ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย

ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย

แพทย์ทหารหญิงยุคปัจจุบันตื่นมาในร่างภรรยาตัวร้ายในนิยาย ชะตากรรมเดิมของนางคือความตาย ส่วนสามีจะกลายเป็นจอมอำมหิตที่สังหารแม้กระทั่งพระนางเพื่อแก้แค้นให้ลูก เพื่อหนีจากจุดจบอันเลวร้าย นางจึงต่อรองกับสามีผู้เหี้ยมโหดว่าจะรักษาขาที่พิการของเขาให้หายขาด เพื่อแลกกับหนังสือหย่าและอิสรภาพ ภารกิจเอาชีวิตรอดจึงเริ่มขึ้น นางต้องรับหน้าที่ดูแลลูกชายฝาแฝดทั้งสี่คนให้เติบโตอย่างปลอดภัย พร้อมกับเยียวยาสามีสุดอันตราย ความพยายามนี้มีไว้เพื่อเปลี่ยนเนื้อเรื่องเดิมและดึงตนเองให้พ้นจากความตาย
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1

ตอนที่ 1 ไสหัวออกไป

“เหตุใดท่านแม่ถึงไม่ขยับแล้วล่ะ”

“คงไม่ใช่ว่าสิ้นใจไปแล้วนะ”

“ตายๆ ไปก็ดี จะได้ไม่ต้องมีใครตีพวกเราอีก”

ลู่เจียวยังไม่ทันลืมตา ก็ได้ยินเสียงยินดีปรีดาในความโชคร้ายของผู้อื่น

เมื่อนางลืมตา ก็เห็นเด็กชายสี่คนอยู่ด้านข้าง เด็กชายพวกนี้หน้าเหลืองซูบซีด ร่างผอมจนมีแต่หนังหุ้มกระดูก ราวกับลูกเจี๊ยบตัวน้อย

ลู่เจียวยังไม่ทันเอ่ยสิ่งใด เด็กชายสี่คนที่อยู่ด้านข้างเห็นนางฟื้นขึ้นมา สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที ทุกคนต่างหันหลังวิ่งหนี พร้อมตะโกนด้วยความหวาดผวา

“ท่านแม่ฟื้นแล้ว”

“ท่านแม่จะตีคนอีกแล้ว”

“ท่านพ่อ ช่วยด้วย”

“พวกเราไม่ได้แอบกินไข่ของนางเสียหน่อย!”

ลู่เจียวมองเด็กชายพวกนั้นวิ่งหนีด้วยความประหลาดใจ แล้วกวาดสายตาไปรอบทิศ

ลานที่ล้อมรอบด้วยกำแพงดินเต็มไปด้วยรอยด่าง ตรงกลางลานมีบ้านโคลนร้าวที่หลังคาเป็นหญ้าคาอยู่สามหลัง บ้านโคลนร้าวสองหลังตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของเรือนหลัก นอกจากเรือนดังกล่าว ไม่มีอะไรในลานกว้างนี้อีก

ที่นี่ที่ไหน ฉันไม่ได้ตายไปแล้วหรือ

เธอคือหมอทหารหญิงในศตวรรษยี่สิบเอ็ด โดนปืนใหญ่ของศัตรูยิงขณะที่รักษาทหารที่บาดเจ็บอยู่ ตามหลักแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะรอดชีวิต

ทันทีที่ลู่เจียวรู้สึกตัว ความทรงจำมากมายก็ท่วมท้นในสมองของเธอ เธอพลันเข้าใจในสถานการณ์ ณ ตอนนี้ทันที

ที่แท้ก็เพราะทะลุมิติมาอีกยุคหนึ่งนี่เอง เธอกลายเป็นลู่เจียว ภรรยาของเซี่ยอวิ๋นจิ่น ซิ่วไฉแห่งเมืองชีหลี่ ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลชิงเหอ แคว้นต้าโจว

นิสัยของลู่เจียวยากจะอธิบายด้วยคำพูดสั้นๆ  ไม่เพียงแต่เป็นแม่นางที่มีวาจาและท่าทีหยาบคาย ยังชอบกระทำโหดร้ายทารุณ

นางไม่สบอารมณ์เล็กน้อยก็สบถหยาบและเฆี่ยนตีผู้อื่นไปเรื่อย แม้กระทั่งแฝดสี่ที่เป็นลูกในไส้ นางยังเฆี่ยนตีอย่างโหดเหี้ยม ฉะนั้นแฝดสี่ต่างก็หวาดกลัวนางอย่างมาก

