หน้าปกนวนิยาย รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย

รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย

9.5 / 10.0
ชมพูนุชเฝ้าหลงรักองค์รัชทายาทแห่งซาเรียมาตลอดชีวิต แต่ฝันร้ายกลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อพี่ชายของเธอพาคนรักของพระองค์หนีไป ความแค้นทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เธอเพียงผู้เดียว เขาตราหน้าเธออย่างเหยียดหยามและบังคับให้รับบทนางบำเรอเพื่อชดใช้ความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกดูแคลน ชมพูนุชต้องจำยอมจำนนต่อพันธนาการบนเตียงตามคำสั่งของชายผู้ไร้หัวใจ โดยมีสวัสดิภาพของพ่อแม่เป็นเดิมพันในเกมแค้นที่เขาจงใจยัดเยียดให้เธอชดใช้อย่างไร้ความปรานี

รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย ตอนที่ 1

ณ ดินแดนอันไกลโพ้น มหานครกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ สิ่งก่อสร้างที่อลังการสวยงามของราชวงศ์สูงส่ง อัลลาห์ แห่งมหานคร ซาเรีย

องค์รัชทายาท จามีล บิน คาลดุน อัล อัลลาห์ บุรุษผู้สูงส่งแห่งแดนทรายที่เป็นที่หมายปองของสาวน้อยใหญ่ทั่วโลก ดวงตาของเขาเป็นสีทองเรืองรอง ใบหน้าสี่เหลี่ยมกระด้างประกอบด้วยเครื่องหน้าอย่างเหมาะเจาะราวกับเทพเจ้าทรงปั้นแต่ง แต่จามีลไม่ได้มีดีแค่ที่ใบหน้าหล่อเหลาเท่านั้น แต่เรือนร่างของเขายังสูงสง่าใหญ่โต และเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสวยงาม ผลพวงมาจากการที่เขาชอบออกกำลังกายเป็นประจำนั่นเอง กีฬากลางแจ้งที่โปรดปรานก็คือการขี่ม้าและว่ายน้ำ หากแต่เป็นกีฬาในร่มคงหนีไม่พ้นเซ็กซ์ร้อนฉ่า จากหญิงสาวผู้โชคดีที่ถูกเรียกขึ้นมารับใช้บนแท่นบรรทม

ชมพูนุชระบายยิ้มเศร้าๆ ให้กับตัวเอง ขณะที่ดวงตากลมโตหวานซึ้งจับจ้องมองไปที่เรือนกายทรงพลังสง่างามที่กำลังพูดคุยอยู่กับลูกสาวคนสวยของอำมาตย์ฮานีฟ

มัสรานี คือผู้หญิงที่องค์รัชทายาทแห่งซาเรียมีใจด้วย หล่อนเป็นผู้หญิงที่งามพร้อมทั้งกิริยา มารยาท และชาติตระกูล ซึ่งควรคู่กับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์อย่างจามีลเป็นที่สุด หล่อนควรจะยินดีกับทั้งสองคนนั้น แต่กลับทำได้แค่เพียงหลั่งน้ำตาให้รินไหลออกมาอาบแก้ม

หล่อนไม่เคยทำใจให้ยินดีกับความรักของจามีลกับมัสรานีได้เลย แม้จะพยายามสักแค่ไหนก็ตาม

กลีบปากอิ่มเต็มเม้มแน่นสนิท พยายามสูดลมเข้าปอดแรงๆ เพื่อเรียกสติให้กับตัวเอง ดวงตากลมโตกะพริบถี่ๆ เพื่อไล่ให้หยาดน้ำตาแห่งความอาดูรแห้งเหือดจากไป

หล่อนไม่มีสิทธิ์ที่จะเสียใจด้วยซ้ำ เพราะสำหรับองค์รัชทายาทแล้ว หล่อนก็เป็นแค่เพียงนางในต่ำต้อยที่เขาไม่เคยแม้แต่จะชายแลหรือจดจำเลยแม้แต่น้อย

หญิงสาวกระชับถาดใส่อาหารในมือแน่น และกลั้นใจที่จะเดินผ่านไป แล้วสายตาคมกริบประดุจดั่งคมมีดของจามีลก็ตวัดมองมาเสียก่อน และแน่นอนว่าเขาไม่พอใจ

