
เกิดใหม่ในเงามืด
ตอน 2
เสิ่นฮุยจูหยุดชะงักการยัดของใส่กระเป๋าเป้ลงทันที ก่อนจะเบิกตาถามด้วยความประหลาดใจว่า “เธอว่ายังไงนะ พี่เส้าเจี๋ยซื้อสร้อยเพชรเส้นนั้นให้ฉันตั้งเก้าล้าน แถมด้านบนยังมีเพชรประดับตั้งสิบเม็ดเชียวนะ ฉันจำได้ว่าวางไว้บนโต๊ะนี่นา แล้วมันจะหายไปได้ยังไงกัน เธอหาดีรึยัง?”
เซี่ยซางหนิงที่ได้กลิ่นของแผนการร้าย จึงรับชมเสิ่นฮุยจูและพี่เลี้ยงแสดงละครด้วยความสนอกสนใจ
สีหน้าของพี่เลี้ยงไม่สู้ดียิ่งขึ้นทุกที เธอหวาดผวาจนแทบจะคุกเข่าลงต่อหน้าเสิ่นฮุยจูอยู่แล้ว “คุณหนูคะ ฉันหาดีแล้ว หาทุกที่แล้วด้วย แต่มันไม่เจอจริง ๆ ค่ะ หรือว่าจะมีคนขโมยไปรึเปล่าคะ? ”
เธอหันไปมองเซี่ยซางหนิงด้วยสายตาประสงค์ร้าย ซึ่งเป็นการสื่อว่า ‘คุณหนูใหญ่เป็นคนขโมยไปรึเปล่าคะ’ ไปในตัวด้วย
เสิ่นฮุยจูเหลือบมองเซี่ยซางหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะตวาดเสี่ยวซูว่า “เธอมองบ้าอะไรน่ะ ถึงพ่อแม่แท้ ๆ ของพี่จะจน แต่ยังไงซะพี่ก็ไม่มีทางทำเรื่องสกปรก ๆ แบบนั้นเด็ดขาด จริงสิ ในห้องของฉันยังมีอะไรหายไปอีกรึเปล่า?”
เสี่ยวซูตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้นไปอีก “มีค่ะ แบบร่างที่คุณหนูเขียนไว้เมื่อสองวันก่อนก็หายไปด้วยเหมือนกันค่ะ”
เธอหันไปมองเซี่ยซางหนิงด้วยแววตาแปลก ๆ แล้วจู่ ๆ เธอก็ได้เดินสาวเท้าเข้าไปหาเซี่ยซางหนิง ราวกับค้นพบบางอย่าง จากนั้นก็ดึงสร้อยเส้นหนึ่งที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าออกมา
เสิ่นฮุยจูถึงกับตกใจยกใหญ่ เธอหยิบสร้อยเพรชมาจากมือของเสี่ยวซูด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “พี่ นี่มันสร้อยคอของหมั้นที่พี่เส้าเจี๋ยมอบให้ฉันนี่ ทำไมมันถึงมาอยู่ในกระเป๋าของพี่ได้ล่ะ?”
เธอรู้สึกผิดหวังจากใจจริง “ถ้าพี่ลำบากเรื่องเงินก็บอกคุณพ่อสิ คุณพ่อเลี้ยงพี่มาตั้งหลายปี จะให้เงินพี่เพิ่มอีกนิดหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรหรอก แต่พี่ห้ามทำเรื่องไม่ดีแบบนี้อีกนะ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะเสียใจเอาได้”
เสิ่นเจิ้นหยวนและแม่เสิ่นหรือซูลี่เหม่ยก็เดินเข้ามาทางนี้ด้วยเช่นกัน เสิ่นเจิ้นหยวนโกรธมาก ๆ และผิดหวังมากกว่าเสิ่นฮุยจูซะอีก เขาขมวดคิ้วแน่นและดุด่าว่า “ที่ฉันให้เงินเธอเมื่อกี้นี้ เธอไม่เอา แต่ดันมาขโมยของของน้องสาวเนี่ยนะ ถ้าเธอมีปัญหาเรื่องเงินก็บอกฉันสิ ทำไมต้องทำเรื่องต่ำตมแบบนี้ด้วยห๊ะ? ขายขี้หน้าชะมัดเลย!”
ซูลี่เหม่ยโกรธมากยิ่งกว่า “จะทำไมได้อีกล่ะ คงคิดว่าเงินน้อยเกินไปน่ะสิ! เธอจะสนใจเงินค่ารถแค่ห้าพันไปทำไม เอาสร้อยเส้นนี้ไปคุ้มกว่าตั้งเยอะ ตั้งเก้าล้านเชียวนะ! ชาตินี้คนทั้งตระกูลเซี่ยไม่มีทางหาเงินเยอะขนาดนี้ได้แน่!
