ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อาหมอ

อาหมอ

สัมผัสอันลึกซึ้งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างอาและหลานสาวบุญธรรมอย่างญ๋า นำมาซึ่งความรู้สึกผิดและการปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยน เมื่อความสัมพันธ์ก้าวข้ามเส้นแบ่งจนเกิดเป็นความแนบชิดที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อน อาผู้แสนดีจึงเอ่ยคำขอโทษด้วยความอาทร เพราะตระหนักดีว่าความไร้เดียงสาของเธออาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดในค่ำคืนที่แสนเปราะบางนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักและความกังวลใจที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

เขากอดคนตัวเล็กตอบกลับและลูบหลังเธอเบาๆ แต่เวลานั้นก็ยังสัมผัสได้ว่าเธอยังพยายามเบียดตัวเข้ากอดเขา แม้ว่านั่นจะเป็นอ้อมกอดที่แน่นมากแล้วก็ตาม ราวกับว่าเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยและกลัวบางอย่าง

“ฮึก อาคะ ญ๋าจะเป็นอะไรไหมญ๋ากลัว ช่วยด้วยค่ะ ฮือ~” เนื้อตัวสาวสวยสั่นจนน่าเป็นห่วง เธอไม่สามารถควบคุมจังหวะหายใจของตัวเองได้ในเวลานี้

“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก ไม่ต้องคิดมากนะญ๋า” 

“ฮือๆ~” 

“ใจเย็นๆ นะครับ ญ๋าเป็นอะไรเล่าให้อาฟังซิ๊...” คุณอาหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเพื่อให้เธอคลายความกังวลลง เพราะคิดว่าเธอน่าจะเป็นโรคที่เขาคาดการไว้ในก่อนหน้า แต่ไม่ได้เอ่ยถามไป

“ไม่รู้ค่ะ อยู่ๆ ญ๋าก็ใจสั่นนอนไม่หลับแล้วญ๋าก็หายใจไม่ออก มันเป็นแบบนี้อีกแล้ว ฮือ ญ๋ากลัว” 

ผมใช้มือสองข้างประคองหน้าของเด็กสาวไว้ ก่อนจะมองสำรวจสีหน้าและอาการของเธอ น้ำใสอาบแก้มของเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหน้าของผม

“หายใจเข้าลึกๆ นะทำตามที่อาบอก เดี๋ยวมันจะดีขึ้น” 

“ฮึก ฮึกๆ” 

“อาอยู่ตรงนี้นะ ญ๋าไม่ต้องกลัว” เขาพูดพร้อมกุมมือเธอไว้แน่น สายตาแสนอบอุ่นก็ยังมองเธออยู่ไม่วางตา

มันเป็นอาการทางความคิดและความรู้สึก ซึ่งการให้คนไข้รักษาตัวเองนั้นคือพื้นฐาน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเธอควรต้องใช้ยาควบคู่ในการรักษา ซึ่งผมไม่อยากให้ญ๋าต้องไปถึงขั้นนั้น

“พยายามหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นะ…” 

“ฮึก…” เธอพยายามฝึกจังหวะหายใจนั้นให้เป็นไปอย่างปกติ ไม่ช้าหรือเร็วไป

ดูเหมือนอาการที่เธอเป็นอยู่จะเรียกว่าแพนิค ซึ่งมันไม่ค่อยเป็นผลดีเลยที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาแพทย์ที่ใกล้จะเป็นหมออาชีพอย่างเธอ...

“ถ้ายังกลัวอยู่ เดี๋ยวอาไปส่งเข้านอนดีไหม” 

“ฮึก ญ๋าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ” 

“ใช่ครับ ญ๋าจะไม่เป็นอะไร เดี๋ยวอาจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าญ๋าจะดีขึ้น โอเคไหมครับ” 

ห้องนอนญะญ๋า...