“เจ้าเข้ามาทำอะไรแถวนี้” น้ำเสียงขององค์รัชทายาทกระด้างเสมอยามเห็นว่าคนที่มาก่อกวนคือหล่อน

“หม่อมฉัน... กำลังจะนำพระกระยาหารไปถวายพระชายาจัสมินเพคะ”

“งั้นก็รีบไปสิ อย่ามาโอ้เอ้แถวนี้”

“เพ... เพคะ” หล่อนก้มหน้ามองพื้น และรีบก้าวเท้าเดินออกห่างด้วยความรีบร้อน แต่ฉับพลัน แข้งขาดันทรยศ เมื่อมันสะดุดกันเองจนหล่อนเซถลาล้มคว่ำ เสียงถาดทองเหลืองกระทบลงกับพื้นดังสนั่นหวั่นไหว อาหารที่ถูกบรรจงตักใส่ถ้วยใบสวยมาอย่างประณีตสวยงามกระเด็นว่อนจนมีบางส่วนเปื้อนเปรอะมัสรานี

“ซุ่มซ่าม!”

หล่อนที่ล้มคว่ำกับพื้น หัวเข่ามีรอยแผลเลือดซึม รีบละล่ำละลักขอโทษองค์รัชทายาทจามีลกับมัสรานีด้วยความตื่นตกใจ

“หม่อมฉัน... ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉัน...”

“เจ้ามันน่าถูกเฆี่ยนนัก!” ดวงตาสีทองเรืองรองตวัดจ้องมองมาอย่างเกรี้ยวกราดเดือดดาลและแน่นอนว่าเขาจะต้องสั่งลงโทษหล่อนแน่นอนหากมัสรานีไม่ขัดขึ้นเสียก่อน

“นางคงไม่ได้ตั้งใจหรอกเพคะองค์รัชทายาท”

จามีลหันไปมองมัสรานี และถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทั้งๆ ที่หญิงสาวแค่เปรอะเปื้อนเศษอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตรงกันข้ามกับหล่อนที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่เขากลับไม่ไยดีเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า”

ชมพูนุชเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง น้ำตาไหลรินออกมาอย่างสุดจะกลั้น ตั้งแต่วันนั้น... วันที่องค์รัชทายาทจามีลพบหล่อนกับฟีรัสผู้เป็นพี่ชายที่สวน สายตาของชายสูงศักดิ์ก็มองหล่อนด้วยความเหยียดหยามดูแคลนเรื่อยมา ซึ่งหล่อนไม่ทราบสาเหตุเลยว่าเพราะอะไร

“หม่อมฉันไม่ได้เป็นอะไรเพคะ”

คำตอบของมัสรานีทำให้สีหน้าขององค์รัชทายาทจามีลคลายความเกรี้ยวกราดลงเล็กน้อย เขาละสายตาจากนางในดวงใจ มาจับจ้องมองหล่อนที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้นแทน มองด้วยสายตาเลือดเย็นและแสนชิงชัง

“ทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วอย่ามาให้เราเห็นหน้าเจ้าอีก”

น้ำเสียงขององค์รัชทายาทจามีลดุดันจนชมพูนุชตัวสั่นเทาเพราะหวาดกลัว

“เพ... เพคะ”

และเขาก็ไม่ให้ความสนใจหล่อนอีกเลย เขาหันไปหามัสรานี ก่อนจะพากันเดินจากไป ทิ้งให้หล่อนนั่งกองกับพื้น จมอยู่กับความเสียใจอยู่เพียงลำพัง

จะมีสักวันไหมนะที่หล่อนจะมีสิทธิ์ได้อยู่ในสายตาของจามีล แม้จะแค่สักเสี้ยววินาทีเดียวก็พอ

“นั่นขาลูกเป็นอะไรไปเหรอ ชมพูนุช” ชลิตา มารดาของชมพูนุชเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเจ้าหล่อนเดินกะเผลกกลับเข้ามาในเรือนพัก

“ฉันหกล้มน่ะแม่ แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ”

หล่อนฝืนยิ้มเดินเข้ามาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ กับมารดา ซ่อนความเศร้าหมองเอาไว้สุดกำลัง

“แล้วไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะ ถึงได้หกล้มน่ะ”

