ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หญิงหม้ายบ้านสือ

หญิงหม้ายบ้านสือ

ถานเจ๋อวางแผนเดินทางไกลเพื่อเผชิญหน้ากับเฉิงหยางปิง ท่ามกลางความกังวลของสือจิ่วที่เกรงว่าอดีตจะย้อนกลับมาทำร้ายลูกชายตัวน้อยของเธอ ทว่าถานเจ๋อกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงพร้อมประกาศกร้าวว่าเขาจะขอรับบทพระเอกในชีวิตจริงเพื่อปกป้องครอบครัวเอง เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากความสุขไปได้ แม้ต้องเปลี่ยนชะตากรรมในนิยายและแย่งชิงตำแหน่งตัวเอกมาครอง เพื่อให้สือจิ่วและลูกได้อยู่อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของเขาตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

‘ตอนนี้เธอตั้งท้อง...ท้องเพราะสือจวี๋มีสัมพันธ์กับผู้ชายคนนั้นน่ะนะ’

คำถามนี้วนเวียนซ้ำๆ ในหัวตั้งแต่ลืมตาตื่นตอนรุ่งเช้า

เมื่อวานหลังจากกินข้าวต้มของท่านย่าหลิน เธอก็นอนอยู่คนเดียวเงียบๆ ในบ้านหลังนี้ สมองคิดไปล้านแปดพยายามจับต้นชนปลายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กระทั่งจินตนาการเตลิดไปไกลว่ามันคงเป็นห้วงฝันที่อยู่ลึกใต้จิตสำนึก ตอนนี้ตัวเธออาจกำลังโคม่านอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลสักแห่ง

หรือไม่แน่เธออาจถูกพวกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมาทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบเคยอ่านในนิยาย

แต่คืนที่ผ่านมาเธอก็ได้คำตอบบางส่วน ทุกเรื่องราวในชีวิตของ ‘สือจวี๋’ ไหล่บ่าเข้ามาให้รับรู้ปะปนกับความทรงจำเดิม เพื่อตอกย้ำให้ตัวเธอได้รู้และยอมรับว่าจากนี้ไปทั้งสองคือคนเดียวกัน

เธอเห็นชีวิตของสือจวี๋ตั้งแต่เจ้าของร่างนี้เกิด

เจ้าของร่าง...คิดแล้วเหมือนเธอเป็นวิญญาณเร่ร่อนมาสิงสู่ร่างคนอื่นอย่างไรอย่างนั้น

คาดว่าคงเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเธอพร้อมสือจวี๋ แล้วอะไรสักอย่างก็เหวี่ยงให้เธอเข้ามาอยู่ในร่างที่ตลอดระยะเวลาสิบห้าปี ใช้ชีวิตอยู่แต่ในหมู่บ้านไท่โหยว อำเภอซ่างเหอ เมืองผิงโจว แคว้นฉางฝู

ชื่อหมู่บ้าน อำเภอ เมือง แคว้น ไม่เคยมีอยู่ในความทรงจำของเธอที่เกิดเดือนสิงหาคม ปี 1994 ประเทศไต้หวันเลยสักนิด

เธอมั่นใจแปดในสิบส่วนแล้วว่าตัวเองย้อนมาใช้ชีวิตยุคโบราณ แต่ที่ตรงนี้ในอนาคตจะกลายเป็นประเทศอะไรก็ไม่อาจจะรู้ได้

‘ได้โปรดรักลูกของข้า โปรดถนอม ปกป้องและเลี้ยงดูเขา’

นี่คือประโยคที่เธอได้ยินจากสือจวี๋ ตอนพวกเราทั้งคู่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางกลุ่มหมอกควันสีขาว หญิงสาวพร่ำครวญขอร้องซ้ำๆ จนเธอต้องรับปาก เมื่อสมหวังดั่งใจสือจวี๋ก็ลอยห่างออกไปแล้วหายวับในทันที

