ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย

รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย

ชมพูนุชเฝ้าหลงรักองค์รัชทายาทแห่งซาเรียมาตลอดชีวิต แต่ฝันร้ายกลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อพี่ชายของเธอพาคนรักของพระองค์หนีไป ความแค้นทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เธอเพียงผู้เดียว เขาตราหน้าเธออย่างเหยียดหยามและบังคับให้รับบทนางบำเรอเพื่อชดใช้ความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกดูแคลน ชมพูนุชต้องจำยอมจำนนต่อพันธนาการบนเตียงตามคำสั่งของชายผู้ไร้หัวใจ โดยมีสวัสดิภาพของพ่อแม่เป็นเดิมพันในเกมแค้นที่เขาจงใจยัดเยียดให้เธอชดใช้อย่างไร้ความปรานี
ตอน
แชร์

ตอน 2

ภายในบ้านหลังกะทัดรัดในช่วงเย็นย่ำค่อนข้างปลอดผู้คน หล่อนก้าวเท้าไปหยุดหน้าประตูไม้ เคาะส่งสัญญาณให้พี่ชายรู้ว่าเป็นตัวเอง สักพักฟีรัสก็เดินออกมาเปิดประตู

“เจ้ามาทำไมที่นี่ชมพูนุช”

พี่ชายของหล่อนมองออกไปด้านนอกด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ ก่อนจะดึงแขนของน้องสาวให้ก้าวเข้ามา และปิดประตูไม้ลงอย่างแน่นหนา

ภายในบ้านหลังกะทัดรัดถูกแบ่งออกไปสองห้องนอน มีห้องรับแขกอยู่ตรงกลางบ้าน หล่อนเห็นมัสรานีนั่งอยู่บนโซฟา สีหน้าค่อนข้างกระอักกระอ่วนใจที่เห็นหล่อน

“ทำไมไม่ตอบพี่ล่ะ ชมพูนุช เจ้ามาที่นี่ทำไม”

“พ่อกำลังตามหาพี่ฟีรัสอยู่น่ะค่ะ”

“เดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว”

“แต่ฉัน...” หล่อนหยุดพูดเล็กน้อย ขณะปรายตามองแม่นาง มัสรานีคนงามด้วยความเป็นกังวลใจ “อยากให้พี่ฟีรัสหยุด”

“เราพูดเรื่องนี้กันไปแล้ว และเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับพี่ด้วย ชมพูนุช”

“แต่ฉันเป็นห่วงพี่ฟีรัสนะคะ กลัวว่าถ้าเรื่องนี้รู้ถึงพระเนตรพระกรรณขององค์รัชทายาทเมื่อไหร่ พี่จะเดือดร้อน”

หล่อนเห็นพี่ชายต่างมารดาขบกรามแน่น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปทรุดนั่งข้างๆ มัสรานี

“พี่รักมัสรานี เราสองคนรักกัน”

หล่อนขยับเดินไปหยุดตรงหน้าของทั้งสองคน และพยายามวิงวอนให้คนทั้งคู่เปลี่ยนใจ

“แต่พี่ฟีรัสก็รู้นี่คะว่าองค์รัชทายาทจามีลหมายตาคุณมัสรานีเอาไว้”

“พี่รู้ แต่พี่หยุดรักมัสรานีไม่ได้” ฟีรัสตวัดแขนโอบกอดร่างอรชรของหญิงคนรักเอาไว้แน่น “และมัสรานีก็รักพี่เช่นกัน”

“แต่ว่า...”

“ฉันขอบใจเธอมากนะชมพูนุชที่เป็นห่วงฉันและพี่ฟีรัส แต่เราสองคนจะไม่ยอมพรากจากกันหรอก” มัสรานีที่นั่งเงียบอยู่พักใหญ่เอ่ยขึ้น “ฉันรักพี่ชายของเธอมาก”

ชมพูนุชซาบซึ้งใจกับความรักของคนทั้งคู่ แต่กลับยินดีด้วยไม่ได้ เพราะรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นจริง

“แล้วองค์รัชทายาทจามีลล่ะคะ คุณมัสรานี”

สีหน้าของมัสรานีเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ฉันไม่อาจจะปฏิเสธองค์รัชทายาทต่อพระพักตร์ได้”

“แล้วคุณมัสรานีจะบอกความจริงเรื่องนี้กับองค์รัชทายาทเมื่อไหร่คะ ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งอันตรายนะคะ”

ศีรษะทุยสวยของมัสรานีส่ายไปมาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับฟีรัสชายคนรัก “ฉันไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับองค์รัชทายาทหรอก”

“แล้ว... คุณมัสรานีจะทำยังไงคะ ฉันมองไม่เห็นทางออกของเรื่องนี้เลย”

