หน้าปกนวนิยาย รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย

รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย

9.5 / 10.0
ชมพูนุชเฝ้าหลงรักองค์รัชทายาทแห่งซาเรียมาตลอดชีวิต แต่ฝันร้ายกลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อพี่ชายของเธอพาคนรักของพระองค์หนีไป ความแค้นทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เธอเพียงผู้เดียว เขาตราหน้าเธออย่างเหยียดหยามและบังคับให้รับบทนางบำเรอเพื่อชดใช้ความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกดูแคลน ชมพูนุชต้องจำยอมจำนนต่อพันธนาการบนเตียงตามคำสั่งของชายผู้ไร้หัวใจ โดยมีสวัสดิภาพของพ่อแม่เป็นเดิมพันในเกมแค้นที่เขาจงใจยัดเยียดให้เธอชดใช้อย่างไร้ความปรานี

รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย ตอนที่ 1

ณ ดินแดนอันไกลโพ้น มหานครกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ สิ่งก่อสร้างที่อลังการสวยงามของราชวงศ์สูงส่ง อัลลาห์ แห่งมหานคร ซาเรีย

องค์รัชทายาท จามีล บิน คาลดุน อัล อัลลาห์ บุรุษผู้สูงส่งแห่งแดนทรายที่เป็นที่หมายปองของสาวน้อยใหญ่ทั่วโลก ดวงตาของเขาเป็นสีทองเรืองรอง ใบหน้าสี่เหลี่ยมกระด้างประกอบด้วยเครื่องหน้าอย่างเหมาะเจาะราวกับเทพเจ้าทรงปั้นแต่ง แต่จามีลไม่ได้มีดีแค่ที่ใบหน้าหล่อเหลาเท่านั้น แต่เรือนร่างของเขายังสูงสง่าใหญ่โต และเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสวยงาม ผลพวงมาจากการที่เขาชอบออกกำลังกายเป็นประจำนั่นเอง กีฬากลางแจ้งที่โปรดปรานก็คือการขี่ม้าและว่ายน้ำ หากแต่เป็นกีฬาในร่มคงหนีไม่พ้นเซ็กซ์ร้อนฉ่า จากหญิงสาวผู้โชคดีที่ถูกเรียกขึ้นมารับใช้บนแท่นบรรทม

ชมพูนุชระบายยิ้มเศร้าๆ ให้กับตัวเอง ขณะที่ดวงตากลมโตหวานซึ้งจับจ้องมองไปที่เรือนกายทรงพลังสง่างามที่กำลังพูดคุยอยู่กับลูกสาวคนสวยของอำมาตย์ฮานีฟ

มัสรานี คือผู้หญิงที่องค์รัชทายาทแห่งซาเรียมีใจด้วย หล่อนเป็นผู้หญิงที่งามพร้อมทั้งกิริยา มารยาท และชาติตระกูล ซึ่งควรคู่กับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์อย่างจามีลเป็นที่สุด หล่อนควรจะยินดีกับทั้งสองคนนั้น แต่กลับทำได้แค่เพียงหลั่งน้ำตาให้รินไหลออกมาอาบแก้ม

หล่อนไม่เคยทำใจให้ยินดีกับความรักของจามีลกับมัสรานีได้เลย แม้จะพยายามสักแค่ไหนก็ตาม

กลีบปากอิ่มเต็มเม้มแน่นสนิท พยายามสูดลมเข้าปอดแรงๆ เพื่อเรียกสติให้กับตัวเอง ดวงตากลมโตกะพริบถี่ๆ เพื่อไล่ให้หยาดน้ำตาแห่งความอาดูรแห้งเหือดจากไป

หล่อนไม่มีสิทธิ์ที่จะเสียใจด้วยซ้ำ เพราะสำหรับองค์รัชทายาทแล้ว หล่อนก็เป็นแค่เพียงนางในต่ำต้อยที่เขาไม่เคยแม้แต่จะชายแลหรือจดจำเลยแม้แต่น้อย

