ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยของอาพจน์

สาวน้อยของอาพจน์

เขาหายไปนานหลายปีและกลับมาช่วยเหลือเธอเอาไว้จากมารดาเลี้ยงใจร้าย... +++ “เอกสารสำคัญให้ผมเป็นผู้ปกครองของดรุณีต่อจากนี้เป็นต้นไป” “ได้ยังไงกัน ยายหนูดีเป็นลูกเลี้ยงของฉัน จะยกให้ใครง่ายๆ ได้ไง” “หนี้สินของคุณผมก็จ่ายให้แล้ว จะเอายังไงอีก” พจน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “คุณพจน์เป็นผู้ชาย จะยกเด็กผู้หญิงให้อยู่ในการดูแลได้ยังไง ไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย” จินตนาเริ่มหัวหมอ “แล้วจะเอายังไงครับ ผมไม่ชอบอ้อมค้อมมากความคุณก็รู้ดี” “ยายหนูดีอายุสิบแปด แต่งงานได้แล้ว คุณจะแต่งงานกับยายหนูดีไหมล่ะ ถ้ายอมแต่งถึงจะพาไปได้” คนหัวหมอยังพูดต่อ ดรุณีได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับตาโต หันไปมองหน้าพจน์ พจน์รักสันโดษและหวงความโสดเป็นอันมาก คงไม่ยอมแต่งงานกับเธอง่ายๆ ดรุณีคิดอย่างเศร้าใจ แต่ประโยคตอบกลับของพจน์ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเขาอย่างตกตะลึง “ผมยินดีรับหนูดีเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายตอนนี้เลย ถ้าคุณต้องการแบบนั้น” +++ “มาอยู่กับอาเป็นภรรยาของอา ก็มีชีวิตใหม่นะ ลืมอดีตเสียให้หมด” “ค่ะอาพจน์ ขอบคุณอาพจน์มากๆ นะคะ” เธอกราบที่อกของเขา ไม่อยากนึกถึงความเลวร้ายในอดีตอีก และยังดีที่เธอเอาตัวรอดจากปากเหยี่ยวปากกามาได้ “อาบน้ำกันเถอะ” ประโยคของพจน์ทำให้ดรุณีหน้าแดง เพราะเธอคิดว่าคืนนี้เป็นคืนเข้าหอ เขาคงไม่ปล่อยให้เธอนอนสบายเหมือนคืนก่อนๆ แต่เธอก็คิดว่าตัวเองเป็นภรรยาของเขา หากเขาต้องการและปรารถนาเธอก็ไม่ควรจะเกี่ยงงอน พจน์อุ้มร่างน้อยของเธอขึ้นสู่อ้อมแขน ร่างกายเปลือยเปล่านั้นสั่นสะท้านยามที่เขาแนบชิด ดรุณีก้มงุดๆ ให้เขาพาไปวางในอ่างอาบน้ำใบโตที่บรรจุครีมอาบน้ำหอมกรุ่นจรุงใจ ก่อนที่ร่างสูงแข็งแรงจะก้าวลงมาในอ่างอย่างไม่รีบร้อน ดรุณียิ่งหน้าแดงเมื่อได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของผู้ชายเป็นครั้งแรก
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อไหร่”

เขาเอ่ยถามขณะจอดรถหน้าร้านอาหาร

“ตั้งแต่เมื่อวานค่ะ”

“แล้วไม่หิวหรือไง”

“ตอนนั้นไม่ค่อยหิวค่ะ เพราะว่าเครียด”

“ตอนนี้หายเครียดหรือยัง”

“เครียดกว่าเดิมค่ะ”

“หือ...” พจน์ครางอย่างไม่เข้าใจ เขาเป็นคนตรงไปตรงมาไม่ชอบอ้อมค้อมอะไรให้มากความ จึงอยากให้เธอพูดออกมาว่ายังมีเรื่องอะไรต้องเครียดอีก

“คือหนูดีไม่รู้จะทำตัวยังไงดีค่ะ”

