
ต้องมนต์บุปผา
ตอน 3
"ข้ามาทันชมงิ้วหรือไม่ท่านอ๋อง"
ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย บุรุษตัวต้นเหตุที่ส่งสตรีให้ท่านอ๋องพลันโผล่ใบหน้างดงามออกมา
ร่างกายขาวผ่องของคนผู้นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำอบของสตรีใบหน้างดงามของเขายังมีร่องรอยปื้นแดงอันเกิดจากเครื่องสำอางของสตรีเปื้อนอยู่ที่แก้มข้างหนึ่ง
ทั้งกลิ่นสุราที่ติดกายเขามาชี้ชัดโดยไม่ต้องเดาว่าคนผู้นั้นเพิ่งกลับมาจากสถานที่ใด
เจ้าอี้เหวินผู้นี้คือรองแม่ทัพซึ่งเป็นสหายคนสนิทของโจวเจ๋อฮั่น เขาเป็นศิษย์น้องร่วมสำนักร่ำเรียนกันมาตั้งแต่ยังเด็ก
เขายังดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แม้จะเป็นพี่น้องร่วมตายในสนามรบแต่ชื่อเสียงของเขากลับโด่งดังในเรื่องเกี่ยวกับอิสตรี
ด้วยใบหน้างดงามอบอุ่นนี้ที่ทำให้สตรีต่างหลงใหล เจ้าอี้เหวินแม้จะอยู่ในสนามรบกลับสามารถมีสตรีรายล้อมได้โดยไม่เคยขาดแคลน
ครั้นได้รับรายงานว่าท่านอ๋องถูกลอบสังหาร เขาแม้จะรู้ว่าอย่างไรเสียท่านอ๋องก็สามารถเอาตัวรอดจากเรื่องนี้ได้ก็อดไม่ได้ที่จะละทิ้งความบันเทิง รุดมาดูความปลอดภัยของท่านอ๋องเสียหน่อย
และแล้วเขาก็พบเรื่องสนุกเข้าจนได้
"เจ้าอี้เหวินสตรีผู้นี้คือผู้ใดกันแน่ เป็นเจ้าที่ส่งมาใช่หรือไม่"
เสียงเย็นของท่านอ๋องทำให้เจ้าอี้เหวินมองนางที่ยังสลบในอ้อมกอดของคนผู้นั้นด้วยความสงสัย
เขาเป็นคนที่คัดเลือกสตรีแล้วส่งมาที่นี่ด้วยตนเอง เขาจำหน้าตาสตรีทั้งสองได้อย่างแม่นยำ ทั้งคู่ล้วนงดงามยิ่งเป็นสตรีอันดับหนึ่งของหอโคมเขียว แต่หาใช่สตรีผู้นี้ไม่
อีกทั้งความงามที่เหนือผู้คนของสตรีผู้นี้ยังทำให้เขาตกตะลึงหากพบนางที่หอนางโลมแห่งนั้น
เจ้าอี้เหวินยอมรับว่าตนเองเป็นคนละโมบในเรื่องความงาม เขาย่อมกักตัวสตรีนี้ไว้เองไม่มีทางปล่อยให้นางมารับใช้ท่านอ๋องเป็นอันขาด เมื่อดูอย่างละเอียดแล้วเจ้าอี้เหวินจึงเอ่ยว่า
"หาใช่เป็นสตรีที่ข้าส่งมา หากเจ้าไม่ชอบข้ายินดีรับนางต่อด้วยความยินดี"
เจ้าอี้เหวินกล่าวทีเล่นทีจริง แต่ใบหน้าผู้ฟังทั้งหมดบัดนี้หาใช่มีผู้ใดที่เห็นเป็นเรื่องตลก เขาจึงเพียงหัวเราะเจื่อนๆ แล้วเอ่ยต่อว่า
"แล้วนางเป็นผู้ใดเหตุใดมาอยู่ในอ้อมกอดของเจ้ากันอาฮั่น ข้าไม่รู้จริง ๆ"
"นางคือคุณหนูของข้าเจ้าค่ะ นางเป็นบุตรสาวของท่าน"
"ชุ่ยหลินหยุดพูด"
องครักษ์หลงกระซิบบอกบ่าวคนสนิทของหลิวซือซือ ก่อนจะเผยฐานะที่แท้จริงของคุณหนูออกมา
ชุ่ยหลินก้มหน้าอยากตบปากตัวเอง นางเกือบทำคุณหนูเดือดร้อนกลายเป็นหญิงไม่สงวนตัวเข้าห้องหอไปกับชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก ชุ่ยหลินรู้สึกผิดต่อคุณหนูยิ่งนัก
"ได้โปรดนายท่าน ช่วยปล่อยนางด้วยขอรับ นางเป็นแค่บุตรสาวพ่อค้าต่างเมืองคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เป็นวรยุทธ นางมิได้มุ่งร้ายนายท่านแต่อย่างใด"
องครักษ์หลงอี้หนานคุกเข่าลงขอร้องเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีเขาเริ่มสังเกตดูเหล่าองครักษ์ที่อยู่รอบกายคนผู้นั้น
ท่าทางเข้มแข็งอีกทั้งใบหน้าเคร่งขรึมเห็นได้ชัดว่าถูกฝึกมาอย่างดียิ่ง อีกทั้งคนผู้นั้นยังดูสูงส่งยิ่งกว่าคุณชายหรือจอมยุทธทั่วไป
รัศมีสูงส่งเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในหมู่คนทั่วไป ท่าทางตำแหน่งเบื้องหลังนั้นคงไม่ธรรมดาเป็นแน่
เช่นนั้นการที่ทำให้เรื่องนี้ยืดเยื้อล้วนไม่เป็นการดีต่อคุณหนูของเขา ต้องรีบนำตัวนางออกมาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องอื่นค่อยสอบถามกันในภายหลัง
"เจ้าขอให้ข้าปล่อยข้าต้องปล่อยเช่นนั้นหรือ"
ท่าทางยโสของคนผู้นั้นอีกทั้งดูสูงส่งอีกทั้งคนรอบกายดูแล้วล้วนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าน่าจะเป็นทหารฝีมือดีนั้นทำให้เขาเริ่มมั่นใจในความคิดของตนเองยิ่งนัก
วาจาขององครักษ์หลงจึงอ่อนลงหลายส่วน ยิ่งมองเห็นร่างอรชรที่อยู่ในอ้อมแขนของคนผู้นั้นอีกทั้งยังไม่ได้สติเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ไม่อาจช่วยนางให้เร็วอย่างที่ใจเขาต้องการได้
"หาไม่นายท่าน ข้าน้อยเพียงแต่ไม่ต้องการให้เรื่องยืดเยื้อ คุณหนูของข้าอย่างไรเสียก็เป็นสตรีในห้องหอ หากท่านยังคงใกล้ชิดนางเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าชื่อเสียงของนางคงจะ.."
โจวเจ๋อฮั่นหาได้สนใจไม่ หากเขาทำนางผู้นี้เสียชื่อเสียงเขาก็ยินดีรับผิดชอบ
การนำนางมาเป็นอนุหรือเป็นสตรีข้างห้องหาใช่เรื่องใหญ่โตอันใด อีกทั้งเสด็จพี่ของเขาก็ยังต้องการให้เขาแต่งงานมีทายาทสักคน
จวนของเขาว่างเปล่าไร้สตรีคอยอุ่นเตียงแม้เขาจะเห็นว่าสตรีน่ารำคาญ
แต่สำหรับหญิงผู้นี้ดูเหมือนว่าในตอนนี้จะต้องใจเขาจนคิดว่าเขาสามารถละเว้นให้นางได้คนหนึ่ง
แม้จะรู้สึกประหลาดใจในความคิดของตนได้เพียงนี้ สงสัยเหลือเกินว่าข้างกายเขาคงว่างเว้นเรื่องสตรีมานานจึงได้คิดแปลกประหลาดไปจากที่เคยเป็น
"หากนางต้องการข้าแน่นอนย่อมไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ"
โจวเจ๋อฮั่นเอ่ยเสียงเย็น พลางมองใบหน้างดงามของหลิวซือซือด้วยความพึงใจ
"ท่านอ๋อง ข้าว่าพานางเข้าด้านในก่อนดีหรือไม่ ยืนอยู่เช่นนี้อีกทั้งท่านยังอุ้มนางเช่นนี้.."
