
ต้องมนต์บุปผา
ตอน 2
โจวเจ๋อฮั่นอ๋องนักรบหนุ่มแห่งแคว้นเหลียงอนุชาร่วมสายโลหิตของฮ่องเต้เพียงพระองค์เดียว
จากเมืองหลวงไปประจำการอยู่ชายแดนมาหลายปี ชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องความเหี้ยมโหดและไม่สนใจผู้ใด
อีกทั้งยังมีนิสัยเย่อหยิ่ง หากไม่พอใจผู้ใดอย่าได้คิดจะใช้กฎหมายเข้าต่อรองกับเขา
สิ่งที่เขาคิดคือหากฆ่าได้เขาย่อมไม่ลังเลที่จะเอาชีวิต เก่งกาจปราบศัตรูอีกทั้งไม่ว่าฝ่าบาทจะมีพระประสงค์ให้ทำการศึกเพื่อโจมตีแคว้นใด
โจวเจ๋อฮั่นผู้นี้สามารถสนองพระราชโองการได้อย่างรวดเร็ว
สมญานามอ๋องปีศาจของเขาจึงเลื่องลือไปทั่วใต้หล้า
บัดนี้เบื้องหน้าของเขาคือนางโลมผู้หนึ่ง ที่มีเรือนกายงดงามเป็นอย่างยิ่ง แต่ใบหน้าของนางที่ดูเหมือนว่าจะมีรอยแผลเป็นน่าเกลียดอยู่บนนั้นทำให้เขาขมวดคิ้ว
สตรีผู้นี้ย่อมเป็นผู้ที่เจ้าอี้เหวินส่งมาจากหอนางโลมเป็นแน่ หากเป็นผู้อื่นคงได้ไล่นางผู้นี้ออกไปจากห้องแล้ว แต่สำหรับท่านอ๋องไม่คิดเช่นนั้นเขาเพียงแต่ส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา
หากไล่นางออกไปย่อมทำให้เจ้าอี้เหวินผู้นั้นหัวเราะเยาะ ในเมื่อเขาต้องการเพียงร่างกายของสตรีเหตุใดต้องสนใจใบหน้าของนางกันเล่า
เรือนร่างของนางงดงามปานนั้นหากปรนนิบัติถูกใจเขา
ไม่แน่เขาอาจเลี้ยงนางไว้คอยอุ่นเตียงก็เป็นได้ สตรีไม่ว่าจะมีใบหน้างดงามเพียงใดหากไม่ต้องใจแล้วก็เป็นเพียงแค่สตรีทั่วไปเท่านั้น
แต่นางผู้นี้ดูเหมือนจะใจกล้าไม่น้อย ทั้งๆ ที่มีใบหน้าน่าเกลียดเพียงนี้กลับยังคงความมั่นใจไม่หวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย นับว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
อ๋องหนุ่มก้าวเท้ายาวพลางเสื้อของตนเองออก เพียงนั่งลงข้างเตียงเสียงครางแผ่วหวานของสตรีผู้นั้นพลันเปล่งออกมา เขายกยิ้มเย็นชาแล้วเอ่ยว่า
“เจ้าช่างประหลาดยิ่ง แต่ถูกใจข้านัก”
“น้ำ ข้าหิวน้ำ”
บัดนี้ภาพที่อยู่เบื้องหน้าของหลิวซือซือกลับเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ตนเองนั้นคือสาวใช้คนสนิท
นางจับมือของชุ่ยหลินเอาไว้แล้วร้องขอด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานยั่วยวนโดยที่ตนเองนั้นไม่รู้ตัว
“เช่นนั้นหรือ”
อ๋องหนุ่มตั้งใจเดินไปรินน้ำให้นาง ข่มความกระหายไว้ภายในอาภรณ์ที่ถอดออกก็มีเพียงครึ่งบน
เผยร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยบาดแผลออกมา เมื่อนางโลมผู้นี้เห็นร่างกายนี้เต็มตานางกลับเลียริมฝีปากแล้วโถมกายเข้าโรมรันเขาทันใด
“ไม่ดื่มน้ำแล้วหรือ”
