ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย

ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย

แพทย์ทหารหญิงยุคปัจจุบันตื่นมาในร่างภรรยาตัวร้ายในนิยาย ชะตากรรมเดิมของนางคือความตาย ส่วนสามีจะกลายเป็นจอมอำมหิตที่สังหารแม้กระทั่งพระนางเพื่อแก้แค้นให้ลูก เพื่อหนีจากจุดจบอันเลวร้าย นางจึงต่อรองกับสามีผู้เหี้ยมโหดว่าจะรักษาขาที่พิการของเขาให้หายขาด เพื่อแลกกับหนังสือหย่าและอิสรภาพ ภารกิจเอาชีวิตรอดจึงเริ่มขึ้น นางต้องรับหน้าที่ดูแลลูกชายฝาแฝดทั้งสี่คนให้เติบโตอย่างปลอดภัย พร้อมกับเยียวยาสามีสุดอันตราย ความพยายามนี้มีไว้เพื่อเปลี่ยนเนื้อเรื่องเดิมและดึงตนเองให้พ้นจากความตาย
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ตอนที่ 2 โกรธเคืองแม่นางหน้าซื่อใจคด

แววตาของลู่เจียวหม่นหมองลง นางหันหลังเดินออกมาทันที ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่นางควรพูดสิ่งใด สู้นิ่งเงียบไปก่อนดีกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น เช้านี้ทุกคนต่างไม่มีอะไรตกถึงท้อง นางเดินไปดูในห้องครัว ทำอะไรกินหน่อยดีกว่า

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของลู่เจียว นางก็สาวเท้าก้าวใหญ่ไปที่ห้องครัวทันที

ในครัวกลับมีของไม่น้อย นอกจากข้าวกล้องหนึ่งร้อยจินและแป้งข้าวโพดห้าสิบจินที่ได้ตอนแยกครอบครัวกัน ยังมีข้าวสารสามจิน ไข่ไก่และน้ำตาลที่บ้านเดิมของลู่เจียวส่งมา สำหรับข้าวเหนียว ถั่วเหลืองและผักกาดขาว ล้วนมาจากคนในหมู่บ้าน

อ้อ ตรงมุมกำแพงยังมีไก่อีกหนึ่งตัว นี่เป็นไก่ที่ร่างเดิมแย่งมาจากเล้าไก่ของตระกูลเซี่ยตอนแยกเรือนในวันนั้น

ตอนนั้นสะใภ้ใหญ่นามว่าเฉินหลิ่ววิ่งมาเพื่อแย่งไก่ตัวนี้กลับไป ทว่ากลับถูกเซี่ยเหล่าเกินขัดขวางไว้

ลู่เจียวกวาดตามองข้าวของในครัวหนึ่งรอบ กำลังคิดว่าจะทำอาหารอะไรดี สุดท้ายจึงใช้ข้าวสารต้มข้าวต้มครึ่งหม้อ ใช้ไข่ไก่สามฟองผสมแป้งข้าวโพดเพื่อทำขนมไข่

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จก็เหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว แทบอยากทรุดตัวลงไปนั่งบนพื้นไม่ขยับไปไหน

ทว่าก็นึกถึงแฝดสี่และเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่นอนบนเตียงไม่มีอะไรตกถึงท้อง นางจึงเช็ดเหงื่อบนใบหน้าอย่างฝืนทน หันหลังเดินไปที่เรือนตะวันออก

เพียงแต่ยังไม่ทันเดินเข้าไปตรงประตู ก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนส่งมาจากในเรือน

“พี่สาม ท่านหิวหรือยัง ข้าให้คนต้มข้าวต้มให้ท่านโดยเฉพาะ ท่านรีบกินเถอะ ไม่เช่นนั้นร่างกายจะยิ่งแย่ลงอีก”

เมื่อลู่เจียวได้ยินเสียงอ่อนหวานเช่นนี้ ก็หยุดยืนอยู่หน้าประตูมองคนในรือน

เวลานี้ ในเรือนนอกจากจะมีเซี่ยอวิ๋นจิ่น เซี่ยเอ้อร์จู้ และแฝดทั้งสี่แล้ว ยังมีแม่นางร่างบางคนหนึ่งสวมชุดกระโปรงผูกเอวสีขาว ขับเน้นเอวคอดเพรียวบางดั่งใบหลิวพลิ้วไหว เพียงมองจากด้านหลังก็ทำให้อดเคลิบเคลิ้มไม่ได้

ลู่เจียวมองแผ่นหลังแม่นางผู้นี้ ก็รีบย้อนความทรงจำในร่างเดิม แม่นางผู้นี้ก็คือเสิ่นซิ่ว หนึ่งในชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตระกูลเซี่ย