“ฉัน...” หล่อนอึกอักไม่อยากบอก เพราะไม่ต้องการให้มารดาเป็นกังวลใจไปด้วย “ฉันสะดุดเท้าตัวเองน่ะค่ะ”

ชลิตาพยักหน้ารับน้อยๆ มองลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความห่วงใย

“พักนี้หน้าตาของลูกไม่ค่อยดีเลยนะชมพูนุช ทุกข์ใจอะไรหรือเปล่า มีอะไรบอกแม่ได้นะลูก”

“ฉันสบายดีค่ะแม่” หล่อนฉีกยิ้มกว้าง แม้ว่าภายในลึกๆ แล้วจะเศร้าหมองนักก็ตาม

มารดาของหล่อนระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ และดึงมือของหล่อนเข้าไปกุมเอาไว้

“ถ้ามีอะไรคับข้องใจ ต้องบอกแม่ เข้าใจไหม”

“ค่ะแม่ ฉันจะบอกแม่ทุกเรื่องเลยค่ะ”

“ดีมากลูกรัก อ้อ แล้วนี่เห็นพี่ชายของลูกบ้างหรือเปล่า”

เมื่อมารดาเอ่ยถามถึงฟีรัส หล่อนก็อดที่จะเป็นกังวลไม่ได้

“นี่พี่ฟีรัสยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ”

“ใช่ พ่อของลูกก็ถามหาอยู่เมื่อครู่นี้น่ะ”

หล่อนพอจะเดาได้ว่า หากฟีรัสยังไม่กลับเข้าบ้าน เขาจะไปทำอะไร ซึ่งมันคือเรื่องร้ายแรงมากเลยทีเดียว

“งั้นเดี๋ยวฉันมานะคะแม่” ร่างอรชรผุดลุกขึ้นยืน

“นั่นลูกจะไปไหนเหรอ ชมพูนุช”

“ฉันจะไปดูพี่ฟีรัสสักหน่อยน่ะจ้ะ เดี๋ยวมานะแม่”

ชลิตาพยักหน้าตอบรับไม่ขัดข้อง “บอกพี่ฟีรัสด้วยนะว่าท่านพ่อรอพบอยู่”

“จ้ะแม่” หล่อนระบายยิ้มให้กับมารดา แต่พอหมุนตัวหันหลังก้าวลงบันได รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางหายไปสิ้น ความวิตกกังวลใจปรากฏเด่นชัดขึ้นมาแทน

มือเล็กทั้งสองข้างที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่น และก็ภาวนาให้ฟีรัสยอมฟังคำตักเตือนของหล่อนบ้าง ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป

สถานที่ที่ฟีรัสและมัสรานีใช้นัดพบกันนั้นอยู่นอกกำแพงพระราชวังซาเรียไม่มาก แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่แห่งนี้มีอยู่ในอาณาจักรของซาเรีย

ชมพูนุชก้าวเดินไปตามทางเดินที่ถูกปูด้วยอิฐสีส้มสวยด้วยความรีบเร่ง หล่อนพยายามที่จะเร้นกายออกไปจากพระราชวังใหญ่ให้เงียบเชียบที่สุด แต่เคราะห์ร้ายที่หล่อนบังเอิญเจอกับองค์รัชทายาท

จามีลเข้าอีกครั้ง

หล่อนชะงักเท้ากึก ปากคอสั่นเทาโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจ และก็รีบก้มหน้ามองพื้นอิฐทันที เมื่อดวงตาคมกริบสีทองเรืองรองของจามีลตวัดมองมา

หล่อนตัวสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ยิ่งเขาขยับเข้ามาใกล้ หล่อนก็ยิ่งวุ่นวายใจยิ่งนัก

“วันนี้เราพบหน้าเจ้าสองครั้งแล้วนะ”

น้ำเสียงของชายสูงศักดิ์ตรงหน้าทำให้หล่อนต้องก้มหน้าต่ำลงไปมากยิ่งขึ้น “หม่อมฉัน... ขอประทานอภัยเพคะ”

“หึ... เจ้าจงใจทำให้เราเห็นเจ้าวันละหลายๆ ครั้งสินะ”

ด้วยความตกใจกับความคิดของเขา ทำให้หล่อนเงยหน้าขึ้นมองอย่างลืมตัว และละล่ำละลักปฏิเสธ “ไม่ใช่นะเพคะ มันคือเรื่องบังเอิญ...”

และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วก็ติดกับดักรักเข้าอย่างจัง เมื่อหล่อนไม่อาจจะละสายตาจากใบหน้าหล่อจัดราวกับเทพบุตรขององค์รัชทายาทจามีลได้เลย

ทำไมเขาถึงได้หล่อแบบนี้ หล่อเหลา และงามสง่าเหลือเกิน จนหัวใจของหล่อนเจ็บปวดรวดร้าว เพราะไม่อาจจะแตะต้องบุรุษผู้นี้ได้ แม้แต่ในฝันก็ไม่มีทางเป็นจริง

“ไม่มีความบังเอิญหรอก สำหรับผู้หญิงอย่างเจ้าน่ะ”

ทำไมเขาพูดแบบนี้นะ เขาพูดเหมือนรู้อะไรมาสักอย่าง แต่มันคืออะไรกันล่ะ?

“หม่อมฉัน...”

“เราพูดถูกต้องไหมล่ะ”

หล่อนไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร จึงทำได้แต่จ้องหน้าเขาด้วยสายตาตื่นตระหนกเท่านั้น และนั่นก็ยิ่งทำให้เขามองหล่อนอย่างเหยียดหยามดูแคลนมากยิ่งขึ้น

“แต่จำเอาไว้นะว่าเราไม่เคยเห็นเจ้าอยู่ในสายตา ไม่ว่าเจ้าจะพยายามสักแค่ไหนก็ตาม”

“องค์รัชทายาท... ทรงตรัสถึงเรื่องอันใดเหรอเพคะ”

เขายิ้มเยาะที่มุมปากหยักสวยของตนเอง ความเดือดดาลในดวงตาสีทองทำให้หล่อนหวาดหวั่น

“เจ้ารู้ดีว่าเราพูดถึงเรื่องอะไร จริงไหม ชมพูนุช”

“หม่อมฉัน...”

“หวังว่าเราคงจะไม่บังเอิญเดินสวนกันอีกนะ”

เขาทิ้งถ้อยคำหยามหยันราวกับรู้ทันความรู้สึกของหล่อนเอาไว้ ก่อนจะหมุนเรือนกายใหญ่โตแสนสง่างามเดินจากไป ทิ้งให้หล่อนยืนอึ้ง สมองปั่นป่วนอยู่เพียงลำพัง

“พระองค์หมายความว่ายังไงเหรอเพคะ...”

หล่อนพึมพำด้วยความไม่สบายใจ ก่อนจะกัดฟันหยุดคิดเรื่องของตนเอง และรีบมุ่งหน้าเดินตรงไปยังประตูวังทันที

อ่านต่อ

สารบัญ รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มถูกสิงหาชายหนุ่มรูปงามแต่ใจร้ายจับตัวมาเพราะความเข้าใจผิด เธอต้องเผชิญกับคำพูดทำร้ายจิตใจท่ามกลางความกังวลถึงคนใกล้ชิดที่บาดเจ็บ นุ่มจึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนหลุดพ้นจากอำนาจเถื่อนของเขา พร้อมหวังจะมีชีวิตใหม่ที่รวยทางลัดเพื่อเลิกทำงานกลางคืนและพบสามีที่ดี แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวคนผิดมาและกล่าวขอโทษอย่างหัวเสีย แต่ท่าทีพยศและรอยยิ้มยียวนของหญิงสาวกลับทำให้เขาหมั่นไส้จนสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งวุ่นวาย
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ใบบัวต้องเผชิญชะตากรรมสุดรันทดเมื่อเธอถูกส่งไปเป็นของบรรณาการเพื่อชดใช้หนี้ที่ตนไม่ได้ก่อ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่งจึงตักตวงผลประโยชน์จากเธออย่างคุ้มค่า ทว่าท่ามกลางความเร่าร้อนของไฟปรารถนาที่แผดเผา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยเพราะเสน่ห์ของเธอ จากทัณฑ์ร้ายกลายเป็นความรักที่เอเดนปรารถนาจะกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวตลอดกาล
ตอน
อ่านเลย
แชร์