“ฉันมีทางออกสำหรับเรื่องนี้แล้วละ แต่คงบอกให้เธอรู้ไม่ได้หรอก”

ชมพูนุชเลิกคิ้วสูง ความกังวลใจยังคงเต็มเปี่ยมแน่นอก หล่อนกลัวว่าพี่ชายจะต้องโทษทัณฑ์

“แต่ฉันคิดว่าทางออกเดียวสำหรับเรื่องนี้ ก็คือพี่ฟีรัสต้องเลิกยุ่งกับคุณมัสรานีค่ะ”

“นั่นเป็นทางออกสุดท้ายที่พี่จะทำ” ฟีรัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ใช่ นั่นคือทางออกสุดท้ายที่เราสองคนจะทำ” มัสรานีกล่าวย้ำขึ้นด้วยน้ำเสียงเดียวกันกับพี่ชาย

ชมพูนุชภาวนาให้พี่ชายคิดได้ และหยุดการกระทำที่มีอันตรายถึงชีวิตถึงโดยเร็วที่สุด

“แต่ฉัน...”

“เจ้าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วละ ชมพูนุช” ฟีรัสลุกขึ้นยืนจากโซฟา ในขณะที่มัสรานียังคงนั่งอยู่ “เพราะพี่ตัดสินใจลงไปแล้ว” พี่ชายของหล่อนย้ำชัด ก่อนจะหันไปหามัสรานี “พี่ขอตัวกลับบ้านก่อนนะมัสรานี แล้วเจอกัน”

“ค่ะ พี่ฟีรัส”

แขนเล็กของหล่อนถูกฟีรัสกุมเอาไว้ และรั้งให้เดินออกมาจากบ้านหลังกะทัดรัด โดยที่ข้างในยังคงมีมัสรานีอยู่ พวกเขาต้องแยกกันกลับเพื่อไม่ให้คนสงสัย

“พี่ฟีรัสคิดจะทำอะไรเหรอคะ” หล่อนเอ่ยถามทันทีเมื่อเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้ว

“ไม่มีอะไรหรอก”

น้ำเสียงของพี่ชายราบเรียบ สีหน้าของเขาก็เช่นกัน หล่อนช้อนตาขึ้นมองด้วยความเป็นกังวลใจ

“พี่ฟีรัสคงไม่ทำเรื่องไม่ดีใช่ไหมคะ”

“ไม่หรอก พี่จะไม่ทำอะไรไม่ดีหรอก เจ้าสบายใจได้ชมพูนุช”

คำตอบของพี่ชายทำให้หล่อนคลายความกังวลลงเล็กน้อย แต่ก็เหมือนมีลางสังหรณ์แปลกๆ ร้องเตือนอยู่ลึกๆ ตลอดเวลา

“เจ้าสัญญากับพี่นะว่าจะดูแลท่านพ่อของพี่เป็นอย่างดี”

“ฉันต้องดูแลท่านพ่ออย่างดีที่สุดอยู่แล้วละค่ะ ว่าแต่พี่ฟีรัสพูดแบบนั้น เหมือนจะไปไหนเลยนะคะ”

“เปล่าหรอก พี่ก็พูดไปอย่างนั้นเอง เรารีบเดินกันเถอะ นี่ก็ใกล้จะค่ำแล้ว”

พี่ชายของหล่อนเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าไป ในขณะที่หล่อนเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างของพี่ชายด้วยความกังวลยิ่งนัก

เช้าวันต่อมา องค์รัชทายาทจามีลเสด็จมาพบเจ้าชายเซรีมที่ตำหนักของพระชายาจัสมิน ซึ่งแน่นอนว่าหล่อนซึ่งเป็นนางกำนัลประจำตำหนักของพระชายาจัสมินก็จะต้องเผชิญหน้ากับเขาด้วยเช่นกัน

เรือนร่างสูงสง่าเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรช่างสง่างามเหลือเกิน ไม่ว่าจะพบเจอเขาเมื่อใด หัวใจไม่รักดีก็เอาแต่เต้นระส่ำราวกับหญิงเสียสติร่ำไป แม้ว่าจามีลจะไม่ได้ชายตาแลมาทางนางในไร้ค่าเช่นหล่อนเลยก็ตาม

“เสด็จพี่ไม่เห็นต้องเสด็จมาถึงที่นี่เลย ถ้าต้องการพบหม่อมฉัน ให้องครักษ์มาตามก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“พี่ผ่านมาทางนี้พอดีน่ะ ก็เลยแวะมาเยี่ยมเจ้ากับพระชายา พวกเจ้าสบายดีนะ”

“สบายดีพ่ะย่ะค่ะ” เจ้าชายเซรีมนั่งโอบกระชับรอบกายอวบอัดของภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เอาไว้อย่างแสนรัก

“อืม แล้วหลานของพี่ล่ะ สบายดีไหม”