“ทำตัวยังไงดีคือยังไง” เขางงกับประโยคของเธอ

“หนูดีเป็นเมียอาพจน์แล้ว เลยไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงน่ะค่ะ” ประโยคของเธอทำให้เขาเข้าใจ

“ทำตัวปกติ เคยทำยังไงก็ทำอย่างนั้น” เขาเดินนำเข้าไปในร้านอาหาร

“ขนมจีนซาวน้ำร้านนี้อร่อย”

“อาพจน์จำได้ด้วยเหรอคะว่าหนูดีชอบกิน”

“แต่ควรจะกินข้าวก่อน ยังไม่ได้กินข้าวเดี๋ยวจะแสบท้อง” เขาสั่งอาหารจานเดียวให้เธอ เป็นข้าวผัดกะเพราะไก่ไข่ดาว ของโปรดของเธอ

“ขอบคุณค่ะ” ดรุณียิ้มให้พจน์ เขาจำได้ว่าเธอชอบกินอะไร

“คืนนี้คงต้องพักค้างคืนแล้วถึงออกเดินทางต่อ”

“ค่ะ” คนตอบเสียงแอบสั่นแบบหักห้ามใจไม่อยู่ เอาไงเอากันมาถึงขั้นนี้แล้ว

“อาพจน์คะ” เงียบไปพักใหญ่เธอก็เอ่ยเรียกเขาอย่างเกรงใจ

“ว่าไง”

“ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านของอาพจน์ หนูดีขอไปเจอใครคนหนึ่งก่อนนะคะ”

“ใคร”

“มณีค่ะ ถ้าไม่มีมณีหนูดีคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้”

“ได้” พจน์เป็นคนพูดน้อย และไม่ชอบอ้อมค้อม คำตอบสั้นๆ ของเขาคือการตอบรับ

หลังรับประทานอาหารเสร็จ พจน์ก็ขับรถพาดรุณีไปหามณีเพื่อนรักของเธอ พอมณีเห็นดรุณีก็โผเข้ามากอดอย่างดีใจ เห็นเพื่อนหนีรอดออกมาจากแม่เลี้ยงใจยักษ์แบบนี้ได้ก็โล่งอก

“ขอบใจมณีมากนะ” ดรุณีร้องไห้เบาๆ เพื่อนแท้หายาก แต่มณีคือเพื่อนแท้เพียงหนึ่งเดียวที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด

“ไม่เป็นไรเลย เราเป็นเพื่อนกัน” มณีอยู่กับยายที่ชรามากแล้ว แต่มีน้ำใจให้ดรุณีเสมอ

“เอาไว้หนูดีจะติดต่อมาหานะ โชคดีนะ บุญคุณในครั้งนี้หนูดีจะตอบแทนมณีอย่างแน่นอน”

“บุญคุณอะไรกัน อย่าคิดมากสิ หนูดีเองก็มีน้ำใจกับเรา เราขอให้หนูดีโชคดีมีชัยนะ ฝากอาพจน์ดูแลหนูดีด้วยนะคะ” มณีหันไปหาชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ที่รถ

“ครับ” ประโยคสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงใจทำให้มณียิ้มกว้าง ดรุณีขึ้นรถแล้วโบกไม้โบกมือให้เพื่อนด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณอาพจน์มากๆ เลยนะคะ”

“ได้เจอเพื่อนก็สบายใจแล้วสิ”

“ค่ะ” เธอรับคำสั้นๆ หันมายิ้มให้เขา

“ถ้าง่วงก็นอนหลับก่อนได้นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูดีนั่งคุยเป็นเพื่อนอาพจน์ดีกว่าค่ะ” คนตอบว่าจะนั่งคุยเป็นเพื่อน ผ่านไปไม่กี่นาทีก็หลับลงอย่างง่ายดาย พจน์หันไปมองด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะขับรถต่อไปอย่างระมัดระวัง

เขาจอดรถหน้าโรงแรมที่จะเข้าพัก เหลือบมองสาวน้อยที่ยังนอนหลับสบายอยู่ข้างกายด้วยสายตาอ่อนโยน