หญิงสาวกระชับถาดใส่อาหารในมือแน่น และกลั้นใจที่จะเดินผ่านไป แล้วสายตาคมกริบประดุจดั่งคมมีดของจามีลก็ตวัดมองมาเสียก่อน และแน่นอนว่าเขาไม่พอใจ

“เจ้าเข้ามาทำอะไรแถวนี้” น้ำเสียงขององค์รัชทายาทกระด้างเสมอยามเห็นว่าคนที่มาก่อกวนคือหล่อน

“หม่อมฉัน... กำลังจะนำพระกระยาหารไปถวายพระชายาจัสมินเพคะ”

“งั้นก็รีบไปสิ อย่ามาโอ้เอ้แถวนี้”

“เพ... เพคะ” หล่อนก้มหน้ามองพื้น และรีบก้าวเท้าเดินออกห่างด้วยความรีบร้อน แต่ฉับพลัน แข้งขาดันทรยศ เมื่อมันสะดุดกันเองจนหล่อนเซถลาล้มคว่ำ เสียงถาดทองเหลืองกระทบลงกับพื้นดังสนั่นหวั่นไหว อาหารที่ถูกบรรจงตักใส่ถ้วยใบสวยมาอย่างประณีตสวยงามกระเด็นว่อนจนมีบางส่วนเปื้อนเปรอะมัสรานี

“ซุ่มซ่าม!”

หล่อนที่ล้มคว่ำกับพื้น หัวเข่ามีรอยแผลเลือดซึม รีบละล่ำละลักขอโทษองค์รัชทายาทจามีลกับมัสรานีด้วยความตื่นตกใจ

“หม่อมฉัน... ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉัน...”

“เจ้ามันน่าถูกเฆี่ยนนัก!” ดวงตาสีทองเรืองรองตวัดจ้องมองมาอย่างเกรี้ยวกราดเดือดดาลและแน่นอนว่าเขาจะต้องสั่งลงโทษหล่อนแน่นอนหากมัสรานีไม่ขัดขึ้นเสียก่อน

“นางคงไม่ได้ตั้งใจหรอกเพคะองค์รัชทายาท”

จามีลหันไปมองมัสรานี และถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทั้งๆ ที่หญิงสาวแค่เปรอะเปื้อนเศษอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตรงกันข้ามกับหล่อนที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่เขากลับไม่ไยดีเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า”

ชมพูนุชเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง น้ำตาไหลรินออกมาอย่างสุดจะกลั้น ตั้งแต่วันนั้น... วันที่องค์รัชทายาทจามีลพบหล่อนกับฟีรัสผู้เป็นพี่ชายที่สวน สายตาของชายสูงศักดิ์ก็มองหล่อนด้วยความเหยียดหยามดูแคลนเรื่อยมา ซึ่งหล่อนไม่ทราบสาเหตุเลยว่าเพราะอะไร

“หม่อมฉันไม่ได้เป็นอะไรเพคะ”

คำตอบของมัสรานีทำให้สีหน้าขององค์รัชทายาทจามีลคลายความเกรี้ยวกราดลงเล็กน้อย เขาละสายตาจากนางในดวงใจ มาจับจ้องมองหล่อนที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้นแทน มองด้วยสายตาเลือดเย็นและแสนชิงชัง

“ทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วอย่ามาให้เราเห็นหน้าเจ้าอีก”

น้ำเสียงขององค์รัชทายาทจามีลดุดันจนชมพูนุชตัวสั่นเทาเพราะหวาดกลัว

“เพ... เพคะ”

และเขาก็ไม่ให้ความสนใจหล่อนอีกเลย เขาหันไปหามัสรานี ก่อนจะพากันเดินจากไป ทิ้งให้หล่อนนั่งกองกับพื้น จมอยู่กับความเสียใจอยู่เพียงลำพัง