เสิ่นฮุยจูปวดร้าวไปทั้งหัวใจ เธอกดมือซูลี่เหม่ยเอาไว้ แล้วก็พูดว่า “คุณแม่คะ คุณแม่เลิกพูดได้แล้วค่ะ ขืนยังพูดต่อไป พี่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะคะ ฉันว่าพี่คงไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ ต้องเป็นเพราะหยิบมาผิดโดยไม่ได้ตั้งใจแน่ ๆ ”
เสิ่นเจิ้นหยวนและซูลี่เหม่ยส่งเสียงหึออกมาโดยไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับก่นด่าเซี่ยซางหนิงเป็นร้อยครั้ง อีกทั้งยังด่าเธอว่านังเนรคุณอีกด้วย
เสิ่นฮุยจูพยายามฝืนใจเผยรอยยิ้มเป็นมิตรออกมา ขณะเดียวกันก็ปรายตามองแขกที่อยู่รอบข้าง แต่ในใจของเธอกลับมีความสุขเอามาก ๆ ยัยเซี่ยซางหนิงถูกตราหน้าว่าเป็นหัวขโมย จากนี้ไปอย่าหวังจะได้รับความช่วยเหลือจากชนชั้นสูงของเมืองไห่อีกเลย ส่วนเส้นสายของตระกูลเสิ่น ยัยนั่นก็คงไม่มีสิทธิ์ได้ใช้แล้วล่ะ
“พี่ ฉันยอมยกทุกอย่างให้พี่ได้หมดเลยนะ แต่สร้อยเพชรเส้นนี้ ฉันยกให้พี่ไม่ได้จริง ๆ เพราะนี่คือของหมั้นระหว่างฉันกับพี่เส้าเจี๋ย ฉันรู้ดีว่าคนที่หมั้นกับพี่เส้าเจี๋ยตั้งแต่แรกคือพี่ พอต้องมาเห็นว่าพี่เส้าเจี๋ยตกหลุมรักฉันจนหัวปักหัวปำ พี่คงรู้สึกแย่น่าดูเลย แต่เรื่องความรักมันห้ามกันได้ซะที่ไหนกันล่ะ ฉันกับพี่เส้าเจี๋ยรักกันจริง ๆ ขอร้องล่ะ พี่อย่าทำให้พวกเราต้องพรากจากกันเลยนะ ถ้าพี่ต้องการเงิน ฉันจะยกเครื่องประดับทั้งหมดของฉันให้พี่เลยก็ได้ โอเคไหม?”
หลังจบประโยคดังกล่าว น้ำตาของเธอก็พรั่งพรูออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับว่าโดนรังแกมาอย่างหนักหน่วงยังไงยังงั้น
หึหึ เซี่ยซางหนิงหัวเราะเยาะออกมา นึกไว้แล้วเชียว เธอล่ะเสียดายจริง ๆ ที่เสิ่นฮุยจูไม่ได้เป็นนักแสดง ฝีมือการแสดงของยัยนี่เข้าถึงบทบาทชะมัด
ยัยนี่อุตส่าห์เปิดฉากเล่นละครฟอร์มยักษ์ขนาดนี้แล้ว ถ้าเธอไม่ร่วมมือแสดงด้วยคงเสียมารยาทน่าดูเลยเนอะ
เธอปรายตามองสร้อยคอเส้นนั้นอย่างเฉยชา ตัวสายจัดว่าค่อนข้างหนา พอดีกับตัวเพชรพอดี แต่ตัวเพชรกลับด้อยไปหน่อย ทั้งสี ทั้งการเจียระไนและการจับคู่สีออกจะน่าเบื่อไปนิด ยังไม่ถูกจัดว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยม
“งานสร้อยหยาบ ๆ แบบนี้ ฉันไม่สนใจหรอก ฉันว่าเธอคงเข้าใจผิดแล้วล่ะ ฉันจำได้ว่าเมื่อกี้นี้ตอนที่ฉันเก็บของในห้องใต้หลังคา กระเป๋าของฉันยังไม่มีสร้อยอะไรนี่เลย แต่ในมือของเธอกลับมีสร้อยอยู่เส้นหนึ่งพอดี น้องสาวผู้แสนดี เธอเผลอทำหล่นไว้ในกระเป๋าฉันรึเปล่า?”
