ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในเงามืด

เกิดใหม่ในเงามืด

เซี่ยซางหนิงถูกตระกูลเสิ่นกดขี่มานานถึงยี่สิบปี ก่อนจะถูกเฉดหัวทิ้งเมื่อลูกสาวตัวจริงปรากฏตัว ทุกคนต่างคิดว่าเธอต้องเผชิญชีวิตที่ยากลำบากกับครอบครัวผู้ให้กำเนิดที่ยากจน ทว่าความจริงกลับสวนทาง เพราะพ่อแม่แท้ๆ ของเธอคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองไห่ ขณะที่ตระกูลเสิ่นเฝ้ารอดูความล่มจมของเธอ ซางหนิงกลับเผยตัวตนที่น่าทึ่ง ทั้งอัจฉริยะด้านการเงินและวิศวกรระดับโลก แม้จะถูกคู่หมั้นถอนหมั้นอย่างไร้เยื่อใย แต่เขากลับต้องตามหึงหวงเมื่อเห็นเธอออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของตนเอง
ตอน
แชร์

ตอน 2

เสิ่นฮุยจูหยุดชะงักการยัดของใส่กระเป๋าเป้ลงทันที ก่อนจะเบิกตาถามด้วยความประหลาดใจว่า “เธอว่ายังไงนะ พี่เส้าเจี๋ยซื้อสร้อยเพชรเส้นนั้นให้ฉันตั้งเก้าล้าน แถมด้านบนยังมีเพชรประดับตั้งสิบเม็ดเชียวนะ ฉันจำได้ว่าวางไว้บนโต๊ะนี่นา แล้วมันจะหายไปได้ยังไงกัน เธอหาดีรึยัง?”

เซี่ยซางหนิงที่ได้กลิ่นของแผนการร้าย จึงรับชมเสิ่นฮุยจูและพี่เลี้ยงแสดงละครด้วยความสนอกสนใจ

สีหน้าของพี่เลี้ยงไม่สู้ดียิ่งขึ้นทุกที เธอหวาดผวาจนแทบจะคุกเข่าลงต่อหน้าเสิ่นฮุยจูอยู่แล้ว “คุณหนูคะ ฉันหาดีแล้ว หาทุกที่แล้วด้วย แต่มันไม่เจอจริง ๆ ค่ะ หรือว่าจะมีคนขโมยไปรึเปล่าคะ? ”

เธอหันไปมองเซี่ยซางหนิงด้วยสายตาประสงค์ร้าย ซึ่งเป็นการสื่อว่า ‘คุณหนูใหญ่เป็นคนขโมยไปรึเปล่าคะ’ ไปในตัวด้วย

เสิ่นฮุยจูเหลือบมองเซี่ยซางหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะตวาดเสี่ยวซูว่า “เธอมองบ้าอะไรน่ะ ถึงพ่อแม่แท้ ๆ ของพี่จะจน แต่ยังไงซะพี่ก็ไม่มีทางทำเรื่องสกปรก ๆ แบบนั้นเด็ดขาด จริงสิ ในห้องของฉันยังมีอะไรหายไปอีกรึเปล่า?”

เสี่ยวซูตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้นไปอีก “มีค่ะ แบบร่างที่คุณหนูเขียนไว้เมื่อสองวันก่อนก็หายไปด้วยเหมือนกันค่ะ”

เธอหันไปมองเซี่ยซางหนิงด้วยแววตาแปลก ๆ แล้วจู่ ๆ เธอก็ได้เดินสาวเท้าเข้าไปหาเซี่ยซางหนิง ราวกับค้นพบบางอย่าง จากนั้นก็ดึงสร้อยเส้นหนึ่งที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าออกมา

เสิ่นฮุยจูถึงกับตกใจยกใหญ่ เธอหยิบสร้อยเพรชมาจากมือของเสี่ยวซูด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “พี่ นี่มันสร้อยคอของหมั้นที่พี่เส้าเจี๋ยมอบให้ฉันนี่ ทำไมมันถึงมาอยู่ในกระเป๋าของพี่ได้ล่ะ?”