มะลิอมยิ้มก่อนจะตอบพี่ชายของสามี

“สบายดีเพคะองค์รัชทายาท”

รอยยิ้มละไมระบายบนใบหน้าหล่อจัดขององค์รัชทายาทจามีล แต่ไม่นาน รอยยิ้มก็จืดจางไปเมื่อสายตาคมกริบตวัดมองไปเห็นใบหน้าสวยงามของชมพูนุช

กรามแกร่งที่มีไรหนวดประปรายขบกันแน่น ความเดือดดาลแล่นพล่านในอก เขาชังน้ำหน้าของนางในผู้นี้ ตั้งแต่บังเอิญได้ยินว่าหล่อนบังอาจรักเขาแล้วละ

ยังจะมีหน้ามาทำหน้าตาน่าสงสารอีกหรือ

องค์รัชทายาทสูงศักดิ์เกรี้ยวกราดเดือดดาลอยู่ภายในอก เขาเกลียดดวงตากลมโตที่หวานฉ่ำสดใสราวกับพระอาทิตย์ยามเช้าของเจ้าหล่อน และก็เกลียดริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่ดูเหมือนจะหนาเกินไปของหล่อนเป็นที่สุด เพราะสิ่งที่เห็นมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงการควบคุมตัวเองที่ลดน้อยถอยลง ซึ่งเขาไม่ชอบความรู้สึกบ้าบอนี้เลย

จามีลกัดฟันละสายตาจากดวงหน้าหวานละมุนตาของชมพูนุช และไม่คิดจะชายตาแลเจ้าหล่อนอีกเลย เขาพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบน้องชายและน้องสะใภ้อยู่สักพักก็ขอตัวกลับ โดยที่เจ้าชายเซรีมผู้เป็นน้องชายออกคำสั่งให้นางในหน้าหวานตามติดออกมาส่งนอกตำหนัก แต่เขาปฏิเสธทันควัน

“ไม่ต้องให้นางเข้าใกล้พี่”

เจ้าชายเซรีมชะงักเล็กน้อย มองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้บูดบึ้งของพี่ชายด้วยความแคลงใจ

“มีอะไรเหรอพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่”

“ไม่มีอะไรหรอก พี่ไปละ”

แล้วองค์รัชทายาทรูปงามก็เดินหายออกไปจากตำหนักของจัสมิน ในขณะที่ชมพูนุชก้มหน้าซีดเผือดลงมองพื้นพรมหนาด้วยความเจ็บปวด

มะลิมองนางกำนัลของตัวเองด้วยความเห็นใจ เพราะหล่อนมองออกว่าชมพูนุชแอบรักองค์รัชทายาทจามีล แต่ความรักนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะทั้งสองคนต่างกันราวกับฟ้าและเหว

“เจ้าไปเก็บดอกไม้ในสวนกับเราเถอะชมพูนุช”

“เพคะ พระชายา” ชมพูนุชตอบรับคำสั่งของเจ้านายเสียงสั่นเครืออย่างสุดควบคุม

“เดี๋ยวหม่อมฉันมานะเพคะเจ้าพี่” มะลิหันไปบอกสามีสุดหล่อของตัวเอง

เจ้าชายเซรีมระบายยิ้ม มองภรรยาอย่างเป็นห่วง “ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม”

“เจ้าพี่ไปประชุมราชกิจเถอะเพคะ หม่อมฉันมีชมพูนุชและนางกำนัลอีกตั้งหลายคน ไม่ต้องเป็นห่วงนะเพคะ”

“งั้นต้องเดินให้ระมัดระวัง เข้าใจนะทูนหัว”

ความห่วงใยของเจ้าชายเซรีมที่มีต่อหล่อนนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย มะลิระบายยิ้มกว้าง น้ำตาแห่งความตื่นเต้นเอ่อล้นขอบตาทั้งสองข้าง

“ขอบพระทัยเพคะเจ้าพี่”

เจ้าชายเซรีมอมยิ้ม ดึงภรรยาเข้ามาจูบแก้มเบาๆ ก่อนจะหันมาสั่งเหล่านางกำนัล

“พวกเจ้าดูแลเมียเราให้ดีนะ อย่าให้ได้รับอันตรายอันใดเด็ดขาด”