ทุกคนต่างลือกันว่าเสิ่นซิ่วและเซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นคู่ครองที่หมายปองกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองต่างมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน หากลู่เจียวไม่เข้ามาแย่งชิงไปก่อน เสิ่นซิ่วเป็นคนที่น่าจะออกเรือนกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นมากที่สุด

ร่างเดิมเคยมีปากเสียงกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างรุนแรงเพราะเรื่องนี้ จนเมื่อเซี่ยอวิ๋นจิ่นแสดงท่าทีว่าเขาไม่ได้คิดจะสู่ขอเสิ่นซิ่ว นางถึงยอมหยุดโวยวาย

เสิ่นซิ่วเห็นว่าตนคงไม่มีทางได้ออกเรือนเป็นภรรยาของเซี่ยอวิ๋นจิ่น จึงถูกทางบ้านสั่งให้ออกเรือนกับบุรุษอื่น แต่นางเพิ่งจะออกเรือนไปได้สี่ปี สามีก็ตายจากไปแล้ว นางจึงกลายเป็นแม่หม้ายที่เลี้ยงดูบุตรีหนึ่งคนตั้งแต่ยังสาว

คนของสกุลซูเห็นว่าพวกนางสองแม่ลูกรังแกง่าย จึงขับไล่พวกนางออกจากสกุลซู ฉะนั้นเสิ่นซิ่วเลยกลับไปอาศัยที่เรือนของสกุลเดิม ซึ่งเรือนของนางอยู่ไม่ไกลจากที่นี่

ลู่เจียวกำลังครุ่นคิดจนตกอยู่ในภวังค์ ในเรือนก็มีเสียงเรียบเฉยอ่อนแรงของเซี่ยอวิ๋นจิ่นดังขึ้น “ข้าไม่ต้องการของพวกนี้ เจ้าเอากลับไปเถอะ”

เซี่ยอวิ๋นจิ่นเพิ่งจะพูดจบ เสิ่นซิ่วก็เอ่ยขึ้นอย่างใจร้อนทันที “พี่สาม ท่านจะไม่กินอะไรเลยไม่ได้นะ”

เซี่ยเอ้อร์จู้ที่กำลังทายาให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นจึงขมวดคิ้วมองเสิ่นซิ่วแวบหนึ่งแล้วพูดว่า

“ประเดี๋ยวข้ากลับไปเอาอาหารมาให้น้องสามกิน เจ้าเอาของพวกนี้กลับไปก่อนเถอะ”

เสิ่นซิ่วเป็นแม่หม้ายคนหนึ่ง นางมาคอยประจบประแจงบุรุษอื่นถึงในเรือนเช่นนี้ แล้วคนนอกจะมองอย่างไร น้องสามเป็นบุรุษเลื่องชื่อ คงไม่อาจปล่อยให้คนอื่นมาทำลายชื่อเสียงที่สั่งสมมาได้กระมัง

เสิ่นซิ่วกำลังจะพูดอะไรอีก ลู่เจียวก็เดินเข้ามา แล้วจ้องมองเสิ่นซิ่วด้วยความเดือดดาล “เจ้ามาทำอะไรในเรือนข้า”

ทีแรกเจียวลู่ไม่อยากเข้าไป ทว่าเที่ยงวันนี้ทุกคนไม่ได้กินอะไรเลย ไม่ต้องเอ่ยถึงคนอื่น ลำพังตัวนางเองก็หิวจนหมดเรี่ยวแรงแล้ว คิดว่าเจ้าแฝดสี่คงหิวจนท้องแบนราบหมดแล้ว

เพื่อที่ลู่เจียวจะไม่ทำลายความโด่งดังด้านนิสัยเสียของร่างเดิม ทันทีที่เดินเข้าไปก็ใส่อารมณ์กับเสิ่นซิ่วทันที เช่นนี้ถึงจะสมกับนิสัยของร่างเดิมหน่อย

เสิ่นซิ่วได้ยินคำพูดของลู่เจียวก็เอ่ยด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร “ข้ามาส่งของกินให้พี่สาม เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ จะไม่ให้กินอะไรเลยได้อย่างไร”

ลู่เจียวได้ยินก็ถลึงตามองเสิ่นซิ่วอย่างดุร้าย แล้วตวาดอย่างโมโห

“เกี่ยวอะไรกับเจ้า เจ้าที่เป็นแม่หม้าย มาทำอะไรในเรือนของบุรุษอื่น เจ้าคงไม่ใช่ว่าจะมายั่วยวนสามีของข้าหรอกนะ”