เธอรู้สึกผิดหวังจากใจจริง “ถ้าพี่ลำบากเรื่องเงินก็บอกคุณพ่อสิ คุณพ่อเลี้ยงพี่มาตั้งหลายปี จะให้เงินพี่เพิ่มอีกนิดหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรหรอก แต่พี่ห้ามทำเรื่องไม่ดีแบบนี้อีกนะ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะเสียใจเอาได้”

เสิ่นเจิ้นหยวนและแม่เสิ่นหรือซูลี่เหม่ยก็เดินเข้ามาทางนี้ด้วยเช่นกัน เสิ่นเจิ้นหยวนโกรธมาก ๆ และผิดหวังมากกว่าเสิ่นฮุยจูซะอีก เขาขมวดคิ้วแน่นและดุด่าว่า “ที่ฉันให้เงินเธอเมื่อกี้นี้ เธอไม่เอา แต่ดันมาขโมยของของน้องสาวเนี่ยนะ ถ้าเธอมีปัญหาเรื่องเงินก็บอกฉันสิ ทำไมต้องทำเรื่องต่ำตมแบบนี้ด้วยห๊ะ? ขายขี้หน้าชะมัดเลย!”

ซูลี่เหม่ยโกรธมากยิ่งกว่า “จะทำไมได้อีกล่ะ คงคิดว่าเงินน้อยเกินไปน่ะสิ! เธอจะสนใจเงินค่ารถแค่ห้าพันไปทำไม เอาสร้อยเส้นนี้ไปคุ้มกว่าตั้งเยอะ ตั้งเก้าล้านเชียวนะ! ชาตินี้คนทั้งตระกูลเซี่ยไม่มีทางหาเงินเยอะขนาดนี้ได้แน่!

เสิ่นฮุยจูปวดร้าวไปทั้งหัวใจ เธอกดมือซูลี่เหม่ยเอาไว้ แล้วก็พูดว่า “คุณแม่คะ คุณแม่เลิกพูดได้แล้วค่ะ ขืนยังพูดต่อไป พี่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะคะ ฉันว่าพี่คงไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ ต้องเป็นเพราะหยิบมาผิดโดยไม่ได้ตั้งใจแน่ ๆ ”

เสิ่นเจิ้นหยวนและซูลี่เหม่ยส่งเสียงหึออกมาโดยไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับก่นด่าเซี่ยซางหนิงเป็นร้อยครั้ง อีกทั้งยังด่าเธอว่านังเนรคุณอีกด้วย

เสิ่นฮุยจูพยายามฝืนใจเผยรอยยิ้มเป็นมิตรออกมา ขณะเดียวกันก็ปรายตามองแขกที่อยู่รอบข้าง แต่ในใจของเธอกลับมีความสุขเอามาก ๆ ยัยเซี่ยซางหนิงถูกตราหน้าว่าเป็นหัวขโมย จากนี้ไปอย่าหวังจะได้รับความช่วยเหลือจากชนชั้นสูงของเมืองไห่อีกเลย ส่วนเส้นสายของตระกูลเสิ่น ยัยนั่นก็คงไม่มีสิทธิ์ได้ใช้แล้วล่ะ

“พี่ ฉันยอมยกทุกอย่างให้พี่ได้หมดเลยนะ แต่สร้อยเพชรเส้นนี้ ฉันยกให้พี่ไม่ได้จริง ๆ เพราะนี่คือของหมั้นระหว่างฉันกับพี่เส้าเจี๋ย ฉันรู้ดีว่าคนที่หมั้นกับพี่เส้าเจี๋ยตั้งแต่แรกคือพี่ พอต้องมาเห็นว่าพี่เส้าเจี๋ยตกหลุมรักฉันจนหัวปักหัวปำ พี่คงรู้สึกแย่น่าดูเลย แต่เรื่องความรักมันห้ามกันได้ซะที่ไหนกันล่ะ ฉันกับพี่เส้าเจี๋ยรักกันจริง ๆ ขอร้องล่ะ พี่อย่าทำให้พวกเราต้องพรากจากกันเลยนะ ถ้าพี่ต้องการเงิน ฉันจะยกเครื่องประดับทั้งหมดของฉันให้พี่เลยก็ได้ โอเคไหม?”