เช้าวันนี้ หลังจากนางตื่นนอนก็ต้มไข่สองฟอง เหตุเพราะร้อนเกินไปเลยไม่ทันได้กิน จึงไปเข้าสุขาก่อน  แต่ตอนกลับมาไข่กลับหายไป

ฉะนั้นนางคิดว่าไข่สองฟองนั้นต้องโดนบุตรชายทั้งสี่ขโมยไปกินแน่ๆ จึงใช้ไม้ตีพวกเขาสุดแรง สุดท้ายเพราะใช้แรงมากเกินไป ไม่ทันระวังตัวจนลื่นล้ม ศีรษะไปกระแทกกับก้อนหิน เธอก็เลยทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนาง

ลู่เจียวมองร่างอ้วนท้วนของตัวเองด้วยสีหน้างวยงง แล้วเหลือบมองแฝดสี่ที่ผอมแห้งเหมือนขาดสารอาหารอย่างรุนแรง เลยอดสงสารเด็กพวกนี้ไม่ได้

เพียงแต่เวลานี้นางเสียเลือดมากเกินไป ทำให้วิงเวียนศีรษะ จึงต้องเข้าไปพักผ่อนในเรือนก่อน

ลู่เจียวเพิ่งจะเดินเข้าไปในเรือนหลังเก่าชำรุด ก็ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นแผ่วเบาดังมาจากในเรือนนอนตะวันออก

“ท่านพ่อ พวกเราไม่ได้ขโมยไข่ท่านแม่มากินจริงๆ”

“อืม ข้าก็ไม่ได้ขโมย ท่านพ่อเคยสอนว่าถ้าไปหยิบของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่าเป็นโจร พวกเราไม่มีทางเป็นโจรแน่นอน”

“แต่ท่านแม่ไม่เชื่อพวกเรา หาว่าพวกเราเป็นขี้ขโมย แล้วยังเอาไม้เรียวเฆี่ยนตีพวกเรา”

เสียงร้องไห้จากเรือนตะวันออกนี้ ไม่ใช่เสียงร้องไห้โวยวาย แต่กลับเป็นเสียงสะอึกสะอื้นของเด็กๆ ที่เหมือนกำลังอัดอั้นเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม แค่ได้ยินเสียงก็ทำให้อดสงสารไม่ได้

ลู่เจียวกำลังเดินไปที่เรือนตะวันออก ทันทีนั้นเสียงสะอึกสะอื้นของเด็กน้อยก็เงียบสงัดลงทันที ใบหน้าของเด็กทั้งสี่คนซีดเซียวดุจไก่ต้ม แล้วรีบวิ่งไปขดตัวตรงหัวเตียง ร่างชิดผนังจนเกือบแทรกเข้าไปในผนัง

ลู่เจียวกำลังจะเอ่ยพูด จู่ๆ ก็มีคนเอ่ยก่อน “ลู่เจียว เจ้านึกว่าข้าเป็นอัมพาตจนเอาเรื่องเจ้าไม่ได้ใช่หรือไม่จึงชอบทำนิสัยแย่ๆ เช่นนี้”

ภาพบนเตียงปะทะสายตาลู่เจียวเข้าอย่างจัง จนสติล่องลอยไปชั่วขณะ

บนเตียงเก่ามีบุรุษร่างผอมคนหนึ่งนอนอยู่ แม้จะดูผอมแห้ง ทว่ารูปลักษณ์หน้าตาหล่อเหลา ผมดำเงาดั่งหมึก ผิวพรรณประดุจหยกเย็น แววตาแพรวพราวคู่นั้นยิ่งเย้ายวนใจคน

ทั้งๆ ที่ตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ทว่ากลับไม่ได้ดูน่าเวทนาแม้แต่น้อย

เพียงแต่เวลานี้ แววตาดำสนิทราวกับหมึกดำแผ่ซ่านความอำมหิตออกมา และกำลังจับจ้องลู่เจียวอยู่เช่นนั้น

หากว่าเขาขยับได้ ตอนนี้ลู่เจียวคงถูกคนคนนี้บีบคอจนตายอย่างไม่ต้องสงสัย

เซี่ยอวิ๋นจิ่นที่อยู่บนเตียงเห็นลู่เจียวไม่แสดงทีท่าใด ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมอีกครั้ง “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าห้ามแตะต้องแม้แต่ขนเส้นเดียวของพวกเขา เจ้าไม่ได้ยินหรือไร”

ลู่เจียวได้ยินคำพูดของเขา จึงใคร่อธิบาย “ข้า?”