สือจวี๋เกิดฤดูลี่ชิว สะใภ้บ้านสือช่วงกำลังตั้งท้องฝันว่าได้รับจวี๋ฮวา ดอกสีแดงจากชายชราผู้หนึ่ง ตอนจวี๋เอ๋อร์ตัวน้อยของครอบครัวเกิดมา นางก็มีปานแดงจางๆ บนแก้มข้างซ้าย สือซานจึงตั้งชื่อลูกสาวคำเดียวว่าจวี๋

อาภัพแรก สือฟูเหรินมีเวลาได้ดูแลลูกน้อยแค่สามปี ในฤดูร้อนปีนั้นนางก็ตายเพราะธาตุในกายเย็นเกินไปส่งผลให้หัวใจวายเฉียบพลัน ท่านหมอบอกเหตุจากการกินแตงหวานปริมาณมากเกิน

ตามความคิดของคนมาจากโลกยุคสมัยใหม่ คาดว่าสือฟูเหรินคงจะมีโรคประจำตัวธาตุในกายไม่สมดุลอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งหลังคลอดลูกร่างกายนางก็มักจับไข้หนาวสั่นง่าย

อาภัพสอง บิดาซึ่งอายุมากกว่าฟูเหรินร่วมสิบปีก็ป่วยเรื้อรังด้วยโรคเกี่ยวกับปอด ตอนสือจวี๋อายุสิบสี่ เขาใช้สังขารอมโรคฝืนเดินทางไปเมืองเฟิงโจวเพื่อเรียกร้องเรื่องสัญญาแต่งงานระหว่างลูกสาวกับลูกชายบ้านสกุลเฉิง

ตอนนั้นสือจวี๋ถูกฝากฝังไว้กับครอบครัวท่านย่าหลินที่อยู่ข้างบ้าน

เฉิงซุ่นเป็นพี่น้องร่วมสาบานของสือซาน คนอายุมากกว่าจับพลัดจับผลูทำการค้ามือขึ้นจากทุนตั้งต้นที่สือซานให้ยืม จึงย้ายไปตั้งรกรากที่เฟิงโจว เขาแต่งงานกับลูกสาวบัณฑิตชราผู้หนึ่งให้กำเนิดลูกชายหญิงอย่างละคน

ตามเงื่อนไขสัญญาใจว่าจะเกี่ยวดองด้วยลูกของทั้งสองบ้าน เฉิงซุ่นจึงพาเฉิงหยางปิงวัยสิบเจ็ดปีมาที่หมู่บ้านไท่โหยว สือจวี๋ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบ เต็มใจจะแต่งงานกับชายหนุ่มรูปงาม ผิดกับอีกคนที่แสดงสีหน้าให้รู้ว่าเขารังเกียจหญิงบ้านนอกผู้มีปานแดงบนหน้า

สือจวี๋แต่งไปสกุลเฉิงตอนอายุสิบห้าตามความเห็นชอบของเฉิงซุ่นที่ต้องการรักษาสัญญาเดิม สือซานตายในอีกหนึ่งปีถัดมา ตอนสือจวี๋อายุสิบเจ็ด พ่อสามีก็ประสบเหตุร้ายตายไปอีกคน

เวลาสองปีในเมืองเฟิงโจวช่วงเฉิงซุ่นยังอยู่นางได้พบพานความสุขบ้าง ส่วนเรื่องราวชีวิตหลังจากนั้น...