เขาเอ่ยออกมาเพียงครึ่งคำก็ถูกแม่นางผู้นี้จู่โจมริมฝีปากเข้าแล้ว หลิวซือซือครั้นบังเอิญถูกมือของบุรุษผู้นี้สัมผัสร่างกายของตนเองเข้าโดยบังเอิญ
นางพลันรู้สึกดียิ่งสติที่มีขาดสะบั้น เห็นริมฝีปากบางของเขาคล้ายบ่อน้ำ ภายในใจร่ำร้องให้ลิ้มลองจึงกระโจนเข้าใส่เขาทันใด
เมื่อได้สัมผัสยิ่งรู้สึกดีขึ้น ประดุจตนเองกำลังตกอยู่ในความฝัน มัวเมาในรสจุมพิตหื่นกระหายที่เขามอบให้
หลิวซือซือสะดุ้งเมื่อลิ้นสัมผัสลิ้น ถึงจะรู้สึกดีและวาบหวิวอย่างถึงที่สุด กระนั้นนางก็ไม่รู้จะวางลิ้นตนเองไว้ตำแหน่งไหนด้วยเพราะไร้เดียงสาในเรื่องบนเตียง
เมื่อนางถูกเขาดูดลิ้นของนางอีกทั้งยังค้นหาความหอมหวานภายในหลิวซือซือที่รู้สึกราวกับกำลังขึ้นสวรรค์ด้วยความอ่อนหวานนี้จึงเลียนแบบท่าทางของเขาทันที
"อ๊า ข้ารู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง"
ความไร้เดียงสาของนางทำให้อ๋องหนุ่มสัมผัสได้ หญิงร่านนางนี้กล้าแม้กระทั่งใช้มารยาหญิงอ่อนต่อเรื่องโลกีย์กับเขาเชียวหรือ
เขาเหยียดยิ้มมุมปากในขณะที่กำลังครอบครองริมฝีปากนางอยู่
แต่แล้วท่านอ๋องต้องถอนจุมพิตออกมาเพ่งพิศใบหน้าเนียนสวยนั้นเมื่อรับรู้ถึงความเหนียวหนืดที่หลุดมาติดใบหน้าเขา
การเสียดสีใกล้ชิดกันอย่างมากทำให้หน้ากากแผลเป็นของหลิวซือซือหลุดออกมา อ๋องหนุ่มจ้องมองด้วยความสงสัย
มือเรียวหยาบด้วยจับกระบี่มานานปีจึงค่อย ๆ ไล้สัมผัสที่แก้มนวลเนียนของหญิงสาว
โจวเจ๋อฮั่นกัดปากใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อเขาเริ่มดึงสิ่งที่เหมือนแผลเป็นจนคล้ายเนื้อหนังที่น่าสยดสยองนั้นออกช้าๆ
ในขณะที่หลิวซือซือบัดนี้ถูไถกลีบอวบของตนเองกับหน้าขาของเขาและมือของนางยังซุกซนสัมผัสปลายถันเล็กของเขาด้วยความสงสัย กล้ามเนื้อของคนผู้นี้แน่นไปทุกส่วนยิ่งสัมผัสยิ่งรู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง
จวบจนโจวเจ๋อฮั่นดึงหน้าปลอมออกมาจนหมดเมื่อเห็นใบหน้าที่แท้จริงของสตรีนางนี้ทำให้โจวเจ๋อฮั่นแทบลืมหายใจ
นางงดงามเช่นนี้อีกทั้งใบหน้านี้หาได้อัปลักษณ์แต่อย่างใด
ใบหน้าที่เทพเซียนบนสวรรค์ยังต้องอับอายงดงามจนหมูมวลผกาต้องโศกศัลย์เหตุใดจึงได้ปิดบังอำพรางไว้เช่นนี้
"หรือเจ้าอี้เหวินต้องการกลั่นแกล้งข้า คิดจะลองใจข้าให้ขับไล่เจ้าออกไปเช่นนั้นหรือ"
โจวเจ๋อฮั่นหัวเราะให้กับความคิดเด็ก ๆ ของสหายคนสนิทแล้วเอ่ยว่า
"เจ้าแพ้ข้าแล้วเจ้าอี้เหวิน ในที่สุดข้าก็จับคนงามได้แล้วและข้าไม่คิดจะปล่อยนางไป"
ในขณะที่โจวเจ๋อฮั่นกำลังตกตะลึง สตรีผู้นี้พลันเอ่ยวาจาประหลาดออกมา
