หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในเงามืด

เกิดใหม่ในเงามืด

8.8 / 10.0
เซี่ยซางหนิงถูกขับออกจากตระกูลเสิ่นเพื่อรับลูกสาวตัวจริงกลับมา แต่ชีวิตใน เกิดใหม่ในเงามืด ของเธอกลับพลิกผันเมื่อพบว่าครอบครัวที่แท้จริงคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งใน modern novel เรื่องนี้ เธอต้องพิสูจน์ตนเองในฐานะผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกและเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นใน billionaire romance novels สุดเข้มข้น
เรื่องย่อ เกิดใหม่ในเงามืด
เซี่ยซางหนิงถูกตระกูลเสิ่นกดขี่มานานถึงยี่สิบปี ก่อนจะถูกเฉดหัวทิ้งเมื่อลูกสาวตัวจริงปรากฏตัว ทุกคนต่างคิดว่าเธอต้องเผชิญชีวิตที่ยากลำบากกับครอบครัวผู้ให้กำเนิดที่ยากจน ทว่าความจริงกลับสวนทาง เพราะพ่อแม่แท้ๆ ของเธอคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองไห่ ขณะที่ตระกูลเสิ่นเฝ้ารอดูความล่มจมของเธอ ซางหนิงกลับเผยตัวตนที่น่าทึ่ง ทั้งอัจฉริยะด้านการเงินและวิศวกรระดับโลก แม้จะถูกคู่หมั้นถอนหมั้นอย่างไร้เยื่อใย แต่เขากลับต้องตามหึงหวงเมื่อเห็นเธอออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของตนเอง
อ่านเพิ่มเติม

เกิดใหม่ในเงามืด ตอนที่ 1

ณ วิลล่าตระกูลเสิ่นแห่งเมืองไห่

ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่บนชั้นหนึ่งเต็มไปด้วยแขกที่กำลังถือเหล้าชั้นดีอยู่ โดยฝั่งตรงข้ามประตูจะมีโปสเตอร์ขนาดใหญ่ที่กำลังฉายคำว่า ‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ลูกสาวที่รัก’ เอาไว้

ในห้องใต้หลังคาสามชั้นที่อึดอัดและต่ำเตี้ย เซี่ยซางหนิงกำลังเก็บสัมภาระของตัวเองอยู่

เสิ่นเจิ้นหยวนหรือพ่อเสิ่นกำลังถือซองจดหมายฉบับหนึ่งเอาไว้ เขาวางมันลงตรงหน้าเซี่ยซางหนิงเบา ๆ ด้วยสีหน้าที่อาลัยอาวรณ์อย่างมาก

“หนิงหนิง ทำไมเธอถึงได้ทำแบบนี้ล่ะ? ถึงแม้ว่าพวกเราจะหาลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเราเจอแล้ว แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องไปเลยนะ ด้วยศักยภาพของพวกเราแล้ว การจะเลี้ยงดูเธอเพิ่มอีกคนไม่ใช่ปัญหาเลยนะ ฉันว่าเธออย่าไปเลย ฉันกับแม่ของเธอก็ยังคงปฏิบัติกับเธอเหมือนเธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเราเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่หากเธอยังยืนกรานที่จะไป ฉันก็จะไม่ห้ามเธอ เพียงแต่ครอบครัวที่แท้จริงของเธอยากจนมาก คาดว่าพวกเขาไม่น่าจะส่งรถมารับเธอกลับไปได้ด้วยซ้ำ เงินนี้ เธอเอาไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็แล้วกันนะ”

เซี่ยซางหนิงเหลือบมองซองจดหมายบาง ๆ นั้นอย่างเฉยชา เธอเดาว่าในนั้นจะต้องมีเงินไม่เกินห้าพันแน่ ๆ หลังจากนั้นเธอก็ยัดเงินกลับคืนไปให้เสิ่นเจิ้นหยวนด้วยสีหน้าเย็นชาและพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องเสียค่าเดินทางหรอกค่ะ พ่อแม่ของฉันส่งรถมารับฉันแล้ว”

ปากก็พูดรั้งให้เธออยู่ต่อ แต่มือนั้นกลับยื่นค่าเดินทางให้ เขาอยากจะให้เธออยู่ต่อจริง ๆ น่ะเหรอ

เธอคือลูกบุญธรรมของตระกูลเสิ่น เธอเข้ามาในบ้านตระกูลเสิ่นตอนที่เธออายุเพียงสองขวบกว่า ๆ เท่านั้น ซึ่งในตอนนั้นเนื่องจากตอนนั้นลูกสาวของแม่เสิ่นที่เพิ่งคลอดถูกคนอุ้มไปจากโรงพยาบาล ทำให้แม่เสิ่นไม่สามารถทำใจได้ก็เลยรับเธอมาเลี้ยง

ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เธอจะใส่เสื้อผ้าตามแผงลอยที่ราคาถูกที่สุดตลอดทั้งปี ได้กินอาหารเหลือของที่บ้าน แล้วก็ยังต้องเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลรับใช้ครอบครัวของพวกเขา

หลังจากโตขึ้น เสิ่นเจิ้นหยวนก็ได้ค้นพบว่าเซี่ยซางหนิงมีความสามารถพิเศษด้านการออกแบบ ของอะไรก็ตามแต่ที่เธอวาดขึ้นมาแบบส่ง ๆ ล้วนแล้วแต่วิจิตรงดงามกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญวาดขึ้นมากเป็นหมื่น ๆ เท่า แถมยังมีมูลค่าทางการตลาดที่สูงมากเลยทีเดียว

ตระกูลเสิ่นไม่อนุญาตให้เธอไปโรงเรียน โดยอยู่บ้านเพื่อที่จะทำการออกแบบอะไหล่รถยนต์โดยเฉพาะ รวมไปถึงการออกแบบรถยนต์อีกด้วย ทุกคนในตระกูลเสิ่นรู้ดีว่าเธอหารายได้ให้ตระกูลเสิ่นได้มากแค่ไหน

ถ้าไม่มีเซี่ยซางหนิง ตระกูลเสิ่นคงไม่มีทางที่จะถีบตัวขึ้นมาอยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองไห่ได้หรอก แล้วก็ไม่มีทางได้จัดงานเลี้ยงฉลองการกลับมาของลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเขาอย่างเปิดเผยจนได้เชิญคนดังจากทั่วโลกมาเช่นนี้หรอก

ตอนนี้ตระกูลเสิ่นก็แค่เพิ่งจะเริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่พวกเขากลับคิดที่จะไล่เซี่ยซางหนิงไปซะแล้ว คนในครอบครัวนี้ช่างมีจิตสำนึกที่ดีงามกันซะเหลือเกิน

เสิ่นเจิ้นหยวนถอนหายใจออกมา แล้วก็ยัดซองจดหมายในมือใส่ลงในกระเป๋าของเซี่ยซางหนิงไป

“ทางนั้นจะส่งรถมารับเธออย่างนั้นเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน? ฉันไปสืบมาแล้ว พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอมีลูกชายอยู่สองคน แถมยังมีลุงใหญ่ที่เป็นอัมพาตติดเตียงแถมยังโสดที่ต้องคอยดูแลอีกด้วย พวกเขาอาศัยอยู่ในหุบเขากันอย่างยากจน ที่บ้านก็ลำบากขัดสนจะตายไป ยังไงก็ไม่น่าจะมีศักยภาพพอที่จะมารับเธอได้อยู่ดี เธออยู่กับพวกเราได้ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หากไปอยู่ที่นั่นต้องไม่ชินแน่ ๆ เงินพวกนี้เธอเอาไปเถอะ……”

เซี่ยซางหนิงหยิบซองจดหมายมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วเธอก็พูดอย่างหน้าตาเฉยว่า “ลาก่อนนะคะ”

ซึ่งเธอไม่ได้สังเกตเลยว่า เสิ่นฮุยจูที่อยู่ข้าง ๆ ได้ใส่อะไรบางอย่างลงมาในช่องด้านข้างของกระเป๋าเป้ของเธอ

หลังจากพูดจบ เธอก็สะพายกระเป๋าเป้สีดำขึ้นมา แล้วก็เดินลงบันได้ไปเสียงดังตึง ๆ ๆ อย่างรวดเร็วโดยไม่มองไปที่คนตระกูลเสิ่นอีกเลย

แม่เสิ่นเบิกตาโตกว้างมองไปที่แผ่นหลังของเธอที่หายลับไปจากบันไดอย่างรวดเร็ว เวลานี้เธอโมโหมากจนขมวดคิ้วแน่น “ดูสิ ขนาดหมาที่เลี้ยงมันยังรู้จักเชื่องกับเจ้าของเลย ฉันเลี้ยงเธอมาตั้งยี่สิบปี แต่ตอนนี้พอเธอจะไปแค่คำขอบคุณสักคำยังไม่รู้จักพูดเลย คนแบบนี้ควรต้องไปเป็นคนไร้บ้านู้นแหละ!”

เสิ่นฮุยจูประคองแขนของแม่เสิ่นเดินลงบันไดไป แล้วก็โน้มน้าวเธออย่างสุภาพว่า “คุณแม่ อย่าไปถือสาคนที่ไร้การศึกษาอย่างเธอเลยค่ะ แค่ประถมยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ พออายุสิบขวบก็เริ่มทำตัวเสเพลไม่เอาไหนซะแล้ว แล้วเธอจะเป็นคนที่มีมารยาทได้ยังไงล่ะคะ หากเธอออกจากครอบครัวที่มีฐานะดีอย่างครอบครัวของพวกเราไป ชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอแค่จะกินข้าวให้ครบสามมื้อนั้นยังยากลำบากเลย หากจะอารมณ์ไม่ดีก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้อยู่หรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งพี่เอง!”

แม่เสิ่นดึงเสิ่นฮุยจูเอาไว้และถามออกมาอย่างกระวนกระวายใจว่า “ลูกจะไปทำไม? เธอเป็นคนใจคอโหดเหี้ยมแบบนี้ มันไม่คุ้มที่พวกเราจะรั้งเธอไว้หรอกนะ”

“คุณแม่ ช่วงที่ฉันกลับมานี้ พี่ก็ทำดีกับฉันเป็นอย่างมากนะคะ การที่พี่ออกไปแบบนี้ ไม่รู้เลยว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้เจอหน้ากันอีกรึเปล่า ฉันไปส่งพี่สักหน่อยดีกว่าค่ะ”

เธอเขย่ากล่องเครื่องประดับใบหนึ่งในมือไปมา แล้วก็ยิ้มอย่างน่าเอ็นดู “ฉันซื้อของขวัญมาให้พี่ด้วยค่ะ”

เสิ่นฮุยจูไล่ตามลงไป เสิ่นเจิ้นหยวนและภรรยาจึงไล่ตามลงไปด้วยเช่นกัน

“พี่!” เสิ่นฮุยจูตะโกนเรียกเสียงหวาน แล้วก็รีบวิ่งไปอย่างว่องไว “พี่รีบไปมากเลย ฉันยังไม่ได้ให้ของขวัญที่ฉันเตรียมไว้ให้พี่เลยนะ”

เธอแบมือออกและยื่นกล่องสี่เหลี่ยมสีแดงใบหนึ่งไป ซึ่งข้างในเป็นกำไลหยกสีขาววงหนึ่ง เนื้อหยกมีความใสราวกับคริสตัลและโปร่งแสง ซึ่งทำจากวัสดุประเภทแก้ว ดูมีสีสันสวดสดใสมาก

เซี่ยซางหนิงลดตาลงไปมอง กำไลวงนี้ดูสวยใช้ได้ มีมูลค่าอยู่บ้าง

เธอปฏิเสธออกไปอย่างเย็นชาว่า “ไม่เป็นไรหรอก เธอเก็บเอาไว้ใส่เองเถอะ”

เสิ่นฮุยจูวางกล่องนั้นลงในมือของเธออย่างจริงใจ แล้วก็พูดโน้มน้าวเธออย่างจริงจังว่า “พี่รับไว้เถอะนะ กำไลวงนี้ฉันซื้อมาหลายแสนเลยนะ หากในอนาคตพี่เกิดขัดสนขึ้นมา การเงินติดขัดจะได้เอาไปขายไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้ไง หรืออย่างน้อย ๆ ตอนที่พี่แต่งงานมันก็ยังใช้เป็นสินสมรสติดตัวเจ้าสาวที่ถือว่าพอมีราคาได้อยู่นะ”

เธอปิดกล่องลงโดยไม่ปรึกษา แล้วก็ใส่มันลงไปในกระเป๋าเป้ของเซี่ยซางหนิง

ทันใดนั้นเสี่ยวซูผู้เป็นพี่เลี้ยงก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีอย่างมากและพูดว่า “คุณหนู แย่แล้วค่ะ สร้อยเพชรงานหมั้นที่คุณชายน้อยซ่งมอบให้คุณหนูหายไปค่ะ!”

อ่านต่อ

สารบัญ เกิดใหม่ในเงามืด

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เมียลับมหาเศรษฐี
9.6
เมื่อความสัมพันธ์ลับสิ้นสุดลงเพราะเขาต้องไปแต่งงานกับหญิงอื่น เธอจึงจำใจหอบลูกในครรภ์หนีไปพร้อมหัวใจที่แตกสลาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องวนมาพบกับภูมิระพีอีกครั้ง ความหวาดหวั่นเริ่มกัดกินใจเมื่อเผลอเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก เธอพยายามปกปิดความลับเรื่องลูกชายสุดที่รักเอาไว้ เพราะเกรงว่ามหาเศรษฐีหนุ่มจะพรากแก้วตาดวงใจไปจากเธอ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ยังคงฝังรากลึก เธอจะรับมือกับสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้อย่างไรเพื่อปกป้องลูกน้อยจากเงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักคุณบอส
8.7
ติณณภพคือบอสหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่เป็นเป้าหมายของสาวๆ ทั้งบริษัท ทว่าพนักงานสาวสุดเชยที่แสนธรรมดาอย่างเธอกลับอยู่นอกสายตาเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อความสวยไม่ใช่จุดขาย เธอจึงตัดสินใจงัดมารยาหญิงทุกรูปแบบมาใช้ยั่วยวนหวังจะพิชิตใจบอสหนุ่มให้ได้ แต่ยิ่งเข้าใกล้เพื่อทำให้เขาหลงรัก เธอกลับได้ค้นพบตัวตนอีกด้านที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันหล่อเหลา ซึ่งแท้จริงแล้วเขาเลือดเย็นและร้ายกาจไม่ต่างจากซาตานในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าแล้ว ประธานห่วย ๆ ไล่ตามภรรยาไม่สำเร็จ
9.6
ชิซังหลัวรับหน้าที่เป็นทั้งเลขาส่วนตัวผู้แสนทุ่มเทและภรรยาที่ถูกปกปิดฐานะของฟู่เฉิงหยวนมานานถึงสามปี เธอพยายามทำทุกทางเพื่อเลียนแบบคนรักเก่าของเขาด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าวันหนึ่งจะได้รับความรักตอบแทน แต่ความอดทนก็สิ้นสุดลงเมื่อสามีของเธอพาผู้หญิงคนใหม่ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับรักแรกของเขามากกว่าเข้ามาแทนที่ ชิซังหลัวจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดนี้ด้วยการยื่นใบหย่าให้เขาด้วยตัวเองเพื่อทวงคืนอิสระและยุติบทบาทตัวแทนที่เธอเคยเป็นมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย มะลิในเพลิงแค้น
7.9
เมื่อร่างกายถูกตีค่าเป็นเพียงเงินต้นและพรหมจรรย์กลายเป็นดอกเบี้ยที่ต้องชดใช้ มะลิจึงติดอยู่ในกรงขังแห่งความแค้นที่ยากจะถอนตัว เรื่องราวความรักท่ามกลางเพลิงโทสะในยุคสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยการหักหลังและการทวงคืนอย่างเจ็บปวด เธอจะสามารถรักษาหัวใจเอาไว้ได้หรือไม่ในเกมการเดิมพันที่ใช้ทั้งชีวิตและศักดิ์ศรีเป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อล้างหนี้แค้นที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นในครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย รอยทรายพิศวาส
8.1
หลังเผชิญความเสียใจ ติลิชาเลือกหลบไปพักกายที่ดินแดนทะเลทรายตามคำชวนของลุง ทว่าโชคชะตากลับพาเธอไปพัวพันกับอัญมณีล้ำค่าแห่งราชวงศ์มุกเคอร์จี จนถูกชีคชารีฟ ชาฮ์ ชิงตัวไปพร้อมกับเพชรน้ำตาจันทราด้วยความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ แม้เขาจะพยายามบดขยี้เธอด้วยความรุนแรงหวังให้เธอหวาดกลัวและเจ็บปวด แต่เสียงตะโกนด่าทอด้วยความเกลียดชังของหญิงสาวกลับทำให้คนเผด็จการอย่างเขาต้องรู้สึกแย่เสียเอง ท่ามกลางความร้อนแรงที่แผดเผาจนเธอแทบสิ้นแรงจะขัดขืน
หน้าปกนวนิยาย ขอโทษทีเลขาคนนี้ผมจอง
8.3
เมื่อเมคินได้พบกับเป้าหมายที่ถูกใจ สัญชาตญาณความต้องการครอบครองก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที ทว่าเขากลับเลือกที่จะไม่จู่โจมโดยตรงเพราะเกรงว่าเหยื่อตัวน้อยจะตื่นตระหนกจนเตลิดหนีไปเสียก่อน นักล่าหนุ่มจึงตัดสินใจวางแผนการอย่างใจเย็นและแยบยลเพื่อล่อลวงให้ลูกแกะผู้ไร้เดียงสาค่อยๆ ก้าวเข้ามาติดกับดักที่เขาสร้างไว้ เขาเฝ้ารอเวลาที่จะได้ตะครุบเหยื่ออย่างเบ็ดเสร็จในวันที่อีกฝ่ายตายใจและไร้ทางสู้
ตอน
อ่านเลย
แชร์