เธอเอนตัวลงนอนในขณะนั้นก็มองจ้องไปที่คุณอาของเธออย่างไม่คลาดสายตา เขาพยายามช่วยเธอกำหนดลมหายใจเข้าและออก มือหนากุ่มมือน้อยของหลานสาวไว้แน่นเพื่อให้เธอผ่อนคลายและหลับลงได้อย่างสบายใจ

“นอนเถอะ อาอยู่นี่ไม่ไปไหนหรอก” 

อาการที่เธอเป็นอยู่นี้ มันควรได้รับการรักษา หากปล่อยไว้นานผมเกรงว่ามันจะเป็นโรคที่ยากเกินจะรักษาและควบคุมได้

เมื่อญะญ๋าเริ่มผ่อนคลายความกลัวลง เธอจับกุมมือหนาของคุณอาไว้แน่นด้วยสองมือน้อยของเธอ จนเขาไม่สามารถดึงมันออกเมื่อเห็นว่าเธอหลับไป

ตอนนี้หลานสาวของผมหลับไปแล้ว แต่มือสองข้างของเธอยังจับมือผมไว้แน่นแถมตอนนี้เธอยังดึงแขนผมไปกอดอีกด้วย

ถ้าดึงออกตอนนี้เธอจะตื่นไหมนะ แบบนี้อาจะกลับห้องยังไงล่ะเนี่ย...

เขานั่งสัปหงกมองเธอหลับอยู่แบบนั้น แต่ตัวเองก็แทบจะฝืนลืมตาไม่ไหว 

ฟุบ!

จังหวะที่คนตัวเล็กพลิกตัว เธอลากแขนล่ำที่จับอยู่ไปนอนกอดอย่างสบายใจ จนทำคนที่นั่งสัปหงกอยู่ล้มลงไปนอนซ้อนอยู่ด้านหลังของเธอบนเตียงนุ่มนั้น

“ญะ ญะญ๋า~” 

แขนล่ำข้างที่เธอกอดอยู่นั้น มันแนบชิดสนิทกับก้อนเนื้อนุ่มบนหน้าอกของเธอ จนทำคุณอารู้สึกไม่ดีกับท่าทางที่เขานอนอยู่ในเวลานี้

“ญ๋า~” 

เธอกระชับกอดแขนล่ำของเขาแน่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนุ่มที่ฟังแล้วผ่อนคลายเช่นนั้น และเวลานี้ท่อนแขนของเขาไม่เพียงแต่ถูกมือของเธอจับไว้ ยังโดนร่องอกอวบหนีบไว้ไม่ปล่อยอีกด้วย

“เฮ้อ นอนไปแบบนี้จะเป็นอะไรไหมนะ...” เขาพูดถามกับตัวเองก่อนจะหาวเมื่อพูดจบประโยค “หาว~” 

แม้ว่าจะรู้สึกว่ามันดูไม่ดีที่อาหลานจะนอนด้วยกันในท่าทางแบบนี้ แต่เขาก็กลัวว่าจะทำเธอตื่นขึ้นมาเผชิญกับความกลัวอีกครั้ง หากเป็นเช่นนั้นไม่ใช่แค่เธอจะไม่ได้พักผ่อน เขาเองก็เช่นกัน

เขาไม่กล้าทิ้งเด็กที่ดูเปราะบางอย่างเธอไปในเวลานี้ จนปล่อยตัวนอนหลับไปแบบนั้นโดยมีคนตัวเล็กนอนอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของตน

เช้าวันรุ่งขึ้น...

คนตัวเล็กค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น เพราะรู้สึกถึงความผ่อนคลายบริเวรช่วงหน้าอก ซึ่งเมื่อก้มลงมองก็เห็นว่ามือหนาของคนที่กอดเธออยู่นั้นกำลังบีบเคล้นเนื้อนุ่มของเธอเต็มมือ

“...” 

แต่พอหันไปมองเธอก็เห็นว่าเขายังหลับอยู่ และเพิ่งสะดุ้งตื่นเมื่อตอนที่เธอเรียกปลุกเขา “อาปืนคะ...” 