หลังจบประโยคดังกล่าว น้ำตาของเธอก็พรั่งพรูออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับว่าโดนรังแกมาอย่างหนักหน่วงยังไงยังงั้น

หึหึ เซี่ยซางหนิงหัวเราะเยาะออกมา นึกไว้แล้วเชียว เธอล่ะเสียดายจริง ๆ ที่เสิ่นฮุยจูไม่ได้เป็นนักแสดง ฝีมือการแสดงของยัยนี่เข้าถึงบทบาทชะมัด

ยัยนี่อุตส่าห์เปิดฉากเล่นละครฟอร์มยักษ์ขนาดนี้แล้ว ถ้าเธอไม่ร่วมมือแสดงด้วยคงเสียมารยาทน่าดูเลยเนอะ

เธอปรายตามองสร้อยคอเส้นนั้นอย่างเฉยชา ตัวสายจัดว่าค่อนข้างหนา พอดีกับตัวเพชรพอดี แต่ตัวเพชรกลับด้อยไปหน่อย ทั้งสี ทั้งการเจียระไนและการจับคู่สีออกจะน่าเบื่อไปนิด ยังไม่ถูกจัดว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยม

“งานสร้อยหยาบ ๆ แบบนี้ ฉันไม่สนใจหรอก ฉันว่าเธอคงเข้าใจผิดแล้วล่ะ ฉันจำได้ว่าเมื่อกี้นี้ตอนที่ฉันเก็บของในห้องใต้หลังคา กระเป๋าของฉันยังไม่มีสร้อยอะไรนี่เลย แต่ในมือของเธอกลับมีสร้อยอยู่เส้นหนึ่งพอดี น้องสาวผู้แสนดี เธอเผลอทำหล่นไว้ในกระเป๋าฉันรึเปล่า?”

เธอส่งเสียงหึ ก่อนจะหัวเราะออกมา อยากให้เธอรับผิดเต็มแก่แล้วสิท่า เธอไม่มีทางยอมหรอก

เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะวางเป้สะพายหลังลงบนพื้น จากนั้นก็เททุกอย่างที่อยู่ในนั้นออกมา “เธอช่วยดูหน่อยสิว่า ในกระเป๋าของฉันยังมีของของตระกูลเสิ่นอยู่อีกรึเปล่า ถ้ามีเธอก็รีบเอาคืนไปซะ ฉันไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นขโมยหรอก”

เสิ่นฮุยจูที่เห็นแฟ้มสีน้ำเงินบนพื้นพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจว่า “นี่มันแบบร่างของฉันไม่ใช่เหรอ? พี่ ทำไมมันถึงไปอยู่ในกระเป๋าของพี่ได้ล่ะ? ”

เธอก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา แล้วก็พลิกดูเอกสารข้างในแบบผ่าน ๆ มันคือแบบร่างเครื่องจักรกลจำนวนมาก จากนั้นเธอก็หันไปมองเซี่ยซางหนิงด้วยความผิดหวังปนตกใจ ก่อนจะเขย่าแฟ้มไปมาพร้อมถามว่า “ฉันคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าพี่จะเป็นคนแบบนี้ พี่ยังเรียนชั้นประถมไม่จบด้วยซ้ำ คิดจะเอาแบบร่างของฉันไปทำอะไรห๊ะ? คิดจะเอามันไปขายแลกเงินใช่ไหม? ”

เซี่ยซางหนิงถึงกับกลอกตามองบน ไม่ต้องดูเธอก็รู้ว่าแบบร่างเหล่านั้นคือแบบชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อนพลังงานนิวเคลียร์สำหรับเรือบรรทุกสินค้าที่เธอนั่งโต้รุ่งทำตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แล้วนี่มันกลายเป็นของเสิ่นฮุยจูไปได้ยังไงกัน?

อ๋อ จริงสิ เธอนึกออกแล้ว เมื่อวานนี้ทั้งวัน เพื่อแสดงพรสวรรค์ด้านการออกแบบเครื่องจักรกลของตัวเอง เสิ่นฮุยจูจึงนั่งเขียนแบบร่างอยู่บนโต๊ะใหญ่ในห้องอาหารทั้งวัน คนตระกูลเสิ่นต่างก็เห็นกันหมด

“เหอะ” เสิ่นฮุยจูชี้ไปที่แบบร่างและพูดว่า “เรื่องที่พี่ขโมยของน่ะช่างมันเถอะ เห็นแก่ที่พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ฉันจะไม่แจ้งความก็ได้”

ซูลี่เหม่ยเดินเข้าไปดูแบบร่างเหล่านั้น จากนั้นก็พูดด้วยความโกรธจัดว่า “ฉันเลี้ยงเด็กสันดานเสียอย่างเธอมาเพื่ออะไรกันเนี่ย!”

เซี่ยซางหนิงถึงกับหมดคำจะพูดไปเลย ตรงหัวกระดาษของแบบร่างแต่ละแผ่นของเธอล้วนแล้วแต่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นแบบชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อนพลังงานนิวเคลียร์สำหรับเรือบรรทุกสินค้า แค่เป็นภาษาต่างประเทศเท่านั้นเอง ขนาดพวกเขาสามคนมีตาตั้งหกดวงยังมองไม่เห็นกันอีกเหรอ?

อีกอย่าง ที่มุมขวาล่างของกระดาษแต่ละแผ่นยังใส่เครื่องหมายป้องกันการปลอมแปลงส่วนบุคคลของเธอเอาไว้อีกด้วย ต่อให้ใครจะปลอมแปลงก็ทำไม่ได้หรอก

