองจิ่งเหอเมืองหน้าด่านเขตชายแดนใต้ป้องกันอุทกภัยในปีถัดๆ มา

ทว่าการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำนี้กลับมีความล่าช้า ชาวบ้านยังคงได้รับความเดือนร้อนไม่สามารถแก้ไข คนบางกลุ่มจงใจปกปิดเรื่องราวไว้จนเกิดการประท้วงและลุกฮือของกบฏในหลายพื้นที่

หากมิใช่เพราะมีการตรวจสอบความผิดปกติของส่วนบรรณาการที่ถูกส่งมายังเมืองหลวง ฝ่าบาทก็คงไม่อาจรับทราบว่ามีขุมอำนาจหนึ่งกระทำการยักยอกเงินบรรเทาทุกข์และทุจริตส่วยบรรณาการทางใต้

ดังนั้นฝ่าบาทจึงมีรับสั่งให้เว่ยชิงโหวลงไปสืบสวนเป็นการลับ เมื่อไปถึงเมืองจิ่งเหอสถานที่สร้างเขื่อนกั้นน้ำ ถังหมิงก็พบกับความผิดปกติมากมาย ยิ่งตามสืบไปเรื่อยๆ ก็พบว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวพันหลายฝ่าย ถือเป็นเรื่องใหญ่และร้ายแรงเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงได้เดินทางต่อไปยังเมืองเว่ยหยานเพื่อสืบหาตัวการสำคัญ

ไม่คาดว่าระหว่างทางกลับเจอการลอบสังหารครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งไปถึงเมืองเว่ยหนาน เกิดการต่อสู้ขึ้นที่จวนเจ้าเมืองซุนเถียน เฉินกวงพลัดหลงกับเว่ยชิงโหวในระหว่างหลบหนี หลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น

ผ่านไปหลายวันเฉิงกวงจึงสามารถตามหาถังหมิงจนพบ ทว่าตอนที่พบเจอนั้นถังหมิงก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสแล้ว...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซูเยว่ซินทะลุมิติ1970
9.4
เมื่อเชฟสาวฝีมือดีต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันเพียงเพราะโชคร้ายติดอยู่ในเหตุการณ์ปล้นธนาคารจนโดนลูกหลงเสียชีวิต วิญญาณของเธอกลับไม่ได้ไปสู่สุคติแต่ดันทะลุมิติย้อนเวลากลับไปยังยุคปี 1970 แทน ท่ามกลางความลำบากและสภาพสังคมที่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอจะใช้ทักษะการทำอาหารและไหวพริบที่มีเพื่อเอาตัวรอดในร่างใหม่และเริ่มต้นชีวิตครั้งที่สองในอดีตได้อย่างไร ติดตามการผจญภัยที่เต็มไปด้วยรสชาติและโชคชะตาที่พลิกผันได้ในเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย 师父,别打扰我。
9.0
เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของอาจารย์ผู้เป็นที่รัก ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์แสนสาหัสจากสำนักเซียวเหยาจนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว เมื่อได้รับโอกาสให้กลับชาติมาเกิดใหม่ นางจึงปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนและตัดขาดจากความสัมพันธ์ในอดีตให้สิ้นซาก ทว่าโชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่ออดีตอาจารย์ที่นางเคยภักดีกลับก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิตของนางอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางจะจัดการกับวาสนาที่ไม่อยากจำนี้อย่างไรในภพชาตินี้
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
8.8
โชคชะตาหรือมนตราลึกลับที่นำพา รุ้งราตรี ให้ตกอยู่ใต้อ้อมกอดของแดเนียล แวมไพร์ผู้มีหัวใจเย็นชามาแสนนาน เพียงสบตาและสัมผัสแรกเธอกลับรู้สึกถึงอันตรายที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหวอย่างรุนแรง แม้จุมพิตเดียวจะทำให้เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือเนื้อคู่ที่ตามหา แต่รุ้งราตรีกลับพยายามถอยห่าง ทว่าด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้เธอไม่มีทางเลือก นอกจากต้องหวนคืนสู่คฤหาสน์อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้นอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย จอมเสเพลอย่างท่านอย่ามาเกี้ยวข้า!
8.1
เมื่อถูกคู่หมั้นทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีพร้อมประกาศตัดสัมพันธ์กลางที่สาธารณะจนต้องอับอาย หญิงสาวจึงตัดสินใจหันหลังให้ความช้ำรัก ทว่าจู่ๆ อดีตคนรักผู้เสเพลกลับพยายามตามตื้อและวุ่นวายในชีวิตนางไม่เลิกรา แม้เขาจะใช้กลเม็ดเด็ดพรายเพียงใด แต่นางก็ตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมใจอ่อนหรือหลงกลคนเจ้าชู้เช่นเขาอีกต่อไป เรื่องราวความรักปนความแค้นนี้เป็นภาคต่อที่อ่านแยกได้จากผลงานเรื่อง ช่วยข้าที สองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด