
หย่าทวงแค้น
ตอน 2
รมินตาออกจากร้าน เบส คอฟฟีประมาณบ่ายสี่โมง เท้าคู่นั้นเดินไปยังลานจอดรถ มองหารถเก๋งหรูสีขาวคันโปรดที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ เมื่อเจอก็กดเปิดรถแล้วขึ้นไปนั่ง
มือนั้นวางกระเป๋าไว้ข้างที่นั่งคนขับ หันไปกดสตาร์ตรถแล้วเข้าเกียร์ถอยหลังออกจากช่องจอดรถ ก่อนขับเลี้ยวออกไปถนนใหญ่ โดยไม่สังเกตเห็นว่าพื้นด้านใต้รถนั้นมีน้ำมันรั่วอยู่
เท้าเหยียบคันเร่งไปอย่างใจลอย ตอนที่อยู่ในร้านกาแฟเธอมีความสุขมากที่ได้ระบายให้เพื่อนได้รับรู้ความรู้สึกในใจ แม้ว่าจะไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่า
‘พี่หมดรักตาแล้ว ฉะนั้นพวกเราต่างคนต่างไปจะดีกว่า’
รมินตายกมือขึ้นจับแขนผู้เป็นสามีน้ำตาเปื้อนหน้า
‘แต่ตายังรักคุณนะคะ อีกอย่าง บอกตาหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อวานคุณยังบอกรักตาอยู่เลย’
ธาวินทำสีหน้าเหมือนรำคาญพยายามแกะมือออก แต่อีกฝ่ายก็ยังเกาะแน่น จนเขาต้องสะบัดมือนั้นออกไปอย่างแรง
โครม! รมินตาล้มลงพื้นอย่างแรงจนเธอเจ็บหน้าท้องไปหมด ในใจตอนนั้นร้องว่า ‘ลูก’ ยังไม่ทันได้บอกเขาเลยว่าเธอกำลังท้องอยู่ สีหน้าเธอจุกจนพูดไม่ออก เงยหน้ามองเขาด้วยความเสียใจ
‘อะไร แค่นี้ก็ลุกไม่ขึ้น อย่ามาทำสำออย แล้วรีบเซ็นใบหย่า เก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านหลังนี้ซะ’
‘บ้านหลังนี้เป็นบ้านของเรานะคะ ไม่สิ เป็นเงินของพ่อตาที่ซื้อให้พวกเรา ก็เท่ากับเป็นบ้านของตาด้วย’
ธาวินยกยิ้มเยาะจากนั้นก็เดินไปหยิบเอกสารบนโต๊ะ ‘ดูให้เต็มตาว่าบ้านหลังนี้ชื่อใคร’
เอกสารฉบับนั้นถูกโยนใส่หน้ารมินตา หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาอ่าน ก็พบว่าชื่อด้านหลังโฉนดนั้นเป็นชื่อของ “นายธาวิน รังสิมันต์”
เป็นไปได้ยังไง ก่อนหน้านี้ยังเป็นชื่อของพ่อเธออยู่เลย แล้วกลายเป็นชื่อเขาตอนไหน รมินตาเงยหน้ามองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
‘คุณทำอะไรกับพ่อของตา’
สีหน้านั้นไม่อยากจะคิดร้ายกับคนที่เป็นสามี แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ก่อนหน้าที่พ่อเธอจะล้มป่วยนั้น เขาเฝ้าดูแลไม่ห่างตา บางครั้งก็ยังไม่ให้เธอเข้าไปดูแล จนตอนหลังพ่อเริ่มกลายเป็นอัลไซเมอร์จดจำเธอไม่ได้เขาก็เลยไม่ให้เจออีก หนึ่งปีเต็มๆ ที่เธอต้องเสียใจกับการล้มป่วยของพ่อ โรงแรม ในเครือที่ดูแลก็ถูกเทกโอเวอร์ไปหลายสาขา
เธอที่ควรช่วยอะไรพ่อได้บ้าง แต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะอำนาจการบริหารนั้นขึ้นอยู่กับสามีเธอทั้งหมด
ไม่ทันที่เธอจะถาม เขาก็โยนใบหย่ามาให้เธอ รมินตาไม่ยอมเขาก็ดึงแขนไป แล้วพูดคำที่เธอไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้ยินจากปากเขา
‘กูบอกให้เซ็นชื่อลงไป ส่วนมึงจะไปไหนก็ไป โง่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก’ จากนั้นก็จับเธอกดลายนิ้วมือลงไป เขาลุกขึ้นแล้วสะบัดเธอแรงกว่าเดิม