"ท่านเทพช่วยซือซือด้วยเจ้าค่ะ ซือซือร้อนเหลือเกินเจ้าค่ะ ช่วยซือซือด้วยจับตรงนี้ของซือซือจะได้หรือไม่"
นางโลมไร้ยางอายผู้นี้จับมือของเขาไปจับหน้าอกอวบล้นของตนเอง สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขาคือปทุมถันงดงามอวบล้นคู่หนึ่งโจวเจ๋อฮั่นกลืนน้ำลายเหนียวลงคอทันทีที่ได้สัมผัสความเนียนนุ่มนั้นแทบทำให้เขาคลั่งจนระเบิดออกมา
"เจ้าช่างร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง"
"ท่านเทพเจ้าขาช่วยซือซือด้วย จับแรงๆเลยเจ้าค่ะ มีตรงนี้อีกเพียงได้สัมผัสท่านซือซือก็รู้สึกดีมากๆเลย"
หลิวซือซือที่ไร้สติเข้าใจว่าเขาคนนี้คือเทพเซียนที่มาช่วยปลดปล่อยตนเองไปแล้ว
นางขยับกายเสียดสีตนเองกับหน้าขาของเขาอีกทั้งยังจับมือของเขามาสำรวจความคับแน่นของตนเองที่บัดนี้น้ำหวานไหลเยิ้มจนล้นออกมาด้วยความต้องการ
โจวเจ๋อฮั่นยกยิ้มชั่วร้าย เขาขยับปลายนิ้วไปตามความต้องการของนางเพียงแค่คิดว่าคงจะแค่จับต้องเท่านั้น
ของสงวนของสตรีชาตินี้เขาไม่เคยคิดจะใช้ริมฝีปากช่วยเหลือนางดั่งเช่นตำราปกขาวเคยบอกไว้อย่างโจ่งแจ้ง
ปากของเขาจะเกลือกกลั้วของที่มีบุรุษหลายคนใช้งานได้อย่างไร เพียงจับต้องเขาก็รู้สึกว่าตนเองรังเกียจแล้ว
สตรีของเขาต้องเป็นของเขาเพียงผู้เดียว แต่ในเมื่อสตรีผู้นี้เป็นผู้ที่เจ้าอี้เหวินคัดเลือกมาแล้วย่อมเรียกได้ว่าคงสะอาดพอสมควรเขาจึงยินดีที่จะใช้มือกับส่วนนั้นของนาง
จวบจนนางผู้นั้นส่งเสียงครางเมื่อเขาไล่บีบบี้คลึงในส่วนกลีบเกสร นางโน้มตัวมากัดริมฝีปากเขาจูบเขาอย่างกระหายในขณะที่โจวเจ๋อฮั่นตอบสนองนางอย่างรุนแรงเช่นกัน
เขาค่อยๆ ดันปลายนิ้วเข้าไปในช่องทางสวาทของนางและสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงคือนางผู้นี้ชางคับแคบเป็นอย่างยิ่ง
เขาผ่านสตรีมาไม่น้อยที่พร้อมถวายตัวให้เขาเหตุใดสตรีผู้นี้ที่ใช้เรือนร่างหาเงินถึงได้ยังคงรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ได้
และนี่คือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผิดสังเกต นางเรียกเขาว่าเทพเซียนในคราแรกเขาเพียงคิดว่านางกำลังแสดงบทบาทบนสวรรค์ให้เขาตื่นเต้น
ดูจากอาการของนางแล้วเหมือนกับว่านางกำลังถูกวางยา เจ้าอี้เหวินแม้จะต่ำช้าไปบ้างแต่กับสตรีเขาไม่เคยบีบบังคับแล้วเหตุใดสตรีผู้นี้จึงถูกวางยา
แต่ในเวลานี้โจวเจ๋อฮั่นก็ไม่อาจยับยั้งชั่งใจตนเองได้ในทันที นางยั่วเขาร่างกายนุ่มนิ่มอ่อนหวาน
จุมพิตที่ดูดดื่มทำให้เขายากแล้วที่จะถอนกาย เขาต้องการนางต้องการเข้าไปในร่างของนางและปลดปล่อยความต้องการออกมา ส่วนเรื่องอื่นนั้นเขาค่อยถามเอาความจริงกับเจ้าอี้เหวิน