เธอส่งเสียงหึ ก่อนจะหัวเราะออกมา อยากให้เธอรับผิดเต็มแก่แล้วสิท่า เธอไม่มีทางยอมหรอก
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะวางเป้สะพายหลังลงบนพื้น จากนั้นก็เททุกอย่างที่อยู่ในนั้นออกมา “เธอช่วยดูหน่อยสิว่า ในกระเป๋าของฉันยังมีของของตระกูลเสิ่นอยู่อีกรึเปล่า ถ้ามีเธอก็รีบเอาคืนไปซะ ฉันไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นขโมยหรอก”
เสิ่นฮุยจูที่เห็นแฟ้มสีน้ำเงินบนพื้นพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจว่า “นี่มันแบบร่างของฉันไม่ใช่เหรอ? พี่ ทำไมมันถึงไปอยู่ในกระเป๋าของพี่ได้ล่ะ? ”
เธอก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา แล้วก็พลิกดูเอกสารข้างในแบบผ่าน ๆ มันคือแบบร่างเครื่องจักรกลจำนวนมาก จากนั้นเธอก็หันไปมองเซี่ยซางหนิงด้วยความผิดหวังปนตกใจ ก่อนจะเขย่าแฟ้มไปมาพร้อมถามว่า “ฉันคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าพี่จะเป็นคนแบบนี้ พี่ยังเรียนชั้นประถมไม่จบด้วยซ้ำ คิดจะเอาแบบร่างของฉันไปทำอะไรห๊ะ? คิดจะเอามันไปขายแลกเงินใช่ไหม? ”
เซี่ยซางหนิงถึงกับกลอกตามองบน ไม่ต้องดูเธอก็รู้ว่าแบบร่างเหล่านั้นคือแบบชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อนพลังงานนิวเคลียร์สำหรับเรือบรรทุกสินค้าที่เธอนั่งโต้รุ่งทำตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แล้วนี่มันกลายเป็นของเสิ่นฮุยจูไปได้ยังไงกัน?
อ๋อ จริงสิ เธอนึกออกแล้ว เมื่อวานนี้ทั้งวัน เพื่อแสดงพรสวรรค์ด้านการออกแบบเครื่องจักรกลของตัวเอง เสิ่นฮุยจูจึงนั่งเขียนแบบร่างอยู่บนโต๊ะใหญ่ในห้องอาหารทั้งวัน คนตระกูลเสิ่นต่างก็เห็นกันหมด
“เหอะ” เสิ่นฮุยจูชี้ไปที่แบบร่างและพูดว่า “เรื่องที่พี่ขโมยของน่ะช่างมันเถอะ เห็นแก่ที่พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ฉันจะไม่แจ้งความก็ได้”
ซูลี่เหม่ยเดินเข้าไปดูแบบร่างเหล่านั้น จากนั้นก็พูดด้วยความโกรธจัดว่า “ฉันเลี้ยงเด็กสันดานเสียอย่างเธอมาเพื่ออะไรกันเนี่ย!”
เซี่ยซางหนิงถึงกับหมดคำจะพูดไปเลย ตรงหัวกระดาษของแบบร่างแต่ละแผ่นของเธอล้วนแล้วแต่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นแบบชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อนพลังงานนิวเคลียร์สำหรับเรือบรรทุกสินค้า แค่เป็นภาษาต่างประเทศเท่านั้นเอง ขนาดพวกเขาสามคนมีตาตั้งหกดวงยังมองไม่เห็นกันอีกเหรอ?
อีกอย่าง ที่มุมขวาล่างของกระดาษแต่ละแผ่นยังใส่เครื่องหมายป้องกันการปลอมแปลงส่วนบุคคลของเธอเอาไว้อีกด้วย ต่อให้ใครจะปลอมแปลงก็ทำไม่ได้หรอก
เธอหันไปพูดกับพ่อเสิ่นแม่เสิ่นว่า “พวกคุณก็น่าจะรู้ถึงความสามารถของฉันดีหนิ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่บ้านตระกูลเสิ่นยังมีแค่โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เล็ก ๆ ที่ปีหนึ่งทำเงินได้แค่สองสามล้าน แถมบ้านยังเป็นแค่ตึกสองชั้นธรรมดา ๆ ตอนนั้นพอฉันเริ่มแสดงให้เห็นว่าฉันมีพรสวรรค์ด้านการออกแบบ พวกคุณก็ให้ฉันเลิกเรียนหนังสือ แล้วก็ให้ฉันอยู่บ้านเขียนแบบร่างอะไหล่แบบใหม่ ๆ ให้กับพวกคุณมาตลอดเลยไง”
คุณอาจจะชอบ