เจ้าอี้เหวินเอ่ยขึ้นแต่เสียงท้ายประโยคดูจะบางเบาเมื่อสบสายตาที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นของคนผู้นั้น
"เจ้าอี้เหวินข้าถามเจ้า ว่านางไม่ใช่สตรีที่เจ้าส่งมาแน่ใช่หรือไม่"
เจ้าอี้เหวินส่ายหน้าพลางเอ่ยว่า
"ไม่ใช่พวกนางแน่นอน อีกทั้งก่อนที่ข้าจะเร่งมาที่นี่ได้พบพวกนางเข้า ยังทราบมาว่าท่านได้ส่งสตรีเหล่านั้นกลับไปพร้อมเงินรางวัลแล้ว หรือว่าท่านอ๋อง สตรีผู้นี้อาจจะเป็นนักฆ่าที่แฝงกายเข้ามาลอบสังหารท่านก็เป็นได้ หึ นักฆ่าผู้นี้เหตุใดจึงงดงามนักดูใบหน้าของนางสิ..."
คำชื่นชมของเจ้าอี้เหวินจึงจำเป็นต้องกลืนหายลงคอ เมื่อถูกสายตาเยียบเย็นของโจวเจ๋อฮั่นฟาดฟันเข้าให้
เจ้าอี้เหวินรู้สึกว่าเป็นครั้งแรกที่โจวเจ๋อฮั่นใช้สายตาเช่นนี้กับเขา หึงหวงสตรีผู้หนึ่งทั้ง ๆ ที่ผ่านมาหากเจอนางโลมที่งดงามก็มักจะแบ่งกันไม่ใช่หรือ
วันนี้เพื่อสาวงามถึงกับใช้สายตาเช่นนี้กับสหายรักอย่างเขา ช่างทำร้ายจิตใจกันยิ่งนัก ในส่วนของชุ่ยหลินนางก็พยายามอธิบายและปกป้องคุณหนูจนถึงที่สุด
"นายท่าน ข้าบอกแล้วคุณหนูของข้าเพียงผ่านมา เรากำลังจะไปไหว้พระกันจึงได้หยุดพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ นางหาใช่นักฆ่าแน่นอนเจ้าค่ะ นายท่านได้โปรดเชื่อข้า คุณหนูของข้าบอบบางเพียงนี้จะเป็นวรยุทธ์ได้อย่างไร"
โจวเจ๋อฮั่นมองใบหน้างดงามขาวใสประดุจหยกของหลิวซือซือแล้วเลิกคิ้ว เขารู้ว่านางหาได้มีวรยุทธ์แต่อาคมนั้นไม่แน่
ผู้ฝึกอาคมนั้นมีมากที่ไม่เป็นวรยุทธ์ ดูจากการกระทำของนางเห็นได้ชัดว่าถูกวางยาเข้าแล้ว
หรือจะมีผู้ที่ส่งนางมาเพื่อทำให้เขาหลงใหลจนไม่ระวังตนและลงมือในเวลานั้น
นักฆ่าพวกนี้บุกเข้ามาอย่างอุกอาจตัวเขานั้นถูกลอบสังหารมาตลอดทางย่อมต้องระวังตนอยู่แล้วอีกทั้งยังทำท่าเหมือนต้องการตัวนางขนาดนั้นเขาจึงเริ่มไม่แน่ใจ
ทุกสิ่งท่านอ๋องจึงคิดว่าต้องสอบถามนางด้วยตนเองเพื่อความกระจ่าง เขาไม่อาจปล่อยนางไปได้จึงเอ่ยขึ้นว่า
"นางยังไม่อาจไปที่ใดได้ ข้าต้องไต่สวนด้วยตนเอง"
องครักษ์หลงเห็นว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่สู้ดีแล้ว เขาไม่อาจให้คุณหนูตกอยู่ในเงื้อมมือของคนผู้นั้นได้ จึงพยายามคิดหาทางออก จวบจนเขาเอ่ยว่า
"เช่นนั้นท่านส่งนางให้พวกเราเถิด ให้บ่าวของคุณหนูดูแลนางจนกว่าจะฟื้นดีหรือไม่ขอรับหลังจากนั้นคุณหนูของเราต้องให้ความกระจ่างแก่ท่านได้แน่"
โจวเจ๋อฮั่นหาได้ดื้อรั้นจนเกินไป อีกทั้งบ่าวผู้นั้นก็ดูไร้พิษสงอย่างน้อยปล่อยไว้กับคนของนางเมื่อหญิงสาวผู้นี้ตื่นขึ้นมาจะได้ไม่ตระหนกจนเกินไป "ได้ รอจนนางฟื้นข้าจะไต่สวนด้วยตนเอง"
"ขอบคุณนายท่าน ขอบคุณนายท่าน"