เพียงแต่นางยังไม่ทันเอ่ยออกมา ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู คนที่มาเยือนยังไม่ทันเข้ามา มีเพียงเสียงเป็นห่วงเป็นใยดังขึ้นก่อน

“น้องสาม วันนี้เป็นเช่นไรบ้างแล้ว ดีขึ้นหน่อยไหม”

คนในเรือนมองคนที่กำลังเดินเข้ามา เขามีร่างซูบผอมและหลังค่อม ผิวพรรณดำคล้ำ ที่จริงแล้วเขามีอายุเพียงสามสิบเท่านั้น ทว่ากลับดูมีอายุราวสี่สิบกว่าปี

นี่คือพี่ชายคนรองของเซี่ยอวิ๋นจิ่น นามว่าเซี่ยเอ้อร์จู้

สามวันก่อน เซี่ยอวิ๋นจิ่นโดนรถม้าในหมู่บ้านชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เซี่ยเหล่าเกินและเซี่ยเหล่าไท่ซึ่งเป็นบิดาและมารดาของเซี่ยอวิ๋นจิ่นสั่งให้คนไปตามหมอมารักษาเขาทันที

หลังจากที่หมอมาดูอาการ เซี่ยอวิ๋นจิ่นบาดเจ็บสาหัสเกินไป ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ในการรักษา ทว่าต่อให้รักษา ก็อาจจะกลายเป็นคนพิการ อาจต้องเป็นอัมพาตติดเตียงไปตลอดชีวิต

เมื่อเซี่ยเหล่าเกินและเซี่ยเหล่าไท่ได้ยินคำพูดเช่นนี้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปในทันที จึงปรึกษาหารือกันว่าจะรักษาดีหรือไม่ รักษาไปแล้วจะได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ อีกอย่าง ถ้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นอัมพาต แล้วใครจะออกไปหาเลี้ยงครอบครัว

เซี่ยเหล่าเกินและเซี่ยเหล่าไท่มีบุตรชายสี่คนและบุตรีหนึ่งคน เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นบุตรคนที่สาม เซี่ยเหล่าเกินโปรดปรานบุตรคนโต ส่วนเซี่ยเหล่าไท่ก็รักและเอ็นดูคู่แฝดชายหญิงสุดท้องที่สุด

เซี่ยอวิ๋นจิ่นและพี่ชายคนรองไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก

ทว่าตอนที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นแปดขวบ อาจารย์ที่เป็นถึงบัณฑิตในหมู่บ้านคนหนึ่งสังเกตเห็นว่าเขาเป็นคนฉลาดหลักแหลม จึงมาเกลี้ยกล่อมให้เซี่ยเหล่าเกินและเซี่ยเหล่าไท่ส่งเสียเขาร่ำเรียนหนังสือ

หลังจากนั้น ผลการเรียนของเขากลายเป็นที่ตกตะลึง แรกเริ่มเขาสอบผ่านถงเซิง แล้วจึงสอบผ่านซิ่วไฉ

เขากลายเป็นปัญญาชนคนแรกของหมู่บ้านในหลายสิบปีมานี้ ทุกคนในหมู่บ้านตระกูลเซี่ยต่างภูมิใจในตัวเขา เซี่ยเหล่าเกินและเซี่ยเหล่าไท่ต่างได้รับความเคารพจากคนอื่น เลยมาทำดีกับบุตรคนที่สาม แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส ชีวิตของเขาเลยกลับมาตกอับอีกครั้ง

ผลสรุปสุดท้ายจากที่ตระกูลเซี่ยหารือคือแยกครอบครัวกัน พวกเขาเอาห้าตำลึงเงินมาให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นรักษา ถ้ารักษาหายก็ดีไป แต่ถ้าไม่หายก็คือโชคชะตาของเขาแล้ว

แต่ลู่เจียวไม่ยอมให้แยกครอบครัวเช่นนี้ ทว่าคนในตระกูลเซี่ยไม่สนใจนาง แล้วยังขับไล่พวกเขาให้มาอยู่ในเรือนหลังเก่านี้