หลิวซือซือถึงกับสะดุ้งด้วยความรู้สึกประหลาด นางเจ็บแสบในส่วนนั้นสติของนางไม่แจ่มชัดนัก ร่างกายยังร้อนรุ่มดุจไฟเผา
ยิ่งเขาออกห่างนางยิ่งรู้สึกไม่พอใจ มีเพียงร่างเลือนรางนี้ที่ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นได้แต่เทพเซียนผู้นี้ดูเหมือนจะหยุดการกระทำของเขาแล้ว
หลิวซือซือขยับสะโพกตนเองเข้าหานิ้วของเขาดูดปากของเขาพลางอ้อนวอนอย่างทรมาน
“ท่านได้โปรดอย่าหยุด ช่วยข้าเถิดได้โปรด”
นางครางออกมาเสียงแผ่ว จู่โจมเขาด้วยร่างกายและน้ำเสียงกระเส่าโจวเจ๋อฮั่นบัดนี้สติหลุดไปแล้วเขาต้องการนางเช่นกัน
นางผู้งดงามและอ่อนหวานนางผู้ที่เหมาะกับเขาเป็นอย่างยิ่ง ยังไม่ทันที่โจวเจ๋อฮั่นจะถอดกางเกงเพื่อจัดการสตรีร่านรักนางนี้ให้สำเร็จ
เสียงรายงานของทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูพลันดังขึ้น
“ทูลท่านอ๋อง นางโลมจากหอซิ่วแดงขอเข้าเฝ้าสองนางพ่ะย่ะค่ะ”
โจวเจ๋อฮั่นขมวดคิ้ว มองสตรีที่กำลังนัวเนียร่างเขาแล้วตอบเสียงเข้มว่า
“ให้เงินพวกนางไปแล้วให้กลับไปได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เจ้าอี้เหวินผู้นั้นคิดจะให้เขาร่วมเตียงกับสตรีพร้อมกันถึงสามคนเลยหรือ ในยามนี้นอกจากนางเขาหาได้มีอารมณ์เล่นกับผู้อื่นอีกแล้ว
อย่างน้อยเจ้าอี้เหวินก็ส่งสตรีที่ถูกใจเขายิ่งนักมาให้ผู้หนึ่ง ครานี้เขาถูกนางผลักลงเตียงแล้วกระโจนเข้าหา ทั้งร้อนแรงและหื่นกระหายยิ่งนัก
เขาดูดริมฝีปากของนางกกกอดนางไว้ดันนิ้วเข้าไปภายในของนางให้ลึกยิ่งขึ้น เตรียมร่างกายของนางให้พร้อมไม่ต้องการให้นางเจ็บปวดมากเกินไปเมื่อต้องรับพลังอันใหญ่โตของเขา
หลิวซือซือแอ่นอกเข้าเสียดสีกับอกกว้างของเขาโจวเจ๋อฮั่นเพียงแต่ขยำหน้าอกของนางเท่านั้นเขาอย่างไรก็ไม่ยอมที่จะก้มลงดูดกลืนความใหญ่โตเอาไว้
ด้วยยังยึดมั่นใจอุดมการณ์ของตนว่าหากไม่ใช่สตรีที่เขาผูกพันแล้วจะไม่ยอมใช้ปากกับนางเป็นอันขาด
หลิวซือซือถูกเขาทรมานด้วยปลายนิ้ว ร่างทั้งร่างสั่นระริกความรู้สึกที่คล้ายว่ายังไม่ถูกเติมเต็มสักทีทำให้นางต้องการมากขึ้น
บางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่ยิ่งกว่านิ้วมือของเขา หญิงสาวดันร่างของตนเองส่ายสะโพกยั่วยวนแล้วเอ่ยว่า
"ท่านเซียนเจ้าขาซือซืออยากได้ที่ใหญ่โตกว่านี้ ท่านพอมีสิ่งใดช่วยซือซือได้บ้างเจ้าคะ"
โจวเจ๋อฮั่นแทบจะสำลักออกมาเมื่อคำพูดที่ร้องขอของนางช่างเปิดเผย สตรีนางนี้คงพร้อมมากแล้วและเขาก็พร้อมมากเช่นกัน
แต่แล้วคล้ายว่ามีมารผจญเมื่อมีเสียงคล้ายผู้คนกำลังต่อสู้อยู่ด้านนอก พลันทหารยามของเขาถูกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งถีบเข้ามาภายในห้องจนกระอักเลือดอยู่เบื้องหน้า