ชุ่ยหลินโขกศีรษะขอบคุณ หากคุณหนูฟื้นขึ้นมาย่อมให้ความกระจ่างแก่ทุกคน แม้ท่าทางคนเหล่านี้จะดูน่ากลัวเพียงใด แต่คงไม่ได้คิดทำอันตรายคุณหนูเป็นแน่
"เช่นนั้นห้องพักของพวกเจ้าอยู่ที่ใด ข้าจะให้คนของข้าเฝ้ายามไว้เมื่อนางฟื้นขึ้นมาค่อยสอบถามในภายหลัง แต่ระหว่างนี้พวกเจ้าไม่อาจไปจากที่นี่ได้จนกว่าข้าจะอนุญาตเข้าใจหรือไม่"
"ขอบคุณนายท่านขอรับ"
โจวเจ๋อฮั่นพาร่างของหลิวซือซือเดินตามชุ่ยหลินไปยังห้องที่พวกนางพัก สตรีผู้นี้เบื้องหลังนั้นคือผู้ใดกันแน่
เขาไม่อาจเชื่อที่บ่าวผู้นั้นบอกว่านางเป็นเพียงบุตรสาวของพ่อค้าต่างแดนที่เดินทางมาค้าขายได้
ผิวพรรณที่บอบบางขาวผ่องของนางงดงามราวกับไม่เคยได้ต้องแสงตะวันเจิดจ้ามาก่อน
ผิดวิสัยของเหล่าพ่อค้าต่างแดนทั่วไปที่ปกติต้องเดินทางไปทั่วสารทิศผิวพรรณแม้จะเป็นสตรีก็ย่อมมีความหยาบกร้านมากกว่าสตรีในห้องหอทั่วไป
ความเนียนละมุนในทุกสัมผัสของนางหาได้บ่งชี้ว่านางเป็นบุตรสาวพ่อค้าแต่ประการใด
"ข้าจะให้ท่านหมอมาตรวจดูนางเสียหน่อย"
โจวเจ๋อฮั่นกล่าวอย่างมีน้ำใจ ชุ่ยหลินที่บัดนี้คลายใจลงเป็นอย่างมากจึงขอให้นายท่านผู้นั้นนำคนออกไป เพื่อที่จะเปลี่ยนอาภรณ์ให้นางใหม่
หลังจากบุรุษออกไปจนหมดแล้วชุ่ยหลินก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าคุณหนูของนางบัดนี้ร่างกายไร้อาภรณ์โดยสิ้น อีกทั้งยังมีร่องรอยเขียวช้ำเกิดขึ้นในบางจุด
ชุ่ยหลินที่เป็นสตรีในห้องหอไม่ต่างจากหลิวซือซือสงสัยเป็นอย่างยิ่ง แต่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นางรีบร้อนจึงได้เก็บอาการประหลาดของคุณหนูไว้ในใจก่อนจะเร่งแต่งตัวให้คุณหนูจนเรียบร้อย
แม้ในใจจะกังวลและเป็นห่วงถึงชื่อเสียงของคุณหนูที่เกิดกับบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นชุ่ยหลินก็ได้แต่เก็บงำความทุกข์เหล่านี้ไว้ในใจ
จากนั้นเจ้าอี้เหวินผู้นั้นได้นำท่านหมอชราผู้หนึ่งเข้ามาตรวจอาการของคุณหนู ท่าทางหมอผู้นั้นดูแล้วหาใช่หมอธรรมดาดูจะเก่งกาจและเชี่ยวชาญในการรักษาเป็นอย่างยิ่ง
ชุ่ยหลินมองใบหน้าบุรุษหล่อเหลาแต่น่าหวาดกลัวผู้นั้นก่อนจะรีบก้มหน้าลง
ตั้งแต่พบกันนางบัดนี้เพิ่งกล้าที่จะมองหน้าเขาโดยตรง ภายใต้แสงเทียนนี้ความหล่อเหลาของเขาไม่อาจจะมีผู้ใดเทียบได้
คนของเขาผู้นั้นก็มีใบหน้าที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งท่าทางสูงส่งเหล่านั้นอีกทำให้ชุ่ยหลินไม่กล้ามองเขาซ้ำแล้ว
หลังจากตรวจอาการของหลิวซือซือเรียบร้อย ก็เป็นคุณชายผู้นั้นที่รู้อาการของคุณหนูของนาง
ในขณะที่ชุ่ยหลินได้แต่เงี่ยหูฟัง อีกทั้งองครักษ์หลงยังถูกไล่ให้ออกไปด้านนอกบ่าวเช่นนางก็ไม่กล้าขยับทำสิ่งใดแล้ว