ใบหน้าอ่อนเยาว์ของคนที่กำลังหลับสนิททำให้เขาไม่อยากปลุกหรือรบกวนเธอ มือหนาค่อยๆ เลื่อนไปสัมผัสแก้มใสๆ ของเธออย่างบางเบา นั่นทำให้เธอค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นมาจากการนิทรารมย์อันแสนสุข

“ถึงไหนแล้วคะอาพจน์” เธอเอ่ยถามพลางหันไปมองรอบกาย

“ถึงที่พักแล้วครับ ไปเถอะ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะลงไปเปิดประตูรถให้

เขาเปิดห้องเดียว ทำให้ดรุณีต้องเตรียมตัวเตรียมใจ แต่เพราะมัวแต่คิดว่าจะทำตัวยังไงดี เลยเดินสะดุดขาตัวเองเข้าให้

“วะ! ว้าย! ขอบคุณค่ะอาพจน์” เธอรีบเอ่ยขอบคุณเมื่อเขาช่วยประคองร่างน้อยเอาไว้

“ระวังหน่อยสิ เป็นอะไรถึงได้ใจลอย” ประโยคคำถามดุๆ นั้นทำให้ดรุณีกัดปากตัวเองพลางหน้าแดง

“เปล่าค่ะ” ตอบแล้วไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะอาย ดรุณีอยากเขกหัวตัวเองแรงๆ นักที่อดจะคิดเรื่องลามกเสียไม่ได้

“อาบน้ำก่อนเลย จะได้สบายตัว แล้วเดี๋ยวไปหาอะไรกินกัน”

“ค่ะ” เธอรับคำตาปริบๆ นึกว่าเขาจะขออาบน้ำกับเธอเสียอีก

โป๊ก!!!

“โอ๊ย!!!” ดรุณีหมุนกายหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ ก็ชนเข้ากับประตู พจน์รีบเดินเข้ามาดู ก่อนจะรีบเป่าให้เบาๆ

“เจ็บมากไหม ทำไมเดินไม่ดู”

“ไม่เจ็บค่ะ หายแล้ว”

คนตอบก้มหน้างุดไม่กล้ามองสบตา

“เป็นอะไร”

“คะ เอ่อ... ไม่ได้เป็นอะไรคะ”

“หลบหน้าหลบตาทำไม มีอะไรจะพูดกับอาหรือเปล่า”

“ไม่มีค่ะ งั้นหนูดีอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอรีบบอกเขาก่อนจะเผ่นเข้าห้องน้ำโดยพลัน เข้าไปในห้องน้ำได้ ก็ต้องผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ อาพจน์ไม่ใช่คนที่จะฉวยโอกาสกับเธอหรอก ถ้าเขาจะทำเขาคงบอกเอง เธอก็ควรเลิกคิดลามกได้แล้ว

หลังมื้ออาหารในวันนั้น พจน์ก็พาดรุณีกลับมานอนที่ห้องพักโดยไม่พูดอะไร เขานอนเตียงเดียวกับเธอ แต่ไม่ยอมทำอะไร แถมยังหลับไปด้วยท่าทีสบาย ๆ ในขณะที่เธอนอนเกร็งอยู่แบบนั้นหลายนาทีถึงได้รู้ว่าเขานอนหลับไปแล้ว

++++++

ดรุณีพลิกร่างนอนตะแคงมาหาคนที่มีบุญคุณช่วยเหลือเธอเอาไว้ เธอขยับเข้าไปนอนใกล้ๆ เขา ตอนนี้ในชีวิตไม่เหลือใครอีกแล้ว ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะจับพลัดจับผลูต้องมาอยู่กับพจน์และกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขาแบบนี้

มือน้อยๆ ของเด็กสาว ค่อยๆ สัมผัสกับใบหน้าหล่อเหลาของคุณอาหนุ่ม เธอมีความสุขที่ได้มองเขาแบบนี้ ไม่ได้เจอกันหลายปีแต่เธอยังจำคุณอาใจดีซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องของบิดาได้ดี