ด้วยสัญชาตญาณนักรบ ท่านอ๋องใช้ผ้าห่มคลุมร่างตนเองและหญิงงามในอ้อมกอดก่อนจะอุ้มนางขึ้นมาด้วยมือข้างเดียวแล้วใช้อีกมือซัดคนร้ายที่ถือกระบี่พุ่งเข้ามาหมายเอาชีวิตของเขา
เพียงแค่ฝ่ามือเดียวของท่านอ๋องก็ทำให้คนร้ายกระอักเลือดจนล้มลง เขาวางนางลงที่เตียงใช้ผ้าห่มมัดร่างของนางไว้เมื่อเห็นว่าสตรีผู้นั้นดิ้นรนที่จะมาวุ่นวายกับร่างกายของเขา
ยาที่นางถูกวางคงรุนแรงไม่ใช่น้อย
หลิวซือซือยังไม่รู้ตนเอง อาภรณ์ที่สัมผัสรัดร่างกายทำให้นางแสบร้อนยิ่ง
บัดนี้นางต้องการเนื้อหนังเปล่าเปลือยของคนผู้นั้นเพื่อมาช่วยบรรเทา จึงร้องโวยวายให้เขาปล่อยอีกทั้งยังขอร้องทั้งน้ำตานองใบหน้า
บุรุษผู้อยู่ด้านหน้าเพียงแสยะยิ้มเย็นชา เมื่อมัดนางแน่นหนาแล้วจึงกระโจนเข้าไปต่อสู้กับเหล่านักฆ่าอย่างเหี้ยมโหด ฉับพลันเสียงกรีดร้องของนางทำให้เขาต้องหันกลับมามอง
นางเงียบเสียงไปแล้วมีคนผู้หนึ่งใช้ยาทำให้นางสลบอีกทั้งกำลังอุ้มนางขึ้นบ่า
โจวเจ๋อฮั่นก้าวเข้ามาขวางพร้อมสังหารคนผู้นั้นอย่างว่องไว ด้วยไม่อยากปล่อยนางไว้ลำพังจึงได้แต่มือหนึ่งอุ้มนางเอาไว้ อีกมือหนึ่งกุมดาบต่อสู้กับศัตรู
ทหารองครักษ์ของเขากรูเข้ามาทันท่วงที สังหารนักฆ่าจนหมดสิ้นเสียงการต่อสู้ทำให้คนที่พักอยู่ด้านล่างต่างหนีกระเจิง
เมื่อเหตุการณ์สงบหลงจู๊เจ้าของโรงเตี๊ยมรีบนำคนของเขาขึ้นมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
เห็นคนตายหลายคนอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขาถึงกับขาสั่นแทบจะทรุดลงไป คราวนี้ตายกันมากเกินไปแล้ว
โจวเจ๋อฮั่นเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยว่า
"ค่าเสียหายข้าจะชดเชยให้อย่างงาม ไม่ต้องกังวลไป"
"ขอบคุณนายท่าน ขอบคุณนายท่าน"
ท่าทางสูงศักดิ์ของโจวเจ๋อฮั่นทำให้เขาปาดเหงื่อ อย่างน้อยก็คงได้เงินชดเชยไม่น้อย โจวเจ๋อฮั่นจึงเอ่ยถามออกมาว่า
"ข้าเหมือนเห็นคนแปลกหน้าอยู่ที่ชั้นสามในฝั่งนี้ ข้าสั่งเหมาทั้งชั้นไปแล้วเหตุใดยังมีคนนอก"
ครานี้หลงจู๊ปากสั่น โรงเตี๊ยมของเขาใหญ่โตกว้างขวางเพียงนี้อีกทั้งนายท่านทั้งสองก็อยู่คนละฝั่งเขาย้ำคนฝั่งนั้นแล้วว่าห้ามเดินมาทางนี้จึงจะยอมให้พักเหตุใดจึงเพ่นพ่านมาให้ถูกจับได้
"นายท่านข้าเองก็จนใจแต่เพราะคืนนี้ทุกที่ล้วนเต็มหมด อีกอย่างโรงเตี๊ยมของข้ากว้างขวางคนที่ขอพักก็น่าสงสารเป็นเพียงคุณหนูบอบบางและบ่าวไม่กี่คนขอนายท่านมีเมตตาอย่าตำหนิผู้น้อยเลย"
โจวเจ๋อฮั่นมองคนผู้นั้นจนเขาขาอ่อนแล้วเอ่ยว่า
"โทษฐานโกหกข้ามีโทษอย่างไรไม่รู้หรือ"