สุดท้ายได้แต่กลับมาเฝ้าคุณหนูที่ถูกวางยาสลบด้วยความเป็นห่วง ในใจได้แต่วิตกและสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น
คุณชายท่านนี้เข้าใจผิดว่าคุณหนูของนางเป็นนักฆ่าแล้วจับถอดอาภรณ์เพื่อคาดคั้นเอาความผิดใช่หรือไม่
แล้วผู้ใดกันที่ทำให้คุณหนูของนางเป็นเช่นนี้ หากคุณหนูเป็นอะไรไปนางจะมีหน้ากลับจวนท่านเสนาบดีได้อย่างไร ชุ่ยหลินขอตายตามคุณหนูไปเสียดีกว่า
"ทูลท่านอ๋อง นางโดนพิษปลุกกำหนัดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยมั่นใจเพราะนางเริ่มมีผื่นเล็กๆ ขึ้นที่ใบหน้านั่นแสดงให้เห็นว่านางแพ้ตังถั่งเช่าซึ่งเป็นสมุนไพรที่ใช้ในพิษชนิดนี้พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะจัดเทียบยาขจัดพิษให้เพียงดื่มและนอนพักขึ้นมาพิษก็สามารถขจัดได้พ่ะย่ะค่ะ"
"แล้วพิษนี้จะทำให้นางได้รับอันตรายหรือไม่"
"พิษชนิดนี้แม้จะเป็นพิษกำหนัด แต่ส่วนผสมบางตัวหายากยิ่งผู้ได้รับพิษจะคล้ายอยู่ในห้วงแห่งความฝันเมื่อตื่นขึ้นมาจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้น คนที่วางยาแม่นางผู้นั้นไม่ต้องการให้นางจำสิ่งใดได้เป็นแน่ ส่วนผลด้านร่างกายด้านอื่นหาได้มีปัญหาแต่ประการใด เพียงแต่ต้องพักผ่อนให้มากหน่อยไม่กี่วันก็หายเป็นปกติพ่ะย่ะค่ะ"
"เข้าใจแล้วเชิญท่านหมอหลวงเถิด เรื่องนี้อย่าได้ให้ผู้ใดรู้ข้าจะส่งท่านกลับจวน"
"กระหม่อมจะจัดเทียบยาให้แม่นาง ดื่มให้ตรงเวลาอย่าได้ขาดเพียงเท่านั้นร่างกายก็ฟื้นได้โดยไวพ่ะย่ะค่ะ"
หมอหลวงเกาผู้ซึ่งเป็นหมอประจำพระองค์ของฮ่องเต้ เพิ่งออกเวรมาพักผ่อนที่บ้านได้เพียงหนึ่งคืนคาดไม่ถึงว่าจะถูกคนที่เขาไม่คาดคิดลักพาตัวมากลางดึกเพื่อรักษาสตรีนางหนึ่ง
ครั้นเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เยาว์วัยด้วยเพราะเขาก็เป็นหมอหลวงมาตั้งแต่หนุ่มแน่นก็พลันรู้สึกดีใจอีกทั้งยังหายใจไม่ออกเพราะอึดอัดยิ่ง
ท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจอีกทั้งยังเป็นจอมเกเรตั้งแต่สมัยเยาว์วัยผู้นี้กลับมาแล้วจริงๆ
"ตกรางวัลให้ท่านหมอแล้วส่งเขากลับจวน"
"พ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อเห็นนายท่านผู้นั้นเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับคนสนิท ชุ่ยหลินพลันรู้สึกดีขึ้นเมื่อนายท่านในอาภรณ์ขาวผู้งดงามหาได้ทำใบหน้าเย็นชาเช่นนายท่านชุดดำผู้นั้น นางจึงรวบรวมความกล้าถามออกไป
"ขอถามนายท่านคุณหนูเป็นอะไรหรือเจ้าคะ"
"ไม่ได้เป็นอันใดมาก นางเหตุใดจึงโดนวางยาเจ้ารู้หรือไม่"
"คุณหนูโดนวางยาหรือเจ้าคะ"