เสิ่นซิ่วได้ยินคำพูดของลู่เจียว พลันนัยน์ตาก็แดงระเรื่อ นางหันหน้าไปทางเซี่ยอวิ๋นจิ่น พร้อมร้องไห้ออกมาทันที

“พี่สาม เหตุใดนางถึงต่อว่าข้าเช่นนี้ ข้าแค่ทนดูพี่สามหิวไม่ได้ก็เท่านั้น”

นางพูดด้วยเสียงสะอื้น ท่าทางน่าเห็นอกเห็นใจนัก

ท่าทางเช่นนี้ หากเป็นบุรุษคนอื่นคงจะใจอ่อนไปแล้ว น่าเสียดายที่บุรุษตรงหน้ากลับเป็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่เลือดเย็นไร้หัวใจ

เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้แสดงสีหน้าใด เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “เอาของกินของเจ้ากลับไปเถอะ”

เสิ่นซิ่วยังอยากพูดอะไรต่อ ลู่เจียวที่อยู่ด้านหลังก็พูดเสียงเหี้ยมเกรียม “อยากให้ข้าลากตัวเจ้าออกไปหรือ ถ้าไม่กลัวอับอายขายขี้หน้า ข้าก็ยินดีลากเจ้าออกไปอยู่นะ”

ลู่เจียวพูดจบก็ถกแขนเสื้อขึ้น เสิ่นซิ่วสีหน้าซีดเซียว แม้ว่านางจะเป็นแม่หม้าย ทว่าก็ยังรักศักดิ์ศรี ฉะนั้นไม่รอให้ลู่เจียวลงมือ ก็หิ้วตะกร้าออกไปด้านนอกทันที

เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้สนใจเสิ่นซิ่วที่เดินจากไป กลับมองลู่เจียวด้วยความเกลียดชัง “ออกไป”

ลู่เจียวได้ยินคำพูดของเขาก็รู้สึกขุ่นเคืองใจเล็กน้อย ทว่านึกถึงกรรมที่ร่างเดิมก่อไว้ จึงพยายามอดกลั้น แล้วมองซูอวิ๋นจิ่นพลางเอ่ย

“ข้าต้มข้าวต้มและทำขนมไข่ไว้ จะให้เอาเข้ามาให้พวกเจ้ากินหรือไม่”

ลู่เจียวเพิ่งจะพูดจบ ทุกคนในเรือนต่างมองมาที่นาง หนึ่งในนั้นคือซูอวิ๋นจิ่นที่ปั้นหน้าเย็นชาดั่งน้ำแข็ง

“เจ้าจะมาไม้ไหนอีก”

พูดจบ แววตาทอประกายอาฆาต โศกนาฏกรรมที่สุดในชีวิตนี้ของเขาคือได้มาพบกับแม่นางผู้นี้ นางราวกับภูตผีวิญญาณที่คอยวนเวียนอยู่รอบกายเขา

ตั้งแต่สู่ขอนางมา นางก็วนเวียนอยู่รอบกาย แถมยังคอยสร้างความวุ่นวายให้เขาไม่หยุด เดิมทีเขาคิดว่านางมีบุตรสี่คน ก็คงจะเอาใส่ใจบุตร วันข้างหน้าจะได้ใช้ชีวิตคู่กันอย่างสงบสุข

ใครจะไปรู้ว่าหลังจากแม่นางคนนี้คลอดบุตร ไม่เพียงแต่เฆี่ยนตีและว่ากล่าวตำหนิบุตรคนอื่น แม้กระทั่งบุตรตัวเองยังไม่เว้น

สามวันก่อน เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็เพราะกลัวว่านางจะถือโอกาสตอนเขาไม่อยู่กระทำไม่ดีกับบุตรทั้งสี่ ตกเย็นจึงรีบกลับมา สุดท้ายกลับถูกรถม้าชนอย่างสาหัส

หากไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเด็กๆ เขาจะบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจลุกขึ้นยืนตลอดชีวิตได้อย่างไร

พอคิดเช่นนี้ แววตาดำสนิทของเขาก็ทอประกายอาฆาตขึ้นมา

ลู่เจียวที่เกิดเป็นหมอทหาร สัมผัสถึงความอาฆาตที่แผ่ซ่านออกจากร่างของเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ในเสี้ยววินาที นางกุมมือตัวเองไว้หลวมๆ ถ้าชายคนนี้ไม่พิการ คงไม่ปล่อยนางไปง่ายๆ แน่นอน

ลู่เจียวครุ่นคิดพลางคงนิสัยย่ำแย่ของร่างเดิมไว้ ตวาดใส่เขาอย่างโมโห “เซี่ยอวิ๋นจิ่น เจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้าอุตส่าห์ทำอาหารให้เจ้ากิน เจ้ากลับหวาดระแวงในตัวข้า?”