"นายท่านข้าขอร้อง ห้องของท่านข้าจะเปลี่ยนให้ใหม่ให้เด็กเตรียมให้เรียบร้อยนายท่านโปรดอภัยให้ข้า อีกอย่างพวกท่านถูกคนตามฆ่าทำโรงเตี๊ยมข้าเสียหายเพียงนี้ข้าก็ตกใจไม่น้อย"
หลงจู๊คุกเข่าลงอ้อนวอนจนโจวเจ๋อฮั่นรำคาญ สุดท้ายก็ไล่เขาไปคนผู้นั้นจึงปาดเหงื่อลุกขึ้นเดินจนแทบวิ่งลงไปด้านล่างอย่างเร็ว
เขามองสตรีที่ตนเองยังอุ้มเอาไว้ราวกับกระสอบนุ่นนุ่มนิ่มแล้วคิดว่าตนเองยังไม่ได้รับการปลดปล่อย
คืนนี้แม้จะมีเหตุไม่คาดฝันถูกลอบสังหารแต่บุรุษที่ผ่านสงครามมาอย่างโชกโชนก็ยังคงต้องการสานต่อเรื่องที่พวกเขาได้เริ่มให้เสร็จสิ้น
เขาสั่งให้คนของเขาเก็บกวาดศพให้เรียบร้อยแล้วเอ่ยว่า
"เป็นฝีมือผู้ใดไปสืบมาให้แน่ชัด"
"พ่ะย่ะค่ะ" หลังรับคำทหารองครักษ์ก็หายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
คนของหลงจู๊รีบมาเชิญเขาไปยังห้องใหม่ที่เตรียมให้ในขณะที่โจวเจ๋อฮั่นกำลังพาสตรีในอ้อมแขนไปต่อเรื่องที่พวกเขาเริ่มให้เสร็จในห้องใหม่น้้นเสียงร้องของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้น
'คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ เป็นคุณหนูจริงๆ ด้วย"
ชุ่ยหลินที่ตามหาหลิวซือซืออยู่นานจวบจนได้ยินเสียงต่อสู้กันดังขึ้น ฝั่งนั้นเป็นฝั่งที่หลงจู๊ห้ามพวกนางโผล่มาเป็นอันขาดคุณหนูอาจเผลอเดินมาที่นี่ก็เป็นได้
ชุ่ยหลินมาพร้อมองครักษ์หลงจึงตกใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นสตรีผู้หนึ่งท่าทางคล้ายคุณหนูอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษร่างสูงผู้หนึ่ง
และยิ่งเดินเข้ามาใกล้นางก็ยิ่งแน่ใจว่าคือคุณหนูเป็นแน่
“บังอาจ”
ชุ่ยหลินและองครักษ์ของหลิวซือซือชะงักอยู่ตรงนั้นเมื่อถูกคนของโจวเจ๋อฮั่นขวางทางเอาไว้
ยิ่งเห็นศพที่นอนตายเกลื่อนอยู่เบื้องหน้าชุ่ยหลินแทบจะล้มลงจนต้องจับมือขององครักษ์หลงเอาไว้
นางหายไปเพียงชั่วครู่อีกทั้งองครักษ์หลงก็ฝากฝังนางไว้เป็นอย่างดีในขณะที่เขาไปทำธุระส่วนตัวคุณหนูกลับหายตัวไปแล้วในขณะที่องครักษ์ที่ดูแลคุณหนูต่างก็สลบอยู่ไม่ไกลนัก
โจวเจ๋อฮั่นปรายตามองชุ่ยหลิน ในขณะที่สาวใช้ผู้นั้นพยักหน้าหงึกหงักอีกทั้งยังน้ำตาร่วงออกมาราวกับสายน้ำ ปากก็ละล่ำละลักอธิบาย
"นายท่านเจ้าขา นั่นคือคุณหนูของข้าเจ้าค่ะ นางหายตัวไปข้าตามหาเสียนาน เหตุไฉนนางถึงมาอยู่กับนายท่านในสภาพเยี่ยงนี้ ได้โปรดปล่อยคุณหนูด้วยเจ้าค่ะนายท่าน เป็นความผิดของบ่าวเองที่ดูแลคุณหนูไม่ดี แล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นเจ้าคะเหตุใดคุณหนูไม่ได้สติเช่นนั้น"