จะมีสักวันไหมนะที่หล่อนจะมีสิทธิ์ได้อยู่ในสายตาของจามีล แม้จะแค่สักเสี้ยววินาทีเดียวก็พอ

“นั่นขาลูกเป็นอะไรไปเหรอ ชมพูนุช” ชลิตา มารดาของชมพูนุชเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเจ้าหล่อนเดินกะเผลกกลับเข้ามาในเรือนพัก

“ฉันหกล้มน่ะแม่ แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ”

หล่อนฝืนยิ้มเดินเข้ามาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ กับมารดา ซ่อนความเศร้าหมองเอาไว้สุดกำลัง

“แล้วไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะ ถึงได้หกล้มน่ะ”

“ฉัน...” หล่อนอึกอักไม่อยากบอก เพราะไม่ต้องการให้มารดาเป็นกังวลใจไปด้วย “ฉันสะดุดเท้าตัวเองน่ะค่ะ”

ชลิตาพยักหน้ารับน้อยๆ มองลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความห่วงใย

“พักนี้หน้าตาของลูกไม่ค่อยดีเลยนะชมพูนุช ทุกข์ใจอะไรหรือเปล่า มีอะไรบอกแม่ได้นะลูก”

“ฉันสบายดีค่ะแม่” หล่อนฉีกยิ้มกว้าง แม้ว่าภายในลึกๆ แล้วจะเศร้าหมองนักก็ตาม

มารดาของหล่อนระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ และดึงมือของหล่อนเข้าไปกุมเอาไว้

“ถ้ามีอะไรคับข้องใจ ต้องบอกแม่ เข้าใจไหม”

“ค่ะแม่ ฉันจะบอกแม่ทุกเรื่องเลยค่ะ”

“ดีมากลูกรัก อ้อ แล้วนี่เห็นพี่ชายของลูกบ้างหรือเปล่า”

เมื่อมารดาเอ่ยถามถึงฟีรัส หล่อนก็อดที่จะเป็นกังวลไม่ได้

“นี่พี่ฟีรัสยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ”

“ใช่ พ่อของลูกก็ถามหาอยู่เมื่อครู่นี้น่ะ”

หล่อนพอจะเดาได้ว่า หากฟีรัสยังไม่กลับเข้าบ้าน เขาจะไปทำอะไร ซึ่งมันคือเรื่องร้ายแรงมากเลยทีเดียว

“งั้นเดี๋ยวฉันมานะคะแม่” ร่างอรชรผุดลุกขึ้นยืน

“นั่นลูกจะไปไหนเหรอ ชมพูนุช”

“ฉันจะไปดูพี่ฟีรัสสักหน่อยน่ะจ้ะ เดี๋ยวมานะแม่”

ชลิตาพยักหน้าตอบรับไม่ขัดข้อง “บอกพี่ฟีรัสด้วยนะว่าท่านพ่อรอพบอยู่”

“จ้ะแม่” หล่อนระบายยิ้มให้กับมารดา แต่พอหมุนตัวหันหลังก้าวลงบันได รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางหายไปสิ้น ความวิตกกังวลใจปรากฏเด่นชัดขึ้นมาแทน

มือเล็กทั้งสองข้างที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่น และก็ภาวนาให้ฟีรัสยอมฟังคำตักเตือนของหล่อนบ้าง ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป

สถานที่ที่ฟีรัสและมัสรานีใช้นัดพบกันนั้นอยู่นอกกำแพงพระราชวังซาเรียไม่มาก แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่แห่งนี้มีอยู่ในอาณาจักรของซาเรีย

ชมพูนุชก้าวเดินไปตามทางเดินที่ถูกปูด้วยอิฐสีส้มสวยด้วยความรีบเร่ง หล่อนพยายามที่จะเร้นกายออกไปจากพระราชวังใหญ่ให้เงียบเชียบที่สุด แต่เคราะห์ร้ายที่หล่อนบังเอิญเจอกับองค์รัชทายาท