หวังจิ่วชิงคลึงนิ้วบนข้างขมับ ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

สือจวี๋เป็นผู้หญิงที่เกิดมาพร้อมชะตาชีวิตแสนลำเค็ญ คุณสมบัติแบบนี้ชวนให้คิดถึงนิยายแนวตายแล้วเกิดใหม่ยอดวิวหลักหลายล้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์เสียจริง

ถ้าสือจวี๋มีโอกาสกลับมาพลิกชะตาชีวิตด้วยตัวของนางเอง เธอก็เป็นคนหนึ่งแหละที่อยากยุส่งให้นางแก้แค้นคนพวกนั้นให้สาสม หรือถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่ต้องพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับคนสกุลเฉิงเสียเลย

คิดถึงเสี่ยวหนิงจัง...หากเธอมีโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้เสี่ยวหนิงฟัง เพื่อนรักก็คงลงความเห็นไม่ต่างกัน

พวกเธอเป็นเด็กกำพร้า เติบโตในสถานดูแลเยาวชนของรัฐ เสี่ยวหนิงพบรักได้แต่งงานกับสามีที่ดี แม่สามีก็รักใคร่ ยินยอมให้ลูกชายแยกบ้านอยู่กับภรรยาและลูก

เสี่ยวหนิงมีชีวิตที่มีความสุขดีแล้ว ตัวเธอที่ยังมีลมหายใจในร่างของคนอื่น และยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตของหวังจิ่วชิงอีกไหม ตอนนี้มีหนทางเดียวคือต้องทำชีวิตปัจจุบันของสือจวี๋ให้มีความสุขเช่นกัน

หวังจิ่วชิงบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบแล้วลุกลงจากเตียง หญิงสาวจัดเสื้อผ้าบนตัวให้เรียบร้อยรัดกุมดีแล้วก็เดินออกมายังห้องกลางของบ้าน บ้านหลังนี้มีสองห้องนอน หนึ่งห้องครัว เดินออกไปนอกชายคาราวสามเมตรก็เป็นห้องส้วมขนาดกว้างแค่หนึ่งเมตร ตรงมุมหลังบ้านมีเล้าไก่เก่าโทรมอยู่หนึ่งหลัง

สือจวี๋ตายไปแล้ว ส่วนเธอตายแล้วเกิดใหม่หรือจะเรียกว่าสลับร่างย้ายวิญญาณก็ตามแต่ ชื่อพวกเธอออกเสียงใกล้เคียงกันนับเป็นโชคชะตาล่ะมัง

จิ่ว...ชื่อนี้ครูในสถานเลี้ยงเด็กเป็นคนตั้ง หวังให้เธอมีอายุยืนยาว ส่วนจวี๋ฮวาท่ามกลางสารทฤดู ก็เป็นตัวแทนคำอวยพรให้มีชีวิตยืนยาวเช่นกัน

ดวงวิญญาณของเธอพึ่งพาร่างของสือจวี๋ เพื่อยังคงอยู่ร่วมกันบนโลกต่อไป นับแต่นี้เธอจะใช้ชีวิตในชื่อ...สือจิ่ว

เปิดประตูบ้าน ก็พบคนผู้หนึ่งกำลังเดินผ่านรั้วไม้ไผ่เข้ามา

“อาเจ๋อ”

ถานเจ๋อเป็นหลานชายพ่อเฒ่าถานกับท่านย่าหลิน

...อีกคนที่มีชะตาชีวิตแสนอาภัพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสือจวี๋