นางโกรธมาก เลยไม่ยอมเอาเงินให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นไปรักษา สุดท้ายเป็นเซี่ยเอ้อร์จู้เอาเงินที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นเคยให้เขาไปซื้อยาจากหอยาเป่าเหอ แล้วแอบไปต้มยากลางป่าลับตาคน แล้วค่อยส่งมาให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น จึงสามารถรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้

เซี่ยอวิ๋นจิ่นที่อยู่บนเตียงได้ยินคำพูดของเซี่ยเอ้อร์จู้ แววตาเย็นชาก็จางหายไปสองส่วน

“พี่รอง ข้าดีขึ้นแล้ว”

เซี่ยเอ้อร์จู้ถอนหายใจ ก้าวเข้าไปข้างเตียงทันที “น้องสาม ดื่มยาเถอะ ประเดี๋ยวข้าจะทายาใหม่ให้เจ้า”

ลู่เจียวกำลังจะเอ่ยถามว่า ให้นางช่วยไหม

ใครจะไปรู้ว่านางยังไม่ทันได้เอ่ย เซี่ยอวิ๋นจิ่นหันหน้ามาส่งสายตาเย็นชาและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ไสหัวออกไป”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หมื่นฝันพันคะนึง
9.1
ท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่านนับหมื่นราตรี ซุนหลวนคุนยังคงเฝ้าคะนึงหาเพียงสตรีผู้เป็นที่รัก จนกระทั่งเขาได้พบกับนางอีกครั้งในสภาพที่ไร้ซึ่งความทรงจำ หญิงสาวจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเองหรืออดีตที่เคยมีร่วมกัน ท่ามกลางความสับสนและสิ่งแปลกใหม่รอบกาย แม่ทัพหนุ่มจึงยัดเยียดฐานะภรรยาให้นางพร้อมตั้งชื่อใหม่ว่าหรูซื่อ เพื่อผูกมัดนางไว้ข้างกายในฐานะฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของเขาตลอดไป แม้ความจำจะสูญสิ้นแต่พันธะหัวใจระหว่างเขากับนางกลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
9.8
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ขณะที่ฉันตั้งท้องแปดเดือนและติดอยู่บนถนนที่เงียบสงัดพร้อมพี่สาว รถบรรทุกปริศนาก็พุ่งชนเราอย่างจงใจจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันพยายามติดต่อ คิน ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเลือกไปดูแลน้องสาวต่างมารดาแทนเพียงเพราะเธอปวดหัว เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าลูกในครรภ์จากไปแล้ว และพี่สาวที่เป็นนักเปียโนต้องพิการตลอดกาล ในเมื่อเขาเลือกทอดทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่าความแค้นของเราจะเผาผลาญชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย คนที่โชคดี
8.3
คำสาบานรักของหยานเส้าคุนท่ามกลางสงครามคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวใจของทางเหยา หญิงสาวยอมสละทุกสิ่งเพื่อเคียงข้างเขาโดยไม่นึกเสียดาย ทว่าความผูกพันลึกซึ้งกลับไม่อาจต้านทานความหวาดระแวงในใจเขาได้ เมื่อความเคลือบแคลงเข้าครอบงำ หยานเส้าคุนมองผู้หญิงที่รักเขาหมดใจว่าเป็นเพียงคนทรยศ ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นในวินาทีที่เขายกกระบอกปืนขึ้นจ่อหน้าผากเธออย่างเย็นชา การกระทำนั้นบดขยี้ศรัทธาและความรักให้แหลกสลายไม่มีชิ้นดี ทิ้งไว้เพียงบาดแผลในจิตวิญญาณและความเจ็บช้ำที่ฝังรากลึกจนไม่อาจลบเลือน
หน้าปกนวนิยาย สยบรักมาเฟีย
9.1
ความบาดหมางยาวนานแปดทศวรรษระหว่างคอลิเอโน่และการ์เซียน่า สองขั้วอำนาจแห่งกรุงโรมกลับมาระอุอีกครั้งหลังเหตุลอบวางเพลิงโกดังสินค้า ท่ามกลางเพลิงสงครามที่ปะทุขึ้น ดอนมิคาเอลยอมเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อตามหาและปกป้องอนงค์นาง หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลของเฟรโด การกระทำที่ท้าทายนี้สร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่คำสั่งล้างแค้นด้วยการเผาคฤหาสน์คืน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมความรักและหยดเลือดที่ยากจะสิ้นสุดลงได้ง่ายๆ