ชุ่ยหลินตกใจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังถูกคาดคั้นต่อด้วยน้ำเสียงเข้มประดุจกำลังไต่สวนนักโทษของเขาผู้นั้นยิ่งทำให้นางหวาดกลัวจนตัวสั่น
"นายท่านดูบ่าวผู้น่ารักคนนี้ นางอ่อนแอเยี่ยงนี้จะทนให้ท่านซักไซ้ได้อย่างไร เดี๋ยวข้าถามนางเองท่านนั่งลงอย่างสงบเถิด"
เมื่อนายท่านผู้งดงามออกหน้าเช่นนั้น ชุ่ยหลินที่น้ำตาคลอหน้าจึงถอนหายใจออกมาในที่สุด
คนน่ากลัวนั่นแม้จะหล่อเหลาเพียงใดนางก็ไม่กล้าสนทนาด้วยแล้ว ครั้นเห็นเขานั่งลงข้างกายผู้เป็นนายท่าทางใกล้ชิดแม้จะเพิ่งพบหน้า ตนเองก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
คนผู้นี้ล่วงเกินนายหญิงของนางไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
อ๋องหนุ่มมองใบหน้างดงามที่นอนหายใจสม่ำเสมอบนเตียงยิ่งเพ่งพิศนางยิ่งงดงามลึกล้ำดูไร้เดียงสา ขนตายาวงอนของนางชวนให้เคลิบเคลิ้มเผลอไผลเป็นอย่างยิ่ง
ร่างกายนี้งดงามเพียงใดเขาจำได้ติดตา รอเถิดหากนางตื่นขึ้นมาเขาจะต้องคาดคั้นเอาความจริงถามนางว่าได้รับยาพิษกำหนัดมาจากที่ใดและเป็นใครที่จ้องทำร้ายนาง
คนผู้นั้นที่วางยาพิษนี้ย่อมต้องการตัวนางเช่นกัน เขาจึงสั่งสอบสวนบุรุษหนุ่มที่อยู่ในโรงเตี๊ยมอย่างเงียบเชียบ ไม่ให้คนที่ไม่รู้เรื่องตื่นตระหนก
"คุณหนูของเจ้ามีศัตรูที่ไหนหรือไม่"
เจ้าอี้เหวินเอ่ยถามชุ่ยหลินจึงตอบว่า
"เรียนนายท่าน คุณหนูเป็นคุณหนูในห้องหอ ท่านพ่อของนางกลัวนางจะต้องตาบุรุษใจร้ายจึงไม่ยอมปล่อยนางออกไปไหนเลยเจ้าค่ะ หากออกไปต้องสวมหน้ากากแผลเป็นตามที่ท่านทราบแล้ว และพวกข้าน้อยกำลังเดินทางไปไหว้พระ จึงได้แวะพักที่นี่บ่าวเพียงแต่ไปนำน้ำมาให้คุณหนู กลับมาพบว่าคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูถูกทำร้าย จึงได้ตามหาคุณหนูจวบจนมาพบท่านเข้า บ่าวไม่แน่ใจว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่เจ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใดเหตุใดจึงมีคนคิดร้าย"
"คุณหนูของเจ้ามีนามว่าอย่างไร"
ชุ่ยหลินเม้มปาก รู้ดีว่าไม่อาจเอ่ยนามจริงของคุณหนูของนางออกไปได้จึงได้กล่าวโกหกออกไป
"คุณหนูแซ่ซือ นามว่าซือ เจ้าค่ะ"
"แซ่ซือ นามซือ หรือ งั้นชื่อของคุณหนูของเจ้าคือซือซือเช่นนั้นหรือ"
"เจ้าค่ะ"
กิริยาของนางทำให้โจวเจ๋อฮั่นรู้สึกว่า บ่าวผู้นี้กำลังโกหก นายบ่าวคู่นี้ไม่อาจปล่อยไปได้จริงๆ เหตุใดจึงต้องพยายามปกปิดตัวตนของสตรีผู้นี้เพียงนั้น หากนางไม่มีเรื่องปิดบังจริง
คนของโจวเจ๋อฮั่นนำยาที่เคี่ยวเสร็จเข้ามาแล้ว ชุ่ยหลินพยายามป้อนหลิวซือซืออยู่หลายครั้งแต่ไม่เป็นผล
จวบจนสุดท้ายเป็นโจวเจ๋อฮั่นที่ต้องลงมือ เขาใช้ปากป้อนให้นางด้วยตนเอง