เธอหันไปพูดกับพ่อเสิ่นแม่เสิ่นว่า “พวกคุณก็น่าจะรู้ถึงความสามารถของฉันดีหนิ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่บ้านตระกูลเสิ่นยังมีแค่โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เล็ก ๆ ที่ปีหนึ่งทำเงินได้แค่สองสามล้าน แถมบ้านยังเป็นแค่ตึกสองชั้นธรรมดา ๆ ตอนนั้นพอฉันเริ่มแสดงให้เห็นว่าฉันมีพรสวรรค์ด้านการออกแบบ พวกคุณก็ให้ฉันเลิกเรียนหนังสือ แล้วก็ให้ฉันอยู่บ้านเขียนแบบร่างอะไหล่แบบใหม่ ๆ ให้กับพวกคุณมาตลอดเลยไง”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีเจ้าเล่ห์ อย่าเลวเกินไปนะ
8.3
เมื่อแพ้พนันในเกมสุดป่วน ฉู่ซือจำต้องเดินเข้าไปถามคนแปลกหน้าเรื่องสีชุดชั้นใน แต่เธอกลับต้องช็อกเมื่อชายคนนั้นคือสามีมหาเศรษฐีที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานถึงครึ่งปีหลังแต่งงาน ฝ่ายคุณฟู่ที่เพิ่งกลับมาถึงก็ต้องกุมขมับ เมื่อพบว่าภรรยาตัวแสบกำลังรนหาที่สวมเขาให้เขาต่อหน้าต่อตา เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและทะเบียนสมรสให้มั่นคง เขาจึงตัดสินใจเดินหน้าใช้แผนการเปย์และตามใจเธอแบบจัดหนักเพื่อมัดใจภรรยาไม่ให้คิดปันใจให้ชายใดให้ชายอื่น
หน้าปกนวนิยาย หลังขอหย่าก็แพ้ท้อง อดีตสามีผู้เป็นเจ้านายก็ตามจีบแทบบ้า
8.2
ตลอดสองปีในฐานะภรรยา เจียงหนิงถูกเสิ่นซือเหนียนเมินเฉยท่ามกลางข่าวลือฉาวของเขา เธอจึงตัดสินใจขอหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเธอเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาในคืนที่ตั้งใจจะจากมา มิหนำซ้ำอดีตสามียังปรากฏตัวในฐานะเจ้านายใหม่ที่บริษัท ทำให้เธอต้องคอยปกปิดตัวตนและสู้รบกับเขาในที่ทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าเมื่อความลับเริ่มถูกเปิดเผยและหัวใจเริ่มสั่นคลอน บทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ในวันขอถอนหมั้น ลุงขี้โกงก็บีบเอวเพื่อล่อลวง
8.4
เฉินจินอันลูกสาวที่ถูกทอดทิ้งกลับมาพบว่าคู่หมั้นทรยศไปหาลูกบุญธรรม เธอจึงเลือกแก้แค้นด้วยการมีความสัมพันธ์กับชื่อหยานโจวอาของเขา ชายผู้เคร่งขรึมกลับตบะแตกในคืนเดียว แม้เขาจะอ้างว่าสนใจเพียงกามารมณ์แต่เธอกลับเยาะเย้ยในความไร้ฝีมือ ทว่าความจริงเธอกลายเป็นสะใภ้ใหญ่ที่อดีตคู่หมั้นต้องก้มหัวให้ พร้อมเปิดตัวตนที่แท้จริงในฐานะมหาเศรษฐีสาวผู้ทรงอิทธิพลโดยไม่ต้องพึ่งพิงอำนาจตระกูลใดเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักซาตานร้าย
8.9
หลังสูญเสียครอบครัว หญิงสาวสุดเฉิ่มที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีนีจากการถูกหวยรางวัลใหญ่ตัดสินใจทำตามความฝันพิสดารคือการมีลูกโดยไม่ต้องการสามี เพราะบาดแผลใจจากความล้มเหลวของแม่ทำให้เธอเชื่อว่าเงินที่มีสามารถเลี้ยงลูกเพียงลำพังได้ เป้าหมายของเธอคือมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อโปรไฟล์เพอร์เฟกต์ที่มีความฉลาดเหนือกว่าเธอหลายเท่าตัว เธอจึงเริ่มแผนการคว้าตัวเขามาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อให้ลูกได้รับพันธุกรรมที่ดีที่สุด ท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในชีวิตของเธอ
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เผลอใจรัก 18 มงกุฏ  นาธัชชา-ฟาเบียน)
8.7
โชคชะตาเล่นตลกกับนาธัชชาตั้งแต่เจ็ดขวบ เมื่อพ่อแท้ๆ ตราหน้าว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่ตาย ชีวิตที่ดิ่งลงเหวบีบให้สาวน้อยวัยยี่สิบต้องกลายเป็นสิบแปดมงกุฎเพื่อเอาตัวรอด ทว่าเส้นทางสายมืดกลับนำพาเธอไปพบกับฟาเบียน ทายาทมหาเศรษฐีแห่งมาร์ตินกรุ๊ปผู้เพียบพร้อม หนุ่มโสดที่ใครต่างลือว่ามีเกณฑ์คัดเลือกสาวข้างกายไว้สูงลิ่วระดับนางงามมีมงกุฎการันตี แต่ใครจะคาดคิดว่าคนอย่างเขาจะมาพัวพันกับหญิงสาวที่มีมงกุฎเหมือนกัน แต่มันคือมงกุฎของนักต้มตุ๋นผู้มีปมหลังอันแสนรันทดใจ