“อือ” เจ้าของคนหล่อสุขุมลืมตาตื่น มือหนาก็ยังคงบีบเคล้นเนื้อนุ่มนั้นไม่ปล่อย “อุ๊ย อาขอโทษนะ!” เขารีบดึงมือออกทันทีเมื่อรู้สึกว่าตัวเองทำบางสิ่งที่ไม่เหมาะสมอยู่ และรีบดันตัวขึ้นนั่งบนเตียง ...เวรแล้วกู ทำอะไรลงไปเนี่ย

“เมื่อกี้.. อาละเมอเหรอคะ หรือว่า...” 

“ใช่ๆ อาละเมอน่ะ อาไม่ได้ตั้งใจจะบีบ เอ่อ จะจับ คือจะ จะ... อาขอโทษนะญ๋า” เขาไม่รู้จะพูดถึงการกระทำน่าอายของตัวเองนั้นว่าอะไร เพราะไม่ว่าจะใช้คำสวยหรูแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็ทำสิ่งที่ไม่ควรทำไปแล้ว คือการบีบเคล้นหน้าอกของหลานสาว

“ไม่เป็นไรค่ะ ญ๋าต้องขอโทษอามากกว่า ที่เดือดร้อนอาต้องมานอนเฝ้าญ๋าทั้งคืน” 

เธอไม่ได้ติดใจกับเรื่องเมื่อครู่ เพราะรู้ว่าการเป็นหมอนั้นเหนื่อยแค่ไหน หากจะนอนละเมอทำสิ่งที่เคยทำอยู่ประจำก็ไม่แปลก 

“แล้วดีขึ้นหรือยัง ไม่มีอาการอะไรแล้วใช่ไหม” 

เธอดันตัวขึ้นนั่งบนเตียง และสำรวจร่างกายของตัวเองให้แน่ใจ “ไม่มีแล้วค่ะ ญ๋าดีขึ้นแล้ว” 

ตอนที่คุยอยู่กับเธอนั้น เขาไม่สามารถควบคุมสายตาของตัวเองไว้ได้ เพราะเหมือนว่ามันอยากจะจ้องมองที่ส่วนนั้นของเธออยู่ตลอด

ผมจับนมคนไข้มาเป็นร้อยเป็นพัน แต่ไม่เคยรู้สึกผิดแบบครั้งนี้มาก่อนเลย เพราะในหัวผมมันกลับคิดเรื่องอกุศลกับเธอไม่หยุด

‘นิ่มจัง’ หยุดคิดบ้าๆ สิวะ! ‘ใหญ่มาก’ หยุดนะเว้ย! ‘ญะญ๋าโตเป็นสาวแล้ว’ ห้ามคิดแบบนั้นนะ!

“อากลับห้องก่อนนะญ๋า” เขารีบวิ่งออกจากห้องนอนของเธอไป เพราะเสียงในหัวกำลังตีกันเรื่องของเธอที่เขาไม่ควรคิด

ติ๊ง! (ตื่นหรือยังคะคุณหมอญะญ๋า เจอกันที่โรงพยาบาลนะ) 

ข้อความจากแสนดี เพื่อนรักคนสนิททักไลน์มาปลุกเธอแต่เช้า และข้อความที่อ่านแล้วรู้สึกถึงความสดใสนั้นมันก็ทำให้เธออยากจะลุกขึ้นจากเตียงไปทำหน้าที่คุณหมอ

ตึก! (เจอกันที่โรงพยาบาลนะคะ คุณหมอแสนดี^^) 

เธอตอบกลับข้อความของแสนดี ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวออกไปฝึกงานวันแรก

เริ่มแล้วสินะการเป็น extern วันแรกของฉัน...