ชุ่ยหลินบ่าวผู้อ่อนแอถึงกับไม่อาจมองได้ แต่เพราะคุณหนูต้องดื่มยานางจึงได้แต่กล้ำกลืนความอดสูเอาไว้
คนผู้นี้ล่วงเกินคุณหนูซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เรื่องนี้นางจะปล่อยให้คุณหนูรู้ไม่ได้เป็นอันขาด
เมื่อป้อนยาเสร็จ โจวเจ๋อฮั่นจึงลุกขึ้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉยอีกทั้งยังเอ่ยเสียงเย็นกับชุ่ยหลินว่า
"เจ้ายังต้องตอบคำถามของข้าอีกหลายคำ"
"นะนายท่านได้โปรดเชื่อข้า ข้าไม่รู้เรื่องอันใดจริงๆ"
โจวเจ๋อฮั่นยังไม่ทันได้เอ่ยถาม คนของเขาก็เร่งเข้ามารายงานอย่างรวดเร็ว
"เรียนนายท่าน ท่านเจ้าเรือนถูกลอบสังหารขอรับ"
"บัดซบ"
ท่านอ๋องตะโกนอย่างขุ่นมัว เรื่องของเขากับสตรีผู้นั้นยังไม่คลี่คลายอีกทั้งเพิ่งกลับเข้ามาถึงเมืองหลวง
คิดจะพักผ่อนอย่างสงบก่อนจะไปเจอคนน่าเบื่อคนนั้นสักหลายวัน ท่านเจ้าเรือนที่คนของเขาเอ่ยถึงนั้นแท้จริงแล้วคือฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายของเขานั่นเอง
"หากนางฟื้นให้พวกเจ้ารีบส่งม้าเร็วแจ้งข้าทันที คอยดูนางให้ดีให้นางรอข้าอยู่ที่นี่ห้ามนางไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมาเข้าใจหรือไม่"
หลังจัดการย้ำกับคนของตนเองแล้ว โจวเจ๋อฮั่นไม่รอช้าที่จะควบม้ากลับวังหลวงทันที
เขาแน่ใจว่าเสด็จพี่ของเขาไม่ทรงเป็นอันตรายแน่ เพราะองครักษ์วังหลวงล้วนเป็นคนของเขาที่ฝึกฝนไว้เป็นอย่างดี
เพราะไม่ได้พบกันนานหลายปีจึงอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ อีกทั้งคนที่ลอบสังหารคงมีฝีมือไม่น้อยจึงเร้นกายเข้าไปในวังหลวงได้
เช่นนั้นความปลอดภัยของเสด็จแม่ก็ไม่อาจละเลยเรื่องนี้จึงสำคัญยิ่ง
หลงอี้หนานองครักษ์ของหลิวซือซือเป็นผู้มีวรยุทธ์สูงส่งไม่น้อย เมื่อเห็นเป็นโอกาสที่จะนำตัวคุณหนูออกมา
อีกทั้งคนที่เขาคิดว่าน่ากลัวที่สุดทั้งสองออกจากโรงเตี๊ยมไปแล้ว เขาจึงสั่งคนของเขาให้รมยาเหล่าองครักษ์หลวงที่เฝ้านางอยู่ด้านนอก
หลงอี้หนานผู้เก่งกาจไม่นานก็พาหลิวซือซือที่ยังไม่ได้สติพร้อมทั้งชุ่ยหลินออกมาจากโรงเตี๊ยมได้สำเร็จ
พวกเขาขึ้นรถม้ากลับเข้าจวนด้วยความเร่งรีบ ความเร็วของรถม้าทำให้พวกเขาหายเข้าไปในความมืด
ความจริงแล้วเป็นเพราะนานๆ คุณหนูได้ออกจากจวนสักครา นางจึงหาโอกาสเกเรไม่ยอมไปที่วัดเสียที กลับยังรั้งอยู่ในเมืองหลวงไม่ให้นายท่านรู้และเที่ยวเล่นจนมืดค่ำ
จวบจนต้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้และพบเรื่องน่ากลัวเข้า
เรื่องนี้องครักษ์หลงได้สั่งนางเอาไว้ พาคุณหนูกลับเข้าจวนและแจ้งแก่นายท่านว่าคุณหนูรู้สึกไม่สบาย ไม่อาจเดินทางไปที่วัดได้จึงจะเป็นการดีที่สุด
คุณอาจจะชอบ