“เพคะเจ้าชายเซรีม” เหล่านางกำนัลตอบรับ

“งั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ” มะลิถวายบังคมสามีสุดหล่อ ก่อนจะเดินออกไปจากตำหนัก โดยมีนางกำนัลซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือชมพูนุชตามติดไปอารักขาอย่างใกล้ชิด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บำเรอรัก เพลิงสวาท
8.8
เมื่อโดมินิคได้พบกับนิต้าเป็นครั้งแรก เขาก็ปรารถนาที่จะครอบครองเธอทันที โอกาสมาถึงเมื่อแม่เลี้ยงของเธอติดหนี้กาสิโนมหาศาล เขาจึงใช้หนี้สินนั้นเป็นข้ออ้างบีบบังคับให้หญิงสาวต้องยอมเป็นนางบำเรอเพื่อชดใช้ แม้นิต้าจะพยายามรักษาศักดิ์ศรีและต่อต้านเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของอสูรร้ายที่จ้องจะทำลายความหยิ่งทระนงของเธอด้วยบทรักอันเร่าร้อนและเอาแต่ใจ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยเพลิงสวาท เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปจนกว่าจะพอใจในร่างบางนี้
หน้าปกนวนิยาย เสือร้องไห้
8.3
มิลก์สาวน้อยจอมซนต้องมาเรียนขับรถกับคุณลุงมาดนิ่ง แต่บรรยากาศในรถกลับปั่นป่วนเมื่อเธอเผลอไปคว้าผิดจุดจนเขาร้องทักด้วยความตกใจ เธอรีบแก้ตัวทันควันว่าพยายามหลบสายตาตามคำสั่งจนเกิดความผิดพลาด พร้อมย้อนถามกลับอย่างแสบสันถึงความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เขากำลังเผชิญอยู่ ทั้งที่เขาเป็นคนอาสามาสอนแท้ๆ แต่กลับคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้จนเกิดสถานการณ์ล่อแหลมที่ชวนให้ใจเต้นแรงเกินกว่าบทเรียนสอนขับรถทั่วไปในวันวาน
หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักลิขิตใจ
8.8
วิรัชฎาหญิงสาวเจ้าของสัดส่วนสุดเพอร์เฟกต์ 38-24-35 ที่สะกดทุกสายตาด้วยเสน่ห์อันเย้ายวน เธอคือคนเดียวที่สามารถสั่นคลอนหัวใจอันด้านชาของปัฐวีย์ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาให้กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง แต่ทว่าเส้นทางความรักของคู่บ่าวสาวป้ายแดงในยุคสมัยใหม่นี้กลับไม่ได้เรียบง่ายหรือลงเอยอย่างสวยงามเพียงแค่เริ่มต้น เมื่อทั้งสองต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ที่ทำให้บ่วงรักครั้งนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนและไม่อาจยอมสยบให้แก่กันได้โดยง่าย
หน้าปกนวนิยาย ขอปฏิเสธได้ไหม
8.1
กู้เวยยีรับบทเลขาสาวพ่วงตำแหน่งภรรยาลับของฟู่จิงเฉิน ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทว่าความดีใจที่รู้ว่าตั้งครรภ์กลับมลายหายไป เมื่อเธอพบภาพบาดตาที่สามีใกล้ชิดกับรักแรกอย่างสนิทสนม เธอจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมหัวใจที่แตกสลายเพื่อหลีกทางให้คนทั้งคู่ หลายปีผ่านไปอดีตสามีกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้งพร้อมความตื่นเต้นเมื่อเห็นครรภ์ที่แก่ตัว แต่กู้เวยยีกลับตอกหน้าเขากลับอย่างเย็นชาว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่เรื่องของเขาอีกต่อไปในฐานะคนเคยรักกันอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย หนี้รักชีคทมิฬ
8.9
องค์ชายเฟซานแห่งทะเลทรายเคยรักและคิดจะแต่งงานกับเมริสา สาวสวยชาวไทยที่เขาปักใจรัก ทว่าความเชื่อใจกลับถูกทำลายด้วยการหักหลังอย่างเจ็บปวด เมื่อเวลาผ่านไปหกเดือน กงล้อแห่งโชคชะตาเหวี่ยงเธอกลับมาหาเขาอีกครั้งในวันที่ความรักกลายเป็นความแค้น แม้เมริสาพยายามจะอธิบายความจริงเรื่องเธอกับชายอื่นเพื่อขอโอกาส แต่เฟซานที่เย็นชาและไร้หัวใจกลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือบำบัดความใคร่เพื่อชำระหนี้แค้นในอดีตเท่านั้น โดยไม่สนคำว่ารักหรือน้ำตาของเธอเลยสักนิด
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอสองรัก
9.1
เมื่อความอดทนมาถึงขีดจำกัด คำเตือนสุดท้ายจากปากชายหนุ่มจึงหลุดออกมาอย่างชัดเจนเพื่อหยุดยั้งการกระทำของแสนดี เขาประกาศกร้าวว่าหากเธอยังไม่ยอมหยุดระรานหรือเลิกพฤติกรรมเดิมๆ เขาจะไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนสถานะของเธอให้กลายเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของเขาตามคำขู่ทันที นี่คือการเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและความสัมพันธ์อันซับซ้อนในนิยายโรมานซ์ร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอารมณ์ที่คุกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่