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส
9.1
เมื่อความเข้าใจผิดทำให้จิรัฎฐ์ปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาใหม่ของบิดา ทายาทหนุ่มเพียงคนเดียวจึงเริ่มต้นแผนการขับไล่ด้วยสารพัดวิธีข่มขู่เพื่อบีบบังคับให้เธอหายไปจากชีวิตครอบครัวของเขา ทว่ายิ่งเขาลงทัณฑ์เธออย่างรุนแรงและป่าเถื่อนมากเท่าไหร่ หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นกลับเริ่มสั่นคลอนจนเขากลายเป็นฝ่ายที่เสพติดรสชาติแห่งบทลงทัณฑ์นั้นเสียเอง ท่ามกลางไฟแค้นที่กำลังมอดไหม้กลายเป็นความพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ตรวนร้อยเล่ห์
9.3
จากความผิดพลาดเพียงชั่วข้ามคืนที่เปลี่ยนผันโชคชะตาไปตลอดกาล นำไปสู่พันธะความรับผิดชอบที่ต่างฝ่ายต่างจำต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางเกมหัวใจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเพลย์บอยหนุ่มเจ้าสำราญ ผู้เปรียบเสมือนพยัคฆ์ร้ายที่คอยดักล่อเหยื่อสาวผู้อ่อนต่อโลก ความใกล้ชิดที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจค่อยๆ ถักทอเป็นตรวนรักที่รัดพันใจทั้งคู่ไว้โดยไม่รู้ตัว ในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเสือผู้เชี่ยวชาญและกวางสาวผู้ไร้เดียงสา
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย กลลวงบ่วงดอกรัก
9.0
ณฉัตร นักแสดงสาวมาดทอมบอยชื่อดังที่ใครต่างก็เชื่อว่าเธอชอบผู้หญิงด้วยกัน แม้แต่ กฤตนัย ชายหนุ่มที่มองว่าเธอน่าเสียดายหากจะเป็นทอมจริงๆ เมื่อถูกเขาท้าทายและจ้องจับผิด ณฉัตรจึงต้องพยายามแสดงความแมนปกปิดความหวั่นไหวเอาไว้ ทว่ากฤตนัยกลับเกิดความคิดแผลงๆ ที่จะพิสูจน์ทฤษฎีส่วนตัวเพื่อเปลี่ยนทอมอย่างเธอให้กลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวด้วยเสน่ห์และบทเรียนรักเจ้าเล่ห์ของเขา จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยกลลวงและบ่วงรักที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย พญามารจองจำรัก
8.4
ลูคัส เดมเชีย สูญเสียทุกอย่างเมื่อตระกูลล่มละลายจากแผนร้ายของ คลอลิน บาร์ว จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมครอบครัว แต่โชคชะตาในกาสิโนเปลี่ยนเขากลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ลูคัสกลับมาเพื่อทำลายตระกูลบาร์วโดยใช้ เฮนน่า ลูกสาวคนโตเป็นเครื่องมือแก้แค้น ทว่า เอรินทร์ น้องสาวผู้รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมกลับพยายามขัดขวางเพื่อปกป้องพี่สาว การปะทะกันทำให้เอรินทร์พลาดท่าตกเป็นเหยื่อของซาตานร้ายที่พร้อมจะจองจำเธอไว้ด้วยไฟแค้นและพันธนาการที่ไม่มีทางหนีพ้น
หน้าปกนวนิยาย STARCIN
8.1
ในขณะที่ชีวิตวัยมัธยมของคนส่วนใหญ่มักรายล้อมด้วยกลุ่มเพื่อนสนิท แต่ซึฮากิกลับเลือกที่จะทำตัวแปลกแยกและรักษาระยะห่างจากผู้คนรอบข้างอย่างชัดเจน ทว่าความเงียบสงบของเขากลับต้องสั่นคลอน เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตเธอพยายามทักทายและชวนเขาพูดคุยอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าซึฮากิจะขยับตัวไปที่ไหน เธอก็จะคอยติดตามไปในทุกแห่งหน จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่น่าสนใจท่ามกลางความสันโดษที่เขาเคยสร้างไว้ในอดีตเคยสร้างเอาไว้เพียงลำพัง