รมินตาอยากบอกเขาว่าในท้องเธอตอนนี้มีลูกของเราอยู่ แต่สายตาและแววตานั้นบอกว่าเขาไม่ต้องการเธออีกแล้ว สองมือพยายามลุกขึ้น แต่เขาคงทนไม่ไหว จึงรีบลากเธอออกไป สุดท้ายก็ปิดประตูใส่
‘วินบอกตาหน่อย ตาผิดอะไร มันเกิดอะไรขึ้น พวกเรารักกันไม่ใช่เหรอ วินยังบอกว่าต่อไปนี้จะดูแลตาเอง วินจำคำสัญญานั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม’
มือเธอเคาะประตูจนกลายเป็นสีแดง แต่อีกฝ่ายก็ไม่แม้แต่จะเปิดประตูออกมา ไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงดังโครมด้านหลัง เมื่อหันหลังมอง ก็พบว่าเขาโยนกระเป๋าเดินทางและเสื้อเธอออกมาเต็มพื้นสนาม มันเป็นภาพแห่งความเจ็บปวดที่เธอยากจะลืมได้
เพราะว่าปวดท้องจนทนไม่ไหว เธอจึงต้องฝืนตัวเองขับรถออกมา แล้วไปยังโรงพยาบาล โชคดีที่ลูกของเธอยังปลอดภัย หลังจากวันนั้น เธอก็ย้ายออกมาอยู่คอนโดที่เคยซื้อเก็บเอาไว้
เสียงมือถือดังขึ้น ทำให้เธอหยุดจากความคิดที่เจ็บปวด เหลือบมองมือถือที่อยู่ในกระเป๋าแล้วหยิบขึ้นมารับสาย
“พี่แทนอยู่ที่กรมตำรวจไหมคะ เดี๋ยวตาจะเข้าไปนะคะ อยากให้ พี่แทนส่งเรื่องขอชันสูตรศพพ่อของตาหน่อยค่ะ”
“พี่อยู่ที่ทำงานพอดีค่ะ น้องตาเข้ามาได้เลย ตอนนี้อยู่ไหนแล้วคะ”
รมินตามองป้ายทางด่วนก็บอกปลายสายไป “รถไม่ค่อยติดเท่าไร คิดว่าอีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงนะ ยังไงรอตาด้วยนะคะ”
“ไม่มีปัญหา เราน่ะขับรถดีๆ ยิ่งกำลังท้องอยู่ด้วย”
คนที่ไม่ได้เป็นพ่อ แต่รู้ว่าเธอท้อง เป็นเรื่องที่น่าหัวเราะสิ้นดี สารวัตรแทนคุณเป็นพี่รหัสสมัยมหาวิทยาลัยที่เธอไม่ได้เจอมานาน
หลังจากขับรถออกจากบ้านวันนั้น เธอก็เข้าไปที่กรมตำรวจเพื่อขอให้ตำรวจผ่าชันสูตรศพพ่อก่อนที่จะเผาในอีกสามวันข้างหน้า ก็พบกับพี่แทนคุณเข้าพอดี เขาเป็นตำรวจยศพันตำรวจตรี จึงช่วยรับเรื่องนี้ และรับผิดชอบคดีด้วยตัวเอง ทำให้เธอเบาใจขึ้นกว่าเดิม คิดว่าหลังจากนัดกับเพื่อนเสร็จแล้ว จะรีบไปหาเพื่อเอาเอกสารที่เหลือไปให้
“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่แทน ตาโอเคแล้วค่ะ” รมินตามองรถข้างหน้าที่จะลงทางด่วนจอดติดอยู่ทางฝั่งขาออก เธอก็พยายามเหยียบเบรก แต่กลับพบว่ารถยังวิ่งอยู่ แถมเหมือนจะเร็วกว่าเดิมเพราะลงทางด่วนพอดี
“พี่แทนคะ รถตาเบรกรถไม่อยู่เหมือนเบรกไม่ทำงาน พี่แทนช่วยตาด้วย”
เสียงนั้นทำเอาปลายสายนั่งไม่ติด เขารีบลุกขึ้นแล้วบอกอีกฝ่าย “อย่าดึงเบรกมือ กดสัญญาณฉุกเฉินแล้วบีบแตร จากนั้นก็ลดเกียร์ชิดซ้ายเอาไว้นะน้องตา เดี๋ยวพี่ไปรับค่ะ”
แต่คนประสบเหตุไม่ได้ยินที่เขาพูดสักนิด เพราะตอนนี้เธอกำลัง สติแตก สารวัตรแทนคุณไม่ทันที่จะพูดต่อก็มีเสียงดังขึ้น
“กรี๊ดดด”
โครม!! รถรมิตาชนเข้ากับรถข้างหน้าอีกคัน ก่อนเหวี่ยงอัดกับเสาตอม่อทางด่วน