ลู่เจียวที่มีร่างอ้วนท้วนเตรียมทิ้งตัวนอนลงกับพื้น ยังคงใช้วิธีเดิมของร่างเดิม สบถหยาบคายและกลิ้งบนพื้นอย่างเอาแต่ใจ

เซี่ยอวิ๋นจิ่นที่อยู่บนเตียงเห็นนางกำลังจะนอนลงบนพื้น ก็รู้สึกปวดขมับขึ้นมาทันที เขาปั้นหน้าบูดบึ้งน่ากลัว แล้วกัดฟันกรอด “ไปยกอาหารมา”

ลู่เจียวหยุดการกระทำของตน หันหลังกลอกตามองบน เจ้าก็กลัวเป็นด้วยหรือ

นางสาวเท้าก้าวใหญ่ไปในห้องครัว ตักข้าวต้มวางบนโต๊ะเล็กเก่าชำรุดห้าชาม เอาขนมไข่ในกระทะใส่จาน จากนั้นค่อยยกโต๊ะเล็กนี้ไปเรือนตะวันออก

ลู่เจียวผู้ชาญฉลาด ไม่ได้คิดจะอยู่ดูพวกเขากินอาหารอยู่แล้ว นางวางโต๊ะเล็กลงแล้วเชิดหน้าจากไปอย่างคนเจ้าอารมณ์

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หมื่นฝันพันคะนึง
9.1
ท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่านนับหมื่นราตรี ซุนหลวนคุนยังคงเฝ้าคะนึงหาเพียงสตรีผู้เป็นที่รัก จนกระทั่งเขาได้พบกับนางอีกครั้งในสภาพที่ไร้ซึ่งความทรงจำ หญิงสาวจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเองหรืออดีตที่เคยมีร่วมกัน ท่ามกลางความสับสนและสิ่งแปลกใหม่รอบกาย แม่ทัพหนุ่มจึงยัดเยียดฐานะภรรยาให้นางพร้อมตั้งชื่อใหม่ว่าหรูซื่อ เพื่อผูกมัดนางไว้ข้างกายในฐานะฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของเขาตลอดไป แม้ความจำจะสูญสิ้นแต่พันธะหัวใจระหว่างเขากับนางกลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
9.8
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ขณะที่ฉันตั้งท้องแปดเดือนและติดอยู่บนถนนที่เงียบสงัดพร้อมพี่สาว รถบรรทุกปริศนาก็พุ่งชนเราอย่างจงใจจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันพยายามติดต่อ คิน ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเลือกไปดูแลน้องสาวต่างมารดาแทนเพียงเพราะเธอปวดหัว เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าลูกในครรภ์จากไปแล้ว และพี่สาวที่เป็นนักเปียโนต้องพิการตลอดกาล ในเมื่อเขาเลือกทอดทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่าความแค้นของเราจะเผาผลาญชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย คนที่โชคดี
8.3
คำสาบานรักของหยานเส้าคุนท่ามกลางสงครามคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวใจของทางเหยา หญิงสาวยอมสละทุกสิ่งเพื่อเคียงข้างเขาโดยไม่นึกเสียดาย ทว่าความผูกพันลึกซึ้งกลับไม่อาจต้านทานความหวาดระแวงในใจเขาได้ เมื่อความเคลือบแคลงเข้าครอบงำ หยานเส้าคุนมองผู้หญิงที่รักเขาหมดใจว่าเป็นเพียงคนทรยศ ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นในวินาทีที่เขายกกระบอกปืนขึ้นจ่อหน้าผากเธออย่างเย็นชา การกระทำนั้นบดขยี้ศรัทธาและความรักให้แหลกสลายไม่มีชิ้นดี ทิ้งไว้เพียงบาดแผลในจิตวิญญาณและความเจ็บช้ำที่ฝังรากลึกจนไม่อาจลบเลือน
หน้าปกนวนิยาย สยบรักมาเฟีย
9.1
ความบาดหมางยาวนานแปดทศวรรษระหว่างคอลิเอโน่และการ์เซียน่า สองขั้วอำนาจแห่งกรุงโรมกลับมาระอุอีกครั้งหลังเหตุลอบวางเพลิงโกดังสินค้า ท่ามกลางเพลิงสงครามที่ปะทุขึ้น ดอนมิคาเอลยอมเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อตามหาและปกป้องอนงค์นาง หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลของเฟรโด การกระทำที่ท้าทายนี้สร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่คำสั่งล้างแค้นด้วยการเผาคฤหาสน์คืน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมความรักและหยดเลือดที่ยากจะสิ้นสุดลงได้ง่ายๆ