@โรงพยาบาล

“ญ๋า เลิกงานแล้วไปหาอาที่ห้องทำงานด้วยนะ” ผมตั้งใจว่าจะพาเธอไปปรึกษาแพทย์ถึงอาการแพนิคของเธอที่เป็นอยู่

“ค่ะ” 

เขาเดินมาส่งเธอถึงที่แผนกฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่าเธอถูกหลายสายตาจับจ้องมาที่เธอ เพียงเพราะเดินมากับคุณหมอสุดฮอตของโรงพยาบาล

“ไม่มีอะไรต้องกลัว ทำงานให้เต็มที่นะ...” คุณหมอปืนพูดให้กำลังใจหลานสาว

“ค่ะอาปืน” 

คนตัวสูงดึงมือออกจากเสื้อกาวน์และลูบหัวคนตาใสเบาๆ เพื่อให้เธอไม่รู้สึกเป็นกังวล 

“เย็นนี้เจอกันนะ” 

“อาแกเหรอ?” เสียงคุ้นหูเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้ชายคนที่เธอถามถึงเดินจากไป

“ใช่ อาปืนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ไง” 

“extern คนใหม่เป็นหลานของหมอปืนเหรอ?” 

“ใช่ค่ะ” ญะญ๋าตอบกลับคำถามของพยาบาลสาวอย่างเป็นมิตร

“งั้น พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” 

“คะ?” 

“หมอปืนมีแฟนหรือยัง เขาแอบซุกลูกเมียไว้ที่บ้านจริงไหมพี่อยากรู้” เธอถามถึงข่าวลือเกี่ยวกับหมอปืนที่ว่านั้น เพราะไม่เห็นว่าเขาสนใจใคร หรือประกาศว่าตัวเองมีแฟนซักที จนทำให้คนในโรงพยาบาลต่างคิดว่าเขาซุกลูกเมียไว้ที่บ้าน

“ไม่มีนะคะ อาปืนอยู่บ้านคนเดียวค่ะ” 

“จริงเหรอ สรุปไม่มีเมียจริงๆ นะ” เธอถามน้ำเสียงดีใจ พยาบาลสาวกลุ่มใหญ่บริเวณนั้นที่ได้ยิน ต่างก็พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชอบใจเมื่อรู้ว่าอาหมอของเธอยังไม่มีแฟน

“ไปเตรียมตัวเข้างานเถอะญ๋า...” แสนดีพูดบอกกับญะญ๋า โดยไม่สนใจเรื่องที่พยาบาลพวกนั้นกรี๊ดชอบใจกันอยู่

“งั้นเดี๋ยวฉันมานะ เอาของไปเก็บก่อน” 

“เดี๋ยว.. ลืมอะไรหรือเปล่า” แสนดีถามถึงสิ่งที่เธอและญะญ๋าทำกันอยู่ประจำเมื่อได้เจอกัน

“เมื่อไหร่จะเลิกทำแบบนี้เนี่ย” ถึงปากจะบ่นอุบ แต่เท้าเล็กกลับก้าวเข้าไปหาเพื่อนสนิท และยื่นหน้าผากสวยให้กับแสนดีอย่างรู้งาน

จุ๊บ ริมฝีปากสวยได้รูปจุ๊บลงเบาๆ ที่หน้าผากของอีกคนอย่างเคยชิน

“ฉันรอตรงนี้นะ ไปเก็บของเร็วๆ เลย” 

“ทำเหมือนฉันเป็นเด็กไปได้ เดี๋ยวใครก็เข้าใจผิด คิดว่าฉันเป็นน้องแกหรอก” เธอบ่นเพื่อนสาวเสร็จก็รีบวิ่งไปเก็บของทันที เพราะใกล้ถึงเวลาเข้างานแล้ว

“พี่น้องที่ไหนเขาทำกันแบบนี้ล่ะยัยบ้า...” สาวสวยผมสั้นกระตุกยิ้มให้กับความซื่อของญะญ๋า ที่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนเธอก็ไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อออกไปเลยสักนิด

วันนี้ทั้งวันสาวสวยขี้กลัวสามารถควบคุมความกังวลของตัวเองได้ดี เพราะงานที่ไม่ได้ยากเกินความสามารถ มีการผ่าตัดเล็กก็ผ่านไปได้ด้วยดี วันนี้เธอเจอแต่งานถนัดและสิ่งที่ฝึกซ้อมมาเหมือนโชคเข้าข้าง

โล่งอกไปทีที่การลงสนามจริงวันแรกของฉันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย...