“น้องตา!” เขาวิ่งไปยังรถตำรวจแล้วขับออกไปทันที ตอนนั้นก็โทรหากู้ภัยเพื่อหวังให้อีกฝ่ายไปถึงก่อน แล้วช่วยรมินตาได้ทันการณ์
ทางด้านคนประสบเหตุนั้น รมินตาเหมือนได้สติอยู่ แต่เธอกลับรู้สึกปวดท้องอย่างหนัก ก่อนจะพยายามประคองใบหน้าที่แตกจนเลือดออกเพราะกระแทกกับพวงมาลัย ร่างเธอถูกอัดติดกับเสาใต้ทางด่วน มีกลิ่นคาวเลือดลอยแตะจมูก “ลูก ลูก” หญิงสาวก้มลงแล้วยกมือขึ้นแตะหน้าท้องตัวเอง แต่ก็พบว่าท่อนล่างเธอนั้นถูกบีบอัดจนกระทั่งมีเลือดไหลออกมาจากหว่างขา
“ไม่!!! ไม่จริงลูกแม่ ลูกแม่อย่าเป็นอะไรนะ ลูกต้องอยู่กับแม่อย่าทิ้งแม่ไป” เสียงเธอร้องไห้ปานขาดใจ เสียงไซเรนดังก้อง แต่หูเธอกลับไม่ได้ยิน
มีน้ำมันรั่วออกจากถังน้ำมันด้านล่าง ตอนที่กู้ภัยกำลังจะเข้าไป ช่วยนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้หน้ากระโปรงรถ
“ถอยก่อน รถระเบิด” เสียงกู้ภัยตะโกนพร้อมรีบกระโดดหลบ อย่างรวดเร็ว เสียงไซเรนรถตำรวจดังมาแต่ไกล รถตำรวจจอดที่ระยะห่างพอสมควร แต่เพราะรถที่ติดจำนวนมากเลยเข้าไปไม่ถึงจุดเกิดเหตุ แทนคุณรีบทิ้งรถ เปิดประตูแล้ววิ่งมาจะไปที่รถ หากกู้ภัยก็ขวางทางเอาไว้
“ปล่อย! ผมเป็นตำรวจ”
เขาผลักคนที่ห้ามออก แล้ววิ่งเข้าไปทั้งที่เพลิงลุกไหม้ คนอยากห้ามก็ห้ามไม่ทัน ภาพที่ทุกคนเห็นคือชายที่เป็นตำรวจวิ่งเข้าไปทั้งที่รถกำลัง ลุกไหม้
ท่ามกลางความตกใจนั้น กู้ภัยก็รีบหยิบถังดับเพลิงมาดับเพลิงที่ ลุกไหม้ จากนั้นก็เห็นภาพของตำรวจนายนั้นอุ้มหญิงสาวที่คาดว่าเป็นคนขับออกมาได้ในสภาพที่ถูกไฟลวกตามแขนพอสมควร
พวกเขารีบรับผู้บาดเจ็บ พอดีกับที่รถฉุกเฉินมาถึงที่เกิดเหตุ ในรถฉุกเฉินนั้นหมอที่อยู่ด้วยหันมองคนเจ็บสองคน
“ช่วยเธอก่อน” เสียงแทนคุณที่เจ็บพูดออกมาทั้งที่แขนแสบร้อน ไปหมด หมอรีบจับชีพจร ใช้เครื่องวัดหัวใจอีกฝ่าย หันมองหญิงสาวที่ถูก ไฟคลอกทั้งหน้าจนมีเนื้อหนังหลุดออกมา หากแต่เสียงอันแหบพร่าและใกล้หมดแรงนั้นพูดออกมา “ลูก ช่วยลูกฉันด้วยค่ะคุณหมอ” สิ้นคำเธอก็หมดสติไป
แทนคุณเอื้อมไปจับมือรมินตา “น้องตาอดทนอีกนิดนะคะ ทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไร พี่อยู่ตรงนี้แล้ว เราต้องอดทนเอาไว้” ชายหนุ่มสบตาด้วยความกระวนกระวาย ยิ่งได้เห็นดวงตาอีกฝ่ายใกล้จะปิดเขาก็รีบพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “อดทนไว้ พี่แทนอยู่นี่แล้วค่ะ พี่กำลังจับมือน้องตาอยู่ เข้มแข็งไว้นะคะ เข้มแข็งให้เหมือนกับน้องตาคนที่พี่เคยรู้จัก”
แม้ว่าบาดแผลไฟไหม้ที่เกิดจากการเข้าไปช่วยรมินตาจะสร้าง ความเจ็บปวดให้เขามากเพียงใด แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงมัน เพราะหัวใจเขาห่วงใยรมินตามากกว่าห่วงตัวเอง แทนคุณจับมือรมินตาไว้แน่น มองดูเปลือกตาที่ปิดสนิทด้วยหัวใจที่ร้อนรน
“น้องตาอดทนไว้ ได้โปรด เข้มแข็งเพื่อพี่สักครั้ง”
ตื๊ดดดดดด...
คุณอาจจะชอบ