โจวเจ๋อฮั่นมองหน้าสาวใช้ผู้อ้างตนว่าสตรีผู้นี้คือนายหญิงของนางพร้อมขมวดคิ้วรูปกระบี่เข้าด้วยกัน สายตาแข็งกร้าว ไอสังหารแผ่ออกจากตัว
สตรีร่างเล็กเช่นชุ่ยหลินเมื่อเห็นเขามองตนเองด้วยสายตาเช่นนั้นพลันรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมา
นางไม่กล้าแม้จะสบตาของเขา รัศมีสูงส่งรอบกายทำให้นางรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงฝุ่นผงที่ไม่มีสิทธิ์จะสนทนากับเขาด้วยซ้ำ
“เหตุใดข้าต้องเชื่อเจ้า สตรีผู้นี้ที่อยู่ในอ้อมกอดข้าเช่นนี้เห็นได้ชัดว่านางเต็มใจ”
เต็มใจหรือไม่โจวเจ๋อฮั่นเองบัดนี้ย่อมไม่แน่ใจ แต่เขาจะไม่มีวันปล่อยนางไปหากไม่กระจ่างแจ้งแก่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเสียก่อน
“นายท่านได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ คุณหนูเป็นคุณหนูของบ่าวจริงๆ อาจเกิดเรื่องผิดพลาดบางอย่างคุณหนูจึงได้อยู่กับท่าน เมื่อสักครู่บ่าวเพียงไปนำน้ำมาให้คุณหนูกลับมาก็ไม่พบคุณหนูแล้วตามหาจนทั่วจนมาพบว่าอยู่กับนายท่าน”
“หุบปาก สตรีผู้นี้นางเป็นสตรีที่ถูกส่งมาให้นายท่านของข้า เหตุใดเจ้าจึงเอ่ยเหลวไหล”
องครักษ์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น เขาเห็นว่าสตรีผู้นี้ท่าทางร้อนรนมาหาท่านอ๋อง เขาเข้าใจว่านางเป็นนางโลมที่ท่านรองแม่ทัพเจ้าอี้เหวินส่งมาให้ท่านอ๋องจึงเปิดประตูให้นางโดยดี
เหตุใดบ่าวผู้นี้จึงมากล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้ หากไม่ใช่นางโลมเมื่อสักครู่ที่นางมาถึงหน้าประตูนางจะเปลื้องผ้าต่อหน้าพวกเขาจนท่านอ๋องต้องรีบดึงนางเข้าห้องไปหรอกหรือ
ช่างเป็นสตรีที่ใจกล้าเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่ในใจอยากเอ่ยออกไปเช่นนั้นแต่ทหารสองนายล้วนไม่กล้า
ดูจากที่ท่านอ๋องอุ้มนางแนบอกดูหวงแหนเช่นนั้น นางคงได้กลายเป็นคนสำคัญของท่านอ๋องไปแล้ว
จะกล่าววาจาใดทหารที่รับใช้ใกล้ชิดเช่นเขาย่อมรู้กาละเทศะเป็นอย่างดี
"คุณชาย ข้าคิดว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิดกัน สตรีผู้นี้เป็นคุณหนูของจวนข้าน้อย ท่านได้โปรดส่งคุณหนูให้ข้าด้วยเถิด"
องครักษ์หลงผู้ที่ติดตามหลิวซือซือมาเอ่ยขึ้น คำขอร้องของเขาดูแข็งกร้าวอีกทั้งยังส่งสายตาที่ส่งออกไปดูไม่เป็นมิตรนัก
หากคนผู้นั้นไม่ยอมปล่อยนางเขาก็จำเป็นที่ต้องลงมือ ชื่อเสียงของสตรีเป็นสิ่งที่เปราะบางเขาไม่อาจให้เรื่องนี้แพร่กระจายออกไปได้
“เจ้าหากไม่สนใจชีวิตอีกทั้งอยากได้คนก็เข้ามา”
โจวเจ๋อฮั่นแสยะยิ้ม อีกทั้งส่งสายตาแข็งกร้าวไปยังบุรุษผู้นั้นทันใด
คุณอาจจะชอบ