ช่วงเย็นเลิกงาน...

“หมอปืน มารอรับหลานเหรอคะ?” เสียงหวานที่พูดอ่อยนั้น ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้ว่าควรวางตัวและตอบกลับอย่างไร

“ใช่ครับ” 

“เสร็จแล้วค่ะอา” 

“ไปเถอะอานัดหมอไว้แล้ว ขอตัวก่อนนะครับ...” เขาพูดบอกหลานสาว ก่อนจะหันมาบอกลาสาวๆ พยาบาลเอฟซีกลุ่มใหญ่

“กลับบ้านดีๆ นะน้องญะญ๋า~” 

เสียงหวานของพยาบาลที่แผนก พร้อมใจกันโบกมือลาส่งเธอกลับบ้าน แต่ทว่าสายตาของแต่ละคนกลับไม่ได้มองไปที่ญะญ๋าเลยสักนิด เพราะพวกเธอมัวแต่โฟกัสคนที่สนใจนั่นคือ ‘หมอปืน’ 

“พรุ่งนี้เจอกันญะญ๋า รีบมานะ...” 

“กลับก่อนนะแสนดี..” เธอพูดตอบกลับแสนดีที่ยืนอยู่ข้างๆ พรางโบกมือลาและส่งยิ้มหวานให้เพื่อน และดูท่าเธอจะเฉยๆ กับความหล่อของคุณหมอปืนต่างจากคนอื่นที่แสดงออก

--------------------------------------------------------------------------

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า ฉันกลายเป็นพี่สะใภ้ของประธานสารเลว
9.8
หลังขอหย่าเป็นครั้งที่ 99 หลินหว่านยินกลับถูกฟู่ซือเหนียนไล่ลงจากรถอย่างไม่ใยดีเพียงเพราะเขารับสายจากคนรักในใจ เขาดูแคลนเธอและมั่นใจว่าหากขาดเขาไปเธอก็คงไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อพี่ชายของเซี่ยจือเวยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าหาเธอและสนับสนุนให้เธอหย่าขาดจากสามีใจร้ายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างประเทศ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แตกร้าวและการดูถูกที่เธอได้รับมาโดยตลอดจากคนเป็นสามีอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หน้าปกนวนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
To save her family from bankruptcy and debt, young Pichaya is forced into a humiliating contract as a plaything for Poramet, a billionaire diamond tycoon. Though he views her as a mere commodity with no right to be the mother of his children, Pichaya must endure his cold cruelty and savage desires. Trapped in a cycle of submission until she graduates, she realizes that the man the world admires is a heartless predator who will never grant her freedom as long as he remains unsatisfied.
หน้าปกนวนิยาย CHECKMATE อยากรัก ต้องรีบรุก
8.6
เมื่อรุ่นน้องจอมตื๊ออย่างอาร์เดินหน้าจีบฉันไม่หยุด แต่ใจฉันกลับมีเพียงโย เพื่อนสนิทที่แอบรักข้างเดียวมาตลอด ทว่าเหตุการณ์กลับวุ่นวายเมื่อโยประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันคือเมียเขาเพียงเพื่อจะกันท่าคนอื่น แต่เขากลับขอให้ฉันช่วยจีบผู้หญิงอีกคนเป็นการแลกเปลี่ยน ความเจ็บปวดนี้ทำให้อาร์ก้าวเข้ามาเยียวยาหัวใจจนความผูกพันเริ่มก่อตัว ในขณะที่ท่าทีของโยก็เริ่มเปลี่ยนไปจนเกินคาดเดา สุดท้ายแล้วความรักที่วุ่นวายครั้งนี้จะจบลงที่ใคร
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