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบความจริงอันโหดร้ายเมื่อลูกทั้งห้าต้องอดอยาก และญาติสามีกำลังวางแผนขายลูกสาวของเธอ หญิงสาวเด็ดขาดที่จะไม่ยอมทนเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป เธอประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องลูก สวรรค์เข้าข้างเมื่อเธอค้นพบระบบร้านค้าลับที่ช่วยให้กักตุนเสบียงได้แบบไม่อั้น เธอแอบสร้างความมั่งคั่งเงียบๆ เมื่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเยือนและกวาดล้างหมู่บ้าน ญาติจอมละโมบต้องเผชิญความอดอยากแสนสาหัส ทว่าครอบครัวของเธอกลับนั่งกินเนื้อและข้าวอย่างสุขสบายไร้กังวล ถือเป็นการแก้แค้นที่สาสม
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติลับมาอยู่ที่เดิมยุค60
8.7
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาสู่ยุค 60 อีกครั้งเพื่อสะสางบัญชีแค้นในอดีตอันแสนแร้นแค้น เมื่อแม่เลี้ยงของสามีคอยกดขี่และเอารัดเอาเปรียบครอบครัวของเธอมาโดยตลอด ทั้งบ้านใหญ่และบ้านรองที่เคยถูกรังแกถึงเวลาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม การทะลุมิติครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนโชคชะตาและทำให้คนที่เคยทำร้ายพวกเขาต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำไว้ในอดีตที่ผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย ชาติใหม่ข้าจะไม่หวนคืนชะตาเดิม
8.1
สวี่ซือเหยาเคยเป็นเพียงหมากโง่เขลาในนิยายที่ถูกแม่เลี้ยงทำลายชีวิตจนพบจุดจบที่น่าอนาถ แต่เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้เธอย้อนเวลากลับมาในฐานะตัวประกอบที่หลุดพ้นจากการบงการของปลายปากกา เธอจึงตั้งมั่นที่จะปกป้องสามีอย่างโจวเยี่ยนเฉินไม่ให้ใครหน้าไหนมาแย่งชิงไปได้ พร้อมกับขัดขวางไม่ให้พี่ชายแสนดีต้องกลายเป็นตัวร้ายเพราะความตายของเธอ สวี่ซือเหยาในชาตินี้จะขอลิขิตเส้นทางชีวิตและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองเพื่อเปลี่ยนโศกนาฏกรรมเดิมให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
8.2
ท่ามกลางแผนชั่วของอัครเสนาบดีหลี่ที่หวังปลดผนึกราชาปีศาจด้วยเลือดหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีเนตรเห็นวิญญาณและสื่อสารกับศพได้ ต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชาเพื่อไขคดีฆาตกรรมปริศนา แม้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยจากอคติ แต่ความสามารถอันไร้ที่ติของอวี้หลินกลับชนะใจจวิ้นหานจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความจริงกลับซับซ้อนเมื่อเบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่ชักใยเรื่องราวทั้งหมดกลับเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
7.8
เมื่อผลท้อสวรรค์หายไป เหยาจีเซียนน้อยผู้ดูแลสวนจึงถูกลงทัณฑ์ให้จุติยังโลกมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ล้ำค่า โดยมีมู่สี่เสินทูตผีเสื้อติดตามมาในฐานะพี่ชาย ทว่าหลวนหลงเทพมังกรผู้ควรได้ครองผลท้อกลับตามลงมาเพื่อขัดขวางการปลูกต้นท้อบนดินแดนมนุษย์ ท่ามกลางเหล่าเซียนที่หวังช่วงชิงอำนาจและผลท้อวิเศษ เหยาจีต้องเผชิญอุปสรรคจากทั้งเทพผู้มีอำนาจและเหล่ามหาเทพผู้ปกครองสวรรค์ที่เฝ้ามองอยู่ บทสรุปของการปลูกท้อต้องห้ามและการปะทะกันของเหล่าเทพในร่างมนุษย์จะจบลงเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย ต้องมนต์บุปผา
9.1
หลิวซือซือ หญิงสาวผู้งดงามและใสซื่อที่เติบโตมาจากการประคบประหงมของครอบครัวผู้มั่งคั่ง เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแสดงตามความฝันแม้พ่อแม่จะไม่เห็นชอบ จนกระทั่งได้รับขลุ่ยโบราณที่พ่อหามาให้เพื่อใช้ประกอบการแสดงซีรีส์ย้อนยุค ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มฝันถึงแม่ทัพหนุ่มท่ามกลางสนามรบซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยในฝันเธอได้ช่วยเหลือเขาไว้หลายครั้ง สิ่งที่น่าพิศวงคือความฝันเหล่านั้นเริ่มซ้อนทับกับความจริงอย่างประหลาด เขาเป็นใคร และขลุ่ยเล่มนี้มีความลับใดซ่อนอยู่กันแน่