จามีลเข้าอีกครั้ง

หล่อนชะงักเท้ากึก ปากคอสั่นเทาโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจ และก็รีบก้มหน้ามองพื้นอิฐทันที เมื่อดวงตาคมกริบสีทองเรืองรองของจามีลตวัดมองมา

หล่อนตัวสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ยิ่งเขาขยับเข้ามาใกล้ หล่อนก็ยิ่งวุ่นวายใจยิ่งนัก

“วันนี้เราพบหน้าเจ้าสองครั้งแล้วนะ”

น้ำเสียงของชายสูงศักดิ์ตรงหน้าทำให้หล่อนต้องก้มหน้าต่ำลงไปมากยิ่งขึ้น “หม่อมฉัน... ขอประทานอภัยเพคะ”

“หึ... เจ้าจงใจทำให้เราเห็นเจ้าวันละหลายๆ ครั้งสินะ”

ด้วยความตกใจกับความคิดของเขา ทำให้หล่อนเงยหน้าขึ้นมองอย่างลืมตัว และละล่ำละลักปฏิเสธ “ไม่ใช่นะเพคะ มันคือเรื่องบังเอิญ...”

และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วก็ติดกับดักรักเข้าอย่างจัง เมื่อหล่อนไม่อาจจะละสายตาจากใบหน้าหล่อจัดราวกับเทพบุตรขององค์รัชทายาทจามีลได้เลย

ทำไมเขาถึงได้หล่อแบบนี้ หล่อเหลา และงามสง่าเหลือเกิน จนหัวใจของหล่อนเจ็บปวดรวดร้าว เพราะไม่อาจจะแตะต้องบุรุษผู้นี้ได้ แม้แต่ในฝันก็ไม่มีทางเป็นจริง

“ไม่มีความบังเอิญหรอก สำหรับผู้หญิงอย่างเจ้าน่ะ”

ทำไมเขาพูดแบบนี้นะ เขาพูดเหมือนรู้อะไรมาสักอย่าง แต่มันคืออะไรกันล่ะ?

“หม่อมฉัน...”

“เราพูดถูกต้องไหมล่ะ”

หล่อนไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร จึงทำได้แต่จ้องหน้าเขาด้วยสายตาตื่นตระหนกเท่านั้น และนั่นก็ยิ่งทำให้เขามองหล่อนอย่างเหยียดหยามดูแคลนมากยิ่งขึ้น

“แต่จำเอาไว้นะว่าเราไม่เคยเห็นเจ้าอยู่ในสายตา ไม่ว่าเจ้าจะพยายามสักแค่ไหนก็ตาม”

“องค์รัชทายาท... ทรงตรัสถึงเรื่องอันใดเหรอเพคะ”

เขายิ้มเยาะที่มุมปากหยักสวยของตนเอง ความเดือดดาลในดวงตาสีทองทำให้หล่อนหวาดหวั่น

“เจ้ารู้ดีว่าเราพูดถึงเรื่องอะไร จริงไหม ชมพูนุช”

“หม่อมฉัน...”

“หวังว่าเราคงจะไม่บังเอิญเดินสวนกันอีกนะ”

เขาทิ้งถ้อยคำหยามหยันราวกับรู้ทันความรู้สึกของหล่อนเอาไว้ ก่อนจะหมุนเรือนกายใหญ่โตแสนสง่างามเดินจากไป ทิ้งให้หล่อนยืนอึ้ง สมองปั่นป่วนอยู่เพียงลำพัง

“พระองค์หมายความว่ายังไงเหรอเพคะ...”

หล่อนพึมพำด้วยความไม่สบายใจ ก่อนจะกัดฟันหยุดคิดเรื่องของตนเอง และรีบมุ่งหน้าเดินตรงไปยังประตูวังทันที

อ่านต่อ

สารบัญ รัชทายาทไร้ใจ กับ นางในแสนงาม ชุด ทัณฑ์ทราย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
ตอน
อ่านเลย
แชร์